เย่วซินปั่นจักยานเข้ามาในหมู่บ้าน หลายคนมองเธอ บางคนก็ซุบซิบ บางคนก็อิจฉา เพราะว่าจักรยานในหมู่บ้านนี้มีแค่บ้านของผู้นำหมู่บ้านที่พอจะมีฐานะ
เธอปั่นจักรยานโดยไม่สนใจสายตาของใคร ยังถือคติเช่นเดิม คือโนสนโนแคร์คะ ปั่นมาจนถึงหน้าบ้าน เย่วซินลงจากจักรยานแล้วก็เรียกห่าวหรวนให้มาเปิดประตูให้
“ห่าวหรวน เปิดประตูให้พี่หน่อย พี่กลับมาแล้ว”
ห่าวหรวนได้ยินเสียงพี่สาวเรียกอยู่ที่หน้าประตู จึงเดินมาเปิดประตูพอมองเห็นจักรยานที่พี่สาวกำลังจะจูงเข้าบ้านจึงตะโกนถามด้วยอาการตื่นเต้น
“พี่ซินซิน พี่เอาจักรยานมาจากไหน สวยมากเลยพี่” พร้อมกับลูบๆ คลำๆ จักรานด้วยความตื่นเต้นดีใน หยางลี่มี่พอเห็นว่าเย่วซินกลับมาแล้ว รีบเดินเข้ามาหาทันที เย่วซินนั่งยองๆ อ้าแขนออก หยางลี่มี่เมื่อเห็นดังนั้นรีบโถมตัวเข้าหาพี่สาวเย่วซินทันทีด้วยความคิดถึง
“พี่สาวกลับมาแล้ว หนูคิดถึงพี่สาวมากเลย”
“ลี่มี่จ๊ะต่อไปนี้ ลี่มี่เรียกพี่สาวน้าซินซินแทนนะจ๊ะ”
“ทำไมละคะ” ลี่มี่ถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะว่าลี่มีเรียกคุณน้าห่าวหรวน กับคุณน้าห่าวอู๋ว่าคุณน้าไงค่ะ ส่วนพี่สาวเป็นน้องสาวคุณน้าห่าวอู๋และเป็นพี่สาวของคุณน้าห่าวหรวน หนูก็ต้องเรียกพี่สาวว่าคุณน้าเหมือนกันกับน้าทั้งสองคนไงค่ะ เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน” เย่วซินอธิบายพร้อมกับรอยยิ้ม ในใจเธอคิดว่าจริงๆ แล้วที่ให้เรียกว่าน้านั้น ถ้าเมื่อไหร่ที่เธอตกพ่อของเด็กน้อยได้แล้วนะจะได้ไม่สับสนกับการเรียก
“หนูเข้าใจแล้วค่ะคุณน้าซินซิน” เด็กน้อยพยักตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ห่าวหรวนเดี๋ยวพี่ฝากดูลี่มี่ก่อนนะพี่จะรีบทำอาหารกลางวัน เราไปกินพร้อมกันกับพี่ใหญ่ดีไหม นี่ก็ใกล้เวลาพักแล้ว” เธอยื่นลูกอมรสนมให้กับห่าวหรวนให้แบ่งกับลี่มี่
“ครับพี่ซินซิน มาครับลี่มี่มากับน้าห่าวหรวนดีกว่า นี่ไงมีลูกอมด้วย เรากินกันที่ห้องโน้นดีกว่า”
พอสองคนเดินออกไป เย่วซินก็ได้ขนของที่เธอเอาออกมาระหว่างทางนั้นเดินเข้าไปในครัว และก็ได้เริ่มทำอาหารกลางวันไปกินกันที่แปลงนากับพี่ให้พร้อมกับทุกคน กำลังคิดอยู่ว่าเที่ยงนี้จะทำอะไรกินดี เธออยากจะกินแฮมเบอเกอร์และอยากจะกินอะไรร้อนๆ ทำเป็นซุป
“ทำซุปไข่ดีกว่า กินกับเบอร์เกอร์เนื้อหมูแน่นๆ”
เย่วซินนำขนมปังเบอร์เกอร์ และหมูบดที่ปรุงไว้สำหรับทำเบอร์เกอร์ที่อยู่ในร้านอาหารออกมาจากมิติ เครื่องปรุงอย่างอื่นเธอเอาออกมาจัดเก็บไว้ในครัวบ้างแล้ว เธอจึงเริ่มลงมือ จุดไฟตั้งเตา นำน้ำซุปมาตั้งไฟให้เดือดพล่าน ใส่เกลือและพริกไทย ต้มซุปต่อไปอีกนาทีหนึ่ง แล้วปิดไฟ ค่อยๆ เทไข่ลงไป คนไข่ตามเข็มนาฬิกาช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่ไข่จะได้ดูเป็นเส้น จากนั้นโรยต้นหอมหรือใส่บะหมี่ลงในซุปหลังจากที่ไข่จับตัวเป็นทรงแล้ว
พอเย่วซินเธอทำซุปไข่เสร็จเธอทำเบอร์เกอร์ต่อทันที เธอทำเบอร์เกอร์ทั้งหมด 10 ชิ้น และชงน้ำหวานมาอีก 1กระติกใหญ่ เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วเธอก็ได้เรียกให้ห่าวหรวนมาช่วยขนของทันที
“ห่าวหรวน ช่วยพี่ขนของไปใส่ไว้ในตะกร้าหน้ารถจักรยานหน่อย เราไปหาพี่ใหญ่ที่แปลงนากัน” เยวซินอุ้ม ลี่มี่เดินออกมาหน้าบ้าน ให้ลี่นั่งด้านหน้า (เย่วซินเธอใส่ที่นั่งสำหรับเด็กไว้ด้วย) และให้ห่าวหรวนปิดประตูบ้านแล้วนั่งซ้อนท้ายจักรยานปั่นไปหาพี่ใหญ่กันที่แปลงนากันสามคน
ระหว่างปั่นจักรยานนั้น มีชาวบ้านมองตลอดทาง แต่ทั้งสามคนไม่มีใครสนใจพวกชาวบ้านที่มองกันเลย บางคนมองแล้วก็ซุบซิบกันในกลุ่ม บางก็มองด้วยอาการตื่นเต้นที่มีจักรยานอีกคันในหมู่บ้าน หยางลี่มี่มัวแต่ตื่นเต้นดีใจที่ได้นั่งจักรยานครั้งแรก และชวนคุยกันกับเย่วซินตลอดเส้นทาง ไม่สนใจใครเลย แต่มีสายตาสองคู่ที่มองหยางลี่มี่ด้วยความอิจฉาคิดว่ากลับไปบ้านจะฟ้องแม่กับย่าให้จัดการ
ห่าวหรวนถึงแม้จะตื่นเต้นแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมามากเท่าลี่มี่ เย่วซินปั่นได้สักพักก็ถึงแปลงนา เธอจอดจักรยานแล้วอุ้มลี่มี่ แล้วให้ห่าวหรวนหยิบของตามมา
คนที่ลงงานในแปลงนาต่างก็มองหน้ากันว่าทำไม หยางลี่มี่บ้านหยางถึงได้อยู่กับน้องสาวบ้านจาง แม้แต่บ้านหยางก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ส่วนสะใภ้รองบ้านหยางนั้นตอนนี้ยืนหน้าดำมืดด้วยใจที่อิจฉาลี่มี่ ลี่มี่เป็นเด็กที่ขาดแม่แต่ทำไมสองวันมานี่ถึงมีความสุขเหลือเกิน ดูมีชีวิตที่ดีขึ้น ดูชุดที่ลี่มี่ใส่นั่นซิแล้วยังได้นั่งรถจักยานคันใหม่นั่นอีก
เมื่อเย่วซินเห็นพี่ชายนั่งรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ส่วนพี่ซีห่าวของเธอกำลังเดินมาจากแปลงนาของที่บ้านหยาง ที่เขาทำงานอยู่ ลี่มี่เมื่อเห็นพ่อของเธอเดินเข้ามาจึงร้องเรียกขึ้น
“คุณพ่อขา หนูมาแล้วค่ะ หนูมากับคุณน้าซินซินและคุณน้าห่าวหรวน และได้นั่งจักรยานคันสวยของคุณน้าซินซินด้วยนะคะ หนูดีใจมากเลย”
ซีห่าวเมื่อได้ฟังลูกสาวเรียกเย่วซินว่าคุณน้าซินซินก็ทำหน้าสงสัย เขาสงสัยว่าทำไมลูกสาวเขาถึงเปลี่ยนการเรียก เยวซินก็ไม่ปล่อยให้เขาสงสัยนาจึงเอ่ยไปว่า
“ฉันให้ลี่มี่เรียกฉันว่าน้าเองแหละพี่ ถ้าให้เรียกพี่สาวก็ไม่ไหวจะเคลียร์ค่ะ”
“เอ้า ยังมาทำหน้างงใส่อีก ก็ถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันขอพี่แต่งงานได้สำเร็จ ลี่มี่จะได้ไม่สับสนไง” เธอขยิบตาให้ซีห่าวทันที่ที่พูดจบ หยอดวันละนิดจิตแจ่มใส่ เย่วซินเธอคิดในใจ
พูดจบแล้วก็ปล่อยให้ซีห่าวยืนหูแดงหน้าแดงอยู่ตรงนั้น ตัวเธอก็อุ้มลี่มี่กับจูงห่าวหรวนเดินไปหาพี่ใหญ่ห่าวอู๋ทันที ใครว่าเธอไม่เขินละ เธอเขินเหมือนกันนะ แต่เธอถือคติที่ว่า ด้าน ได้ อาย อด ค่ะ อิอิ
เมื่อทุกคนมานั่งพร้อมกันแล้ว เย่วซินก็เอาอาหารออกมายื่นให้กับทุกคน ทุกคนมองก้อนกลมๆ ที่ห่อกระดาษด้วยความฉงนและสงสัยว่ามันคืออะไรเพราะไม่เคยเห็น แต่เมื่อแกะห่อกระดาษเท่านั้นแหละ กลิ่นความหอมของเนื้อได้ลอยเข้าจมูกของแต่ละคนแม้แต่ลี่มี่ตัวน้อยเองก็น้ำลายแทบจะไหลออกมา
“ไม่ต้องสงสัยค่ะ กินไปค่ะทุกคน เย็นนี้ฉันมีเรื่องจะบอกกับทุกคนรวมทั้งพี่ซีห่าวด้วย แต่ตอนนี้หิวแล้วกินก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะคะ”
ทั้งห้าคนแต่ละคนนั้นไม่มีใครทนกลิ่นหอมของอาหารได้สักคน ทุกคนจึงลงมือทานกันอย่างอร่อย ปล่อยให้คนที่อยู่แถวนั้นมองทั้งหมดกินด้วยความอิจฉา แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงแหลมๆ ร้องดังขึ้น
“พี่ใหญ่หยางกินอาหารดีๆ ไม่คิดจะเรียกพ่อกับแม่บ้างเหรอ ช่างเป็นคนดีจริงๆ” ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนแต่เป็นเสียงของฟางเซียงสะใภ้รองบ้านอยางนั่นเอง
หยางซีห่าวเหลือบสายตาขึ้นมามองนึดนึง จากนั้นก็ไม่ได้สนใจที่จะพูดคุยกับฟางเซียงเลย ฟางเซียงเห็นดังนั้นก็หน้าเสียที่หยางซีห่าวทำเป็นไม่สนใจเธอ เธอจึงได้หันไปหาลี่มี่แทน
“ลี่มี่จ๊ะ ไม่คิดจะเอาของกินไปให้ปู่กับย่าบ้างเหรอ ปู่กับย่ากินแต่แป้งจี่แข็งๆ ไม่เห็นมีเนื้อเหมือนที่เธอกินเลย กินคนเดียวแบบนี้เขาเรียกอกตัญญูรึปล่าว” ฟางเซียงเธอลอยหน้าลอยตาพูดกับหยางลี่มี่
“ป้าพูดแบบนี้ไม่สวยเลยนะ ป้าเป็นใครถึงมาพูดแบบนี้ คนดีๆ ที่ไหนมาพูดแขวะเด็กไม่ถึง 3 ขวบ ท่าทางประสาทจะไม่ดี ป้าลืมกินยารึปล่าว” จางเย่วซินเธอหันหน้าไปพูดตอกกลับทันทีที่ฟางเซียงพูดจบ เธอได้แต่คิดว่ายายป้าคนนี้เป็นใคร
“แล้วก็นะป้า ช่วยถ่างตาดูก่อนนะว่าของพวกนี้ทำมาให้ใครกิน ป้าไม่ใช่คนในครอบครัวฉัน ทำไมฉันต้องให้ป้าด้วยละหรือว่าป้าตายแล้วถึงมาขอส่วนบุญ” เย่วซินเธอไม่ใช่คนที่จะยอมใคร เธอโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าเมื่อชาติก่อน ฝีปากของเธอไม่ได้ด้วยไปกว่าใคร เพราะส่วนมากเธอจะโดนดูถูกเป็นประจำ
“ว้าย ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะถึงจะมาเรียกฉันว่าป้า และที่สำคัญฉันเป็นน้องสะใภ้ของพี่ซีห่าว เธอจะมาเรียกฉันว่าป้าไม่ได้”
“ลี่มี่จ๊ะโตขึ้นหนูอย่าร้องโหยหวนแบบนี้นะลูก ไม่ดีไม่งามค่ะ แต่ว่าตอนนี้หนูต้องเอามือปิดหูก่อนนะ พี่ซีห่าวพี่อุ้มลี่มี่ก่อนค่ะเอามือปิดหูลูกด้วยนะพี่” เย่วซินพูดกับเด็กน้อยก่อนจะส่งลี่มี่ให้กับหยางซีห่าว
หยางซีห่าวและจางห่าวอู๋ลอบสบตากันแล้วยกยิ้มมุมปากส่วนจางห่าวหรวนแอบยกนิ้วโป้งให้กับพี่ซินซินของเขา สู้คนแบบนี้ซิถึงถูก ตอนแรกเขากลัวว่าพี่สาวเขาจะตกใจ ก้มหน้าก้มตาเหมือนเมื่อก่อนที่พอใครพูดไม่ดีหรือว่าเวลาใครแกล้งพี่สาวเขาได้แต่ก้มหน้า
******หากมีคำไหนผิด หรือผิดพลากประการใดไรท์ขอโทษด้วยนะ จะมาแก้ไขให้ทันทีที่ลงจบนะคะ*******