สองวันต่อมา
ที่เมืองหลวงเพลิงราตรี
หยวนหมิงเย่ยืนอยู่ด้านหน้าชายวัยกลางคนหนึ่งคนและหญิงอายุประมาณสามสิบอีกหนึ่งคน
ชายวัยกลางคนมีนามว่าเตียวสุ่ย เขาเป็นคนที่ไปกลับระหว่างอาณาจักรเพลิงราตรีและอาณาจักรหยกศิลาอยู่บ่อยครั้งทำให้เขาคุ้นเคยกับอาณาจักรหยกศิลาดี นอกจากนี้เขาก็ยังมีความแข็งแกร่งในระดับสวรรค์วิบัติขั้นต้น
ส่วนหญิงสาวที่อยู่ด้วยกัน นางมีนามว่าฉินซิน นางเองก็เหมือนกับเตียวสุ่ยที่คุ้นเคยกับอาณาจักรหยกศิลาเป็นอย่างดี นอกจากนี้นางก็มีความแข็งแกร่งในระดับสวรรค์วิบัติขั้นต้นเช่นเดียวกัน
หยวนหมิงเย่พาสองคนนี้ไปด้วยเนื่องจากทั้งสองคุ้นเคยเส้นทางภายในอาณาจักรหยกศิลานั่นเอง
เวลานี้หยวนหมิงเย่ยืนอยู่หน้าค่ายกลเคลื่อนย้าย
ค่ายกลเคลื่อนย้ายมีขนาดใหญ่และมีทหารหลายสิบคนยืนคุ้มกันอยู่และมีทหารคนหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งในระดับอาณาจักสวรรค์ขั้นสมบูรณ์เฝ้าอยู่ด้วย
เมื่อเห็นว่าเป็นคนของหอเฟิงเซียง ทหารที่อยู่รอบๆก็ทำความเคารพ
“ ไม่ทราบว่าพวกท่านต้องการเดินทางไปที่ไหน? ” ผู้คุ้มกันค่ายกลถามด้วยความเคารพ
หยวนหมิงเย่จำได้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายของที่นี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ถึงสามที่ด้วยกันได้แก่ ทวีปศิลาบรรพกาล ทวีปสายธารไร้ลักษณ์ และทวีปพยักฆ์สีชาด
ทั้งสามทวีปนี้คือทวีปที่ใกล้กับทวีปหมอกสวรรค์มากที่สุด ทวีปที่ใกล้ที่สุดคือทวีปศิลาบรรพกาล ทวีปที่ไกลที่สุดคือทวีปสายธารไร้ลักษณ์
ระยะทางใกล้ไกลก็ทำให้ค่ายใช้จ่ายแพงขึ้นด้วย
“ ทวีปศิลาบรรพกาล ” เตียวสุ่ยตอบพร้อมกับยื่นผลึกศิลาสวรรค์ขั้นต่ำให้กับทหารสามสิบหกก้อนเพื่อเป็นค่าทางผ่านในการเดินทางไปยังอาณาจักรหยกศิลา เพราะค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นกินพลังงานสูงซึ่งต้องใช้ผลึกศิลาสวรรค์ขั้นต่ำสิบก้อนในการเดินทาง ส่วนสองก้อนจะเก็บเอาไว้เพื่อเป็นค่าใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย
ถ้าหากจะเดินทางไปยังทวีปพยักฆ์สีชาดก็ต้องใช้ผลึกศิลาสวรรค์ขั้นต่ำสิบแปดก้อน ส่วนทวีปสายธารไร้ลักษณ์ใช้สามสิบก้อนต่อหนึ่งคนเท่านั้น
หลังจากที่ผู้คุ้มกันได้รับผลึกศิลาสวรรค์มาแล้วพวกเขาก็ใส่มันไว้ในที่ส่วนหนึ่งของค่ายกล
“ เชิญขอรับ ” ผู้คุ้มกันกล่าวพร้อมกับให้ทั้งสามคนเข้าไปด้านในค่ายกล
“ ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยขอรับ ” ผู้คุ้มกันกล่าวพร้อมกับใส่ลมปราณเข้าไปด้านในค่ายกล
หยวนหมิงเย่มองดูค่ายกลด้วยความสนใจและถอนหายใจเบาๆเพราะเขาสัมผัสได้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้มันยังมีจุดบกพร่องอยู่หลายส่วน ถ้าหากให้เขาเป็นคนสร้างค่ายกลจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้มากและจะประหยัดผลึกศิลาสวรรค์กว่านี้ด้วย
ไม่นานที่ด้านหลังของทั้งสามก็มีวังวนสีฟ้าปรากฏขึ้น
หยวนหมิงเย่เดินนำเข้าไปคนอื่นๆจึงเดินตาม
เมื่อหยวนหมิงเย่เดินออกมาจากวังวน เขาก็พบว่าด้านหน้าของเขาก็มีสถานที่ที่เปลื่ยนไป
ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ทวีปหยกศิลาแล้ว
หยวนหมิงเย่ครุ่นคิดก่อนที่จะหันไปถามกับเตียวสุ่ยว่า “ อาณาจักรไหนสามารถขายศิลาค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางหรือขั้นสูงได้บ้าง? ”
เพราะหยวนหมิงเย่ต้องการที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของหอเฟิงเซียงให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เขาจึงต้องหาหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางและขั้นสูง
ถ้าหากเป็นหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางเมื่อใช้สร้างค่ายกลกลั่นสวรรค์แล้วจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเจ็ดสิบห้าเท่า และถ้าหากใช้หินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นสูงจะมีประสิทธิภาพถึงหนึ่งร้อยเท่า
เตียวสุ่ยและฉินซินมองหน้ากัน ทั้งสองรู้ว่านายน้อยจะหาหินค่ายกลไปเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นทั้งสองจึงคิดพร้อมกันทันที
“ ข้าน้อยคิดว่าจะต้องเป็นทวีปที่ใหญ่กว่านี้ขอรับ เพราะทวีปศิลาบรรพกาลมีเพียงหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางเท่านั้น ” เตียวสุ่ยกล่าวออกมา
“ ข้าน้อยก็คิดเช่นเดียวกับเตียวสุ่ย ” ฉินซินเห็นด้วย
หยวนหมิงเย่ครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นพวกเราก็หาหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางก่อนแล้วกัน จากนั้นข้าค่อยไปหาหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นสูง ”
“ ถ้าหากต้องการหินค่ายกลสวรรค์ขั้นกลางจะต้องไปที่อาณาจักรมังกรศิลาขอรับ ” เตียวสุ่ยตอบ
อาณาจักรมังกรศิลาเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งเป็นรองเพียงแค่อาณาจักรศิลาสวรรค์ความแข็งแกร่งจึงเหนือกว่ามาก ซึ่งตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมังกรศิลาคือระดับสวรรค์วิบัติขั้นสมบูรณ์
“ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ” หยวนหมิงเย่กล่าวมุ่งหน้าไปทันที
การเดินทางจากอาณาจักรหยกศิลาไปยังอาณาจักรมังกรศิลาใช้เวลาไม่นานเพราะพวกเขาสามารถไปยังอาณาจักรเหล่านั้นโดยการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ แต่เนื่องจากต้องผ่านอีกหนึ่งอาณาจักรคืออาณาจักรป้อมศิลา
ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงอาณาจักรมังกรศิลา
แม้ว่านี้จะไม่ใช่เมืองหลวงของอาณาจักรมังกรศิลา แต่พวกหยวนหมิงเย่ก็พอที่จะซื้อหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางได้มากพอสมควรซึ่งมันก็น่าจะเพียงพอต่อตัวตนระดับสูงของหอเฟิงเซียงแล้ว และนี้ยังไม่รวมไปถึงหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นต่ำอีกเป็นจำนวนมาก
“ งันพวกเราก็กลับกันเถอะ ตอนนี้พวกเราได้ของที่ต้องการแล้ว ” หยวนหมิงเย่กล่าว
การเดินทางไปกลับนั้นก็รวดเร็วมากเพราะไม่ได้แวะที่ไหนเลย
เมื่อกลับมาถึงหอเฟิงเซียง หยวนหมิงเย่จึงทำการสร้างค่ายกลกลั่นสวรรค์ขึ้นมาใหม่โดยที่ใช้หินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นต่ำให้กับตัวตนระดับทั่วไป ส่วนหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางเอาไว้สร้างให้กับตัวตนระดับสูงของหอเฟิงเซียง
ส่วนหินค่ายกลระดับกลางนั้นหยวนหมิงเย่นำไปสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายได้อีกด้วย แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานแต่เขาก็เชื่อมั่นว่ามันจะยอดเยี่ยมกว่านักวางค่ายกลอื่นๆสร้างขึ้น
หอเฟิงเซียงเป็นกองกำลังใหญ่ทำให้พวกเขามีนักวางค่ายกล นักปรุงโอสถและนักหลอมยุทธภัณฑ์อยู่ในกองกำลังเป็นจำนวนมาก แต่ระดับสูงสุดที่พวกเขามีก็คือระดับตำนานขั้นสูง ยังไม่มีตัวตนระดับลี้ลับแม้แต่คนเดียว เพราะการที่เข้าสู่ระดับลี้ลับได้จำเป็นต้องอยู่ในระดับสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก่อน
ซึ่งตอนนี้คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหอเฟิงเซียงคือหยวนเฉิงที่มีความแข็งแกร่งระดับสวรรค์วิบัติขั้นสมบูรณ์เท่านั้น เพราะเหตุนี้จึงยังไม่มีระดับลี้ลับอยู่ในหอเฟิงเซียง
การสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายแม้ว่าจะยากแต่ถ้าหากหยวนหมิงเย่สร้างขึ้นมาอย่างชำนาญเขาก็จะสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เปลื่ยนค่ายกลกลั่นสวรรค์รอบๆหอเฟิงเซียงแล้ว หยวนหมิงเย่ก็กลับมาที่ห้องโดยที่เขาทดลองสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายก่อน ซึ่งการเคลื่อนย้ายอาจจะไม่ได้ไกลมาก เพียงแค่จากหอเฟิงเซียงไปยังฐานลับในเมืองหลวงเพลิงราตรีเท่านั้น
ผ่านไปไม่กี่ชั่วยาม หยวนหมิงเย่ก็สร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายเสร็จครึ่งหนึึ่งแล้ว ซึ่งอีกครึ่งหนึ่งจะต้องไปสร้างจุดหมายที่ค่ายกลนี้จะเคลื่อนย้ายไป
หยวนหมิงเย่มาที่ฐานลับของหอเฟิงเซียงภายในเมืองหลวงและลงมือสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที
ผ่านไปราวๆสามชั่วยามค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เสร็จสมบูรณ์
“ ในที่สุดมันก็สำเร็จ นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่ระยะสั้นๆถึงกับต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน ดูเหมือนว่าการที่จะสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายทั่วทวีปหมอกสวรรค์เกรงว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งถึงสองเดือนอย่างแน่นอน ” หยวนหมิงเย่พึมพำ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เข้าใจว่านี้คือการสร้างด้วยตัวของนักวางค่ายกลเพียงคนเดียว แต่ก็ยังใช้เวลาน้อยมากเมื่อเทียบกับนักวางค่ายกลคนอื่นๆเพราะ ความรู้ในเรื่องการวางค่ายกลของหยวนหมิงเย่นั้นเหนือกว่าผู้คนในยุคปัจจุบันมาก
สำหรับนักปรุงโอสถ นักวางค่ายกลและนักหลอมยุทธภัณฑ์ พวกเขาได้รับความรู้มาจากหยวนหมิงเย่ส่วนหนึ่ง เพราะเขาต้องการให้คนของเขานั้นยอดเยี่ยมกว่ากองกำลังอื่นๆ เผื่อเวลามีงานแข่งขันจะได้ส่งพวกเขาไปสร้างชื่อเสียงให้กับหอเฟิงเซียง
สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้นเพียงแค่สองผลึกศิลาสวรรค์ขั้นต่ำเท่านั้น หนึ่งก้อนสำหรับพลังงานในการเคลื่อนย้าย ส่วนอีกหนึ่งก้อนเก็บเอาไว้เป็นค่าบำรุงรักษาค่ายกลเคลื่อนย้าย
หลังจากที่ทดลองอยู่สองสามครั้งและเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว หยวนหมิงเย่จึงเรียกคนของหอเฟิงเซียงมาและให้พวกเขาทดลองใช้ดู
หลังจากที่ถูกใช้งานไประยะหนึ่งแล้วก็พบว่าไม่มีปัญหาอะไร หยวนหมิงเย่จึงถอนหายใจออกมา
“ เย่เอ๋อร์เจ้าคิดที่จะสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายทั่วอาณาจักรเพลิงราตรีเลยไหม? ” หยวนเฉิงถามด้วยความสงสัย
หยวนหมิงเย่ส่ายหน้าและกล่าวว่า “ มันไม่จำเป็น ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรา พวกเราสามารถบินไปยังที่ต่างได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว ข้าคิดว่าจะสร้างเพื่อเชื่อมไปยังเมืองหลวงของแคว้นต่างๆพอ ”
หยวนเฉิงครุ่นคิดและเห็นด้วย
“ แล้วหินค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นกลางเพียงพอหรือไม่ ถ้าหากไม่พอข้าจะไปซื้อมาเพิ่มอีก ” หยวนเฉิงถาม
“ ข้าคิดว่าน่าจะพอ แต่ถ้าหากไม่พอข้าจะให้คนมาแจ้งกับท่านปู่เอง ” หยวนหมิงเย่ตอบ
“ เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าแล้ว ” หยวนเฉิงถอนหายใจ
ผ่านไปครึ่งปี
หยวนหมิงเย่ได้สร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้ทั่วทวีปหมอกสวรรค์แล้ว ทำให้การเดินทางของคนของหอเฟิงเซียงนั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
การสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เสร็จตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว ทำให้ตอนนี้หยวนหมิงเย่ตั้งใจฝึกฝนความแข็งแกร่งของตัวเอง
ภายในห้องนั่งเล่น หยวนหมิงเย่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เวลานี้เขากำลังทบทวนถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในนิยายเทพโอสถอยู่
เขากำลังคิดว่า ด้วยความแข็งแกร่งในภายภาคหน้าของหอเฟิงเซียง ที่แห่งนี้คงจะเล็กเกินไปสำหรับพวกเขา เพราะฉะนั้นเขาต้องการที่จะไปสร้างหอเฟิงเซียงขึ้นที่ดินแดนอื่น และมันจะต้องเป็นดินแดนเบื้องสูงอีกด้วย
อย่างที่รู้กัน ยิ่งดินแดนระดับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้หอเฟิงเซียงพัฒนาความแข็งแกร่งได้มากยิ่งขึ้น สมบัตินับไม่ถ้วนก็มีออกมาไม่ขาดสาย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นสถานที่ที่อันตรายเกินไปทำให้หยวนหมิงเย่ยังไม่ได้คิดที่จะไปในตอนนี้
หยวนหมิงเย่คิดว่าถ้าหากเขาจะออกเดินทางไปยังดินแดนระดับสูงจริงๆ เขาจะต้องไปยังโลกใบอื่น เนื่องจากโลกใบนี้ ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดก็อยู่แค่ระดับขอบเขตเทวะผันแปรขั้นปลายเท่านั้น
หลังจากที่ใช้เวลาคิดมานานหลายวันแล้ว หยวนหมิงเย่ก็ตัดสินใจเลือกดินแดนหมื่นดารา เป็นสถานที่ที่จะตั้งหอเฟิงเซียงและขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของดินแดนหมื่นดาราแห่งนั้น
จากที่หยวนหมิงเย่ทบทวนมา ดินแดนหมื่นดาราเป็นดินแดนระดับสูงก็จริงแต่เป็นดินแดนระดับสูงที่อยู่กลางๆของดินแดนระดับสููงทั้งหมด ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนหมื่นดาราก็คือตัวตนระดับเทวะอมตะขั้นสมบูรณ์ และสาเหตุที่สำคัญที่สุดที่เขาเลือกดินแดนนี้ก็เพราะ ดินแดนนี้ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่สวยงามที่สุดอันดับต้นๆของดินแดนระดับสูงทั้งหมดนั่นเอง แต่กว่าที่หยวนหมิงเย่จะไปถึงระดับนั้นคาดว่าต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งร้อยปีอย่างแน่นอน
หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วหยวนหมิงเย่ก็รอเพียงแค่ เส้นเรื่องในนิยายจะเหมือนเดิมหรือไม่ เสวียนปิงหยุนจะกลายเป็นเสวียนปิงหยุนในอดีตที่เป็นเทพโอสถกลับชาติมาเกิดหรือเปล่า
ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงหยวนหมิงเย่ก็ครุ่นคิดที่จะนำตัวนางมาเป็นนักปรุงโอสถของหอเฟิงเซียงและจะช่วยนางในการพัฒนาความแข็งแกร่งจนกลับมาเป็นจักรพรรดินีเสวียนปิงหยุนอีกครั้งหนึ่ง
เพราะในนิยายตอนท้ายๆเรื่องเสวียนปิงหยุนก็สามารถกลับมากุมอำนาจได้เหมือนเดินและยังแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ศัตรูในอดีตถูกกวาดล้างจนไม่เหลือ
หยวนหมิงเย่คิดที่จะอาศัยนางทำให้หอเฟิงเซียงมีชื่อเสียงขึ้นไปด้วยและไม่ต้องการให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับหอเฟิงเซียงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมา
“ ยังพอมีเวลาอีกสามปีครึ่ง ตอนนี้ข้าต้องพัฒนาความแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ” หยวนหมิงเย่พึมพำออกมาด้วยความจริงจังและเหยียดยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น