ทุกอย่างอยู่ในสายตา “นักฆ่ากลุ่มจิ้งจอกแดง..มาแคว้นเพ่ยด้วยเหตุใด?” มองต้าสึ “ส่งคนจับตาดูไว้”
“พะยะค่ะ”
ตาคมของบุรุษผู้หล่อเหลามองฝ่าความมืดไปไม่ไกล พระองค์รู้ดีว่ายามนี้กำลังถูกจับตามองจากองครักษ์เงาของฝั่งตรงกันข้ามแต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่จู่โจมใส่กันก็มิมีอันใดให้กังวล ‘หืมมม’ สตรีร่างเล็กผู้นั้นะโลงจากต้นไม้หายไปด้านหลังรถม้าคันหนึ่ง เพ่ยหานหรงครุ่นคิด ‘นางจะทำสิ่งใดกัน?’ เพียงชั่วจิบชาก็เห็นนางออกมาจากรถม้าและะโขึ้นมานั่งบนต้นไม้ต้นเดิม ตำแหน่งเดิม '???”’ ยามนี้กลุ่มของนักฆ่านั่งร่ำสุรากันอย่างครื้นเครงการป้องกันย่อมหละหลวม ‘หืมม’ สายพระเนตรเห็นสตรีตัวน้อยะโลงและเข้าไปในรถม้าอีกคัน..ชั่วหนึ่งจิบชานางก็กลับขึ้นมานั่งที่เดิม…อืม '???”’ “นางคงจะหาบางสิ่งบางอย่างที่พวกมันเอาไปสินะ” มิเช่นนั้นคงจะมิตามคนกลุ่มนี้มา
“หยุด!!อยู่ตรงนั้น” เสียงกลุ่มนักฆ่าคนหนึ่งตะคอกใส่สตรีตัวน้อยที่โดดลงไปอีกครั้ง “เ้าเป็ผู้ใด!!” กระบี่จี้อยู่ตรง่เอวเล็ก เพ่ยหายหรงมองไปรอบๆเห็นองครักษ์มากมายเตรียมกระโจนลง…ฟุ่บ!!! วิชาตัวเบาเหยียบเมฆะโลงไปเตะกระบี่ ผัวะ!!! พร้อมกับสวนกลับหนึ่งฝ่ามือ ฟุ่บ!!!! นักฆ่าคนนั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็วไม่มีแม้เวลาหายใจ
“เหตุใดมิระวัง” เพ่ยหานหรงกล่าวอยู่ด้านหลังสตรีชุดดำตัวเล็ก ‘กลิ่นโม่ลี่ฮวา’ หอมสดชื่นลอยปะทะจมูก สตรีนางนี้สูงเพียงปลายคางของตนเท่านั้น นางตัวเล็กมาก
“นั่นใครน่ะ!!!!!” กลุ่มนักฆ่าจิ้งจอกแดงสองคนที่เดินตรวจไปรอบๆะโขึ้น
เพ่ยหานหรงจึงคว้าแขนสตรีตัวน้อยหายวับไปกับตา ฟุ่บ!!!! ห่างออกไปราวหนึ่งลี้ หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษที่จับมือกันลอบมองความโกลาหลของกลุ่มคนตรงหน้าเพียงหนึ่งเค่อพวกมันจึงรีบพากันเก็บของออกเดินทางต่อในเวลากลางดึกเพราะพวกมันเห็นศพของสหายนอนตายอยู่ตรงนั้นจึงคิดว่าที่ตรงนี้มิปลอดภัยแล้ว
เ้าเฟิ่งเซียนยกมือที่กอบกุมกันขึ้น “ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ช่วยเหลือข้า”
เพ่ยหานหรงเงียบไปครู่เมื่อมองเห็นใบหน้าครึ่งบนของนางที่สะท้อนอยู่ใต้แสงจันทร์ ‘สตรีนางนี้มีใบหน้าเป็ตุ่มจนรูปหน้าอัปลักษณ์ไปหมด’ มองมือตนเองที่จับสตรีผู้นี้ไว้แน่นก็รีบปล่อยมือ “ขออภัยแม่นาง”
“มิเป็ไรเ้าค่ะ ยามนี้ข้าก็ติดหนี้ท่านแล้ว ตัวข้าเป็สตรีต่างแคว้นคงมิมีสิ่งใดตอบแทนท่านแน่เช่นนั้นขอตัวก่อนและขอบคุณ” ถอยห่างและกำลังจะติดตามขบวนนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
หมับ!!! “????” เพ่ยหานหรงเผลอตัวจับแขนนางไว้ “เดี๋ยว!! เ้าจะไปที่ใด?” สตรีแปลกผู้นี้นี่อย่างไร ‘บุญคุณก็จักมิทดแทนรึ’
“ข้าจะตามขบวนสินค้านั่นไป” นางชี้ไปที่กลุ่มนักฆ่าที่เพ่ยหานหรงรู้จัก หัวคิ้มคมขมวดมุ่น ‘นางจะรู้หรือไม่ว่าพวกนั้นคือนักฆ่า’ “คุณชายปล่อยข้าเ้าค่ะ” ยื้อยุดแขนตนเอง
“ข้าหานหรง เ้ามาจากต่างแคว้นแล้วเ้ารู้เส้นทางรึ?”
“_” ส่ายหน้า “แค่ตามรถม้าไปก็คงจะรู้เ้าค่ะ”
ใบหน้าหล่อเหลางุนงงกับคำกล่าวแปลกประหลาดหลายครั้ง “เช่นนั้นข้าจะไปกับเ้าด้วยเพราะข้าต้องเข้าเมืองหลวงอยู่แล้ว” ปล่อยมือลงจากการจับกุม “ไปเถิด”
“_” เ้าเฟิ่งเซียนมิกล่าวคำใดนางเพียงแค่ทะยานกายไปในเงามืดพร้อมกับบุรุษผู้เพิ่งพบหน้า แม้จะแปลกใจแต่หาได้หวาดกลัว
กลุ่มองครักษ์สองกลุ่มต่างยืนจับจ้องกัน ในเมื่อมิใช่ศัตรูก็คงมิต้องปะทะ มุ่ยกงกงติดตามเข้าเมืองหลวงและหันกายเข้าวังทันที เื่ฝ่าาก็คงให้เป็เื่ขององครักษ์เถิด ‘คนชราย่อม้าพักผ่อน’
-----+++---+++++-+++++++-
ยามไฮ่(22.00)
กุบกับๆ กุบกับๆ รถม้านับสิบคันมีใบเบิกทางเข้าเมืองของแคว้นเพ่ย บวกกับมีชายผู้หนึ่งเดินมาพูดคุยกับทหารยามหน้าประตูเมืองทุกสิ่งทุกอย่างจึงง่ายดาย เพ่ยหานหรงหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ‘คนในแคว้นเพ่ยต้องลอบติดต่อนักฆ่ากลุ่มนี้เป็แน่..แต่มันคือผู้ใดกันเล่า’
กำแพงเมืองสูงลิบทำให้เ้าเฟิ่งเซียนลอบถอนใจ วิชาตัวเบาของนางอาจจะผ่านมันไปได้นางลอบฮึบอยู่ในใจก่อนจะตามบุรุษผู้หล่อเหลานามว่า ‘หานหรง’ ขึ้นไปบนยอดไม้สูงเื่มันคงจะไม่ยากถ้านางมากับขบวนราชฑูตเพราะว่ามีใบผ่านทาง ‘เอาล่ะ….จะโดดละนะ’
หมับ!!! หือ ..เ้าเฟิ่งเซียนหันขวับไปทางบุรุษรูปงามที่เพียงแค่หันมองนางนิดๆ ก่อนจะใช้กำลังเพียงหยิบมือดึงแขนนางทะยานขึ้นแตะปลายไม้โดดสูงข้ามกำแพงเมืองไปในชั่วพริบตาอย่างง่ายดาย
“เหวอ!!!!!!” ความสูงระดับที่นางมิเคยก้าวถึงทำให้เผลอหลับตาร้องลั่น “เหวอ!!!!” ฟุ่บ!! ตุ่บ! ตุ่บ!!
หนึ่งบุรุษยืนสงบนิ่งโดยมีหนึ่งสตรีตัวน้อยห้อยคอหลับตาปี๋ เพ่ยหานหรงลอบหัวเราะ ‘หึ’ มองสตรีที่หน้าเป็ตุ่มไม่เว้นแม้แต่มือนาง กลิ่นหอมโม่ลี่ฮวาจากกายสาวเตะจมูกให้ความสดชื่นผ่อนคลายอารมณ์เป็อย่างดีน่าแปลกที่คนถือตัวเช่นเขากลับปล่อยให้นางกอดรัด..และน่าแปลกยิ่งกว่าที่เขามิรังเกียจสตรีอัปลักษณ์เช่นนาง
“ยืนเองได้แล้วกระมัง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวเ้าจะตามกลุ่มรถม้ามิทันหรอก”
“เอ้อ!! ขออภัยเ้าค่ะคุณชาย..นามว่าอะไรนะเ้าคะ”
☹️ความมิพอใจแว่บเข้ามาครู่หนึ่ง “หานหรง”
“อ่อ..พี่หาน”
“_” สิ่งใดคือการเรียกอย่างสนิทสนมของนาง
“ข้าเป็หนี้ท่านอีกแล้วแต่ข้าจะมิได้อยู่ตอบแทน ช่างเถอะ เรารีบไปกันเลยเ้าค่ะเดี๋ยวจะมิ ทันการณ์” หมับ!! นางใช้มือที่มีแต่ตุ่มจับมือแกร่งทะยานตัวออกไปตามเส้นทางรถม้า
‘นางคงลืมไปแล้วกระมังว่าเขากับนางเพิ่งจะพบกันเมื่อครู่และเขายังมิรู้จักชื่อนาง’