Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 58 นัดที่สองของฤดูกาล

            หลังจากที่เดวิดขับรถออกจากสโมสรเบรนท์ฟอร์ด ระหว่างทางเขาก็โทรหาเจษ..

            "ว่าไงครับคุณเดวิด"ร่างแกร่งรับสายอย่างอารมณ์ดี

            "เจรจาล้มเหลวครับ ทางเจ้าของสโมสรเขาไม่เห็นด้วย.."

            "..ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ.."

            "แต่ทางนั้นเขาเสนอมาว่าให้ผ่านสามนัดแรกไปก่อนค่อยคุยกันอีกทีครับ!"

            "งั้นหรอครับ? โอเคเดี๋ยวผมจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดครับ!"

            "..แล้วเจอกันครับ"

            เดวิดที่โทรไปแจ้งข่าวก็รีบคุยรีบตัดสายไปเพราะเขากำลังขับรถอยู่

            ..

            ขณะเดียวกันภายในร้านคาเฟ่หรูแห่งหนึ่งกลางกรุงลอนดอน ชายร่างผอมเพรียวสวมชุดสูทสีดำกำลังนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจระหว่างรอใครบางคน

            เวลาผ่านไปไม่นานคนที่เขารอก็เดินเข้ามาในร้านเพราะได้เวลานัดแล้ว 

            เป็นชายร่างสูงโปร่งมาสวมเสื้อโค้ทราวกับนักกีฬาเปิดประตูเข้ามา..

            กรุ๊งกริ๊ง!!!

            ชายที่เดินเข้าร้านมามองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นเพื่อนตนที่นั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน เขาก็เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงตรงข้ามทันที ก่อนจะพูดขึ้น..

            "เรียกฉันมามีอะไร!?"เสียงทุ้มถูกเปร่งออกมาโดยชายร่างสูง

            คนที่โดนถามก็ไม่ตอบในทันที ขณะนี้เขากำลังยกกาแฟขึ้นมาดื่มอย่างไม่รีบร้อน ทันทีที่เขาวางแก้วกาแฟลง เขาก็พูดขึ้นทันที..

            "..เย็นวันพุธไปที่ที่หนึ่งกับฉันหน่อย.."

            "..."

            ".."

            ทั้งคู่คุยกันอยู่นานก่อนจะแยกกันออกจากร้านคาเฟ่แห่งนี้ไป..

            ..

            วันเวลาไหลผ่าน จนถึงค่ำคืนวันพุธที่3 เดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2008 ดวงจันทร์ยามค่ำคืนสุกสกาวสดใจตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนท้องนภา

            ในคืนวันนี้ที่สนามกริฟฟินปาร์กได้มีการแข่งขันฟุตบอลลีกทูขึ้นอีกครั้ง ระหว่างทีมผึ้งน้อยเบรนท์ฟอร์ด กับทางจิลลิ่งทาวน์

            ซึ่งนี่ถือเป็นนัดที่สองภายในบ้านของเจ้าผึ้งน้อยของเรา ช่างโชคดีมากที่ตารางแข่งนั้นในบ้านถึงสองครั้งติดกัน

            "..สวัสดีครับผู้ที่เข้ามาชมการแข่งขันทุกท่าน พบกับกระผม ดิ๊ก ดอว์สันอีกเข่นเคยนะครับ! วันนี้ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นการพบกันของทั้งสองทีมระหว่างเบรนท์ฟอร์ด กับ จิลลิ่งทาวน์..

            ..สถานการณ์เมื่อฤดูกาลที่แล้วของเบรนท์ฟอร์ดพวกเรารู้กันอยู่แล้วผมจะข้ามมันไปเลยแล้วกันนะครับ..ส่วนทีมจิลลิ่งทาวน์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาคือทีมที่ได้อันดับที่สี่ครับ ทั้งยังได้แต้มเท่ากันกับอันดับสามอีกด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่ประตูได้เสียของพวกเขาเป็นรอง..

            ..อีกแค่อันดับเดียวแท้ๆพวกเขาก็จะได้เลื่อนชั้นอยู่แล้วน่าเสียดายแทนพวกเขานะครับ..

            ..อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมาพวกเขาก็ได้ลุ้นตั๋วใบสุดท้ายจากรอบเพลย์ออฟ แต่ก็น่าเสียดายอีกแล้วครับท่านผู้ชม! พวกเขาแพ้นัดชิงนัดสุดท้ายไปจนอดเลื่อนชั้น..พวกเขาช่างโชคร้ายอะไรแบบนี้.."

            ดิ๊ก ดอว์สัน บรรยายล้อเลียนผู้มาเยือนอย่างออกรส เพราะพวกเขาเป็นทีมที่โชคร้ายที่สุดในปีที่แล้วจริงๆ..

            ในเวลาต่อมาเขาก็บรรยายต่อ

            "..เอาล่ะครับ ผู้เล่นตัวจริงที่ได้ลงสนามในวันนี้..เอะ! เจ้าหนูวิลเลียมส์ที่ทำผลงานที่ดีในนัดที่แล้ว มาวันนี้เขากลับได้นั่งบนม้านั่งสำรองครับท่านผู้ชม!!.."ดิ๊ก ดอว์สัน บรรยายอย่างแปลกใจ เขาถึงกับลุกขึ้นยืนในตอนนี้..

            ..

            อีกทางด้านหนึ่ง ภายในห้องวีไอพีของสนามกริฟฟินปาร์ก

            ในขณะนี้แดเนียลกับเจสสิก้าภรรยาสาวของเขาคุยกันอย่างอารมณ์ดีอยู่ภายในนั้น

            "ฟังจากผู้บรรยาย เด็กที่ชื่อวิลเลียมส์ใช่ไหมที่รักที่คุณพูดถึง.."เจ้าของร่างบางเอวขอดอกตูมพูดถึงเจษ แหมะ! ไฟหน้าเจ๊แก'คือลือ'มาก

            "ใช่! ไอ้เด็กนั่นมันไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเสียแล้วถึงได้มาขอขึ้นค่าเหนื่อยกับฉัน มันคิดว่ามันเป็นใครกัน!"พูดถึงเรื่องนี้แดเนียลก็มีน้ำโหขึ้นมาทันที ทีมของเขายิ่งขัดสนเรื่องเงินอยู่

            '..เมื่อวานบอกว่าเป็นเอเย่นต์ของเขาไม่ใช่หรือ? เกี่ยวอะไรกับเด็กนั่นกัน..'

            "ผู้บรรยายเขาบอกว่าเด็กคนนี้เก่งมากเลยนะคะ!"เจสสิก้าทำเป็นมองข้ามไป อย่างไรก็ตามนี่ก็คือสามีเธอ

            "เก่งแล้วไง! เขาได้ลงสนามแค่นัดเดียวเอง มันบ่งชี้อะไรไม่ได้หรอก! มาๆวันนี้เรามาชมเกมส์สนุกๆกันดีกว่า"

            "..ค่ะ"

            แดเนียลพยายามไม่สนใจเรื่องเจษ พร้อมกับเอาใจภรรยาสาวอย่างเต็มที่ เอาหลงภรรยาคนนี้หัวปักหัวปำ

            ..

            ..

            ก็อย่างที่ผู้บรรยายบอก พี่เจษของเราที่ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักในสองวันที่ผ่านมานั้นได้นั่งบนม้านั่งสำรองในวันนี้ ช่างเหนื่อยฟรีเสียจริงๆ

            ซึ่งเจ้าตัวก็พอรู้เหตุผลอยู่ด้วยเหมือนกันที่เขาโดนดองบนม้านั่งสำรอง แต่เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไร เขาปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์เท่านั้น

            อย่างไรก็ตามวันนี้ลูกพี่เจษผู้นี้ไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนหน้าตาหรอกนะ ภายในใจเขาครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อที่จะแก้แค้น..

            'เล่นกันแบบนี้เลยงั้นหรอ!? ได้!!!'

            ลูกพี่เจษของพวกเราถึงภายนอกจะดูยิ้มแย้ม แต่ภายในใจด่าโคตรพ่อโคตรแม่คนอื่นไปแล้วหลายร้อยรอบ พลางคิดแผนแก้แค้นไปด้วย เขาเค้นสมองอันชาญฉลาดอย่างหนักในตอนนี้

            ..

            ไม่นานเกมส์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งวันนี้โค้ชชาวสก็อตแลนด์ โรแกน ดิกเกอร์สันนั้นใช้แผนเดิมเหมือนในนัดแรก แค่เอา ไมเคิล บีน เพลย์เมคเกอร์ตัวสำรองไปยืนแทนตำแหน่งของเจษ

            รูปเกมส์ในสิบนาทีแรก ทั้งคู่โยนยาวใส่กันอย่างเมามัน เจษได้รู้ซึ้งฟุตบอลอังกฤษก็วันนี้ เหมือนที่ลือกันจริงๆด้วย

            อย่างไรก็ตาม สองนาทีถัดมาทีมจิลลิ่งทางน์ก็สามารถทำประตูได้ กองหน้าของพวกเขาพักบอลได้ก่อนต่อบอลกันอย่างสวยงามและทำประตูในที่สุด

            การเล่นเป็นทีมเวิร์คของพวกเขาทำเอาฟูลแบ็คกับเซ็นเตอร์แบ็คทีมเบรนท์ฟอร์ดถึงกับหัวหมุนในตอนนี้

            ส่งผลให้ทีมจิลลิ่งทาวน์ขึ้นนำเบรนท์ฟอร์ดตั้งแต่นาทีที่ 12 ผู้มาเยือนฉลองประตูอย่างดีใจ..ส่วนผู้ที่เสียประตูก็พลางเศร้าซึม

            ..

            ที่ข้างสนามโรแกนได้ปาขวดน้ำที่อยู่ในมืออย่างหัวเสียกับผลงานลูกทีมของตน

            "บ้าเอ่ย!! พวกเอ็งทำอะไรกันอยู่วะ!!" 

            เล่านักเตะที่ได้ยินเฮดโค้ชสบถก็ต่างพากันก้มหน้าลงอย่างผิดหวังเช่นกัน

            ถึงอย่างนั้นโรแกนผู้เป็นหัวหน้าโค้ชก็ตะโกนขึ้นลูกทีมอย่างสุดความสามารถในเวลาต่อมา

            "ตั้งสติๆ!! ทำตามแผนที่วางไว้!!"

            "คุมแดนกลางให้ได้! เข้าใจไหม!!"

            ..

            ..

            ทางด้านมุมหนึ่งของสนาม สองเพื่อนสนิทที่อยู่ตรงมุมมืด ที่เดิมของพวกเขาก็ต่างพากันออกความคิดเห็น..

            "เอ็งพาฉันมาที่นี่ทำไม มาดูทีมระดับสี่เล่นกันแบบนี้หรอ? ฉันจะได้ประโยชน์อะไรกับการแข่งขันระดับนี้กัน!!"ชายร่างสูงโปร่งกล่าวกับเพื่อนอย่างอารมณ์เสีย เขาอุตส่าห์แต่งตัวมาซะหล่อในวันนี้นึกว่าเพื่อนจะพาไปเที่ยวผับบาร์

            "รอดูเถอะน่า.." เจ้าของร่างบางถอนหายใจอย่างน่าเสียดายกับสิ่งที่เขาหวังนั้นมันไม่ได้ดั่งใจ

            '..วันนี้เด็กคนนั้นเขาจะได้ลงเล่นไหมนะ!'

             

             

             

             

                                         I’m number 4

    คล้ายกับเรื่องRebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล ที่คุณอ่าน