Guild Master จอมราชันโลกออนไลน์

    ตอนที่ 41 หลงรัก

    ตอนที่ 41

    หลงรัก

     

     

                    “แล้ว...ไปทำอีท่าไหนถึงได้เป็นแบบนั้นล่ะ”หลังจากกวีใช้วาร์ปจากภายในห้องสมุดลึกลับกลับมายังเมืองทันดร้ากวีก็แยกทางกับแก้วเพราะกวีไม่สามารถพาแก้วมาเจอกับเมฆและไอช่าได้ เพียงแต่สถานที่ที่เมฆนัดพบนั้นกลับเป็นลานประลองของเมืองทันดร้าเสียอย่างนั้นแถมคนที่กำลังลงประลองอยู่ก็เป็นมีนอีกด้วย

     

                    “ไม่รู้สิ พอจัดการเรื่องของกิลด์อัศวินนภาเสร็จก็เห็นว่ามีรายชื่อของมีนลงแข่งในงานประลองแล้ว”เมฆตอบพลางนั่งมองการประลองด้วยท่าทีช่วยไม่ได้ไม่รู้หรอกว่ามีนเข้าไปร่วมงานประลองได้ยังไงแต่เธอก็กำลังสู้กับคนบนลานประลองอย่างจริงจังทีเดียวท่าทางนิสัยชอบการต่อสู้ของมีนจะไม่ได้จำกัดแค่มอนสเตอร์เสียแล้ว

     

                    “ประสาทสัมผัสไวมากเลยนะคะถึงจะเลเวลน้อยกว่าแต่ก็สู้ได้ยอดเยี่ยมมากเลย”ไอช่าที่กำลังถือแก้วน้ำกับป๊อปคอร์นในมือจ้องมีนที่กำลังต่อสู้อยู่บนลานประลองอย่างสนใจนี่เป็นรอบที่ 5 แล้วที่มีนสามารถเอาชนะมาได้ประสาทสัมผัสของมีนนั้นแหลมคมอย่างกับพวกที่ฝึกมาอย่างหนักไม่มีผิดไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นคนที่พึ่งเคยเล่นเกมแนวต่อสู้เป็นครั้งแรก หากฝึกดี ๆบางทีอาจจะมีฝีมือเทียบเท่าเมฆได้เลยก็ได้

     

                    “ยังหยาบไปหน่อยแต่ก็น่าสนใจ”เมฆยอมรับอย่างจริงใจปกติเมฆเป็นพวกเล่นเกมคนเดียวเพราะไม่ชอบให้คนอื่นมาถ่วงแต่สำหรับมีนแล้วเขาสามารถร่วมสู้ได้อย่างสบายใจแทบไม่ต่างจากปาร์ตี้ของพวกเอกเลยหากเข้าใจเกมมากกว่านี้ และใช้สมองในการต่อสู้มากกว่านี้มีนคงเหนือกว่าพวกเอกได้แน่ๆ

     

                    เปรี้ยง!!

     

                    ดาบในมือของมีนโจมตีใส่ร่างของคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนร่างของชายคนนั้นถอยออกไปกระแทกกับพื้นอย่างแรงพร้อมพลังชีวิตที่เหลือเพียง1 หน่วยเท่านั้น นั่นหมายความว่ามีนเป็นผู้ชนะในรอบนี้นั่นเอง การแข่งขันในเมืองทันดร้านั้นถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งที่มีให้เห็นเป็นประจำทุกวันโดยการแข่งขันที่มีนลงสมัครนั้นเป็นการแข่งขันของผู้เริ่มต้นไม่ใช่พวกระดับสูงที่ครองสนามมาอย่างยาวนานทำให้ฝีมือของคู่แข่งที่มีนเจอค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาทำให้มีนสามารถเอาชนะได้แม้เลเวลจะห่างกัน 10 หรือ 20 เลเวลก็ตาม

     

                    “เก่งมาก”ขณะมีนกำลังจะเดินลงจากลานประลองเพื่อรอการต่อสู้รอบต่อไปกวีก็เดินมารอตรงขอบสนามเพื่อจะคุยกับมีน เพียงแต่....

     

                    “พี่กวีมาด้วยเหรอคะ”มีนสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นกวีมาเจอเธอที่กำลังเข้าร่วมการประลองอยู่ทันทีที่รู้ว่ามีคนรู้จักมาดูการประลองด้วยมีนก็หน้าแดงจัดอย่างกับลูกตำลึงก่อนจะย่อตัวเล็กน้อยเหมือนจะพยายามหาที่หนีไปหลบเสียอย่างนั้นไอ้นิสัยขี้อายของเธอเนี่ยไม่เหมาะกับท่าทีเวลาต่อสู้เลยสักนิด

     

                    “มากันหมดนั่นล่ะเธอทำได้ดีมากเลยนะ”กวียิ้มกว้างพลางชี้ไปที่พวกเมฆที่นั่งรออยู่ด้านบนพอเห็นเมฆกับไอช่าเข้ามีนก็ยิ่งอายเสียยิ่งกว่าเดิมอีกตอนแรกเธอรู้แค่ว่าสามารถเข้ามาลองสู้กับคนอื่นได้ก็เลยเข้ามาสู้ดู แต่จู่ ๆเธอก็โดนจับเข้างานประลองเสียอย่างนั้นเล่นเอาเธอทำตัวไม่ถูกเลย

     

                    “มีนทำให้พวกพี่กวีต้องรอหรือเปล่ามีนจะไปขอร้องคนจัดการแข่งดูว่าจะออกไปก่อนได้หรือเปล่า”มีนเห็นว่าพวกเมฆกับไอช่าเองก็มาแล้วกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำให้พวกกวีรอหรือเปล่าก็เลยจะไปสละสิทธิ์ แต่กวีกลับส่ายหน้าช้า ๆเป็นการปฏิเสธ

     

                    “ไม่ต้องหรอก พวกเจยังไม่มาเลยแถมรอบต่อไปก็เป็นรอบสุดท้ายแล้วอยู่สู้ให้จบเถอะ”กวียิ้มออกมาก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนที่นั่งคนดูแม้จะเป็นการประลองที่จัดขึ้นทุกวันแต่รางวัลสำหรับผู้ชนะก็ไม่เลวเลย ไหน ๆก็สู้มาขนาดนี้แล้วก็เอาของรางวัลกลับบ้านเสียหน่อยจะเป็นอะไรไป

     

                    “ค่ะ....”มีนตอบรับก่อนจะเดินกลับเข้าไปตรงที่พักของผู้เข้าแข่งขันตอนนี้คู่ต่อสู้ของมีนเหลือเพียงผู้ชนะจากอีกสายเท่านั้น

     

                    “พี่กวีสวัสดีครับ”หลังจากกวีเดินกลับมาตรงที่นั่งคนดูกวีก็พบว่าเจอยู่ตรงที่นั่งคนดูตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ เท่านี้ปาร์ตี้ของกวีก็กลับมาจนครบแล้วแม้แต่มายด์ที่นั่งอยู่ข้างๆเจด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ท่าทีของทั้งสองนั้นดูแปลก ๆอย่างเห็นได้ชัดการที่มายด์จะไปอยู่ข้าง ๆเจก็เป็นเรื่องปกติ แต่เจมักจะทำตัวเขิน ๆเหมือนไม่ทราบจะทำอย่างไรกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นดีแต่ตอนนี้เจกลับพูดคุยกับมายด์มากขึ้นแถมยังหัวเราะคิกคักกันสองคนราวกับโลกนี้ไม่มีคนอื่นแล้วอีกต่างหากไอ้ท่าทางเหมือนคู่รักใหม่นั่นชัดจนไม่ต้องอธิบายเป็นคำพูดเลย

     

                    “แล้วคู่ต่อสู้ของมีนน่าจะเป็นใครงั้นเหรอ”กวีปล่อยผ่านเรื่องของมายด์กับเจแล้วไปนั่งอยู่ข้างๆเมฆอีกครั้ง กวีพึ่งจะมาถึงก็เลยยังไม่รู้เลยว่าใครลงประลองบ้างแต่พอถามคำถามนี้ออกไปเมฆกลับยิ้มเจื่อน ๆออกมาเหมือนไม่อยากจะตอบเสียอย่างนั้น

     

                    “ฮ้า ๆ ๆ ไหนใครเป็นเหยื่อคนต่อไปของข้า”ไม่ต้องให้เมฆตอบชายคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาบนลานประลองพร้อมเสียงหัวเราะเสียอย่างนั้น สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าเจ้านี่มันบ้าหรือไม่เต็มเพราะมันเล่นเก๊กท่าขึ้นมาบนเวทีอย่างกับตัวละครในการ์ตูนเสียอย่างนั้น

     

                    “ไอ้..เจ้านั่นงั้นเหรอ”กวียิ้มฝืนๆออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าคนแบบเจ้านั่นจะมาลงประลองในรอบมือใหม่แบบนี้ไม่ใช่ว่าเจ้านั่นเป็นผู้เล่นเก่าหรอกหรือ

     

                    “เจ้านี่ดวงซวยจริง ๆที่มาเจอกับข้าผู้นี้วันนี้ข้าจะให้ดาบของข้าได้ดื่มเลือดของเจ้า”ชายหนุ่มที่สวมเสื้อเกราะที่ประดับประดาอย่างกับจะทำให้ตัวเองเรืองแสงได้ชี้ดาบมาทางคู่ต่อสู้ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาโจมตีอย่างต่อเนื่องจนคู่ต่อสู้รับมือแทบไม่ทันเจ้านั่นเป็นนักดาบสายความเร็วที่โจมตีได้อย่างดุดันมาก แม้จะมีท่าทีไม่เต็มเท่าไรแต่เรื่องฝีมือนั้นกลับเหนือกว่าคู่ต่อสู้คนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

     

                    “ห้าปีแล้วเจ้านั่นก็ยังไม่เปลี่ยนสินะ”กวีส่ายหน้าช้าๆด้วยท่าทีเอือมระอา ชายหนุ่มบนลานประลองนั่นคือหนึ่งในผู้เล่นระดับสูงของกิลด์อัศวินนภาเป็นคู่ต่อสู้ที่เหล่าสมาชิกปาร์ตี้ของกวีไม่อยากจะเจอเสียเท่าไรไม่ใช่เพราะฝีมือที่โดดเด่นเกินคน แต่เพราะความไม่เต็มของเจ้าบ้านี่ล่ะเจ้าบ้าที่ชื่อ ไผ่ นั่นเป็นพวกที่คิดเสมอว่าตัวเองเก่งที่สุดและมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ภายในร่างเจ้าบ้านั่นมักจะแหลมมาสู้กับพวกตักหลักของกิลด์กวีเสมอแม้จะมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็โดนคนของกวีตบกลิ้งไปทุกทีแต่สำหรับมีนที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอแล้วบางทีอาจจะรับมือได้ลำบากก็ได้

     

                    “ได้ข่าวว่าป่วนไปทั่วเหมือนกัน”เมฆตอบพลางถอนหายใจออกมาเหมือนกันเจ้านั่นชอบมาสู้กับเมฆที่ได้ชื่อว่าจอมดาบอันดับ 1 อยู่บ่อยครั้งบางทีถึงกับเสี่ยงเข้าเขตที่มีมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าตัวเองหลายสิบเลเวลเพื่อไปท้าประลองเมฆเลยทีเดียว

     

                    “ฮ้า ๆ ตายซะตายซะ”ไผ่ที่กำลังถล่มคู่ต่อสู้บนลานประลองหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะโชว์ลีลาการต่อสู้ออกมาจนเกินความจำเป็นเจ้านั่นเป็นพวกเน้นความเร็วก็เลยออกท่าทางมากกว่าปกติหากสู้ปกติโดยไม่ต้องเก๊กท่าเท่ ๆดาบของเจ้าไผ่คงไวกว่าเดิมเยอะแต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของไผ่ทำให้เจ้าตัวไม่ยอมทำตามเลย

     

                    “พี่กวีพี่จะไม่จัดการอะไรกับนั่นจริง ๆเหรอ”ระหว่างดูการต่อสู้ของไผ่ สิ่งหนึ่งที่รบกวนสายตาของไอช่ามากก็คือท่าทีหนุงหนิงของเจกับมายด์ที่ตอนนี้แทบจะเข้าไปอยู่ในโลกของกันและกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผู้ชายอาจจะดูไม่ออก แต่สำหรับไอช่าแล้วดูออกไม่ยากว่ามันไม่ปกติท่าทีของเจเป็นท่าทีของคนที่กำลังตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งเข้าจริง ๆนั่นล่ะ แต่มายด์นี่สิท่าทีของมายด์ยังดูคลุมเครืออยู่เลย

     

                    “ปล่อยไปเถอะ”กวียิ้มก่อนจะเริ่มมองการประลองต่อกวีไม่ใช่คนตาบอดย่อมเห็นท่าทีของทั้งสองอยู่แล้วแต่การที่กวีไม่ทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลของกวีอย่างแน่นอนไอช่าพอได้เห็นว่ากวีจงใจปล่อยเรื่องนี้ไปก็ได้แต่ยอมรับฟังแล้วทนกับกลิ่นความรักต่อไป

     

                    “งั้นเรื่องของผู้หญิงที่อยู่กับพี่ก่อนหน้านี้ล่ะถ้าพี่จะมีแฟนต้องให้ไอช่าตรวจดูก่อนนะ”ไอช่าว่าพลางทำหน้ามุ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

     

                    “ไม่มีอะไรหรอก”กวีหัวเราะเบา ๆออกมาก่อนจะดูการประลองต่อไป

     

                    “ไม่ได้เรื่องนี้ไอช่าไม่ยอมปล่อยแน่ ๆ พี่กวีบอกไอช่ามาให้หมดเลยนะ”ไอช่าว่าพลางเกาะแขนของกวีเอาไว้เธอดูจะจริงจังเรื่องนี้มากกว่าแผนอื่นของกวีเสียอีก

     

                    “ก็ได้ พี่ไปเจอเกษแก้วกัลยามาท่าทางเขาจะไม่รู้จักหน้าพี่ก็เลยจะไปดูฝีมือหน่อยเท่านั้นเอง”กวีตอบออกมาตามตรงสำหรับเขาแล้วแก้วเป็นคนที่น่าสนใจ หากดึงมาเข้าร่วมกับตนเองได้ก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งของกิลด์ขึ้นได้แต่หากไม่เธอก็เป็นคู่ต่อสู้ที่ต้องให้ความสนใจเช่นเดียวกันเพราะหากมองข้ามเธอไปคงได้เจ็บตัวแน่ ๆ

     

                    .

                   

                    .

                   

                    “เจ้.....สร้อยนั่นมันมีอะไรเหรอครับ”อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของแก้วที่กลับไปยังเมืองที่กิลด์เมฆาใช้เป็นจุดรวมพลเหล่าลูกน้องของแก้วต่างเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าอาเจ้ของกิลด์เปลี่ยนไปเธอยิ้มแย้มมากขึ้นแถมยังชอบเอาสร้อยคอที่ได้มาจากไหนก็ไม่ทราบขึ้นมาดูเล่นอีกต่างหากท่าทีแบบนี้ก็ดูน่ารักดีหรอกแต่มันแปลกสำหรับลูกกิลด์ที่มักจะเห็นเธอเป็นอาเจ้ใหญ่ที่น่าเกรงขามนี่สิ

     

                    “ไม่มีอะไรหรอกไปทำงานได้แล้ว”แก้วเปลี่ยนท่าทีทันทีก่อนจะสั่งให้เหล่าลูกน้องกลับไปทำงานของตนเองกิลด์อัศวินนภามีการค้าและการประมูลเป็นรายได้หลัก ส่วนกิลด์ของเมฆาที่ขึ้นตรงกับกิลด์เสียดฟ้าเองก็มีการล่าไอเทมเป็นรายได้หลักเช่นเดียวกันทำให้พวกเธอมีกำลังคนคอยหาไอเทมมาป้อนให้ตลาดเป็นจำนวนมาก

     

                    “เจ้...ได้ข่าวว่าหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทรากลับมาแล้วนะ”อยู่ๆลูกน้องคนหนึ่งของแก้วก็รายงานเรื่องการกลับมาของกวีให้เธอฟังเรื่องนี้เรย์กระจายข่าวให้พวกเดียวกันจนครบแล้วแต่ข่าวใหญ่เช่นนี้จะหลุดมาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

     

                    “ว่าไงนะ”แก้วชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินว่าหัวหน้ากิลด์ของกิลด์สุริยันจันทรากลับมาแล้ว

                   

                    “เจ้....มันยังเป็นแค่ข่าวลืออยู่พวกเรายังไม่รู้หรอกว่าจริงหรือเปล่า”ลูกน้องคนนั้นเห็นท่าทีของแก้วก็พยายามบอกให้แก้วใจเย็นลงทันที

     

                    “ถ้ามันกลับมาจริง.....ฉันจะฆ่ามันเอง”แก้วยามเมื่อพูดถึงหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทราขึ้นมากลับเปลี่ยนจากท่าทีเมื่อนึกถึงกวีอย่างกับคนละคนดวงตาของเธอยามนี้ดุดันจนลูกน้องรอบข้างสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร สำหรับแก้วแล้วไอ้ชั่วอย่างกวีหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทรานั้นไม่ควรอยู่ในสังคมเกมเสียด้วยซ้ำ5 ปีที่ผ่านมาสังคมเกมสงบสุขขึ้นมากเพราะมันไม่อยู่แต่น่าเสียดายแก้วที่ได้เจอกับกวีแล้วกลับไม่สามารถเชื่อมโยงกวีที่ได้เจอในวันนี้กับกวีหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทราได้อย่างสิ้นเชิงสำหรับเธอแล้วทั้งสองคนไม่ใช่คนเดียวกันอย่างแน่นอน 

    คล้ายกับเรื่องGuild Master จอมราชันโลกออนไลน์ ที่คุณอ่าน