ราชันย์ภาพยนต์

    ตอนที่ 46 แก้ไขปัญหาเงินทุน

    ตอนที่ 46 แก้ไขปัญหาเงินทุนเมื่อมีความคิดนี้ที่จะแทรกโฆษณาแล้ว หวังซินจึงได้เรียงลำดับผลิตภัณฑ์สินค้าออกมามากมาย ที่แทบจะพบเห็นได้ตามท้องตลาด ซึ่งหวังซินก็ได้จัดเรียงออกมาทีละอันแต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายขนาดนั้นซึ่งในรายชื่อที่เขาได้ยกตัวอย่าง อันดับแรกสิ่งที่ให้ความสำคัญก็คือประตูนิรภัยสิ่งนี้ช่วงนี้สินค้าที่ชื่อว่า ‘ประตูนิรภัย Panpan’ นี้ก็เป็นที่นิยมมากที่ลงโฆษณาในคลื่นของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งค่าโฆษณาที่ลงทุนหนึ่งปีก็ไม่รู้ว่าเป็นเงินเท่าไหร่ แต่ถ้าติดต่อกับ ‘Panpan’ ได้ ก็คาดว่าทางนี้จะได้เป็นรายใหญ่อีกทั้งตามความต้องการของการถ่ายทำ《Home With Kids》แล้ว หวังซินก็ได้พิจารณาถึงสิ่งของทุกอย่างที่สามารถใช้ในละครซิทคอมในห้องได้ และในเวลานี้ก็เริ่มคิดคำนวณออกมาอย่างไรก็ตามในห้องละครซิทคอม สิ่งของประเภทประตูนิรภัย ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องเล่นซีดี โฮมเธียเตอร์ เครื่องซักผ้าพวกนี้ก็เป็นของใช้ที่จำเป็น โดยสิ่งพวกนี้สามารถใช้ร้านค้าสนับสนุนได้ก็แค่ดึงผู้สนับสนุนมาให้ได้ แล้วเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัทพวกเขาที่ผลิตทั้งหมดไปวางไว้ในบ้าน ซึ่งนี่ก็ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการโฆษณาได้แล้วจนถึงกลางดึก ที่หวังซินได้จัดเรียงสิ่งของที่จำเป็นทั้งหมดที่ใช้ในละครซิทคอมเมื่อตื่นนอนในวันต่อมา หวังซินก็เปิดโทรทัศน์ โดยที่ครั้งนี้เขาตั้งใจดูโฆษณาโดยเฉพาะ แล้วหลังจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์บ้านและเริ่มติดต่อหมายเลขการขายที่ผู้ผลิตแบรนด์ดังพวกนั้นทิ้งเอาไว้อันดับแรกที่หวังซินให้ความสนใจก็คือ ‘ประตูนิรภัย Panpan’ ผู้ผลิตประตูนิรภัยรายนี้ได้รับความนิยมมากในโฆษณาของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งแน่นอนว่าสามารถดึงผู้สนับสนุนมาจำนวนมากได้ประตูนิรภัย Panpan ช่วงนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโฆษณาของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งหวังซินก็ได้โทรไปที่หมายเลขของบริษัท Panpan Security Door แล้วก็อธิบายเรื่องการดึงผู้สนับสนุนไปโดยตรงในยุคนี้ยังไม่มีแนวคิดในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ เมื่อคนในสายโทรศัพท์ได้ยินคำอธิบายของหวังซิน หลังจากนั้นจึงได้ถามที่อยู่ของหวังซินอย่างชัดเจน แล้วก็ให้หวังซินหาร้านค้าที่จัดจำหน่ายในพื้นที่โดยตรง และถือโอกาสเอาหมายเลขโทรศัพท์ของร้านค้าจัดจำหน่ายในเมืองซีจิงให้กับหวังซินเมื่อโทรหาร้านค้าจัดจำหน่ายPanpanในเมืองซีจิงแล้ว หวังซินก็ได้นัดสถานที่กับฝ่ายตรงข้ามไปโดยตรง โดยนัดที่ห้องที่ถ่ายทำละครซิทคอม และปรึกษาหารือเรื่องการสนับสนุน“ก็แค่จัดการให้ได้หนึ่งบริษัท เรื่องหลังจากนี้ก็จะง่ายขึ้นแล้ว” หวังซินไม่เคยนึกถึงในเรื่องที่ตัวเองไม่สามารถจัดการได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็แค่เป็นคนที่มองการณ์ไกล ที่สามารถมองเห็นประโยชน์ของการโฆษณาที่จะแทรกลงในละครโทรทัศน์นี้ได้เมื่อมาถึงสถานที่ถ่ายทำของทีมละคร คนที่มาเจรจาทางฝั่ง Panpan ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่อายุประมาณ 30 ปี ใส่สูทไว้ผมทรงสกินเฮด ดูแล้วมีความช่ำชองมาก“สวัสดีครับ ผมเป็นคนรับผิดชอบของบริษัท Panpan Security Door สาขาเมืองซีจิง ไม่ทราบว่าคุณหวังซินอยู่ไหมครับ?” ข้างหน้าประตู เป็นชายในชุดสูทที่สอบถามหวังซิน“ผมเองครับ” ชายในชุดสูทก็ประหลาดใจเล็กน้อย ที่นึกไม่ถึงว่าคนที่พูดกับตัวเองเรื่องการสนับสนุนในครั้งนี้ จะเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่อายุสิบแปดสิบเก้าปี“สวัสดีครับคุณจาง ปัจจุบันฝั่งทีมละครของเรากำลังเตรียมที่จะลงโฆษณาแทรกไปในละครโทรทัศน์ ไม่ทราบว่า ‘ประตูนิรภัย Panpan’ ของบริษัทคุณยินดีที่จะลงโฆษณาไหมครับ?” หวังซินตัดบทเข้าประเด็นหลักจางจิ่วหลงนึกไม่ถึงว่าหวังซินจะพูดตรงขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ชอบอ้อมค้อม จึงพูดว่า: “ตอนนี้สถานที่ถ่ายทำของคุณอะไร ๆ ก็ตกแต่งไปหมดแล้ว ประตูนิรภัยของผมอันนี้จะมีพื้นที่ลงโฆษณาได้ยังไงกันครับ?” “นั่นยังไม่ง่ายพอเหรอ?ก็เอาประตูบานนี้ไปเปลี่ยนเป็นประตูของพวกคุณก็ได้แล้ว ทิ้งสัญลักษณ์ ‘ประตูนิรภัย Panpan’ ของพวกคุณไว้ วิธีการแทรกโฆษณาก็ได้ผลแล้ว” “ง่ายขนาดนี้เลยงั้นเหรอครับ?” จางจิ่วหลงนึกไม่ถึงว่าการแทรกโฆษณาจะง่ายได้ขนาดนี้“ก็ง่ายแบบนี้แหละครับ พอถึงเวลาที่พวกเราถ่ายทำ ก็จะเขียนสัญลักษณ์ประตูนิรภัยของคุณให้ใหญ่เป็นพิเศษ รับรองว่าจะทำให้ทุกคนที่แค่มองก็สามารถรู้ได้ว่านี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัท "Panpan Security Door" ของพวกคุณ” “ให้ผมพิจารณาสักครู่นะครับ” จางจิ่วหลงรู้สึกไม่ไว้วางใจเล็กน้อย ที่การเปลี่ยนเป็นประตูนิรภัยของตัวเอง ก็จะสามารถเกิดประสิทธิภาพในการโฆษณาได้งั้นเหรอ?เมื่อจางจิ่วหลงพูดจบ ก็ลุกขึ้นมาสำรวจสภาพของบ้านอีกหนึ่งรอบ จึงขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า: “แบบนี้จะได้รับผลจากการโฆษณาจริง ๆ งั้นเหรอ?” “การโฆษณาจะเกิดประสิทธิภาพอย่างแน่นอนครับ การโฆษณาไม่จำเป็นว่าจะต้องลงในคลื่นของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนถึงจะเกิดประสิทธิภาพนะครับ ซึ่งรายละเอียดในการใช้ชีวิตโดยปกติทั่วไป แค่ใช้สิ่งของของพวกคุณในละครโทรทัศน์ ก็สามารถทำให้การโฆษณาเกิดผลได้แล้วครับ อีกทั้งรายละเอียดในการใช้ชีวิตที่มีผลกระทบที่เกิดจากการโฆษณาพวกนี้ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ” เมื่อหวังซินพูดจบ ก็ได้เห็นจางจิ่วหลงที่ยังขมวดคิ้วอยู่ จึงพูดอีกว่า: “ตอนนี้ละครโทรทัศน์ที่พวกเราถ่ายทำเป็นละครซิทคอมเกี่ยวกับครอบครัวเรื่องหนึ่ง ที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการแทรกโฆษณาก็จะค่อนข้างดีครับ” “เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะช่วยเราแทรกโฆษณาแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลสินะ ค่าใช้จ่ายในการแทรกโฆษณา คุณเตรียมที่จะคิดเงินเท่าไหร่ล่ะ?” จางจิ่วหลงได้เข้าใจเกี่ยวกับผลดีและผลเสียที่อยู่ในนั้นได้อย่างรวดเร็ว รูปแบบการแทรกโฆษณาประเภทนี้ จริง ๆ แล้วสามารถเกิดประสิทธิภาพอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว“สองแสนห้าหมื่นหยวนครับ” “สองแสนห้าหมื่นหยวนงั้นเหรอ?มากเกินไปแล้ว” จางจิ่วหลงหันกลับแล้วเดินไป สองแสนห้าหมื่น ถ้าเทียบในยุคนี้ ที่จริงแล้วสูงเกินไปมาก ซึ่งราคาที่หวังซินขอไปนั้น ในสายตาของเขาก็ไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่นิดเดียว“สองแสนห้าหมื่นเป็นราคาที่ต่ำที่สุดแล้วครับ ไม่พูดถึงที่พวกคุณไปลงทุนโฆษณาที่อื่น พูดถึงแค่ในเมืองซีจิงนะครับ ซึ่งเงินทุนในการโฆษณาที่ลงทุนในทุกปีไม่ก็ไม่ใช่แค่รายการนี้นี่ครับ” หวังซินมองจางจิ่วหลงไปแวบหนึ่ง สีหน้าท่าทางของจางจิ่วหลงก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นหวังซินก็พูดต่อไปว่า: “จุดที่สำคัญที่สุด หลังจากที่ละครโทรทัศน์ออกอากาศแล้วผลที่ได้จากการโฆษณานั้นมีเยอะมาก ซึ่งสำหรับพวกคุณแล้วก็ไม่ได้มีผลเสียใดเลย” จางจิ่วหลงเข้าใจทั้งหมดที่หวังซินพูด แค่ว่าค่าใช้จ่ายในการโฆษณาสองแสนห้าหมื่นหยวน ยังสูงเกินไป“ลดลงหน่อยได้ไหม?” “ไม่ได้ครับ คุณน่าจะเข้าใจว่าละครโทรทัศน์เรื่องนี้แค่ได้ออกอากาศ ก็ไม่ใช่แค่ออกอากาศในเมืองซีจิงเท่านั้น ผลของโฆษณาที่ได้จากการแทรกมีเยอะมาก บางทีผลของโฆษณาที่ได้จากการแทรก เมื่อเทียบกับการลงโฆษณาที่เฉพาะเจาะจงของพวกคุณแล้วยังดีกว่าอีกนะครับ” เมื่อเห็นว่าหวังซินไม่มีแนวโน้มที่จะประนีประนอม จางจิ่วหลงจึงพิจารณาสักครู่ แล้วพูดว่า: “ตกลง ก็เอาตามนี้เลยละกัน แต่พวกเราต้องเซ็นสัญญากัน” “นี่ไม่มีปัญหาครับ” หวังซินรู้สึกไม่คาดคิดเล็กน้อย ที่ยังคิดว่าจางจิ่วหลงอาจจะไม่ตอบรับจากจุดนี้สามารถดูออกได้ว่า จางจิ่วหลงจะต้องเป็นคนที่เข้าใจแน่นอน ซึ่งเขาก็เห็นความสำคัญของผลตอบรับการโฆษณาในนั้นในเรื่องการเซ็นสัญญาเพียงไม่นานก็ได้เซ็นกันเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นหวังซินก็เริ่มมองหาคนนำเสนอสินค้าที่เป็นตู้เย็นในส่วนของตู้เย็น หวังซินได้เลือกเป็น Frestechในยุคนี้โฆษณาของตู้เย็น Frestech ก็มีอยู่เต็มไปหมด พวกเขาไม่ได้ขาดเงินทุนเลยซักนิด การไปหา Frestech บางทีก็อาจจะได้เงินก้อนหนึ่งมาจากผู้สนับสนุนในนั้นโดยใช้วิธีการติดต่อเหมือนกับจางจิ่วหลง หลังจากที่หวังซินติดต่อตู้เย็น Frestech ได้แล้ว ผู้รับผิดชอบสาขาเมืองซีจิงก็มาสำรวจสถานที่ถ่ายทำหนึ่งรอบ และเข้าใจถึงผลที่จะได้รับจากการโฆษณา ซึ่งทางตู้เย็น Frestech ก็ไม่ลังเลใดใดจึงได้ตอบรับในการลงทุนของค่าสนับสนุนโฆษณาสองแสนหยวน“ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นคนที่มีสติปัญญา เมื่อรู้ว่าผลตอบรับที่ได้จากการโฆษณามีเยอะขนาดไหน” หวังซินจึงยิ้มแล้วยิ้มอีก ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดีก้าวหนึ่งแล้ว ปัญหาหลังจากนี้ก็ไม่ต้องกังวลเลยแม้แต่น้อยหลังจากนั้น หวังซินก็อิงตามวิธีก่อนหน้านี้ ที่โทรศัพท์ไปทางฝั่งของโทรทัศน์อีก โทรทัศน์ก็คือยี่ห้อ Amoisonic ซึ่งในช่วงหลายมาปีนี้โทรทัศน์ Amoisonic ก็ยังค่อนข้างมีชื่อเสียง และก็ยอมที่จะโฆษณา อีกทั้งในยุคนี้โทรทัศน์ได้เริ่มเป็นที่แพร่หลาย คนที่ยอมจ่ายเงินซื้อโทรทัศน์ก็มีเยอะมากหลังจากผู้รับผิดชอบฝั่งโทรทัศน์ Amoisonic สาขาเมืองซีจิงได้ข่าวแล้ว ก็รีบมาดูสถานที่สักพัก แม้แต่ราคาก็ไม่ทันรอให้หวังซินเสนอออกมา ก็ให้ค่าสนับสนุนมาโดยตรงสามแสนหยวนเงื่อนไขก็คือเน้นให้โทรทัศน์ Amoisonic ออกฉากเยอะหน่อย ซึ่งในส่วนนี้ สำหรับการถ่ายทำในด้านเทคนิคแล้ว ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย หวังซินจึงได้ตอบรับในที่นั้นไปหลังจากนั้นก็เป็นเครื่องซักผ้าของ Little Swan และต่อมาก็เป็นเหล้าเหมาไถ ผู้สนับสนุนเหล่านี้ล้วนถูกหวังซินดึงเข้ามาได้อย่างรวดเร็วเวลาหนึ่งวันล้วนยุ่งไปกับเรื่องนี้ ซึ่งหวังซินก็ถือว่ายุ่งมากเลยทีเดียวแต่ผลลัพธ์ก็ไม่เลวเลย ค่าใช้จ่ายของผู้สนับสนุนที่ได้รับมาในวันนี้วันเดียวก็หนึ่งล้านกว่าหยวนแล้ว ซึ่งโดยพื้นฐานก็สามารถแก้ไขปัญหาในการถ่ายทำละครโทรทัศน์ในช่วงหลังได้แล้วแค่หนึ่งล้านกว่าหยวนก็ยังไม่พอ เมื่อเทียบกับสองล้านหยวนที่คาดไว้ยังมีความห่างกันอยู่เล็กน้อยซึ่งในตอนที่หวังซินกำลังลำบากใจ ก็คาดไม่ถึงว่าร้านไอศกรีมที่อยู่ชั้นล่างจะเป็นฝ่ายเข้าหาหวังซินก่อนเรื่องที่หวังซินพูดกับผู้สนับสนุนในวันนี้ เขาก็พอได้ยินมาบ้าง สำหรับร้านไอศกรีมร้านนี้แล้ว โดยปกติก็ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อไปโฆษณาอะไร หากสามารถปรากฏอยู่ที่ในละครโทรทัศน์ได้ โดยเน้นป้ายร้านของตัวเองให้โดดเด่น งั้นร้านของตัวเองนี้ก็จะต้องเป็นที่รู้จักอย่างแน่นอนหวังซินไม่รู้ว่าเถ้าแก่ร้านไอศกรีมมาหาตัวเองทำไม โดยที่ยังไม่ทันรอให้หวังซินถาม เถ้าแก่ร้านไอศกรีมก็พูดกับหวังซินตรง ๆ ว่า: “พ่อหนุ่ม วันนี้ฉันเห็นนายยุ่งทั้งวันเลย เหนื่อยแล้วใช่ไหม?” “ไม่เหนื่อยนี่ครับ” เขาพูดหยอกล้อ ซึ่งการหาเงินจะมีอะไรให้เหนื่อยกัน“เฮ้เฮ้ นายว่าร้านไอศกรีมของฉันไปโผล่ในละครของพวกนายจะเป็นยังไง?” “อันนี้ไม่ดีมั้งครับ?พวกเราเป็นละครซิทคอมในห้อง ไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงไปถึงร้านไอศกรีมของคุณได้ครับ!” “แบบนี้นะ นายให้ร้านไอศกรีมของฉันโผล่ไปนิดหน่อย ฉันก็จะให้ค่าสนับสนุนนายนิดหน่อย วันหลังตอนที่พวกนายถ่ายทำละครโทรทัศน์ ฉันก็จะสนับสนุนไอศกรีมให้พวกนาย” เถ้าแก่ร้านไอศกรีมกัดฟัน แล้วพูดเงื่อนไขของตัวเองออกมาเดิมสิ่งที่เขาทำก็เป็นธุรกิจเล็ก ๆ ซึ่งสามารถเอาเงินบางส่วนออกมาทำโฆษณาได้ และก็นับว่าเป็นการลงทุนที่เยอะแล้ว“อันนี้ไม่มีปัญหาครับ” หวังซินยิ้มออกมาการแทรกโฆษณาร้านไอศกรีมนี้ยิ่งง่ายกว่าเดิม พอถึงเวลาตอนที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์ก็กินไอศกรีมสักอัน แล้วถ่ายป้ายร้านออกมาตรง ๆ ก็ได้แล้ว บางครั้งก็เชื่อมโยงไปยังเนื้อหานอกห้องได้ ร้านของเขานี้ก็ถ่ายเข้าไปด้วย ผลของโฆษณานี้ก็ได้ตามที่ตั้งไว้แล้วหลังจากนั้นตามความทรงจำของหวังซินแล้วเขาก็ได้หาเถ้าแก่ที่ชอบรับบทบาทเป็นผู้แสดงร่วมเจอหลายคน ทำให้พวกเขาได้ให้ค่าสนับสนุนจากที่ยุ่งวุ่นวายมากว่าสามวันเต็ม เรื่องสองล้านหยวนนี้ก็ทำออกมาได้จนเป็นที่พอใจ เบื้องต้นลองคำนวณดูสักหน่อย ก็คาดไม่ถึงว่าจะมีสองล้านสามแสนกว่าหยวนแล้วความยุ่งของหวังซินในหลายวันมานี้ ล้วนอยู่ในสายตาของหลินชง แต่แค่ไม่รู้ว่าหวังซินกำลังทำเรื่องอะไรอยู่วันนี้ หวังซินสะพายกระเป๋าใบใหญ่มาใบหนึ่ง ข้างในบรรจุเงินสดสองล้านสามแสนหยวน แล้วจึงเอาไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของหลินชง และพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า: “ผู้กำกับหลินครับ ปัญหาเรื่องเงินทุน ผมแก้ไขให้คุณแล้วนะครับ” “แก้ไขปัญหาแล้วงั้นเหรอ?” หลินชงไม่เชื่อเล็กน้อย ที่หวังซินได้ใช้เวลาแค่สามวันก็แก้ไขปัญหาเงินลงทุนสองล้านหยวนได้แล้วงั้นเหรอ? “คุณดูเองเถอะครับ” หวังซินรูดซิปกระเป๋าหนังสือออก ซึ่งข้างในเต็มไปด้วยธนบัตรร้อยหยวน ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ที่มองดูแล้วดึงดูดตาคนเป็นอย่างมากทำได้แล้วจริง ๆ !สีหน้าของหลินชงจึงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ถึงยังไงก็นึกไม่ถึงว่าในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้ หวังซินจะแก้ไขปัญหาพวกนี้ได้แล้ว...