โซ่ขนาดใหญ่ที่พุ่งมาจากทั่วทิศทางรัดตัวปีศาจร้ายเอาไว้โดยมาจากค่ายกลที่ต้าหมิงสร้างเอาไว้ ปราณดาบและกระบี่พุ่งเข้าปะทะเสียงดังสนั่น เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! นานเกือบยี่สิบลมหายใจเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วบริเวณบาดแผลจำนวนมากปรากฏรอบกายของปีศาจร้ายเลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปตามพื้นส่งกลิ่นเหม็นสาบไปทั่วบริเวณ จินหยางใช้ความเร็วพุ่งทะยานไปมาเพื่อหลบเล็บอันแหลมคมที่แทงเข้ามาทันทีที่เข้าประชิดเขาแทงกระบี่ในมือไปที่หน้าอกบริเวณหัวใจของปีศาจอย่างถนัดถนี่ ปลายกระบี่แทงทะลุออกไปด้านหลังเลือดสีแดงพุ่งกระฉูด ทันใดนั้นเองจินหยางต้องรีบชักกระบี่ออกมาถีบเท้าขวาถอยออกมาด้านหลัง ปีศาจกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับแฝงไปด้วยพลังปราณกลุ่มพยัคฆ์เหล็กทั้งหมดต่างได้รับผลกระทบลงไปคุกเข่าลงกับพื้น มันเหลือบมองไปที่ด้านหลังบริเวณรูขนาดใหญ่ที่เนินหินพบเห็นชายฉกรรจ์สองคนสวมชุดดำนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นด้านหน้ามีหีบขนาดใหญ่วางอยู่ มันรีบใช้มือทั้งสองฉีกกระชากโซ่ขนาดใหญ่ออกจากร่างพุ่งเข้าหาชายฉกรรจ์สองคน จางหลงที่อยู่ใกล้กัดฟันทนรีบพุ่งเข้าสกัดกั้นแต่ทว่าก็ถูกฟาดด้วยท่อนแขนกระเด็นออกไปด้านข้าง ด้วยความหวาดกลัวชายฉกรรจ์ทั้งสองคนคิดวิ่งหนีแต่ทว่าก็ไม่ทันแม้แต่จะได้ลุกขึ้นทั้งสองถูกสูบเลือดออกจากร่างตนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก บาดแผลทั่วร่างของปีศาจค่อย ๆ จางหายไปอย่างช้า ๆ ปีศาจร้ายหันมาต้องมองไปที่จินหยางด้วยความโกรธแค้น มันกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น คลื่นพลังอันน่าสะอิดสะเอียนถูกแผ่ออกมาจากร่าง จินหยางสัมผัสพลังงานบางอยู่ภายในรูขนาดใหญ่ที่เนินหินพวยพุ่งไปยังปีศาจร้าย เฉินจินแบกร่างของจางหลงที่หมดสติออกไปจากบริเวณพร้อมกับรีบป้อนยารักษา จินหยางเร่งโคจรลมปราณทั่วร่างเตรียมพร้อม ไม่ถึงสามลมหายใจปีศาจร้ายก้มตัวลงหลังงองุ้มแผ่นหลังถูกแหวกเลือดสีแดงพุ่งกระฉูดปีกขนาดใหญ่สีดำทมิฬปรากฏออกมา จินหยางถึงกับขมวดคิ้วเพราะเขาสัมผัสพลังปราณจำนวนมหาศาลจากปีศาจด้านหน้า ไม่รีรอเขาถีบเท้าขวากระโดดขึ้นท้องฟ้าฟาดฟันกระบี่ในมือ ปราณกระบี่พุ่งทะยานเข้าปะทะเป็นจังหวะเดียวกับที่ปีกขนาดใหญ่สีดำได้ห่อหุ้มร่างของปีศาจเอาไว้ เปรี้ยง! จินหยางถึงกับต้องขมวดคิ้วเพราะปีกขนาดใหญ่สามารถสกัดกั้นปราณกระบี่ของตนได้อย่างหมดจด เขาหรี่ตามองรอบด้านพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง
“พวกท่านทั้งหมดรีบหลบหนีออกไปจากที่นี่โดยด่วน ตอนนี้พลังปราณของปีศาจร้ายด้านหน้าได้ฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์แล้วข้าจะคอยถ่วงเวลาเอาไว้”
เฉินจินได้ยินเช่นนั้นตื่นตกใจไม่น้อยตะโกนสอบถาม
“แต่ว่าน้องชายเจ้า…”
“ไม่มีเวลาแล้วขอรับหากชักช้าพวกเราอาจจะตายกันหมด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกลุ่มพยัคฆ์เหล็กทั้งหมดจึงรีบถอนกำลังออกไปจากบริเวณหลงเหลือเพียงจินหยางเพียงผู้เดียว จินหยางแผ่ลมปราณออกจากร่างเพื่อตรวจสอบเมื่อไม่พบเจอผู้ใดเขาจึงแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ตอนนี้ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่อีกแล้ว มาดูกันว่าเจ้าจะทำให้ข้าได้สนุกมากขึ้นหรือไม่”
จินหยางสะบัดกระบี่ออกข้างกายเร่งโคจรลมปราณอย่างเต็มกำลังแผ่ลมปราณออกมาร่างก้าวเดินเข้าหาปีศาจอย่างช้า ๆ ฝุ่นควันและเศษใบไม้ปลิวว่อนรอบกายของจินหยาง ปีศาจร้ายถึงกับสั่นสะท้านด้วยความตื่นตัวถึงอันตรายเมื่อสัมผัสพลังปราณมหาศาลด้านหน้า มันร้องคำรามพร้อมกับแยกเขี้ยวด้วยความโกรธครั้งนี้ต่างออกไปปีกขนาดใหญ่ด้านหลังสะบัดอย่างแรงมันใช้แรงเหวี่ยงพุ่งทะยานเข้าหาจินหยาง แขนทั้งสองข้างกระหน่ำแทงไปยังด้านหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อใช้กรงเล็บอันแหลมคมโจมตี นานเกือบสามสิบลมหายใจจินหยางใช้มือซ้ายป้องไปที่ปากหาวออกมาใช้กระบี่ในมือขวาปัดป้องกรงเล็บพร้อมกับก้าวเดินออกไปด้านหน้า ไม่ถึงยี่สิบลมหายใจกลายเป็นปีศาจร้ายตัวใหญ่ที่ถูกกดดันจนถอยร่นไปด้านหลัง มันกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้งฟาดแขนซ้ายออกไปด้านหน้าพร้อมกับสะบัดปีกพุ่งทะยานขึ้นท้องฟ้า จินหยางแสยะยิ้มก้มตัวหลบถีบเท้าพุ่งทะยานติดตาม
“คิดหนีอย่างนั้นรึ”
เขาใช้มือซ้ายคว้าจับไปที่ข้อเท้าด้านซ้ายของปีศาจร้ายกระชากฟาดลงพื้นดิน ในจังหวะนั้นเองเขาได้ใช้กระบี่ในมือขวาฟาดฟัน คมประบี่ตัดปีกขนาดใหญ่ด้านขวา ฉับ! กระเด็นร่วงลงพื้น ตูม! จินหยางฟาดฟันกระบี่ติดตามไปอีกครั้ง ปีศาจร้ายกระอักเลือดออกมาพุ่งหลบออกไปทางซ้าย เปรี้ยง! ปีศาจเห็นท่าไม่ดีมันรีบพุ่งเข้าไปในรูบริเวณเนินหิน จินหยางถีบเท้าพุ่งติดตาม
“เทียนคงเปิดโหมดกลางคืน”
“ขอรับ”
จินหยางแผ่ลมปราณออกจากร่างพุ่งติดตามรอยเลือดเข้าไปด้านในเขาตื่นตกใจไม่น้อยกับสภาพด้านใน เป็นบ้านเรือนที่ผุพังไปตามกาลเวลา ซากโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากเกลื่อนพื้นดิน ชั่วน้ำเดืิอดเขาก็พบกับชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งรูปร่างผอมสูงร่างกายมีแต่บาดแผลนอนลมหายใจรวยรินอยู่ข้างบ่อน้ำเขาใช้มือขวาพาดเอาไว้ที่ขอบบ่อ จินหยางจดจำได้ดีว่าชายผู้นี้คือปีศาจร้ายที่เขาปะทะมาเมื่อครู่
“ได้โปรด”
จินหยางขมวดคิ้ว
“ท่านมีสิ่งใดจะบอกกล่าวก็รีบเถอะ ก่อนที่ข้าจะสังหารท่าน”
“ได้โปรด ได้โปรดทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่พวกข้า ข้าไม่อยากเป็นเพียงตัวทดลองของชายชราผู้นั้น”
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับพวกท่านและคนภายในหมู่บ้าน”
“สามเดือนก่อนที่ท่านเจ้าเมืองจะส่งกำลังทหารบุกมาที่นี่ได้มีชายชราผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของหมู่บ้าน เขาบอกกล่าวแก่ทุกคนว่าเป็นหมอเทวดาสามารถรักษาอาการป่วยของพวกเราได้ขอเพียงมีที่ให้เขาได้รักษาตัว ผ่านไปหลายวันเมื่ออาการของเขาดีขึ้นเขาก็เริ่มที่จะรักษาหมู่บ้าน”
“เขาใช้วิธีการใดรักษาพวกท่านกัน”
“ภายในตัวเขามีสมุนไพรห่อหนึ่งรวมไปถึงขวดยาอีกหลายสิบขวด เขาใช้พวกมันรักษาพวกข้าพร้อมกับการฝังเข็ม”
“ท่านทราบหรือไม่ว่าเขามีนามว่าอะไร”
ชายฉกรรจ์ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา
“ข้าไม่ทราบ หลังจากที่ชายชรารักษาพวกข้าจดหมดครบทุกคนแล้วเขาก็ได้เดินทางจากไป”
“แล้วเหตุใดพวกท่านถึงมีสภาพเป็นปีศาจร้ายเช่นนั้นเล่า”
“ร่างกายของพวกข้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปบางคนเริ่มมีอารมณ์ดุร้าย จมูกไวต่อกลิ่นโดยเฉพาะกลิ่นของเลือด เมื่อใดที่พวกข้าได้กลิ่นเลือดอารมณ์จะแปรปรวนบางครั้งควบคุมสติตนเองไม่ได้”
จินหยางก้มหน้าครุ่นคิดอยู่นานจนได้ยินเสียงสำรอกดังแว่วมาจากชายฉกรรจ์ เขาเงยหน้ามองไปที่ชายฉกรรจ์พบเห็นแผ่นไม้ขนาดเล็กอยู่ในกองเลือดที่สำรอกออกมา
“ข้าพบแผ่นไม้ชิ้นนี้มาจากที่พักของเขาแต่ข้าไม่ทราบว่ามันสิ่งใดมันเป็นเพียงเศษไม้เท่านั้น ด้านหนึ่งมีอักษรคำว่าฟ้าสลักเอาไว้”
จินหยางได้ยินเช่นนั้นเขากำหมัดทั้งสองแน่นสูดลมหายใจเข้าปอด
“ท่านไม่ต้องห่วงข้าพอรู้แล้วว่าชายชราผู้นั้นคือใครและข้ารับรู้ได้เป็นอย่างดีว่ามันผู้นั้นทำสิ่งใดกับร่างกายของพวกท่านภายในหมู่บ้าน”
“เจ้ารู้”
“แน่นอน ท่านไม่ต้องห่วงข้าขอสัญญาณหากพอเจอชายชราผู้นั้น ข้าจินหยางจะให้มันต้องชดใช้อย่างสาสมกับที่มันได้ทำกับท่านและคนภายในหมู่บ้าน”
“เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องเป็นกังวลสิ่งใดอีกแล้ว อีกไม่นานปีศาจร้ายในร่างของข้าจะกลับมาได้โปรดรีบสังหารข้าเถอะ ข้าไม่มีสิ่งใดต้องอยู่อีกต่อไปแล้ว”
จินหยางพยักหน้าตอบรับถีบเท้าขวาพุ่งเข้าหาชายฉกรรจ์ฟาดฟันกระบี่ในมือ ฉับ! คมกระบี่วาดผ่านลำคอศีรษะกระเด็นร่วงลงพื้น ในจังหวะที่เขากำลังจะก้มเก็บแผ่นไม้ก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาจากในหู
“คุณชายข้าตรวจพบบางอย่างในบ่อน้ำ”
“มันคือสิ่งใดกันเทียนคง”
“ข้าไม่แน่ใจขอรับ”
จินหยางขมวดคิ้วเก็บกระบี่เข้าฝักแผ่ลมปราณไปยังด้านล่างของบ่อน้ำ เขาพบเจอบางอย่างเป็นก้อนขนาดใหญ่อยู่ด้านล่างเขาจึงตัดสินใจกระโดดลงไป ตูม! ชั่วน้ำเดือดจินหยางขึ้นมาจากบ่อน้ำพร้อมกับก้อนบางอย่างสีดำทมิฬ