บทที่ 110 บรรลุขั้นสี่
เมื่อได้ฟังแผนการของเฉียนหลิงอู่ ฉินชูคิดว่าดีมากทีเดียว หากจับเป็นได้ เช่นนั้นจะรู้ปัญหาเรื่องชาติกำเนิดอย่างกระจ่างแจ้ง
“จะเริ่มเมื่อไหร่?” เฉียนหลิงอู่ตื่นเต้นเล็กน้อย นางรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าเร้าใจนัก
“รอให้ข้าเข้าสู่ขั้นสี่ก่อนค่อยว่ากัน” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
เฉียนหลิงอู่มองฉินชูก่อนพยักหน้า “เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้ากล่าวมา รอให้ถึงขั้นสี่หลิงหยวน พลังต่อสู้ของเจ้าคงพัฒนาขึ้นมาก”
สนทนากันพักหนึ่ง เฉียนหลิงอู่จึงให้คนไปเตรียมอาหาร ฉินชูหยิบตำราขึ้นมาอ่าน สายตาของเขาหยุดอยู่บนหน้าหนึ่งของตำรา ในนั้นเขียนว่าหากสายเลือดศักดิ์สิทธิ์มีระดับสูงมากพอ ก็จะก่อกำเนิดกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ส่วนจะกำเนิดขึ้นที่ใดนั้นไม่แน่นอน แต่บริเวณที่กระดูกศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิดขึ้น ต้องมีความเป็นพิเศษแน่
ฉินชูอดไม่ได้ที่จะคิดเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่หน้าอกของเขาพลันเกิดความร้อนแผดเผาไม่หยุด หรือจะเป็นสิ่งนี้ใช่หรือไม่? หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง เขาก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไป เพราะการก่อกำเนิดกระดูกวิญญาณ ต้องเป็นสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันย์เท่านั้นถึงมีโอกาส ยามนี้ฝึกฝนอย่างสงบก่อนดีกว่า
ระหว่างการฝึกฝน ฉินชูใช้กระบี่พันคลื่นได้ช่ำชองยิ่งขึ้น สิ่งเดียวที่ยังขาดอยู่ คือไม่อาจโจมตีโดยปล่อยปราณกระบี่ออกจากตัวได้
หลังจากเห็นฉินชูฝึกฝนเพลงกระบี่เสร็จสิ้น เฉียนหลิงอู่ก็กล่าวขึ้น “ฉินชู แม้ว่าเจ้าจะฝึกฝนถึงจุดสูงสุดของขั้นสามเจินหยวนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ต้องคงสภาพให้มั่นคงก่อนค่อยทะลวงขั้นต่อไป ช่วงสามขั้นแรกล้วนเป็นรากฐาน เจ้าต้องสร้างรากฐานให้มั่นคง”
“ข้าเข้าใจ แม้ข้าจะต้องการเข้าสู่ขั้นสี่หลิงหยวน แต่ข้าไม่คิดจะทะลวงพลังโดยไม่ไตร่ตรองก่อน” ฉินชูกล่าว
เมื่อเห็นว่าฉินชูเข้าใจดี เฉียนหลิงอู่จึงไม่ได้กล่าวอะไรอีก นางเพียงเป็นห่วงฉินชู
จนถึงบัดนี้ ฉินชูก็ยังไม่มีอาจารย์ เขาฝึกฝนด้วยการคลำทางมาโดยตลอด หากทำสิ่งใดก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย เฉียนหลิงอู่รู้สึกคับข้องใจเล็กน้อย ฉินชูนับว่ามีคุณสมบัติระดับดีเยี่ยมแน่นอน แต่เหตุใดในสำนักชิงหยุนจึงไม่มีผู้ใดรับฉินชูเป็นลูกศิษย์สักที?
เรื่องนี้ฉินชูเองก็เคยคิดเช่นกัน แต่เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยถึง เขาจึงไม่ได้ไต่ถาม หรือความจริงเรื่องนี้ถือเป็นเพียงความเข้าใจผิด
ไม่มีผู้ใดอยากรับฉินชูเป็นศิษย์หรือ? ไม่ใช่เลย มีคนมากมายอยากรับ แต่เป็นเพราะโม่เต้าจื่อ จึงไม่มีผู้ใดรับฉินชูเป็นลูกศิษย์ได้ ส่วนโม่เต้าจื่อเองก็คิดว่าตัวเองมีปัญหา เขาไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงกระบี่ หรือชี้แนะฉินชูได้ เรื่องเหล่านี้ส่งผลให้ฉินชูที่มีคุณสมบัติดีเลิศไม่มีอาจารย์รับ
อีกจุดหนึ่งที่เฉียนหลิงอู่ไม่เข้าใจคือ ภายในระยะเวลาสั้นๆ เฉียนหลิงเทียนมาตำหนักหลิงอู่ของนางถึงสองหน แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมาเลย นางลองซักถามแล้ว คำตอบของเฉียนหลิงเทียนคือระยะนี้ไม่มีธุระอะไร จึงแวะมาเยี่ยมเฉยๆ
ไม่มีธุระหรือ?
เฉียนหลิงเทียนมีธุระมากมาย เขามาหานางเพื่อสังเกตฉินชู เขาส่งคนไปตรวจสอบฉินชู แต่บันทึกของฉินชูในสำนักชิงหยุนเริ่มต้นตั้งแต่เขาเข้าสำนัก ก่อนหน้านั้นมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีข้อมูลแม้แต่น้อย ไม่มีความเป็นมา ไม่มีชาติกำเนิด ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงคิดจะสังเกตฉินชูในระยะใกล้ แต่ยังคงไม่พบอะไร
หลังจากอยู่ที่เมืองหลวงต้าเฉียนเป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง ฉินชูจึงเก็บตัวฝึกฝน เพื่อทะลวงขั้นสี่หลิงหยวน
เส้นทางของผู้ฝึกฝน หากบอกว่าขั้นหนึ่งจวี้หยวนเป็นจุดเริ่มต้น ขั้นสองหนิงหยวนช่วงข้ามผ่าน เช่นนั้นขั้นสามก็เป็นการสร้างรากฐาน
ขั้นหนึ่งคือการรวบรวมอณูปราณ ขั้นสองหล่อหลอมอณูปราณ ขั้นสามเป็นการสกัดพลังปราณในรูปอากาศเป็นพลังปราณในรูปของเหลว และหากคิดจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นสี่ เช่นนั้นก็ต้องฝึกฝนจนเกิดมุกพลัง ผู้ฝึกตนที่มีมุกพลัง ระดับและคุณภาพพลังปราณจะพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก มีแต่ทำเช่นนี้ถึงจะใช้การโจมตีโดยปล่อยพลังปราณออกจากร่างได้ หรือก็คือรูปแบบการโจมตีโดยปราณกระบี่และคมดาบนั่นเอง
สภาวะจิตใจของฉินชูสงบมาก เขารู้ว่าเส้นทางต่อจากนี้นั้นยากลำบาก ต้องมีพลังความสามารถ ถึงจะปกป้องคุ้มครองตนเองได้ดียิ่งขึ้น
ฉินชูขับเคลื่อนพลังปราณ หมุนเวียนมันอยู่ภายในตันเถียน หลังจากหมุนเวียนระยะหนึ่ง เขาจึงควบคุมพลังปราณให้พุ่งเข้าปะทะจุดศูนย์กลางของตันเถียน ยามนี้เขาต้องสกัดและบีบอัดพลังปราณ เมื่อพลังปราณในรูปของเหลวถูกบีบอัดถึงระดับหนึ่ง เช่นนั้นก็จะกลายเป็นรูปของแข็ง มุกพลังก็คือพลังปราณในรูปแบบของแข็ง
เมื่อรู้ว่าฉินชูเก็บตัวแล้ว เฉียนหลิงอู่รู้สึกกังวลใจไม่น้อย นางไม่ได้กลับไปฝึกฝนในห้อง แต่อยู่ภายในสวนดอกไม้บริเวณรอบนอกที่พักของฉินชู เพื่อเฝ้าระวังให้ นางรู้ว่าการบรรลุในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำหรับฉินชู หากสำเร็จก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง
เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปอย่างเชื่องช้า พลังปราณของฉินชูยังคงถูกสกัดและบีบอัดอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปหนึ่งคืน พื้นที่ในตันเถียนของฉินชูว่างไปแล้วกึ่งหนึ่ง พลังปราณที่เดิมที่่มีอยู่เต็มตันเถียนล้วนไปรวมตัวอยู่ที่จุดศูนย์กลาง พื้นที่ในตันเถียนว่างไปกึ่งหนึ่ง คุณภาพพลังปราณของเขาก็พัฒนาขึ้นหนึ่งเท่าตัว
ต้องบีบอัดต่อ ตราบใดที่มุกพลังยังไม่ปรากฏ เช่นนั้นฉินชูก็ต้องบีบอัดและสกัดพลังปราณต่อไป
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน ขนาดพลังปราณของฉินชูหดเล็กลงอีกกึ่งหนึ่ง พื้นที่ในตันเถียนว่างไปสามในสี่ส่วน
ยังต้องบีบอัดต่อ ฉินชูนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่งไม่ไหวติง ประหนึ่งหลวงจีนนั่งสมาธิก็มิปาน ดูนิ่งสงบเสียยิ่งกว่าสิ่งใด แต่นี่เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ยามนี้ภายในตันเถียนของฉินชู พลังปราณกำลังหมุนเวียนด้วยความเร็วสูง ระหว่างหมุนเวียนก็เกิดเสียงดังครืดครืดอยู่ตลอด
วันที่สามผ่านพ้นไป ตันเถียนของฉินชูจึงว่างเปล่า พลังปราณถูกเขาบีบอัดไปอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็ก อีกทั้งยังอยู่ในลักษณะข้นหนืด แต่ความเร็วหมุนเวียนกลับยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย
วันที่สี่ ยามพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงภายในตันเถียนของฉินชู จุดเยือกแข็งสีขาวขนาดเล็กพลันปรากฏ ภายหลังพลังปราณที่ข้นหนืดพุ่งเข้าปะทะ จุดเยือกแข็งก็มีขนาดใหญ่ขึ้นๆ ในขณะเดียวกัน พลังปราณข้นหนืดของฉินชูก็ลดลงเรื่อยๆ
เมื่อพลังปราณข้นหนืดหายไปจนสิ้น ภายในตันเถียนของฉินชูปรากฏมุกกลมสีขาวที่มีขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบ มุกพลัง นั่นคือสัญลักษณ์ของผู้ฝึกตนขั้นสี่หลิงหยวน
มุกพลังปราณ!
การก่อเกิดมุกพลัง ดูดซับพลังปราณในรูปของเหลวของฉินชูไปทั้งหมด ทำให้ตันเถียนของฉินชูว่างเปล่า แต่ฉินชูรู้ว่า มุกพลังเม็ดนี้ แข็งแกร่งกว่าพลังปราณในรูปของเหลวที่มีอยู่เต็มตันเถียนของเขาก่อนหน้านี้มาก
หลังจากคงสภาพพลังตบะพักหนึ่ง ฉินชูจึงลุกขึ้น เหยียดร่างกาย ระหว่างกำลังเหยียด กระดูกทั่วทั้งตัวเกิดเสียงแกร่กแกร่กดังขึ้น ยามนี้เขาเป็นผู้ฝึกตนขั้นสี่หลิงหยวนแล้ว
พอออกมาจากห้อง ฉินชูก็ชักกระบี่เทพบูรพาออกมา ลองใช้วิชากระบี่พันคลื่น
ระหว่างที่ฉินชูกวัดแกว่งกระบี่เทพบูรพา ปราณกระบี่จำนวนหนึ่งพุ่งทะยานออกจากกระบี่เทพบูรพา ปราณกระบี่ตกกระทบแผ่นหินบนพื้นดิน เศษหินพลันฟุ้งกระจาย!
“ยินดีด้วย” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมกล่าว
“ขอบคุณมาก” ฉินชูประสานมือคำนับเฉียนหลิงอู่
“เจ้าเกรงใจเกินไป เในยามนี้นับว่าเจ้าเป็นยอดฝีมือตัวน้อยแล้ว จากนี้ต้องพยายามอีก หากมีเรื่องใดให้ข้าช่วยเหลือ บอกข้าได้เสมอ” เฉียนหลิงอู่กล่าว
ฉินชูส่ายหน้า เขามีปัญหาหนึ่งก็จริง แต่เขาไม่คิดจะรบกวนเฉียนหลิงอู่ เขาคิดจะกลับไปจัดการที่สำนักชิงหยุน เป็นปัญหาเรื่องเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังปราณ ชิ้นส่วนคัมภีร์เคล็ดวิชาปราณฟ้าเพียงบันทึกไว้เพียงการฝึกฝนช่วงก่อนสกัดมุกพลัง หลังจากสกัดมุกพลังก็ไม่มีบันทึกไว้แล้ว จะฝึกฝนตามเคล็ดวิชาก่อนหน้านี้ หรือหาตำรายุทธ์ใหม่ ฉินชูก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ
“เจ้าพักผ่อนดีๆ ก่อน เดี๋ยวเราค่อยออกไปตกปลากัน ลองดูว่าจะล่อคนที่มีใจคิดอยากสังหารเจ้าออกมาได้หรือไม่” เฉียนหลิงอู่กล่าวกับฉินชู