ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_63_แย่งชิง

    “แย่งอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำนี้หนิ่วเจี้ยนกั๋วก็ตาเป็นประกาย เขายกนิ้วโป้งให้เสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดว่า “ท่านผู้ว่าการ เราสามารถแย่งมันมาได้อย่างแน่นอน และกรณีนี้เราแค่รอดูสถานการณ์เท่านั้น หลิวชิงหยู่ต่อให้เป็นนายกเทศมนตรีกวนซานแล้วอย่างไร ถ้าคุณต้องการ เพียงเอ่ยปากแค่ไม่กี่คำ หลิวชิงหยู่ก็จะจบสิ้นทุกอย่าง เพราะนักลงทุนชาวต่างชาติต้องการผลประโยชน์ แค่เรามอบข้อเสนอที่ดีกว่าหลิวชิงหยู่ให้เท่านี้ก็เรียบร้อย”


    หนิ่วเจี้ยนกั๋วเป็นคนฉลาดหลังจากได้ยินคำพูดของเสวี่ยเหวินหลง เขาก็เข้าใจทันที


    เสวี่ยเหวินหลงยิ้มออกมาอย่างคาดไม่ถึง เขาพูดเพียงไม่กี่คำ หนิ่วเจี้ยนกั๋วก็ตระหนักได้ แน่นอนว่าในใจของเขามีแผนจะจัดการหลิวชิงหยู่


    ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุย หลิวชิงหยู่พอส่งเซี่ยเจิ้งเต๋อเสร็จก็เริ่มดำเนินการทันที เพราะปาร์คเจซองมีแนวโน้มว่าจะเข้ามาลงทุนจริงๆ หลิวชิงหยู่จึงต้องให้ความสำคัญและเตรียมการต่างๆ เพื่อผลักดันโครงการนี้


    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งมาถึงวันศุกร์


    เวลาประมาณ 8 นาฬิกาในเช้าวันศุกร์ หลิวชิงหยู่ก็ได้รับโทรศัพท์จากปาร์คเจซอง ผู้จัดการหยู่เทียนกรุ๊ป เขาบอกว่าพวกเขาจะมาถึงกวนซานราวๆ สิบโมงพร้อมกับทีมประเมินอีก 7 คนหลังจากได้ยินเรื่องนี้หลิวชิงหยู่ก็กำกับคนในสำนักงานทันที แม้เขาจะไม่ชอบพิธีรีตองแต่ก็ควรรักษาหน้าตาและมารยาท


    เวลาประมาณ 9 นาฬิกา หลิวชิงหยู่กับซือเจื้นเฉียง ก็มารอรับเซี่ยเจิ้งเต๋อที่หน้าประตูศูนย์ราชการ เมื่อเซี่ยเจิ้งเต๋อลงจากรถก็ถามหลิวชิงหยู่ทันที ซึ่งหลิวชิงหยู่ก็ได้รายงานเรื่องของนักลงทุน เซี่ยเจิ้งเต๋อได้ยินก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีมาก ดูเหมือนพวกเขาสามารถเชื่อถือได้”


    จากนั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อก็เดินเข้าไปทันที


    จากนั้นซือเจิ้นเฉียงก็พูดขึ้นทันที “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผมจะให้หลิวชิงหยู่พาท่านไปก่อน ผมต้องรอรับผู้ว่าการเสวี่ย”


    ได้ยินคำพูดนั้น หลิวชิงหยู่กับเซี่ยเจิ้งเต๋อก็ประหลาดใจ


    ซือเจิ้นเฉียวกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ผมเป็นคนเชิญผู้ว่าการเสวี่ยเพื่อจะแสดงให้เห็นว่า จิงหลินกับกวนซานเราให้ความสำคัญกับนักลงทุนชาวเกาหลี ดังนั้นเราต้องเชิญผู้บังคับบัญชาเพื่อแสดงความจริงใจให้อีกฝ่ายเห็น”


    เมื่อหลิวชิงหยู่ได้ยินก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ เขาไม่คิดว่าซือเจิ้นเฉียงจะหน้าด้านใช้ไม้นี้ เมื่อมาถึงจุดจุดนี้มันคงหยุดไม่ได้แล้ว เพราะด้วยสถานะของผู้ว่าการเสวี่ยย่อมมีคุณสมบัติพอจะมายังกวนซาน


    เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดขึ้นเบาๆ ว่า “อืม ถ้าอย่างนั้นคุณรอที่นี่ก่อนเถอะ ผมขอล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน เพราะลมด้านนอกค่อนข้างแรง”


    อันที่จริง ลมข้างนอกมันมีซะที่ไหน


    หลิวชิงหยู่พยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ผมจะไปกับหัวหน้าพรรคเซี่ยก่อน ถ้าอย่างนั้นรบกวนเลขาธิการซือรอรับผู้ว่าการเสวี่ยด้วย” หลิวชิงหยู่เดินเข้าไปด้านในพร้อมกับเซี่ยเจิ้งเต๋อ


    ในขณะที่เดินเข้าไปทั้งสองคนก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เพราะการมาของเสวี่ยเหวินหลงคงไม่มีเจตนาดีแน่นอน ความตั้งใจของอีกฝ่ายชัดเจนมาก นั่นก็คือการแย่งผลงานของพวกเขา ในระหว่างที่เดินหลิวชิงหยู่ก็พูดกับเซี่ยเจิ้งเต๋อว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ทำไมผู้ว่าการเสวี่ย ถึงเป็นคนไร้ยางอายได้มากขนาดนี้”


    หลังจากได้ยินสิ่งนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อก็เงียบไปแล้วพูดว่า “หลิวชิงหยู่เมื่อคุณเลือกที่จะเดินบนเส้นทางทางการเมือง คุณย่อมต้องเจอกับคนที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์แบบเสวี่ยเหวินหลง ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ และหาทางกุมผลงานเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติ คุณก็ต้องเจอคนเช่นนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเป็นผู้บังคับบัญชา คุณจะต้องกัดฟันทนและทำในสิ่งที่คุณพอจะทำได้ สายตาของเหล่าผู้นำไม่ได้มืดบอดเสมอไป ใครจริงใจไม่จริงใจ คนเป็นผู้นำย่อมรู้ดี แน่นอนว่าคนที่ใช้ลูกไม้เพื่อแย่งชิงผลงานคือพวกที่ไร้ความสามารถ คนที่ไร้ความสามารถย่อมไม่มีอนาคต เราเข้าไปคุยในห้องประชุมดีกว่า”


    หลังจากหลิวชิงหยู่และเซี่ยเจิ้งเต๋อเข้าไปในห้องประชุมได้ไม่นาน ซือเจิ้นเฉียง กับเสวี่ยเหวินหลงก็เดินคุยกันแล้วเข้ามาพร้อมพูดคุยเรื่องภูเขาชุ่ยผิง


    เนื่องจากเซี่ยเจิ้งเต๋อได้ชี้แนะก่อนหน้านี้ แม้ว่าหลิวชิงหยู่จะด่าเสวี่ยเหวินหลงในใจ แค่เขาก็ยังสามารถแสดงท่าทีราวกับไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นมาก่อน เสวี่ยเหวินหลงทำตัวดูเป็นธรรมชาติมาก เขาเรียกหลิวชิงหยู่ว่าหลิวชิงหยู่แล้วชมว่าทำงานได้ดีในภูเขาชุ่ยผิง พร้อมบอกอีกว่าถ้าโครงการนี้ทำได้จริง หลิวชิงหยู่จะได้รับรางวัลอย่างแน่นอน


    แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดมาแบบนี้ แต่หลิวชิงหยู่รู้ว่าเสวี่ยเหวินหลงเกลียดเขาอย่างมาก เขารู้ดีว่าเสวี่ยเหวินหลงไม่มีทางปล่อยให้เขาได้ดิบได้ดี โดยเฉพาะเหตุการณ์มาเยือนกวนซานครั้งก่อน อีกฝ่ายถูกเขาบังคับให้เอ่ยคำขอโทษต่อหน้าสาธารณชน ลึกๆ ในใจเสวี่ยเหวินหลงย่อมคิดถึงวิธีการแก้แค้นตลอดเวลา ปัจจุบันแม้ว่าหลิวชิงหยู่จะพูดคุยกับผู้คน แต่เขาก็ยังคงคิดแผนรับมือตลอดเวลา เขาพูดในใจว่า 'นี่คือบททดสอบของช่วงหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ต้องอดทน' แม้ว่าอีกฝ่ายจะหน้าด้านไร้ยางอายเขาก็ต้องอดทนเอาไว้ให้ได้ เพราะสถานที่ต่างสถานการณ์ย่อมต่าง ในฐานะนายกเทศมนตรี ที่คิดจะทำเพื่อประชาชน เขาจะต้องทำตามกฎอยู่ในกรอบ มิฉะนั้นหากคนแบบเสวี่ยเหวินหลงสบโอกาสเล่นงานเขา เรื่องราวมันคงไม่จบไม่สิ้น


    ไอ้สารเลวชาติชั่วนี่ เมื่อไหร่จะเลิกเสแสร้งสักที


    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ซึ่งหลิวชิงหยู่ในตอนนี้เขารู้สึกเกลียดบรรยากาศตอนนี้มาก แต่เขาก็ต้องอดกลั้นเพื่อคนกวนซาน ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องทนมองใบหน้าของเสวี่ยเหวินหลงและซือจิ้นเฉียง


    ทันใดนั้นโทรศัพท์ของหลิวชิงหยู่ก็ดังขึ้น เป็นสายจากปาร์คเจซอง


    เมื่อรับสาย หลิวชิงหยู่ ก็กวาดตามองไปยังคนที่อยู่รอบๆ แล้วพูดว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผู้ว่าการเสวี่ย ปาร์คเจซองมาถึงแล้ว ผมขอตัวไปรับเขาก่อนนะครับ”


    เซี่ยเจิ้งเต๋อ กับเสวี่ยเหวินหลงยืนขึ้นพร้อมกันแล้วเป็นเสวี่ยเหวินหลงที่พูดขึ้นว่า “อีกฝ่ายเป็นนักลงทุน เพื่อแสดงความจริงใจพวกเราจะออกไปต้อนรับด้วย"


    เซี่ยเจิ้งเต๋อขมวดคิ้ว เขาไม่พอใจกับการเสนอหน้าของเสวี่ยเหวินหลง แต่เขาก็ต้องฟังหลิวชิงหยู่ ตอนนั้นหลิวชิงหยู่ก็พูดว่า “งั้นก็ขอเชิญทั้งสองไปด้วย”


    กฎต้องว่าไปตามกฎ เขาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาไปก่อน


    ในเวลานั้นเมื่อพวกเขามาถึงประตูศูนย์ราชการ สามนาทีต่อจากนั้นรถออฟโรดสามคนก็หยุดที่ประตูศูนย์ราชการ เมื่อประตูด้านหน้าเปิดออก ก็มีคนคนหนึ่งสวมชุดดำ เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไท ก้าวเท้าลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว


    จากนั้นชายวัยกลางคนในวัย 40 ปีซึ่งสวมแว่นตาขอบทองก็ได้ลงจากรถตามมาและเดินไปที่ประตูที่ศูนย์ราชการ พร้อมกับคนที่สวมแว่นตาอีกหกคนเดินตามหลัง


    หลิวชิงหยู่มองดูก็คิดว่าชายสวมแว่นกรอบทองน่าจะเป็นปาร์คเจซอง ดังนั้นเขาจึงยื่นมือออกไปแล้วยิ้ม “คุณคือปาร์คเจซองใช่ไหม ผมหลิวชิงหยู่นายกเทศมนตรีตำบลกวนซาน ยินดีต้อนรับสมาชิกหยู่เทียนกรุ๊ปสู่กวนซาน เราจะพาคุณชมตำบลกวนซานเพื่อตรวจสอบพื้นที่ชมวิวของภูเขาชุ่ยผิง”


    ปาร์คเจซองกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “สวัสดีครับนายกหลิว ผมปาร์คเจซอง ผมไม่คิดเลยว่าคุณยังจะหนุ่มขนาดนี้”


    ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทักทายกันสองสามประโยค จากนั้นหลิวชิงหยู่ก็แนะนำพวกเซี่ยเจิ้งเต๋อ เมื่อแนะนำเสร็จเขาก็พูดออกไปว่า “คุณปาร์ค เราจะไปตรวจสอบจุดชมวิวเลย หรือจะนั่งพักแล้วฟังรายละเอียดจุดชมวิวก่อน”


    ปาร์คเจซอง ตอบไปอย่างไม่อ้อมค้อม “ไปเลยก็แล้วกัน คุณค่อยอธิบายแนะนำให้ผมฟังระหว่างเดินทาง จะได้ใช้เวลาให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด” หลิวชิงหยู่พยักหน้า ไม่ช้าทุกคนก็ขึ้นรถของปาร์คเจซองตรงไปยังพื้นที่ชมวิวของภูเขาชุ่ยผิง


    ในรถ หลิวชิงหยู่ กล่าวถึงสภาพรอบๆ ภูเขาชุ่ยผิงโดยไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ รวมถึงความยากลำบากในการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นตามมา ปาร์คเจซองได้ฟังก็พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากนั้นสามชั่วโมง ภายใต้การนำของหลิวชิงหยู่ พวกเขาก็ได้ชมความงดงามของภูเขาชุ่ยผิง และรู้ถึงประโยชน์ของน้ำพุร้อนที่นี่ เมื่อถึงเวลาบ่ายสองพวกเขาก็เดินทางกลับโดยอาศัยรถยนต์


    หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเย็นในกวนซานแล้ว ปาร์คเจซองและคนอื่นๆ ก็มารวมตัวกันในห้องประชุมเพื่อหารือข้อตกลง ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มการหารืออย่างเป็นทางการแล้ว


    ปาร์คเจซอง มองไปยังหลิวชิงหยู่ เซี่ยเจิ้งเต๋อ กับเสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดว่า “เราได้สำรวจจุดชมวิวแล้ว จุดชมวิวของภูเขาชุ่ยผิงสวยงามมากโดยเฉพาะ ถ้ำเซียน และน้ำพุร้อนที่มีเอกลักษณ์ แต่ผมคิดว่าการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาชุ่ยผิงถือเป็นอุปสรรคที่ยากลำบาก เนื่องจากการคมนาคมในเทศมณฑลจิงหลินผมคิดว่าต่อให้มีนักลงทุนสนใจเข้ามาตรวจสอบ แต่พวกเขาคงไม่กล้าลงทุน ดังนั้นในนามของหยู่เทียนกรุ๊ปผมขอบอกว่า เรายินดีจะลงทุนกับจุดชมวิวของภูเขาชุ่ยผิง แต่เรามีเงื่อนไขคือ เราขอสิทธิ์ในการครอบครองจุดชมวิวเป็นเวลา 100ปี รวมไปถึงการอนุญาตให้พัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาชุ่ยผิงแต่เพียงผู้เดียว ห้ามนักลงทุนคนอื่นๆ หรือองค์กรณ์ใดๆ แทรกแซง”