ระหว่างต่างเดิน หลินเฟิงเห็นผู้คนมากมายสัญจนผ่านไปมา บ้างก็ชายวัยกลางคน บ้างก็ชายวันชรา บ้างก็หญิงสาว บางครั้งหลินเฟิงก็จะเจอคนท่วางของขายอยู่ข้างทาง แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี แต่ก็ทำเพียงแค่มองเท่านั้น มองดูแล้วราวกับละครย้อนยุคอย่างไรอย่างนั้น
หลินเฟิงอาจจะไม่สามารถวัดระดับฝีมือของคนที่เขาพบเห็นได้ แต่เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบางคนอข็งแกร่งกว่าผู้อาวุที่ตระกูลเขา บางคนกระทั้งทัดเทียมกับผู้อาวุโสสูงสุดที่มันเดินทางมาด้วย เพียงแต่ว่าหายากนักที่มีพลังฝีมือทัดเทียบกับหลินมัวไห่เช่นนี้ แน่นอนว่ามีชายชราคนหนึ่งที่หลินเฟิงรู้สึกว่าแข็งแกร่งกว่าหลินมัวไห่เสียอีก
ก่อนออกเดินทางหลินเฟิงได้รู้ว่า หลังจากพลังฝีมือระดับพื้นฐานแล้ว ยังมีพลังระดับรวบรวม จากนั้นจึงเป็นพลังรดับก่อเกิด ตั้งแต่ระดับพื้นฐานขั้น 9 ขึ้นไปจะเป็นตัวแบ่งว่าผู้ใดคือผู้คนธรรมดาและผู้ใดคือผู้ฝึกยุทธ์ เพราะจากระดับพื้นฐานขั้น 9 บรรลุไประดับรวบรวมขั้น1 นั้นต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์อยู่ในระดับหนึ่งจึงจะสามารถบรรลุระดับรวบรวมขั้น 1 ได้
บิดาของเขาช่วงอยู่จุดสูงสุดนั้น มีพลังอยู่ที่รวบรวมขั้น 2 เท่านั้น แต่หากเปรียบเทียบกับอายุแล้วละก็ถือว่ามีพรสวรรค์ที่สูงมาก หากไม่เกิดเหตุอันใดขึ้น บิดาของมันคงจะอยู่ในระดับเดียวกับผู้อาวุโสสูงสุดได้ไม่ยาก รวมทั้งเหนือกว่าด้วยซ้ำ
ส่วนผู้อาวุโสสูงสุดตอนนี้อยู่ระดับรวบรวมขั้น 7 ปู่กับตาของเขาก็เช่นเดียวกัน อยู่ระดับรวบรวมขั้น 7 พวกเขาติดขั้นนี้มานานและด้วยความชราทำให้พวกเขาไม่สามารถพัฒนาต่อได้อีกแล้ว แต่นี้ก็ถือว่าสูงมากแล้วภายในเมืองแห่งนี้
พวกเขาเดินมาได้ราวๆ 10 นาที ในที่สุดก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นอาคาร 3 ชั้น มีผู้คนสัญจรเข้าออกตลอดเวลา แล้วห้องโถงบริเวณชั้น 1 ยังมีผู้มากมายแออัดอยู่ข้างใน พร้อมกันนั้นมีพนักงานชายสาวมากมายคอยดูแลจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้ามาซื้อขายอยู่
ป้ายข้างหน้ามีตัวหนังสือใหญ่เขียนเอาไว้ว่า “สมาคมนักหลอมโอสถ” และมันเป็นสถานที่รวบรวมนักหลอมโอสถเอาไว้มากมาย รวมไปถึง เม็ดยา และสมุนไพรมากมายที่สามารถหาซื้อได้ที่นี้อย่างง่ายดาย ยังสามารถนำสมุนไพรที่มีมาขายได้ด้วยเช่นกัน
“เราเข้าไปกันเถอะ” หลินมัวไห่กล่าวขณะที่หลินเฟิงกับหลินหลานเดินตามหลัง
“ขอรับ”หลินเฟิงกับหลินหลานกล่าวตอบ ขณะพยักหน้า
ตั้งแต่เข้ามาในเมืองและได้รับคำเตือนจากหลินมัวไห่ พวกเขาทั้งสองคนนั้นก็ไม่ได้พูดคุยกันเลย ทำเพียงเดินตามและมองดูรอบๆตัวระหว่างที่พวกเขาเดินเท่านั้น ไม่ใช่พวกเขาไม่มีเรื่องให้คุยกัน แต่พวกเขาไม่ต้องการสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็นให้หลินมัวไห่เท่านั้น
“สมาคมนักหลอมโอสถ ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้ไหมค่ะ” เสียงของพนักงานต้อนรับหญิงที่อยู่หน้าประตูดังขึ้นมา
หลังจากเดินมาถึงหน้าประตูพนักงานต้อนรับกล่าวกับพวกเขาทันทีและถามพวกเขาทันที
“ข้ามาซื้อยาและสมุนไพร” หลินมัวไห่กล่าวด้วยเสียงเรียบ ส่วนหลินเฟิงกับหลินหลานรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เข้าไปดูข้างในอาคาร สมาคมนักหลอมโอสถเช่นนี้ คงมีสมุนไพรและยาหลายอย่างที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อนแน่นอน พวกเขาจะได้เปิดหูเปิดตาจริงๆเสียที
“เชิญทางนี้ค่ะ” พนักงานต้อนรับกล่าวอย่างสุภาพพร้อมเดินนำทั้งสามคน
และเมื่อพวกเขาเข้ามาข้างใน หลินเฟิงก็เห็นตู้ที่ตั้งไว้ตามบริเวณทางเดินมากมาย ข้างในตู้มีเม็ดยาและสมุนไพรหายากมากมาย แน่นอนว่าแต่ละตู้ย่อมมีคนเฝ้าและคอยชี้แจงอยู่ เพื่อป้องกันและอธิบายให้กับคนที่สงสัย
แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องป้องกันใดๆเพราะสมาคมนักหลอมโอสถนี้ไม่มีใครกล้าขโมยหรือก่อความวุ่นวายใดๆแน่นอน สมาคมนักหลอมโอสถไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของนิกายเมฆา และแม้แต่นิกายเมฆายังต้องเกรงใจเช่นกัน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะก่อความวุ่นวายที่นี้แล้วจากไปแบบมีชีวิตได้ เคยมีคนลองแล้วแต่ยังไม่ทันได้ออกจากสมาคมเลย หัวมันก็หลุดออกจากบ่อเสียแล้ว นี้แสดงให้เห็นว่าสมาคมนักหลอมโอสถน่ากลัวเพียงใด
เมื่อมาถึงหน้าเคาท์เตอร์ที่มีพนังงานชายจัดการดแลอยู่ พนักงานสาวก็กล่าวบางอย่างกับพนังงานชายที่อยู่ในเคาท์เตอร์นั้นแล้วลาหลินมัวไห่ด้วยความสุภาพก่อนจะจากไป
“ไม่ทราบว่าท่านต้องการอะไร ทางเราจะได้จัดเตรียมไว้ให้” หนักงานชายกล่าวถามกับหลินมัวไห่อย่างสุภาพ
“เอาตามนี้” หลินมัวไห่ยื่นใบกระดาษแผ่นหนึ่งให้พนังงานชาย แน่นอนว่านี้คือกระดาษรายชื่อสมุนไพรและยาที่หลินมัวไห่ต้องการ
“โปรดรอสักครู ทางเราจะรีบจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้ขอรับ”หลังจากหนักงานชายรับกระดาามาดูแล้วก็กล่าวกับหลินมัวไห่อย่างสุภาพก่อนจะรีบไปจัดเตรียมทันที
“พวกเจ้าไปเดินดูเถิด แต่อย่าได้สร้างปัญหาเชียว” หลินมัวไห่ที่สังเกตเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหลินเฟิงกับหลินหลานก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เขาจึงให้พวกเด็กๆได้ไปดูในสิ่งที่พวกเขาสนใจ
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” หลินเฟิงกับหลินหลานแววตาเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยิน จากรับทราบแล้วพวกเขาทั้งสองคนรีบไปดูในตู้ที่สนใจทันที
ระหว่างที่รอหลินมัวไห่ หลินเฟิงกับหลินหลานได้เดินดูรอบๆบริเวณชั้น 1 ของสมาคมนักหลองโอสถเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่ามีรายการที่หลินเฟิงอยากจะซื้ออยู่ แต่มันมีราคาที่สูงเกินกว่าเขาจะซื้อได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ถอดใจเท่านั้น
เมื่อเดินกลับมาหาหลินมัวไห่ พวกเขาก็เห็นวาหลินมัวไห่ซื้อของเสร็จแล้วพอดี พวกเขาจึงเตรียมตัวที่จะออกจากสมาคมนักหลอมโอสถทันที แต่หลินมัวไห่ก็กล่าวถามพวกเขาเสียก่อน
“เป็นไงบ้าง เจอสิ่งที่สนใจหรือไม่” หลินมัวไห่กล่าวถามทั้งสองคน
“ข้าไม่เจอเลย ไม่มีสิ่งใดที่ข้าสนใจเลยเจ้าค่ะ ท่านปู่” หลินหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เมยเฉย จากนั้นนางมองไปทางหลินเฟิง
“แต่ดูเหมือนอีกคนจะมีของที่สนใจ แต่ไม่สามารถซื้อได้” หลินหลานกล่าวหยอกหลินเฟิงเมื่อเห็นหลินเฟงมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าใด
“เจ้า!!” หลินเฟิงที่โดนเช่นนั้นก็ไม่พอใจทันที
“เอาละ เจ้าอยากได้อะไรละ ข้าจะซื้อให้สักอย่างถือเป็นของขวัญก็แล้วกัน” หลินมัวไห่ที่เห็นเด็กสองคนทะเลาะกันนั้น อดที่จะยิ้มไม่ได้
“ท่านปู่!!” หลินหลานไม่คิดเลยว่าท่านปู่นางจะออกปากซื้อของให้หลินเฟิงเช่นนี้ ทั้งๆที่นางเพิ่งจะเยาะเย้ยหลินเฟิงไปเมื่อครู่
“ขอบคุณน้ำใจท่านผู้อาวุโส แต่ข้าไม่สามารถรับได้จริงๆ” แม้ว่าหลินเฟิงจะยากได้ แต่เขาก็ไม่คิดให้คนอื่นมาซื้อให้ เพราะเด๊่ยวไปบอกท่านปู่หรือท่านตา เขาก็จะได้มาอยู่ดี ที่เขาเสียดายเพราะเขาต้องรอเวลากว่าจะได้ต่างหาก
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเกรงใจข้าเช่นนี้ เอาละ ไปเลือกของที่เจ้าต้องการหา เจ้าไม่ควรปฏิเสธการรับของจากผู้อาวุโส เข้าใจหรือไม่?” หลินมัวไห่กล่าว