“ข้าต้องหนีถ้าข้าไม่หนีตอนนี้ มีหวังเจ้ามนุษย์น่ารังเกียจนี้ต้องสังหารข้าแน่ แม้ว่าข้าจะมีพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับและพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดมันก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของข้าไว้ได้!”
ทันทีที่จ้าวอสูรกระทิงเขียวตระหนักได้ถึงเรื่องนี้มันก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้มันได้ทำให้พรสวรรค์ทางสายเลือดของมันกลายเป็นระดับตะวันได้แล้วในอนาคตมันสามารถไปถึงระดับเทพได้ แล้วมันจะยอมตายที่นี่ง่ายๆ ได้อย่างไร?
มันจึงต้องการที่จะหนี!
เมื่อหนีออกไปแล้ว มันก็จะพยายามทะลวงผ่านการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่สิบสองและหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดสำเร็จสิบสองครั้งมันจะยกระดับการบ่มเพาะของตัวเองให้กลายเป็นระดับเทพทันที เมื่อถึงตอนนั้น มันก็ยังไม่สายที่จะกลับมาฆ่าเย่เทียนเพื่อแก้แค้น
ตูม!
จ้าวอสูรกระทิงเขียวเผาผลาญพลังทางสายเลือดและพยายามกระตุ้นพรสวรรค์ด้านความเร็วของมันเพื่อหลบหนีออกไป
น่าเสียดายที่ภายใต้อำนาจของพรสวรรค์ด้านมิติพื้นที่แห่งนี้ถูกกักขัง ความเร็วของจ้าวอสูรกระทิงเขียวถูกกดไว้ด้วยพลังมิติอันน่าสะพรึงกลัวแม้ว่ามันจะเผาผลาญพลังทางสายเลือดของมัน แต่มันก็ไม่สามารถวิ่งออกจากพื้นที่ที่ถูกกักขังโดยพรสวรรค์ด้านมิติได้
“เคลื่อนย้ายพริบตา!”
เย่เทียนเคลื่อนไหวไปปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของจ้าวอสูรกระทิงเขียวและใช้ทักษะดาบตัดดาราฟันไปยังแผ่นหลังของจ้าวอสูรกระทิงเขียว
ตูม ตูม!
บาดแผลขนาดใหญ่ที่มีความยาวหลายร้อยเมตรปรากฏขึ้นบาดแผลในครั้งนี้ลึกเสียจนมองเห็นอวัยวะภายในของเจ้าอสูรกระทิงเขียวได้อย่างชัดเจน
พรสวรรค์ในการรักษาถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติแต่ก็ไม่สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของจ้าวอสูรกระทิงเขียวได้ เนื่องจากพรสวรรค์หนามวิญญาณและหอกวิญญาณได้เจาะทะลุวิญญาณของมันอย่างต่อเนื่องทำให้มันสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังย่างกรายเข้ามา
ในที่สุด
วิญญาณของจ้าวอสูรกระทิงเขียวก็พังทลายลงสติของมันค่อยๆ จมดิ่งสู่ความมืดมิด แม้แต่พรสวรรค์ในการรักษาของมันก็ไม่อาจช่วยมันได้ทั้งวิญญาณและร่างกายของมันล้วนถูกทำลายเกือบไปจะพร้อมๆ กัน
ตูม!
ร่างอันใหญ่โตของจ้าวอสูรกระทิงเขียวร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทำให้แผ่นดินทั่วบริเวณเกิดสั่นไหว
พรึ่บ!
เย่เทียนไปปรากฏตัวขึ้นอยู่ข้างๆศพของจ้าวอสูรกระทิงเขียว เขามองไปที่มันและพึมพำว่า “สมแล้วที่เป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดไม่ง่ายเลยที่จะฆ่ามัน มันมีพลังเทียบเท่ากับจักรพรรดิ 6 ดารา แม้ว่าเราจะสามารถฆ่ามันได้ แต่เราก็ต้องใช้พลังทั้งหมดของเราอีกทั้งนี่ยังเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ ถ้าอีกฝ่ายคิดจะหนีตั้งแต่แรกจริงๆ แล้วละก็ไม่มีทางที่เราจะสามารถฆ่ามันได้เลย!”
ระดับการบ่มเพาะเป็นข้อด้อยของเย่เทียนการทำลายขีดจำกัดของร่างกายแปดครั้งกับการทำลายขีดจำกัดของร่างกายสิบครั้งห่างกันเพียงสองขั้นแต่แตกต่างกันตรงที่เย่เทียนยังไม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงของร่างกายครั้งใหญ่
ถ้าเขาสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายถึงสิบครั้งได้และบรรลุการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การจะฆ่าจักรพรรดิ 6 ดาราย่อมเป็นเรื่องง่ายเหมือนการฆ่าไก่และสุนัข
“แม้เราจะฆ่าจ้าวอสูรกระทิงเขียวไปแต่เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ไปถึงหูของจ้าวแห่งสัตว์อสูรตนอื่นๆ ได้ มิฉะนั้นหากพวกมันกังวลถึงภัยคุกคามบางทีพวกมันอาจจะตัดสินใจรีบทะลวงเข้าสู่ระดับเทพ เมื่อถึงตอนนั้นมันจะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับเรา”
เย่เทียนพึมพำ
ทักษะการรับรู้มิติของเขาแผ่ขยายออกไปหลายพันไมล์
วินาทีนั้น
ร่างของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิบางตัวก็ปรากฏขึ้นในการรับรู้ของเย่เทียน
แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างเขากับจ้าวอสูรกระทิงเขียวจะส่งผลให้สัตว์อสูรจำนวนมากถูกสังหารแต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ยังคงมีชีวิตอยู่
สัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ห่างออกไปแต่บางทีพวกมันอาจสังเกตเห็นการคงอยู่ของเขาแล้ว
“เหล่าสัตว์อสูรพวกนี้ต่างอยู่คนละทิศทางหากเราไล่ล่าพวกมัน พวกมันบางตัวอาจจะหนีรอดไปได้ แต่ตอนนี้เรามีทักษะดาบระดับตำนานสามารถโจมตีผ่านมิติได้ มันช่วยแก้ปัญหาให้เราได้อย่างแท้จริง!” เย่เทียนยิ้มบางๆ
ดาบระดับดาราในมือของเขาฟันออกไปเบาๆตัดผ่านมิติความว่างเปล่าในพริบตา
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อยู่ห่างออกไปสามแสนลี้กำลังพากันวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
มันเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิวัวเกราะโลหิตเดิมทีมันแค่เดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณนี้ แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะได้เห็นจ้าวอสูรกระทิงเขียวที่กำลังต่อสู้กับมนุษย์และท้ายที่สุดมันก็เห็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรกระทิงเขียวถูกสังหาร
นี่เป็นเรื่องใหญ่ มันจึงต้องการที่จะกระจายข้อมูลนี้ออกไป
แต่ทันใดนั้น!
ลำแสงแห่งดาบก็ตัดผ่านช่องว่างทะลุผ่านร่างกายของมัน
ปัง!
วัวเกราะโลหิตล้มลงกับพื้นและพลังชีวิตของมันก็ค่อยๆจางหายไป
มันถูกเย่เทียนสังหารจากระยะไกลถึงสามแสนลี้!!!!
“ฟัน!”
“ฟัน!”
“ฟัน!”
เย่เทียนกวัดแกว่งดาบระดับดาราในมืออย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่เขาฟันออกไปก็จะมีสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่กำลังหลบหนีตกตายในทันที
พริบตาเดียว
ในระยะหนึ่งล้านลี้ ไม่มีสัตว์อสูรร้ายตัวใดรอดชีวิตพวกมันล้วนถูกเย่เทียนสังหารจนหมดสิ้น
อาจกล่าวได้ว่าสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจว่าตัวมันนั้นถูกสังหารได้อย่างไร
“ต่อไปก็หาจ้าวแห่งสัตว์อสูรตัวที่สอง!”
เย่เทียนไม่รู้ว่าจะไปหาจ้าวแห่งสัตว์อสูรตัวต่อไปที่ไหนดีตอนนี้เหล่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน พวกมันคงกำลังซ่อนตัวเพื่อเตรียมพร้อมทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
ในเวลานี้ เขาคงทำได้เพียงค้นหาเบาะแสเล็กน้อยเท่านั้นเช่น เช่นการตรวจสอบร่องรอยของจ้าวแห่งสัตว์อสูร
สามวันผ่านไป
เขาใช้เวลาอีกสามวันกว่าจะพบร่องรอยของสัตว์อสูรอีกตัว
ปล่องภูเขาไฟ
เย่เทียนพบจ้าวอสูรยักษ์เพลิงซึ่งเป็นหนึ่งในจ้าวแห่งสัตว์อสูร
ยักษ์เพลิงเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟเพียงตัวเดียวในบรรดาจ้าวแห่งสัตว์อสูรมันมีพรสวรรค์ธาตุไฟระดับลึกลับถึงสองชนิด
[ประเภท : ยักษ์เพลิง
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับตะวัน
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับลึกลับปลอม (60%)
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์มังกรเพลิง : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์หอกอัคคี : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ฝ่ามือ : ระดับปานกลาง]
พูดตามตรง พรสวรรค์พื้นฐานทั้งสามของอสูรยักษ์เพลิงไม่ได้แข็งแกร่งมากนักบางทีนี่อาจจะมีเหตุผลมาจากสายพันธุ์ของมัน มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะยกระดับพรสวรรค์พื้นฐานเหล่านี้
แต่มันกลับมีพรสวรรค์ฝ่ามือระดับกลางที่สามารถซ้อนทับกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังได้ดังนั้นพลังโจมตีของมันจึงแข็งแกร่งมาก ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าจ้าวอสูรกระทิงเขียวเสียอีก
ก่อนหน้านี้มันสามารถเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดได้ถึงสิบเอ็ดครั้งและตอนนี้มันก็กำลังจะสามารถเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่สิบสองได้สำเร็จ
เมื่อเย่เทียนมาถึงที่นี่เขาก็เห็นว่าจ้าวอสูรยักษ์เพลิงกำลังจะเสร็จสิ้นกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่สิบสองดังนั้นเขาจึงลงมือขัดขวางในทันที
หลังจากปะทะกันได้ไม่นาน เย่เทียนก็สามารถฆ่าจ้าวอสูรยักษ์เพลิงได้สำเร็จ
เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมันเชื่องช้าบวกกับมันไม่มีพรสวรรค์ในการรักษาดังนั้นเย่เทียนจึงสามารถสังหารมันได้ง่ายกว่าจ้าวอสูรกระทิงเขียว
เมื่อจ้าวอสูรกระทิงเขียวจ้าวอสูรยักษ์เพลิงถูกเขาสังหาร บวกกับจักรพรรดิมังกรดำและจ้าวอสูรพยัคฆ์ดำที่ถูกสังหารก่อนหน้านี้เท่ากับว่าในตอนนี้เหลือจ้าวแห่งสัตว์อสูรแค่เพียง 8 ตนเท่านั้น
ในบรรดาจ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้ง8 ตัว จ้าวอสูรเต่าทมิฬเป็นจ้าวอสูรเพียงตัวเดียวที่ไม่สามารถแย่งชิงผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้
พูดอีกอย่างก็คือหากเย่เทียนกำจัดจ้าวอสูรอีก7 ตนที่เหลือได้เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าโลกของสัตว์อสูรนี้จะมีสัตว์อสูรระดับเทพปรากฏขึ้นมาได้อีก
แต่การทำเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!
อย่างไรก็ตามยังมีเรื่องที่เย่เทียนไม่รู้นั่นก็คือมีการต่อสู้เกิดขึ้นภายในทะเลของสัตว์อสูร
ทะเลสัตว์อสูร
เต่ายักษ์ตัวหนึ่งลอยอยู่ท่ามกลางทะเลไร้สิ้นสุดโดยปกติแล้วกระดองของมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แม้แต่จ้าวแห่งสัตว์อสูรด้วยกันก็ไม่อาจทำลายได้แต่ตอนนี้กระดองของมันถูกทำลายจนแตกกระจาย สามารถมองเห็นบาดแผลจำนวนมากและอวัยวะภายในของมันได้อย่างชัดเจน
สายตาของมันมองไปยังแมวตัวหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศแววตาของมันเต็มไปด้วยความคับข้องใจและความเกลียดชัง
“จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตข้าเข้าใจดีว่าเจ้าฆ่ามังกรดำและพยัคฆ์ดำไปเพราะสิ่งที่มันทำลงไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นการที่พวกมันถูกสังหารก็สมควรแล้วแต่ข้าไม่เคยมีปัญหากับเจ้า และข้าเองก็ไม่ได้ครอบครองผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตนี้ของข้าไม่มีทางที่จะสามารถก้าวสู่ระดับเทพได้อีกแล้วไม่ว่าตอนนี้หรือในอนาคต ข้าก็ไม่ใช่คู่มือของเจ้า แต่ทำไมเจ้าถึงต้องฆ่าข้าด้วย??”เต่าทมิฬคำรามออกมาอีกครั้ง
จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตจ้องมองเจ้าเต่าทมิฬด้วยสายตาหยอกล้อและกล่าวว่า“เต่าทมิฬ ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าเจ้า ข้าแค่อยากรู้ว่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้ง 9 ที่ได้รับผลมังกรศักดิ์สิทธิ์เมื่อหนึ่งปีที่แล้วหลังจากพวกมันก้าวสู่ระดับเทพ พวกมันหายไปไหน? พวกมันไปโลกอื่นหรือไม่?ถ้าข้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ ข้าคงไม่กล้าทะลวงเข้าสู่ระดับเทพ! และเจ้าเองก็มีชีวิตอยู่มานานนับหมื่นปีเจ้าคงรู้เรื่องราวของยุคสมัยนั้นดี และเจ้าก็ยังเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเพียงตัวเดียวในยุคนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้หากเจ้าบอกข้า ข้าก็จะไม่ฆ่าเจ้า!”