“คุณครูมาหาใครคะ”
แม่ของขิมมองผ่านสินมาทางธาม สายตาไม่หยุดที่ชายซึ่งยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว
สินยกมือโบกตรงหน้าเมีย “ผมอยู่นี่”
ไม่มีการกะพริบตา ไม่มีแม้แต่สีหน้ารำคาญ ผู้หญิงคนนั้นยังรอคำตอบจากธามเหมือนตรงกลางห้องว่างเปล่า
“ผมมาหาสินครับ” ธามพูด
แม่ของขิมขมวดคิ้ว “ใครนะคะ”
สินจับไหล่เธอ มือของเขาวางลงได้ตามปกติ แต่เธอไม่สะดุ้ง เขาลองเขย่าเบา ๆ ร่างนั้นขยับตามแรงโดยไม่หันกลับ
“ขิม บอกแม่สิว่าพ่ออยู่ตรงนี้”
เด็กหญิงกอดกรอบรูปแน่น ดวงตาเลื่อนไปมาระหว่างสินกับพื้นที่ว่างในภาพ
“พ่อ...”
แม่วางมือบนศีรษะเธอ “หนูไม่มีพ่อนะลูก”
ขิมตัวแข็ง
“แม่เลี้ยงหนูมาคนเดียว จำไม่ได้หรือ”
เด็กหญิงอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงออกมา สินทรุดนั่งตรงเก้าอี้ เขาหัวเราะสั้น ๆ เหมือนฟังมุกที่ไม่เข้าใจ
“พอแล้วครับ” ธามบอก “ทุกคนเห็นเขาอยู่ เขายังจับคุณได้”
แม่ครูวารีมองมือสินบนไหล่ผู้หญิง “นั่นจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
สินชักมือกลับ “หมายความว่าอะไร”
“ไปจากบ้านนี้ก่อน”
“นี่บ้านผม”
แม่ของขิมหันมองรอบห้อง “บ้านนี้เป็ของฉันค่ะ”
“ผมต่อครัวเอง ผมเปลี่ยนหลังคาเอง โต๊ะตัวนี้ผมทำ—”
สินทุบโต๊ะ ฝ่ามือกระแทกไม้ แต่ไม่มีเสียง เขามองมือตัวเองแล้วทุบอีกครั้ง คราวนี้ถ้วยน้ำสั่นเพียงเล็กน้อย
ธามคว้าข้อมือเขา ยังจับได้ ยังรู้สึกถึงผิวอุ่นและชีพจร แต่แรงเต้นเบาจนต้องกดนิ้วแน่น
“ไปหาร้านซ่อมของคุณ” ธามพูด “ต้องมีคนจำได้ มีลูกค้า มีเครื่องมือ มีเอกสาร”
“ร้านอยู่ข้างศาลา” สินรีบลุก “ผมซ่อมรถให้คนครึ่งหมู่บ้าน”
“ผมไปด้วย”
ขิมเงยหน้า “หนูไปด้วย”
แม่ดึงเธอไว้ “วันนี้มีเรียน”
“แต่พ่อ—”
คำสุดท้ายเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ใครสอนให้เรียกคนแปลกหน้าว่าพ่อ” แม่ถาม
ขิมมองสินอีกครั้ง ความแน่ใจในดวงตาถูกแทนด้วยความสับสน เธอปล่อยกรอบรูปลงข้างตัว
“ครูพาเขาออกไปเถอะค่ะ”
สินยืนนิ่งเหมือนถูกตบ
ธามพาเขาออกจากบ้าน แม่ครูวารีตามมาถึงรั้ว แต่ไม่เดินต่อ
“ก่อนเที่ยง เขาจะเสียของที่คนอื่นจำให้” เธอบอก “ก่อนมืด เขาจะเสียของที่ตัวเองจำ”
“แล้วหลังมืดล่ะ” ธามถาม
วารีมองสิน “อย่าให้ถึงตอนนั้น”
“หยุดอย่างไร”
“ถ้าฉันรู้ ทุกหลุมคงมีชื่อไปนานแล้ว”
สินเดินนำไปทางศาลา ไหล่ห่อ มือกำโทรศัพท์แน่น เขากดเปิดประวัติการโทร หน้าจอว่าง ไม่มีสายเข้า ไม่มีสายออก ไม่มีรายชื่อ เขาลองโทรหาเบอร์หนึ่งด้วยความจำ
เสียงผู้หญิงรับ “ฮัลโหล”
“พี่ชด ผมสินนะ รถไถพี่ซ่อมเสร็จแล้ว”
“สินไหน”
“ช่างสิน ข้างศาลา”
ปลายสายเงียบ ก่อนวางไป
สินกดโทรใหม่ มือสั่นจนกดเลขผิด ธามหยุดเขา
“ไปดูร้านก่อน”
ร้านซ่อมเป็เพิงสังกะสีติดศาลาหมู่บ้าน ป้ายหน้าร้านเขียนว่า ร้านช่างชด ตัวอักษรใหม่กว่าสังกะสีหลายปี ชายอ้วนในเสื้อกล้ามกำลังเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถไถ
สินยืนมองป้าย “เมื่อคืนยังเป็ชื่อผม”
ชื่อบนป้ายตรงกับคนปลายสาย สินเห็นธามมองจึงบอกเอง “ลูกพี่ลูกน้อง ผมให้เขามาช่วยบางวัน”
สินเดินเข้าไปหยิบประแจจากโต๊ะ ชายอ้วนเงยหน้าทันที
“เฮ้ย จะเอาของไปไหน”
“พี่ชด นี่ประแจผม”
“รู้จักกันหรือ”
สินหัวเราะฝืด ๆ “เลิกเล่นได้แล้ว”
ชดวางขวดน้ำมัน ลุกขึ้นช้า ๆ “ครู พาคนนี้มาจากไหน”
“เขาบอกว่าเป็เ้าของร้าน” ธามตอบ
“ร้านผมเปิดมาเก้าปี คนทั้งหมู่บ้านรู้”
สินรีบไปที่ตู้เหล็ก “ข้างในมีรูปขิม มีสมุดบัญชี แล้วก็วิทยุที่เมียซื้อให้”
กุญแจในมือเขาไขไม่เข้า ชดดึงแขนออก สินสะบัด แต่แรงของเขาเหมือนไม่มีน้ำหนัก ชดเพียงขยับไหล่ก็ทำให้สินเซไปชนเสา
“อย่าแตะของผม” ชดเตือน
ธามขอให้เปิดตู้เพื่อจบเื่ ชดไม่พอใจ แต่ยอมไข ภายในมีสมุดบัญชี วิทยุเก่า และรูปเด็กชายคนหนึ่ง ไม่มีรูปขิม
สินคว้าสมุด เปิดหาชื่อลูกค้า ทุกหน้าเป็ลายมือชด ไม่มีลายมือของเขา
“ผมเขียนตรงนี้” เขาชี้ช่องว่างระหว่างสองบรรทัด “เมื่อวานยังมีค่าซ่อมรถแม่ครู”
ชดมองธาม “เขาเมาหรือเปล่า”
“ผมไม่ดื่มตอนเช้า” สินสวน
“แล้วเอ็งเป็ใคร”
คำถามนั้นทำให้เพิงเงียบ
สินก้มมองเสื้อของตัวเอง ด้านอกเคยมีชื่อร้านปักอยู่ แต่ตอนนี้เหลือเพียงรอยด้ายที่ถูกเลาะออก เขาคลำกระเป๋า พบไขควงสั้นหนึ่งด้าม ตรงปลายด้ามมีรอยขีดคำว่า สิน
“นี่ไง” เขายื่นให้ทุกคน
ธามอ่านคำบนด้ามได้ชัด ชดรับไปพลิกดู
“เขียนว่าอะไร” ธามถาม
“ไม่มีอะไร แค่รอยขีด”
สินดึงไขควงคืน คำว่า สินยังอยู่ แต่ตัว ส เริ่มบางลงต่อหน้าต่อตา
“ไปโรงเรียน” ธามบอก “ในทะเบียนผู้ปกครองต้องมีชื่อคุณ”
ทั้งสองออกจากร้าน ชดะโตามให้คืนไขควง สินไม่หันกลับ
ระหว่างทาง เด็กสองคนปั่นจักรยานสวนมา ล้อหน้าชนไหล่สินเต็มแรง เด็กไม่หยุด ไม่แม้แต่หันขอโทษ สินหมุนตัวล้มลงข้างถนน
“พวกเขามองไม่เห็นผมแล้ว”
ธามช่วยพยุง “ยังชนได้ แปลว่ายังอยู่”
“ครูพูดเหมือนนั่นเป็ข่าวดี”
พอถึงโรงเรียน เสียงออดคาบแรกดัง นักเรียนวิ่งเข้าห้อง ธามควรไปสอน แต่เขาพาสินเข้าห้องธุรการ แม่ครูวารียืนรออยู่หน้าตู้เอกสาร ราวกับรู้ว่าพวกเขาจะมา
“ทะเบียนขิม” ธามพูด
วารีวางแฟ้มบนโต๊ะ “เปิดดูเอง”
ใบสมัครเรียนมีชื่อเด็กหญิงขิม ที่อยู่ และชื่อมารดา ช่องบิดาว่างเปล่า ช่องผู้ปกครองเขียนชื่อแม่เพียงคนเดียว สำเนาทะเบียนบ้านมีสมาชิกสองคน
สินพลิกทุกแผ่น “ผมมาเซ็นเอง ผมเป็คนพาขิมมามอบตัว”
“ใครเป็ครูรับสมัคร” ธามถาม
แม่ครูวารีชี้ลายเซ็นของตน “ฉัน”
“คุณจำได้ไหม”
เธอมองสินนาน “จำได้ว่ามีเก้าอี้อีกตัว แต่จำคนที่นั่งไม่ได้”
นี่เป็ครั้งแรกที่ธามเห็นความกลัวชัดบนหน้าเธอ
“คุณก็เริ่มลืม”
“ทุกคนเริ่มพร้อมกันไม่เท่ากัน” วารีปิดแฟ้ม “คุณยังจำชัดเกินไป”
“ทำไม”
“คำถามนั้นอันตรายกว่าสินตอนนี้”
“ผมยืนอยู่ตรงนี้นะ” สินพูด
วารีหันตามเสียงช้ากว่าปกติ เหมือนต้องใช้แรงมากเพื่อมองเห็นเขา “เพราะอย่างนั้นรีบใช้เวลาที่เหลือ”
ธามไม่ยอมจบที่ทะเบียน เขาขอให้แม่ครูเรียกครูและเ้าหน้าที่ซึ่งทำงานมานานมาที่ห้องพักครู ห้าคนยืนล้อมโต๊ะ ไม่มีใครรู้ว่าถูกเรียกมาทำไม
สินยืนข้างตู้เอกสาร ใบหน้าเริ่มซีดเมื่อแสงจากหน้าต่างส่องผ่าน
“มีใครรู้จักผู้ชายคนนี้ไหมครับ” ธามถาม
ครูคณิตศาสตร์มองตามมือเขา “คนไหน”
“คนข้างตู้ เสื้อช่างสีเทา”
ทุกคนมองผ่านสินไปยังตู้
“ตู้เป็อะไรหรือครู” เ้าหน้าที่ถาม
สินเดินเข้ามากลางวง “ผมเคยซ่อมพัดลมให้ห้องนี้ เปลี่ยนก๊อกน้ำหลังโรงอาหาร แล้วก็ทำชั้นหนังสืออนุบาล”
ครูอนุบาลหันไปทางเสียง แต่สายตาหยุดที่ผนัง “ชั้นนั้นพี่ชายฉันทำให้”
“พี่ชายคุณจ่ายค่าจ้างผม”
“ฉันไม่มีพี่ชาย”
สินถอยหนึ่งก้าว ชนเก้าอี้ เก้าอี้เลื่อนไปแต่ไม่มีใครมอง เขาลองหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ นิ้วจับหูแก้วได้ครู่หนึ่งก่อนลอดผ่าน แก้วตกและแตก
ทุกคนสะดุ้ง
“แก้วตกเองได้อย่างไร” ครูคณิตศาสตร์ถาม
“เขาทำตก” ธามชี้
แม่ครูวารีสั่งให้ทุกคนกลับไปสอน สีหน้าของครูแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนจากงงเป็ระแวง บางคนมองธามเหมือนเขาพาคนที่ไม่มีอยู่จริงเข้ามาในโรงเรียน
“การเรียกคนมาดูไม่ได้ช่วย” วารีพูดเมื่อห้องว่าง “ยิ่งคนยืนยันว่าไม่มี เขายิ่งเบาลง”
“แล้วคุณปล่อยให้ทุกคนกลับไปยืนยันความจริงใหม่ทำไม”
“เพราะถ้าพวกเขาเริ่มถามต่อ สิ่งนั้นจะได้ชื่อเพิ่ม”
“คุณพูดเหมือนการไม่รู้ช่วยทุกอย่าง”
“บางครั้งมันช่วยให้รอดถึงพรุ่งนี้”
สินก้มเก็บเศษแก้ว มือผ่านชิ้นแก้วหลายครั้ง เขาหยุดพยายามแล้วมองมือของตน
“ผมยังรู้สึกเจ็บอยู่” เขาพูด “ทำไมจับอะไรไม่ได้”
ธามหยิบเศษแก้วแทน มีเืซึมจากปลายนิ้ว สินมองหยดเืด้วยสีหน้าคนหิว
“ผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายเืออกเมื่อไร”
แม่ครูวารีโยนผ้าขาวให้ธาม “อย่าให้เืตกบนสมุดหรือรูปชื่อใคร”
“เพราะอะไร”
“เพราะเืจำเ้าของได้ดีกว่ากระดาษ”
ธามกำลังจะถามต่อ เสียงประกาศจากศาลาหมู่บ้านดังผ่านลำโพง ขอให้เ้าของรถกระบะสีน้ำเงินซึ่งจอดขวางทางไปรับรถ
สินเงยหน้า “รถผม”
ทั้งสามไปที่ศาลา รถกระบะคันเดิมจอดอยู่ ลุงผู้ใหญ่บ้านยืนถือกุญแจและสมุดทะเบียนรถ
“ไม่มีชื่อเ้าของ” เขาบอกแม่ครู “ค้นทะเบียนบ้านก็ไม่ตรงกับใคร จะลากไปเก็บที่วัดก่อน”
“นี่รถผม” สินพูด
ธามทวนคำให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง ชายชรามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ “ครูเพิ่งมาเมื่อวาน จะรู้ได้อย่างไร”
“ผมเห็นเขาขับมารับลูกที่โรงเรียน”
“ลูกใคร”
“ขิม”
ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะ “ขิมอยู่กับแม่สองคน พ่อทิ้งไปั้แ่ยังไม่เกิด หรือไม่ก็ไม่เคยมีใครรู้”
สินคว้าคอเสื้อชายชรา มือทะลุผ่านผ้า เขาเสียหลักล้มคุกเข่า ผู้ใหญ่บ้านเพียงยกมือลูบหน้าอกเหมือนมีลมเย็นผ่าน
“ผมซ่อมรถให้ลุงเมื่อเดือนก่อน” สินะโ “ลุงยังค้างผมสองร้อย”
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ยิน
ชาวบ้านเริ่มมุงดูรถ เด็กคนหนึ่งปีนขึ้นกระบะ หญิงขายของเปิดประตูค้นของ ทุกคนแตะสิ่งที่เป็ของสินโดยไม่ขออนุญาต เขาวิ่งห้ามทีละคน แต่ไม่มีเสียงไปถึงใคร
หญิงคนหนึ่งพบถุงเสื้อผ้าหลังเบาะ ข้างในมีเสื้อผู้ชายสามตัว เธอยกขึ้นถามว่าเป็ของใคร
“ของผม” สินตอบ
ชายอีกคนรับไปทาบตัว “ไม่มีเ้าของก็เอาไปบริจาควัด”
สินดึงเสื้อไว้ ผ้าอยู่ในมือเขาครึ่งหนึ่งและในมือชาวบ้านอีกครึ่ง แต่เมื่อชายคนนั้นออกแรง เสื้อก็หลุดผ่านนิ้วสินไป
“หยุดนะ” ธามพูดแทน “ของยังมีเ้าของ”
ผู้ใหญ่บ้านมองเขา “เ้าของอยู่ไหน”
ธามชี้ตรงหน้าตามสัญชาตญาณ ทุกคนหันไปเห็นพื้นที่ว่าง
เสียงซุบซิบเริ่มขึ้น ครูใหม่เห็นคนไม่มีตัวตน ครูใหม่พูดกับอากาศ ครูใหม่อาจไม่สบาย
สินยืนกลางวง สีหน้าว่างเปล่า เขาไม่ะโอีกแล้ว
“ตอนเมียผมตาย คนพวกนี้มาช่วยงานทุกคน” เขาพูดกับธาม “ลุงผู้ใหญ่เป็คนถือรูปหน้าศพ พี่ชดช่วยยกโลง ป้าคนนั้นนั่งปลอบขิมทั้งคืน”
“พวกเขาถูกเปลี่ยนความจำ”
“หรือผมไม่เคยอยู่จริง”
“ผมจำคุณได้”
สินมองธาม “ครูเพิ่งรู้จักผมเมื่อวาน”
ประโยคนั้นหนักกว่าคำปฏิเสธของทั้งหมู่บ้าน ธามมีความทรงจำเกี่ยวกับสินไม่ถึงหนึ่งวัน ขณะที่คนซึ่งรู้จักมาหลายปีไม่มีอะไรเหลือ เขาไม่รู้ว่าความจำของตนแข็งแรงกว่า หรือเพียงยังมาไม่ถึงลำดับที่จะถูกแก้
แม่ครูวารีดึงธามออกจากวง “พอแล้ว”
“ผมต้องหาคนที่ยังจำ”
“คนที่ยังจำกำลังตกเป็เป้าเหมือนคุณ”
“อย่างน้อยก็พิสูจน์ว่าสินมีจริง”
“หลักฐานไม่ได้ช่วยคนที่ถูกลบ”
สินหันมามองเธอ “แต่ช่วยให้ลูกผมรู้ว่าพ่อไม่ได้ทิ้ง”
แม่ครูวารีหลบตา
ก่อนกลับโรงเรียน ธามหยิบเศษกระดาษจากรถ เป็ใบเสร็จร้านขายอะไหล่ ช่องผู้ซื้อว่าง แต่ด้านหลังมีรูปบ้านวาดด้วยดินสอ เด็กหญิงสามคนจับมือผู้ชายหนวดบาง ใต้ภาพเขียนว่า พ่ออย่าลืมซื้อยางลบ
ลายมือของขิม
สินรับกระดาษไป มือจับได้อย่างแ่เบา “ผมซื้อยางลบให้แล้ว แต่ลืมเอาออกจากรถ”
ธามเก็บกระดาษไว้ในกระเป๋า “เอาไปให้ขิม”
“ถ้าเธอยังอ่านออก”
ขิมนั่งอยู่ห้อง ป.๖ แต่ไม่ได้เปิดหนังสือ เธอวาดรูปบ้านลงในสมุด มีแม่ยืนหน้าประตู และมีคนอีกคนอยู่ริมกระดาษ ร่างนั้นถูกลบจนกระดาษเป็ขุย
ธามเรียกเธอออกมา สินยืนรอตรงระเบียง
“ครูพาใครมาคะ” ขิมถาม
สินหลับตา
“มองดี ๆ” ธามบอก “เขาไปรับเธอที่โรงเรียนเมื่อวาน รถกระบะสีน้ำเงิน เขาเปลี่ยนยางตรงวัด เขาทำไข่เจียวให้กิน”
ขิมมองรองเท้าสิน “รองเท้าคู่นี้อยู่หน้าบ้านหนู”
“เพราะพ่อใส่”
เด็กหญิงสะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่า พ่อ
สินคุกเข่าตรงหน้า “ขิม จำได้ไหม ตอนแม่ตาย ลูกไม่ยอมนอน พ่อนั่งพัดให้ทั้งคืน พ่อร้องเพลงไม่เป็เลยฮัมแค่สี่โน้ต”
ขิมยกมือแตะหู ทำนองสั้นดังจากปากสิน เสียงเขาสั่นแต่โน้ตยังตรง
น้ำตาไหลลงแก้มเด็กหญิง “พ่อ...”
สินยิ้มทั้งน้ำตา
“พ่อชื่ออะไร” ธามถาม
ขิมพยายามตอบ ปากขยับแต่ไม่มีเสียง เธอคว้าดินสอจากกระเป๋า เขียนลงบนฝ่ามือ
พ่อชื่อสิน
ตัวอักษรอยู่ได้สามวินาที ก่อนจางเหมือนถูกเช็ดจากใต้ผิว
ขิมเขียนซ้ำ กดแรงจนปลายดินสอหัก
“พ่อชื่อสิน” เธอพูดออกมาได้ในที่สุด
ประตูห้องเรียนเปิด แม่ของขิมยืนอยู่ด้านในทางเดิน ไม่มีใครเห็นว่าเธอเข้ามาเมื่อไร ชุดสีฟ้ายังชื้นตรงชาย
“ขิม กลับบ้านกับแม่”
เด็กหญิงกำมือซ่อนรอยดินสอ
แม่เดินมาหา สายตาเลื่อนผ่านสิน “ลูกคุยกับใคร”
“พ่อ”
รอยยิ้มของแม่หายไปครู่หนึ่ง “ลูกไม่มีพ่อ”
“มี”
“ถ้ามี เขาอยู่ไหน”
ขิมชี้ไปตรงหน้า แต่ปลายนิ้วค่อย ๆ ลดลง สินยังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น แสงแดดจากหน้าต่างทะลุผ่านขอบไหล่เขา เห็นรอยเสื้อผ้ากับผนังซ้อนกัน
“ตรง...” ขิมพูดไม่จบ
แม่ยื่นมือให้ “กลับบ้านเถอะ แม่ทำของโปรดไว้”
ขิมมองมือแม่ แล้วมองฝ่ามือตนเอง คำว่า สิน หายไปแล้ว เหลือเพียงรอยกดแดง
“หนูมีเรียน” เธอตอบ
แม่ขิมเอียงศีรษะ “เมื่อก่อนลูกไม่เคยขัดแม่”
“เมื่อก่อนแม่ร้องเพลงไม่ผิด”
ผู้หญิงนิ่งไป นักเรียนในห้องเริ่มหันมอง แต่ดูเหมือนเห็นเพียงขิมยืนคุยกับแม่ ไม่เห็นสินซึ่งอยู่ระหว่างกลาง
แม่ยิ้มอีกครั้ง “เย็นนี้ค่อยคุยกัน”
เธอเดินจากไปโดยไม่มีเสียงฝีเท้า
ขิมฉีกหน้ากระดาษจากสมุด ใช้ดินสอถูด้านข้าง รอยกดคำว่า พ่อชื่อสิน ค่อย ๆ ปรากฏเป็สีเทา
“หนูจะเก็บอันนี้ไว้”
ธามรับกระดาษมาดู “อย่าให้แม่เห็น”
“ครูต้องช่วยพ่อ”
สินนั่งพิงผนัง “อย่างน้อยลูกยังจำได้”
ขิมมองไปทางเสียง แต่สายตาไม่ตรงกับหน้าเขาแล้ว
“พ่ออยู่ไหนคะ”
สินยื่นมือแตะแก้มลูก ปลายนิ้วผ่านผิวไปเล็กน้อยก่อนหยุด ขิมรู้สึกเพียงลมเย็น เธอไม่หัน
ธามพาสินไปบ้านพัก่พักกลางวัน เขานึกถึงข้อความของครูคนก่อนในลิ้นชัก ถ้าชายคนนั้นเคยเห็นการลบ อาจทิ้งวิธีช่วยไว้มากกว่าประโยคเดียว
กระดาษเดิมยังอยู่ แต่ข้อความเปลี่ยน
ถ้าคุณยังจำคนที่หายได้ อย่าเรียกชื่อเขาดัง ๆ มันจะรู้ว่าคุณมองเห็น
บรรทัดซึ่งเคยกล่าวถึงขวดหมึกดำหายไป เหลือรอยวงกลมบนกระดาษ
“มันคือใคร” สินถาม
“ครูคนก่อนอาจรู้”
“แล้วเขาอยู่ไหน”
“ถูกลบเหมือนคุณ”
สินหัวเราะเบา ๆ “งั้นเขาช่วยตัวเองยังไม่ได้”
ธามค้นลิ้นชัก ใต้แผ่นไม้มีรอยขูด เขาใช้ไขควงของสินงัด พื้นลิ้นชักยกขึ้น เผยรูปถ่ายโรงเรียนเก่า ภาพเด็กกับครูยืนเรียงหน้าอาคารไม้ หลายใบหน้าถูกหมึกดำป้ายทับ
ด้านหลังมีข้อความลายมือเดียวกับกระดาษ
คนที่ยังจำจะถูกมันจำกลับ
ธามพลิกรูป ในแถวหลังมีครูผู้ชายยืนอยู่ ใบหน้าเลือน แต่แขนเสื้อมีรอยปะรูปสามเหลี่ยมเหมือนที่ขิมวาดไว้ในบันทึก
“ครูคนก่อน” ธามพูด
สินมองภาพ “ตรงนั้นไม่มีใคร”
ธามชี้ “คุณไม่เห็นหรือ”
“เห็นแต่เงาดำ”
ตรงตำแหน่งครูมีคราบหมึกสูงเท่าคน ธามเพิ่งเห็นว่ามันไม่ใช่รอยป้ายทับธรรมดา ขอบคราบมีรูปไหล่ ศีรษะ และนิ้วยาววางบนบ่าของเด็กคนหนึ่ง
เด็กในภาพคือธาม
เขาปล่อยรูปตก
“เป็อะไร” สินถาม
เสียงออดบ่ายดังจากโรงเรียน แต่ตามด้วยเสียงระฆังทุ้มจากสุสานหนึ่งครั้ง
สินทรุดลง ร่างกระตุกเหมือนถูกดึงจากด้านหลัง ไขควงหลุดจากมือ กระแทกพื้นโดยไม่มีเสียง
“ช่วยเขียนชื่อผมไว้” เขาพูด “ที่ไหนก็ได้”
ธามคว้าดินสอ เขียนคำว่า สิน บนผนังบ้าน ตัวอักษรจางทันที เขาเขียนบนแขนตัวเอง บนปกสมุด บนพื้นไม้ ทุกคำหายเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
“ชื่อเต็มคุณ”
สินอ้าปาก แต่จำไม่ได้
“นามสกุลล่ะ”
“ผม...” เขากดมือบนหน้าอก “ผมเป็พ่อขิม”
“ชื่อแม่คุณ บ้านเกิด วันเกิด อะไรก็ได้”
สินมองรอบห้อง “ผมซ่อมรถ”
“คุณอยู่บ้านหลังไหน”
“บ้าน...”
เขาหยุด ร่างส่วนขาโปร่งจนเห็นลายพื้นไม้
ธามพยุง แต่แขนลอดผ่านตัวสิน เขาคว้าอีกครั้ง จับได้เพียงเนื้อบางเบาเหมือนผ้าเปียก
“อย่าให้ขิมลืม” สินพูด
“ผมจะพาเธอมา”
“ไม่ทันแล้ว”
เงาดำบนพื้นห้องยาวขึ้นทั้งที่แดดบ่ายอยู่ตรงหัว เงานั้นเริ่มจากใต้รูปถ่าย ไม่ได้ต่อกับเท้าของใคร มันเลื้อยไปหาสิน
ธามหยิบรูปขึ้น เงาดำในภาพเปลี่ยนตำแหน่ง จากแถวหลังมาอยู่ข้างเด็กชายธาม
เสียงกระซิบดังจากกระดาษ “เรียกชื่อเขา”
ธามนึกถึงคำเตือนของครูคนก่อน เขากัดฟันไม่พูด
สินล้มลงข้างผนัง เงาบนพื้นคลุมร่างถึงเอว ส่วนที่ถูกเงาทับหายไปทันที ไม่เหลือเื ไม่เหลือเสื้อผ้า เหลือเพียงพื้นที่ว่าง
“บอกขิมว่าพ่อไม่ได้ทิ้ง”
“ผมสัญญา”
“แล้วบอกว่าไข่เจียว...” สินพยายามยิ้ม “ต้องใส่น้ำปลาแค่ฝาเดียว”
เงาคลุมถึงหน้าอก
ธามยื่นมือไป แต่สินส่ายหน้า “อย่าเรียกชื่อผม”
เป็ครั้งแรกที่เขาเข้าใจกฎได้เอง
ถ้าธามเรียก ผู้ที่ฟังอยู่อาจได้สิ่งที่้า
เงาคลุมถึงคาง สินมองไปทางโรงเรียนซึ่งขิมกำลังนั่งเรียนอยู่ เสียงสุดท้ายเบากว่าลม
“ลูกผมชื่ออะไรนะ”
ร่างของเขาหายไป
เสื้อผ้าไม่ตกลงพื้น ไขควงที่เคยอยู่ข้างตัวหายไปพร้อมกัน รอยเท้าโคลนหน้าประตูเหลือเพียงรอยของธาม
ระฆังเงียบ
ธามยืนอยู่คนเดียว เขาพยายามท่องชื่อสินในใจ แต่ทุกครั้งที่นึกถึงหน้า รายละเอียดจะลดลง หนวดบาง รอยยิ้ม เสื้อช่าง เขารีบเขียนสิ่งที่จำได้โดยไม่เขียนชื่อ
พ่อของขิม ซ่อมรถ ไข่เจียวน้ำปลาหนึ่งฝา รถกระบะสีน้ำเงิน
ข้อความอยู่ ไม่จาง
รูปถ่ายโรงเรียนบนพื้นส่งเสียงกรอบแกรบ
ธามก้มลง ในภาพไม่มีครูคนก่อนแล้ว ตำแหน่งที่เคยเห็นรอยปะแขนเสื้อกลายเป็เงาดำเต็มตัว เงานั้นสูงกว่าคนรอบข้าง ศีรษะเอียงผิดมุม
นิ้วยาวของมันไม่ได้วางบนบ่าเด็กชายอีกต่อไป
มันยกมือชี้ออกมานอกภาพ
ชี้ตรงมาที่ธาม