“เหมือนลูก!”เหมือนฝันเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอมือถือมองไปยังที่มาของเสียง
“พ่อ!”เหมือนฝันลุกวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็บิดา
“คิดถึงจังเลยค่ะ”เสียงหว่านเอ่ยกับผู้เป็พ่ออย่างออดอ้อน พ่อของเหมือนฝันกอดตอบเธอ มือหนาที่มีรอยย่นเล็กน้อยยกขึ้นลูบผมลูกสาวอันเป็ที่รัก
“กระเป๋าละลูก?”
“อยู่นู้นค่ะ”นิ้วเรียวชี้ไปยังกระเป๋าที่ถูกทิ้งเอาไว้ สองพ่อลูกหันหน้ามาหัวเราะให้กัน
“กลับกันเถอะ”
“ค่ะ”เหมือนฝันเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินตามพ่อไปขึ้นรถ
“เหนื่อยไหมลูก?”บิดาเอ่ยถามเธอเมื่อทั้งคู่ขึ้นรถเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“สบายมากค่ะ”เสียงใสตอบบิดาพร้อมรอยยิ้มที่สดใส จนผู้เป็พ่อต้องยิ้มตาม รถยนต์ขับมาไม่นานก็ถึงบ้านของเธอ เมื่อรถจอดสนิทเหมือนฝันรีบะโลงจากรถวิ่งตรงไปยังมารดาที่ยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้วร่างบางวิ่งเข้าไปกอดมารดาด้วยความคิดถึง
“คิดถึงจังเลยค่ะ”สองแม่ลูกกอดกันแน่น
“แม่ก็คิดถึงหนูเหมือนกัน”คุณพิทักษ์พงศ์มองสองสาวต่างวัยผู้เป็ที่รักของเขาทั้งคู่อย่างมีความสุข ก่อนจะเดินลากกระเป๋าลูกสาวเข้าบ้าน ส่วนสองแม่ลูกได้เจอกันคุยกันเดินเข้าบ้านไม่ได้สนใจผู้เป็บิดาและสามีอย่างเขาเลย
“เดินทางมาเหนื่อยไหมลูก?”คุณมลรดาเอ่ยถามลูกสาว
“อืม นิดหน่อยค่ะแม่ แต่ว่าพอได้เห็นหน้าพ่อกับแม่ก็หายเหนื่อยทันทีเลยค่ะ”เสียงหัวเราะของทั้งบ้านดังไม่ขาดสายจากการนั่งพูดคุยกันของคนทั้งสามนานนับชั่วโมง
“หิวไหมลูก เดี๋ยวแม่จะไปทำอะไรมาให้ทาน”
“ไม่เป็ไรค่ะ กินตอนเย็นทีเดียวดีกว่านี่ก็จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วด้วย”เหมือนฝันเอ่ยตอบมารดา
“เอางั้นก็ได้ งั้นหนูขึ้นไปอาบน้ำเถอะ แม่จะทำอาหาร วันนี้แม่เตรียมของโปรดหนูเอาไว้หลายอย่าง รับรองว่าหนูจะต้องชอบแน่”เหมือนฝันตาโตเมื่อได้ยินสิ่งที่มารดาบอก
“จริงเหรอคะ”ดวงตากลมโตสดใสส่อแววดีใจเมื่อจะได้ทานของอร่อย
“งั้นเหมือนเอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะคะ เหมือนอาบน้ำเสร็จแล้วเหมือนจะลงมาช่วยแม่นะคะ”
“จ๊ะ ไปเถอะ”
เหมือนฝันลุกไปหยิบกระเป๋าก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเอง มือบางเปิดประตูเข้าห้อง ห้องของเธอสะอาดสะอ้าน บ่งบอกว่าผู้เป็มารดาดูแลให้เป็อย่างดี รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าเนียน เธอเดินลากกระเป๋าเข้าไปในห้อง มือเล็กเปิดกระเป๋าเอาเสื้อผ้าออกมาเก็บเข้าตู้ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
ร่างระหงในชุดสบายๆเดินลงบันไดบ้านมุ่งตรงไปที่ห้องครัว
“อื้มมม หอมมากเลยค่ะ”เหมือนฝันสูดดมกลิ่นอาหารที่มารดากำลังทำ
“มาพอดีเลยมาชิมให้แม่หน่อย ว่ารสชาติยังเหมือนเดิมไหม?”มารดาใช้ช้อนตักน้ำแกงขึ้นให้ลูกสาวชิม
“ระวังร้อนนะลูก”คุณมลรดาเอ่ยบอกลูกสาว ปากอิ่มก้มลงเป่าๆก่อนจะชิม
“อร่อยมากเลยค่ะ”นิ้วโป้งสองนิ้วชูขึ้นพร้องกันให้มารดา
“เหมือนเดิมไม่มีผิด”เหมือนฝันเอ่ยชมในรสชาติอาหารของมารดา
“แล้วพ่อละคะ”
“พ่อช่วยแม่ยกกับข้าวออกไปที่โต๊ะ”
“แล้วมีอะไรที่เสร็จแล้วบ้างเหมือนจะได้ช่วยยกออกไปค่ะ”
“เมนูนี้ไง”มารดาตักแกงที่พึ่งทำเสร็จใส่ถ้วยให้ลูกสาว เหมือนฝันเอาจานมารองพร้อมยกออกไปที่โต๊ะ
“โห!อาหารเต็มโต๊ะเลยค่ะ”เหมือนฝันมองไปที่โต๊ะอาหารที่มีอาหารจานโปรดของเธอวางเต็มไปหมด มือเล็กวางแกงที่ถือมาลงบนโต๊ะเพิ่มอีกหนึ่งเมนู
“อืม ใช่น่ะสิ นี่แม่เขาเตรียมทั้งหมดนี่เพื่อหนูเลยนะ”บิดาเอ่ยกับเธอ
“ขอบคุณนะคะ”เหมือนฝันเดินไปกอดมารดาจากข้างหลัง
“เหมือนต้องทานเยอะๆนะ รู้ไหม”คุณมลรดาเอ่ยกับลูกสาว
“เหมือนจะทานให้หมดนี่เลยค่ะ”เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน
วันนี้เป็วันที่แสนพิเศษอีกวันที่อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น เสียงหัวเราะพูดคุย สนุกสนาน ดังไม่ขาดสายตลอดเวลาบนโต๊ะอาหาร
…..
ห้วงฝัน
กลางดึกเงียบสงัด สายลมพัดโชยมาที่หน้าต่างห้อง ใบหน้าหวานกำลังหลับสนิท ดวงตาที่ถูกปิดไว้ด้วยเปลือกตากำลังหลอกไปมาคล้ายกำลังฝัน ใบหน้าเนียนก่อนหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อแม้ว่าหน้าต่างจะยังมีลมพัดโชยมาตลอดเวลาก็ตาม
“ไม่นะ!”เสียงอุทานเบาแต่ชัดเจนดังออกมาจากปากอิ่ม
“ระวัง!”เสียงะโดัง พร้อมกับการสะดุ้งตื่น ดวงตากลมเบิกกว้าง มือยกขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าให้ตัวเอง เธอพยุงตัวเองลุกนั่ง พร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
“ฝันเื่เดิมอีกแล้ว”เสียงพึมพำกับตัวเอง รอบนี้คล้ายว่าจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าเธอก็ไม่อาจรู้ได้เช่นเคยว่าผู้ชายในฝันคนนั้นเป็ใคร
“แผ่นหลังนั้น เธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ?” เหมือนฝันคิดในใจ มือบางหยิบโทรศัพท์ออกมากดดูเวลา ซึ่งตอนนี้เป็เวลาตีสอง
“เฮ้อ”สองมือบางลูบหน้าตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะล้มตัวนอนลงที่เตียงซึ่งตอนนี้ไม่มีท่าทีของความง่วงเลยสักนิด
.....
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูหน้าห้องของเหมือนฝันปลุกเธอให้สะดุ้งตื่น
“เหมือนตื่นหรือยังลูก”เสียงของคุณมลรดาดังอยู่หน้าห้องลูกสาว
“ค่ะแม่ ตื่นแล้ว”เสียงงัวเงียของคนที่พึ่งตื่นเอ่ยกับมารดาขณะลุกนั่ง
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัวนะลูกเดี๋ยวจะไม่ทันใส่บาตรกับแม่” เสียงของมารดาที่ดังผ่านประตูเข้ามาบอกลูกสาวให้เตรียมตัว
“ค่ะแม่”เหมือนฝันเอ่ยตอบมารดา แล้วรีบลุกไปอาบน้ำตามที่แม่บอกทันที
....
อาหารคาวหวานถูกวางไว้บนโต๊ะที่จัดเตรียมไว้รอใส่บาตรจนเต็ม เหมือนฝันเดินเข้าไปหาบิดามารดาที่กำลังยืนรอใส่บาตรที่หน้าบ้าน “อ้าวมาแล้วเหรอลูก แม่กำลังว่าจะขึ้นไปตามอยู่พอดีเลย”
“ค่ะแม่” เหมือนฝันที่อยู่ในชุดเดรสสีขาวสุภาพยืนอยู่ข้างๆพ่อกับแม่
“พระท่านจะมากี่โมงหรือคะแม่”เหมือนฝันที่ดูเวลาที่ข้อมือซึ่งตอนนี้ก็หกโมงครึ่ง
“ใกล้แล้วละลูก”แม่เอ่ยตอบเธอ
พระสงฆ์เจ็ดรูปกำลังเดินมาที่หน้าบ้านของเหมือนฝัน
“เหมือนอธิฐานสิลูก”มารดายกถาดอาหารให้เธอ มือบางยื่นมือไปรับกับมารดา
“ค่ะแม่” เหมือนฝันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอฝัน เธอหลับตาตั้งจิตอธิฐาน
“ขอให้บุคคลที่ลูกฝันเห็นเมื่อตอนกลางคืนปลอดภัยดีด้วยเถิด”เสียงหวานเอ่ยออกมาเสียงเบา
เหมือนฝันใส่บาตรพร้อมกับพ่อและแม่เสร็จ ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเป็อย่างมาก ความรู้สึกสบายใจเข้ามาแทนที่ความกังวลใจเื่ฝันเมื่อคืนได้สนิท
“เหมือนเป็อะไรหรือเปล่าลูก?”มารดาเอ่ยถามเธอหลังจากเก็บโต๊ะใส่บาตร
“เปล่าค่ะ”
“แม่เห็นั้แ่เราลงมาแล้วนะ”เหมือนฝันมองหน้ามารดา เธอก้มหน้า ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ไม่อาจหลบสายตาของมารดาเธอได้เลยจริงๆ
“เหมือนมีเื่ในใจใช่ไหม?”มารดายังคงเอ่ยถามอีกครั้ง
“เหมือนฝันร้ายน่ะคะแม่”
“่นี้ฝันบ่อยเหรอ?”
“ค่ะ แต่ว่า”
“แต่ว่าอะไร”
“แต่ว่ารอบนี้แปลกกว่าทุกครั้ง”
“แปลกยังไงลูก?”
“เหมือนฝันเื่เดิมสองครั้งแล้ว แต่ว่าเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น” มารดาเดินเข้ามากอดเธอ
“ไม่เป็ไรนะลูก เดี๋ยวมันจะดีขึ้น”
“ค่ะแม่”เธอพยักหน้าให้มารดาและบิดาที่ยืนฟังสองแม่ลูกคุยกันอยู่ข้างๆ
“รอบนี้หนักมากเลยเหรอ?” ถึงรู้ว่าไม่อาจเล่าแต่มารดาของเธอก็อดที่จะถามไม่ได้ คุณพิทักษ์พงศ์เดินเข้ามากอดภรรยาแล้วตบที่บ่าของภรรยาเบาๆเป็การปลอบโยน
“เหมือน พ่อรู้ว่าลูกรู้สึกยังไง ความสามารถของลูกคือสิ่งที่์ลิขิตให้ พ่อกับแม่รู้ว่าบางครั้งมันทำให้ลูกทุกข์ใจ”คุณพิทักษ์พงศ์เดินเข้าไปบีบมือลูกสาวผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจเพื่อส่งพลังให้
“แม้ว่าพ่อกับแม่ไม่อาจแบ่งเบามันกับลูกได้ แต่พ่อกับแม่จะอยู่ข้างๆลูกเสมอนะ”
“ขอบคุณค่ะพ่อ”เหมือนฝันยิ้มให้ผู้เป็บิดาและมารดา พร้อมโผเข้ากอดท่านทั้งสองเอาไว้แน่นพร้อมกัน
“เหมือนไม่เป็ไร พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ”
“กอดกัน กอดกัน” สามคนตระกองกอดกันแน่น
“เก็บของเข้าบ้านกันเถอะ”คุณพิทักษ์พงศ์เอ่ยกับสองสาวต่างวัยในอ้อมกอด
เหมือนฝันยืนมองพ่อกับแม่ที่กำลังเก็บของ เธอรู้ว่าพ่อกับแม่เป็ห่วงเธอ แต่เหมือนว่าท่านทั้งสองจะเริ่มชินและปล่อยวางได้มากขึ้น เธอเองก็เช่นกัน แต่ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอจะต้องเล่าให้พ่อกับแม่ฟังตลอด และเธอก็จะไม่สบายทุกครั้ง เหมือนว่าความฝันนี้ไม่อาจจะบอกกับใครได้ พ่อกับแม่ของเธอเองก็มารู้ตอนหลังเช่นกัน หากความลับนี้เผลอพูดออกไปก็ต้องแลกมากับความทุกข์ทรมานทางกายของเธอเอง บางครั้งที่เธอเจ็บป่วยอยู่หลายวัน จนในที่สุดครอบครัวเธอเองก็เริ่มที่จะรับรู้ความจริงข้อนี้ ทำให้พ่อกับแม่เลือกที่จะไม่เอ่ยถามเธอออกไปเช่นกัน แต่จะคอยอยู่เคียงข้างเป็เพื่อนเธอเท่าที่จะทำได้ รอยยิ้มบางผุดขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองบิดามารดากำลังเก็บโต๊ะ
“เหมือนช่วยค่ะ”เสียงหวานเอ่ยมาทางด้านหลังพร้อมช่วยเก็บของ
ด้วยความพิเศษที่์ลิขิตให้เธอโดยไม่อาจปฏิเสธได้ มันทำให้เธอหวงแหนทุก่เวลาในชีวิต โดยเฉพาะกับครอบครัว พ่อกับแม่เธอเองก็เช่นกันนั่นทำให้ครอบครัวของเธออบอุ่นเต็มไปด้วยความสุข