『ผนึกมารขาว』(จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 ผนึก

            ไป๋เสียสะบัดมือเบาๆกระบี่อสูรที่ทำลายนักรบกระดูกจนสิ้นซากก็เหินลงมาต่อหน้าจู้หลง

            "ว่ามา คำพูดสุดท้ายของเจ้า" แสงอักขระโลหิตจางหาย ไป๋เสียยืนอย่างองอาจ

            จู้หลงรู้ดีว่าไม่อาจหนีกระบี่ที่สังหารศัตรูนับพันได้เขาได้แต่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เจ้าเป็นใครกันแน่!"

            "ข้า..." ไป๋เสียเพิ่งจะอ้าปาก จู้หลงก็ชักมีดอาบยาพิษออกมาจากเอว ก่อนจะแทงเขาอย่างรวดเร็ว

            ส่งเสียงดัง"ฉึก" คมมีดแทงทะลุหัวใจอย่างแม่นยำ

            จู้หลงแสยะยิ้มอย่างสาสมใจทว่ากลับพบว่าไป๋เสียหลบคมมีดไปได้ เขาเบิกตากว้างมองหน้าอกตัวเองด้วยความสั่นกลัวครั้นปีศาจที่เคยปกป้องนายของตนตอนนี้ ได้แทงเข้าที่หลังทะลุหัวใจจู้หลง

            แววตาของเขาพลันมืดมิดเลือดสีสดพุ่งกระฉูดออกจากปาก ก่อนจะร่วงลงสิ้นใจ

            เสื้อผ้าสีเทาบริเวณหน้าอกเปรอะเปื้อนเลือดสีแดงฉานจู้หลงนอนหายใจรวยรินบนพื้น ไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้ ดวงตามองท้องฟ้าที่แสงอาทิตย์ค่อยๆเลือนหายไป

            ไป๋เสียก้มหน้ามองจู้หลงที่นอนอยู่อีกฝ่ายแสยะยิ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "ไม่เป็นไร... ต่อให้ข้าเป็นผี ข้าก็จะจองเวรไม่เลิกรา...เจ้าขัดขวางข้าไม่ได้หรอก..."

            "ขัดขวางเจ้าไม่ได้งั้นหรือ” ไป๋เสียหัวเราะลั่น ก่อนจะเอ่ยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์"ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเจ้าก็คือไป๋อู๋ฉาง จอมมารผู้ยิ่งใหญ่!"

            “ไป๋เสียไป๋อู๋ฉาง...” จู้หลงได้ยินก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเลือดกบปากด้วย การพูดจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก“เป็นไปไม่ได้! เขาถูกผนึกไปแล้ว!”

            ไป๋เสียมองอย่างเย็นชาคีบยันต์สีขาวออกมาแผ่นหนึ่ง จู้หลงที่บาดเจ็บสาหัสพยายามคลานหนีไป๋เสีย ดวงตาเลื่อนลอยศีรษะท่วมไปด้วยเหงื่อเย็น ปากก็พร่ำบ่นซ้ำไปซ้ำมาว่า “เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...”

            “เจ้าจะคิดอย่างไรก็ช่างแต่ข้าไม่มีทางยอมให้คนบ้าอย่างเจ้าวิ่งพล่านในโลกมนุษย์เด็ดขาด” ไป๋เสียพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะรวบรวมพลังปราณเข้าไปในยันต์สีขาว

            จู้หลงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพยายามคลานหนีไปได้ไม่กี่ฉื่อก็สิ้นใจตายยันต์สีขาวได้ดึงวิญญาณอันดุร้ายของจู้หลงเข้าไปผนึกไว้ภายในยันต์ ไป๋เสียท่องคาถาสุดท้ายก็ตวาดขึ้น “...ผนึก!”

            ภายในยันต์เปล่งแสงสีขาววาบใบหน้าของจู้หลงก็ถูกประทับไว้บนยันต์สีขาว ท่าทางราวกับว่าต้องการพุ่งออกมาจากยันต์

            “กล้าดียังไงมาบอกว่าข้ารับมือเจ้าไม่ได้”ไป๋เสียแสยะยิ้มพูดกับจู้หลงที่อยู่ในยันต์ “ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!”

            หลังจากเก็บยันต์สีขาวเข้าไปในอกเสื้อแล้วกระบี่อสูรก็ร่อนลงมาอยู่หน้าไป๋เสีย พู่กระบี่สีทองที่ผูกไว้กับด้ามกระบี่ แกว่งไปมาไม่หยุดราวกับหางสุนัขพร้อมกับใช้ปลายกระบี่สะกิดมือไป๋เสียราวกับต้องการให้ลูบไล้

            ไป๋เสียหัวเราะออกมาอย่างขบขันได้แต่ลูบไล้กระบี่อสูร พลางเอ่ยด้วยความสงสาร “ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะรอข้าอยู่จริงๆ”

            เมื่อราตรีมาเยือนความมืดปกคลุมผืนแผ่นดิน ควันไฟลอยโขมงจากโรงครัวของค่ายพักสกุลเกา

            ด้านนอกค่ายพักเกาหร่วนลอบสะกดรอยตามกู่เสี่ยวอวี่ ตัวเขาที่หมายปองนางมานานแล้วจึงตัดสินใจอาศัยความมืดลักพาตัวนางเข้าป่าเพื่อสนองตัณหาของตน

            ด้วยเหตุนี้เขาจึงเตรียมผ้าเช็ดหน้าชุบยาสลบมาเป็นพิเศษ ตั้งใจลงมือตอนที่นางอยู่เพียงลำพัง

            “เสี่ยวอวี่...เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก...”เกาหร่วนมองลำคอขาวผ่องของกู่เสี่ยวอวี่ ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้

            “หืม? มีพิรุธ” ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นข้างหลัง เขาหันกลับไปมองอย่างตื่นตระหนกก็พบว่าเป็นชายหนุ่มแปลกหน้า ด้านหลังสะพายกระบี่ยาวเล่มหนึ่งเอาไว้

            “เจ้าต่างหากที่น่าสงสัย!”เกาหร่วนใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูกอย่างรังเกียจ เพราะกลิ่นกายของอีกฝ่ายรุนแรงนัก

            ลู่เต้ากำลังจะอ้าปากแย้งเกาหร่วนก็ล้มลงหมดสติไป ไม่ว่าลู่เต้าจะเขย่าอย่างไรก็ไม่ตื่น

            “ชาติที่แล้วเจ้าเคยเจอคนผู้นี้หรือไม่”หลังจากการต่อสู้เสร็จแล้ว ไป๋เสียก็เข้าไปด้านในร่างลู่เต้าเพื่อพักผ่อน

            “ไม่เคย” ลู่เต้าจ้องมองใบหน้าของเกาหร่วนอย่างละเอียดครั้นแน่ใจแล้วจึงตอบ

            เดิมทีลู่เต้าต้องการพาเกาหร่วนไปหาที่พักทว่ากู่เสี่ยวอวี่กลับเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาจึงรีบตามไปด้วยความดีใจ ก็พบว่ากู่เสี่ยวอวี่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่

            ตอนที่เขาคิดจะเข้าไปหากู่เสี่ยวอวี่ไป๋เสียก็เตือนขึ้นว่า “อย่าเลยเจ้าหนู ตอนนี้นางจำเจ้าไม่ได้หรอก! ไปก็เท่านั้น!”

            ทว่าลู่เต้ากลับไม่ฟังแอบลอบเข้าไปในค่ายพัก ตอนนั้นกู่เสี่ยวอวี่กำลังวุ่นวายกับการขนย้ายวัตถุดิบไปโรงครัวลู่เต้าจึงแอบเดินตามหลังนางไปเงียบๆ

            ตอนแรกกู่เสี่ยวอวี่ไม่ได้สนใจแต่แล้วก็ได้กลิ่นเหม็น จึงหันกลับมาแผดเสียงใส่ลู่เต้าที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด “ออกมาเถอะ!เจ้าต้องการอะไรกันแน่”

            ลู่เต้าได้แต่โผล่ออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจเนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ด้วยอารามร้อนรน เขาจึงหยิบก้อนหินข้างทางขึ้นมาถามกู่เสี่ยวอวี่“คุณหนู นี่ของเจ้าหรือไม่”

            กู่เสี่ยวอวี่“???”

            กู่เสี่ยวอวี่ไม่รู้จักลู่เต้าเมื่อเห็นว่าเขาสวมใส่เสื้อผ้าแปลกตา จึงระแวงขึ้นมา “เจ้าเป็นใคร เข้ามาในค่ายพักสกุลเกาได้อย่างไร”

            ลู่เต้าชะงักไปก่อนฝืนยิ้มออกมา “ข้า...ข้า...เอ่อ...ข้า...”

            “หากเจ้าไม่ไป ข้าจะเรียกคนมาแล้วนะ!”กู่เสี่ยวอวี่ถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว

            “เดี๋ยวก่อน ข้าเอง! ข้าลู่เต้า!”ลู่เต้าได้แต่พูดอย่างจนใจ เดินเข้าไปหากู่เสี่ยวอวี่อย่างกระตือรือร้น

            กู่เสี่ยวอวี่สูดหายใจลึกตะโกนเสียงดัง “มีคนมา! มีคนบุกรุก!!!”

            ทันใดนั้นศิษย์สกุลเกาหลายคนก็ถือคบเพลิงกรูกันเข้ามาตามเสียงเรียกของกู่เสี่ยวอวี่ ลู่เต้าไม่อาจและไม่ต้องการก่อเรื่องตอนนี้สุดท้ายจึงได้แต่กัดฟันหันหลังกระโดดหนีเข้าไปในป่า

            เกาฮ่าวนำศิษย์หลายคนเข้ามาเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงถามกู่เสี่ยวอวี่ “คนผู้นั้นอยู่ไหน”

            “พอข้าตะโกน เขาก็ตกใจหนีไปแล้ว”กู่เสี่ยวอวี่ยิ้ม

            “หึ คืนนี้ให้คนไปลาดตระเวนเพิ่มด้วยมีรายงานว่าแถบนี้มีผู้ควบคุมวิญญาณปรากฏตัว” เกาฮ่าวสั่งบริวารเสร็จก็หันหลังกลับไป

            กู่เสี่ยวอวี่มองตามหลังเกาฮ่าวพลางคิดในใจด้วยรอยยิ้ม“ในใจเสี่ยวฮ่าวก็ยังมีข้า พอข้าตะโกน เขาก็รีบมาเป็นคนแรก” นางเดินไปที่โรงครัวพร้อมกับวัตถุดิบในมืออย่างสบายใจ

            บนยอดเขายลดาบลมยามราตรีพัดกระทบใบหน้าลู่เต้า

            เขาหันหลังให้ไป๋เสียและกระบี่อสูรนั่งกอดเข่าบนเนินเขาพลางมองค่ายพักสกุลเกาอยู่เงียบๆ

            หนึ่งวิญญาณกับหนึ่งกระบี่ต่างมองหน้าสบตากันสุดท้ายไป๋เสียก็นั่งลงข้างๆ ลู่เต้า ก้มหน้าเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “อย่าร้องไห้เลยเจ้าหนู”

            “หนวกหูน่า...แค่ลมแรงไปหน่อยเท่านั้นเอง...”

            กู่เสี่ยวอวี่เพิ่งกลับมาที่โรงครัวพร้อมกับวัตถุดิบแม่ครัวสาวหลายคนก็มารุมล้อมถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เสี่ยวอวี่ ได้ยินว่ามีคนแปลกหน้าโผล่เข้ามาจริงหรือ”

            “ใช่ๆ! จริงหรือ”

            กู่เสี่ยวอวี่วางวัตถุดิบลงแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “จริงสิ! พอข้าตะโกน เขาก็ตกใจหนีไปเลย!”

            “ว้าว!” แม่ครัวสาวร่างท้วมคนหนึ่งถามต่อ“แล้วเขาหน้าตาเป็นอย่างไร น่ากลัวหรือไม่”

            “ก็นะ...ไม่ถึงกับน่ากลัวแต่กลิ่นกายเหม็นมาก” กู่เสี่ยวอวี่นึกอะไรบางอย่างออก “แล้วก็...”

            “แล้วก็” แม่ครัวทุกคนต่างกลั้นหายใจถามด้วยความสนใจ

            กู่เสี่ยวอวี่เอียงศีรษะเล็กน้อยใช้นิ้วแตะปลายคางครุ่นคิด ทว่ากลับนึกไม่ออก ราวกับว่าความทรงจำส่วนลึกถูกผนึกเอาไว้สุดท้ายจึงพูดอย่างลังเล “ข้ารู้สึกว่า...เหมือนเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน”

    คล้ายกับเรื่อง『ผนึกมารขาว』(จบ) ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89