กำแพงหินทมิฬสูงตระหง่านของประตูเมืองหลวงทอดตัวยาวเหยียดดุจัั์หมอบราบ ทหารยามในชุดเกราะเหล็กกล้าถือทวนยาวคอยตรวจตราผู้คนเข้าออกอย่างเข้มงวด ทว่าท่ามกลางฝูงชนที่ต่อแถวยาวเหยียดกลับมีเงาร่างเล็ก ๆ สองร่างเดินจูงมือกันเข้ามาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เสี่ยวหัวยังคงสะพายฝักกระบี่ไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า ส่วนเสี่ยวิก็แบกตะกร้าหวายใบโตที่มีหัวของเ้าเจ็ดชูคอสลอนหันมองซ้ายขวาอย่างกวนโทโซ่
"หยุดก่อน! ไอ้หนูลูกเต้าเหล่าใดกัน เหตุใดถึงพกพากระปุกดินเผาซอมซ่อแถมยังแบกไก่ชนท่าทางอวดดีเช่นนี้เข้าเมืองหลวง?"
เสียงตวาดกร้าวมาจาก "นายน้อยหวังจื่อห้าว" บุตรชายของแม่ทัพรักษาพระนคร ผู้มีนิสัยเย่อหยิ่งและชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ ชายหนุ่มในชุดผ้าไหมชั้นดีก้าวออกมาขวางทาง แววตาของมันจับจ้องไปยังเ้าเจ็ดด้วยความโลภ "ไก่ตัวนี้ขนสีทองอร่าม แววตาดุดันแฝงปราณมงคลจาง ๆ หากข้าเอาไปถวายองค์รัชทายาทในงานชนไก่หลวง ย่อมได้เลื่อนขั้นในพริบตาแน่!" มันคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
"หลีกทางไปซะ ยัยป้าหน้าบวมคนก่อนหน้านี้ยังโดนทุบจนหลังหัก สภาพร่างกายของพวกเ้ายิ่งดูไม่ได้ความอยู่ด้วย" เสี่ยวิเอ่ยพึมพำพลางเอามือลูบท้องที่ร้องโครกคราก ขยับภาษาแปลกหูหลุดปากออกมาตามความเคยชินยามอยู่กับท่านพ่อ
"บังอาจ! เป็แค่เด็กขอทานริอ่านมาสามหาว ทหาร! ไปจับไก่ตัวนั้นมา ส่วนกระปุกดินเผานั่นให้ทุบทิ้งกลายเป็ผงคลีซะ!" หหวังจื่อห้าวโบกมือสั่งการด้วยความโมโห
ทหารเกราะเหล็กห้าคนพุ่งวาบเข้ามาทันที ทวนยาวในมืออัดแน่นไปด้วยปราณขุนพลพุ่งแทงตรงดิ่งหมายจะสยบเด็กทั้งสองในเสี้ยววินาที ลมพายุจากปลายทวนกรีดอากาศจนเกิดเสียงวิ้งบาดแก้วหู ฝุ่นดินรอบด้านปลิวว่อน
ทว่า... เสี่ยวหัวไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดมาทำลายกระปุกดินเผาที่บิดาตั้งใจปั้น
ฟึ่บ!
ร่างเล็กของเด็กหญิงเคลื่อนไหวประดุจใบไม้ปลิว ท่วงท่าสง่างามเด็ดขาดเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองทัน วิชาตัวเบาขั้นลึกล้ำถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ร่องรอย นางใช้ฝักกระบี่ไม้ไผ่ตวัดฟาดเข้าที่ตัวทวนเหล็กกล้าอย่างแม่นยำเด็ดขาด!
เคร้ง! กร๊อบ!
เสียงโลหะปะทะไม้ไผ่ดังสนั่นหวั่นไหว ทวนเหล็กกล้าชั้นดีหักสะบั้นกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่เพียงเท่านั้น แรงกระแทกอันมหาศาลยังส่งผ่านด้ามทวนเข้าทำลายกระดูกข้อมือของทหารยามจนลั่นดังปัง! พวกมันกระอักเืคำโต ร่างปลิวละลิ่วพุ่งไปชนกำแพงเมืองจนเกิดรอยร้าว ทรุดลงไปนอนหมดสติในทันที
"อะไรกัน?!" หวังจื่อห้าวหน้าถอดสี ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอันสูงสุดยามเห็นทหารฝีมือดีร่วงหล่นดุจใบไม้ร่วง
เสี่ยวิไม่รอช้า เด็กชายขยับก้าวเท้าไขว้ตามท่วงท่าก้าวพระบาทท่องดารา ร่างเล็กพุ่งวาบไปโผล่เบื้องหน้านายน้อยตระกูลหวัง ฝ่ามือน้อย ๆ อัดปราณบริสุทธิ์ตบเข้าที่กลางยอดอกของมันเบา ๆ หนึ่งที!
บึ้ม!!!
มวลอากาศะเิออกดุจเสียงอสนีบาต ร่างของหวังจื่อห้าวปลิวหวือลอยละลิ่วข้ามหัวฝูงชนพุ่งไปตกกระแทกกับกองมูลม้าข้างทาง ใบหน้าหรูหราเปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูล กระดูกซี่โครงหักสะบั้นจนร้องไม่ออก ได้แต่ชักกระตุกอยู่บนพื้นดินดุจปลาขาดน้ำ
ฝุ่นควันค่อย ๆ จางลง ผู้คนนับพันที่ประตูเมืองต่างพากันเงียบกริบ แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยอง พวกเขารีบถอยร่นเปิดทางให้สองพี่น้องเดินผ่านเข้าเมืองไปอย่างง่ายดายดุจการต้อนรับมหาเทพ
ตัดสลับมา ณ ร้านข้าวต้มตรอกคอกไก่ บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมละมุนของน้ำแกงเดือดพล่าน หยุนฟานยืนอยู่หน้าเตาใหญ่ ท่วงท่าวางตัวนิ่งสงบแฝงความระมัดระวังรอบอบอันเป็ธรรมชาติ
ข้างกายของเขามีภรรยาทั้งสามนางคอยช่วยหยิบจับวัตถุดิบอย่างพร้อมเพรียง
หลิ่วหรู่เยี่ยน (แม่ใหญ่) ยื่นมือเรียวบางไปประคองผ้าเช็ดมือส่งให้สามี สายตาคู่สวยจับจ้องดวงหน้าของเขาด้วยความลึกซึ้ง ขยับกายเข้าไปใกล้ชิดจนไหล่บางััแผงอกกว้าง เมิ่งชิวเหยา (แม่รอง) ที่มักทำตัวเ็ากลับคอยก้มหน้าก้มตาหั่นต้นหอมอย่างตั้งใจ ทว่าแววตากลับคอยเหลือบมองแผ่นหลังหนาของสามีอยู่เป็ระยะ ซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย ส่วน ฉินเสวี่ยอวิ๋น (แม่สาม) นั่งอยู่ไม่ไกล คอยตวัดพู่กันบันทึกรายการอาหาร ทว่ายามที่สายตาของนางสบเข้ากับดวงตาสีน้ำหมึกของหยุนฟาน ความเงียบสงบแผ่ซ่านจนเกิดเป็เคมีอันลึกล้ำที่รู้กันเฉพาะพวกเขาสี่คน
"ท่านพี่... พวกตัวแสบกลับมาถึงแล้วล่ะ" หลิ่วหรู่เยี่ยนกระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือไปจัดเสื้อผ้าป่านของหยุนฟานให้เข้าที่
"อืม... ข้ารู้แล้ว" หยุนฟานยิ้มบาง แววตาแฝงความอ่อนโยนสูงสุด ยามเห็นร่างมอมแมมสองร่างพุ่งพรวดเข้ามาในร้าน
"ท่านพ่อ! ท่านแม่! พวกข้ากลับมาแล้วครับ!" เสี่ยวิร้องลั่นพลางวางตะกร้าหวายลงบนโต๊ะ วิ่งเข้ามากอดเอวหนาของบิดาแน่นด้วยความหิวโศก
หยุนฟานยื่นมือหนาไปลูบหัวบุตรชายและบุตรสาวเบา ๆ แววตาสำรวจตรวจตราความปลอดภัยของลูกอย่างใส่ใจ "ปลอดภัยดีก็ดีแล้ว ไปล้างไม้ล้างมือแล้วมากินข้าวต้มปลาเค็มสูตรใหม่กันเถิด"
เสี่ยวหัวพยักหน้าเรียบเรื่อย แต่นางกลับยื่นฝักกระบี่ไม้ไผ่ที่บัดนี้มีรอยขีดข่วนจาง ๆ จากการปะทะทูต์และทหารยามให้บิดาดูอย่างเงียบเชียบ หยุนฟานรับมาพินิจดู แววตาของมหาบุรุษพลันวูบไหวจาง ๆ เขารู้ดีว่าลูก ๆ ของเขาเพิ่งผ่านการทลายสำนักใหญ่และตบหน้าผู้มีอำนาจจากแดนบนมา ทว่าเขากลับเลือกที่จะไม่เอ่ยปากกล่าวอันใดให้มากความ
กิ๊ก ๆ ๆ!
เ้าเจ็ดะโออกจากตะกร้า พุ่งไปซุกตัวอยู่ใต้โต๊ะอาหารอย่างรู้หน้าที่ ยามเมื่อความอบอุ่นของครอบครัวตระกูลหยุนกลับคืนสู่ความสมบูรณ์พร้อมอีกครา ท่ามกลางสายตาเปี่ยมสุขของสามภรรยาที่คอยปรนนิบัติอยู่เคียงข้าง
ทว่า... ห่างออกไปในพระราชวังหลวงเบื้องบน
สัญญาณเตือนภัยจากการาเ็ของนายน้อยตระกูลหวังบัดนี้ได้ส่งตรงถึงหอผู้พิทักษ์เงาหลวงแล้ว กงล้อแห่งโชคชะตาในเมืองหลวงกำลังจะเริ่มต้นหมุนวนเข้าสู่ความบ้าคลั่งระลอกใหม่ และตรอกคอกไก่แห่งนี้... กำลังจะกลายเป็ศูนย์กลางแห่งการล้างโลกในไม่ช้า!