ตอนที่ 56 เดเนเทล พริสตัน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
สิ่งที่เด็กน้อยแสดงออกมา แน่นอนว่าในสายตาของบรรณารักษ์หนุ่มมันคือความทะเล้น หรือจะให้เรียกอีกอย่างหนึ่งอย่างไม่สุภาพ คือเด็กตรงหน้านี้คือเด็กแก่แดด
ดังนั้นเขาจึงไม่ถือสาและหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้สิ แต่ระวังความหล่อของเธอเอาไว้หน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวสาวๆ แถวนี้จะไปไม่เป็นอันทำงาน รอตรงนี้แปปนึง เดี๋ยวฉันจะไปเอาหนังสือพวกนั้นมาให้”
“ได้ครับ”
บรรณารักษ์หนุ่มส่ายศีรษะไปมาก่อนจะหยิบกระดาษออกมาแล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป
เขาเป็นบัณฑิตหนุ่มที่พึ่งจบระดับทองและกำลังเรียนต่อปริญญาไดม่อน เวลานี้กำลังทำวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคะแนนทางวิชาการของงานวิจัยชิ้นนี้จะสามารถทำให้เขาได้รับเข็มกลัดนักวิชาการได้
เขาเริ่มทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดแห่งนี้ตั้งแต่ตอนที่เรียนปริญญาทอง ย่อมคุ้นเคยกับหนังสือที่มีในหลักสูตรโรงเรียนเวทมนตร์ในปัจจุบัน
ดังนั้นเขาจึงสามารถแนะนำหนังสือที่เมอร์ลินควรอ่านได้ และแน่นอนว่ามันได้อัพเดจเนื้อหาในปัจจุบัน
“นี่คือรายชื่อหนังสือที่เธอต้องการ”
เมอร์ลินรับมันมาแล้วยิ้ม “ขอบคุณครับ”
“ผมเมอร์ลิน พริสตัน ว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอครับ?”
มือน้อยๆ ถูกยื่นออกไปแสดงเจตจำนงทำความรู้จัก เขาต้องการผูกมิตรกับคนๆ นี้ ไม่แน่ว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้จะสามารถแนะนำหนังสือดีๆ เกี่ยวกับการสอบเทียบเล่มอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ให้เขาได้
ชายหนุ่มที่ได้ยินเขานิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินนามสกุลพริสตัน ไม่ใช่ว่าตระกูลนี้มีชื่อเสียงอยู่ในประเทศเรนิสหรอกหรอ?
ยังไงเขาก็เป็นนักศึกษาปริญญาไดม่อนคนหนึ่ง ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อนักวิชาการเวทชื่อดังระดับโลกมาบ้าง
พริสตันที่เขารู้จักก็คือ “เดเนเทล พริสตัน” อครมหาปราชญ์หญิง ผู้ที่สามารถแก้ไขข้อคาดการณ์ของโฮทาร์ได้ และเป็นนักวิชาการเวทหญิงที่ได้รับรางวัลเหรียญกาลิโด้อันทรงเกียรติ ซึ่งจะมอบให้กับนักรูนศาสตร์ที่มีความสามารถโดดเด่นในรอบสิบปีเท่านั้น
ใช่แล้ว เหรียญรางวัลนี้ถูกตั้งตามชื่อของ “จ้าวแห่งกาลเวลา กาลิโด้” ผู้ที่ซึ่งบุกเบิกรูนศาสตร์ยุคใหม่ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้นักรูนศาสตร์รุ่นหลังมีความกระตือรือร้นที่จะก้าวต่อไป
เหรียญกาลิโด้จึงเป็นหนึ่งในเหรียญรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในมหาทวีปแห่งนี้ มันถูกสร้างขึ้นในปีที่สองพันหลังจากที่ร้อยประเทศก่อตั้งขึ้น จนถึงตอนนี้เหรียญรางวัลกาลิโด้เป็นเหรียญรางวัลที่เก่าแก่มีอายุมากกว่าแปดพันปีมาแล้ว
แม้จะถูกมอบให้ในทุกๆ สิบปี แต่เหรียญกาลิโด้ก็ถูกมอบให้สามร้อยเจ็ดสิบสองเหรียญเท่านั้น หลังจากที่ผ่านมาแปดพันกว่าปี
ผู้ที่ได้รับรางวัลเหรียญกาลิโด้ย่อมต้องได้รับการยกย่องจากผู้คน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงเหล่านักวิชาการเวทเท่านั้น แม้แต่นักเวทและอัศวินก็ยังให้ความเคารพผู้ได้รับเหรียญรางวัลนี้
แน่นอนว่าผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับเหรียญรางวัลนี้นั้นสูงมาก ว่ากันว่าในบางครั้งในรอบสิบปีนั้นไม่มีงานวิจัยของนักรูนศาสตร์ที่โดดเด่น รางวัลนี้จึงไม่ถูกแจกออกไปเลยก็มี
จากเดิมที่ควรมีแปดร้อยกว่าเหรียญ แต่มันกลับถูกแจกออกไปสามร้อยเจ็ดสิบสองเหรียญเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันผู้ที่ยังครอบครองเหรียญนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่กลับเหลือเพียงไม่ถึงยี่สิบคนเท่านั้น
เหรียญรางวัลนี้จึงเป็นที่ใฝ่ฝันของนักวิชาการเวท แม้แต่มหาปราชญ์อย่างออสตินเองก็ยังกระหายที่จะได้รับเหรียญรางวัลนี้เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ในช่วงชีวิตหลายร้อยปีมานี้ งานวิจัยของเขายังไม่มีคุณสมบัตินั้น
แม้มหาปราชญ์ออสติน พริสตัน จะเป็นที่รู้จักสำหรับนักวิชาการเวทในประเทศออโรร่า แต่เมื่อนำไปเทียบกับโลกกว้างระดับมหาทวีป เขานั้นนับว่าไม่เป็นอะไรเลย งานวิจัยของเขาอาจจะเป็นที่รู้จักอยู่บ้างกับคนบางกลุ่มในมหาทวีปเท่านั้น
ร้อยประเทศในมหาทวีปแห่งนี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมาก นักวิชาการเวทคนหนึ่งก็เหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทรเม็ดหนึ่ง ดังนั้นเหรียญรางวัลจึงเป็นความฝันสูงสุดของพวกเขาที่จะทำให้พวกเขามีความโดดเด่นขึ้นมา
ความจริงเดเนเทล พริสตันเองก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เธอคืออครมหาปราชญ์หญิงที่มีชีวิตอยู่ในสี่พันกว่าปีก่อน แต่ข้อคาดการณ์ของโฮทาร์นั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ในตอนที่เธอแก้ข้อคาดการณ์นี้ได้ เธอได้สร้างเครื่องมือรูนศาสตร์ใหม่ขึ้นมาที่ชื่อว่า “สามเหลี่ยมของเดเนเทล” ซึ่งในปัจจุบันมันถูกนำมาปรับใช้ในการคำนวณรูนศาสตร์ กระทั่งหนังสือในหลักสูตรปริญญาทองก็ยังมีเครื่องมือรูนศาสตร์อย่างสามเหลี่ยมของเดเนเทลเขียนเอาไว้
มันจึงไม่แปลกว่าทำไมนักศึกษาปริญญาไดม่อนหนุ่มผู้นี้ถึงได้รู้จักตระกูลพริสตัน นั่นเพราะเป็นตระกูลนักวิชาเวทที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงในอดีต
น่าเสียดายที่นับตั้งแต่เดเนเทลได้รับรางวัลเหรียญกาลิโด้แล้ว หลังจากนั้นตระกูลพริสตันก็ไม่มีใครมีชื่อเสียงเทียบเท่าหรือเหนือกว่าเธออีกเลย
ชื่อของเดเนเทลจึงเป็นยักษ์ใหญ่ที่คนรุ่นหลังตระกูลพริสตันไม่อาจก้าวข้าม
นักศึกษาปริญญาไดม่อนหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่ได้ยินนามสกุลที่สูงส่งของเด็กน้อย เขาแปลกใจว่าทำไมคุณชายน้อยที่อยู่ในตระกูลนักวิชาการเวทชื่อดังถึงไม่อยู่ที่ประเทศเรนิส แต่กลับมาทำอะไรที่นี่
ต้องรู้ไว้ว่าแม้มหาทวีปแห่งนี้จะมีจำนวนประชากรนับพันๆ ล้านคน แต่สำหรับนักเวทหรืออัศวินที่แข็งแกร่ง ยิ่งพวกเขามีพลังในระดับสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีบุตรยากมากขึ้นเท่านั้น แม้นักวิชาการเวทจะเป็นตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบ่มเพาะพลัง แต่นักวิชาการเวทที่จะไม่ฝึกฝนพลังเวทควบไปด้วยนั้นมีน้อยมาก หรือต่อให้มีพวกเขาเหล่านั้นก็จะอายุสั้นเพราะหมดอายุขัย ไม่มีทางที่จะสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นนักวิชาการเวทระดับสูงได้
ดังนั้นแล้วเมื่อพวกเขามีพลังบ่มเพาะที่มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะมีสายเลือดสืบทอดยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น
ต่อให้เทคโนโลยีเวทมนตร์จะมีความก้าวหน้า แต่การสร้างสายเลือดของตัวตนระดับสูงก็ยังเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แม้ว่าการวิจัยเช่นนี้จะทำร้ายผู้คนไปมากก็ตาม นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันพวกเขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามกฎเกณฑ์นี้ได้อยู่ดี
เพราะเหตุนี้ตระกูลชื่อดังที่มีตัวตนระดับสูงจึงมีจำนวนสมาชิกน้อยมาก ยิ่งเป็นตระกูลนักวิชาการเวทด้วยแล้ว สิ่งที่พวกเขาสนใจย่อมเป็นงานวิจัยมากกว่าการสืบพันธุ์ มีแต่ตัวตนระดับล่างเท่านั้นที่จะสนใจเรื่องพวกนี้ อีกทั้งแม้จะเป็นตระกูลดังแต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นนักวิชาการเวทได้ แม้แต่ตระกูลพริสตันก็เช่นกัน