บทที่สี่สิบสาม
ถึงหูแม่สามี
“น้องเอิงมีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหมคะ” เพลินจิตเอ่ยถามลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ดวงตาหงส์ในยามที่จดจ้องไปยังคนตัวเล็ก เต็มไปด้วยความรู้สึกเห็นใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของลูกสะใภ้ จากคนที่มักจะยิ้มแย้มและมีความสดใสร่าเริงอยู่เสมอ บัดนี้ใบหน้าสวยหวานและดวงตากลมโต สื่อความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน ว่ากำลังมีเรื่องให้ไม่สบายใจอยู่
เพลินจิตรีบเดินทางมาที่เกาะวิมันสิตราในทันที หลังจากที่ได้รับรายงานจากป้าพร ว่าพิมพ์ดาวได้หวนคืนกลับสู่เกาะวิมันสิตรามาอีกครั้ง หลังจากที่หายตัวไปโดยไม่บอกไม่กล่าวเมื่อหลายปีก่อน
มิหนำซ้ำยังได้การต้อนรับอย่างดีจากลูกชายของตัวเอง โดยการให้ที่พักอาศัยกับบุคคลที่ไม่ควรกลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว เพียงแค่นี้เพลินจิตก็เลือดขึ้นหน้า ทิ้งทุกอย่างและเดินทางมายังเกาะวิมันสิตรา เพื่อที่จะมาเอาเรื่องลูกชายของตัวเองให้ถึงที่สุด
“เอิง…” นิรณาบีบมือของตัวเองเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยฉายชัดถึงความลำบากใจ ที่จะเอ่ยพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกไปให้กับแม่สามีได้รับรู้
นิรณาไม่อยากจะนำปัญหาความหนักใจนี้โยนใส่คนที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะทราบดีว่าแม่สามีเอ็นดูตัวเองมากแค่ไหน หากได้ทราบเรื่องทุกอย่างก็คงจะหนีไม่พ้นที่จะอาละวาดใส่สิงหราชเป็นแน่
แม้จะโดนทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ หากแต่นิรณาก็ไม่เคยมีความคิด ที่จะทำให้สามีและแม่ของอีกฝ่ายต้องมีปากเสียงกันเพราะตัวเอง และไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นคนขี้ฟ้อง อะไรนิดอะไรหน่อยก็วิ่งโร่ไปฟ้องแม่สามี โดยที่ไม่รู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
อีกทั้งตัวของนิรณาเองก็ไม่มีความตอบที่ชัดเจนในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่ตื่นเช้ามาสามีก็รีบเร่งออกไปข้างนอก โดยที่ยังไม่ได้พูดคุยหรือปรับความเข้าใจกับเธอเลยด้วยซ้ำ จากสิ่งที่เห็นมันก็อดทำให้คิดไม่ได้ ว่าอีกฝ่ายต้องการที่จะหลบหน้ากัน
เมื่อเป็นอย่างนั้นนิรณาไม่ได้คิดที่จะรั้งสิงหราชไว้เช่นกัน ได้แต่ดำเนินชีวิตของตัวเองไปด้วยความรู้สึกมันคาราคาซังอยู่แบบนี้ ทำเพียงแค่รอเวลาให้สามีได้มีความพร้อม ในการที่จะพูดคุยกันอยู่ในมุมของตัวเอง
“แม่จะข้ามมาเกาะ ทำไมไม่บอกผมก่อนล่ะครับ” สิงหราชที่รีบกลับมาบ้านในทันที ที่ได้รู้ว่าผู้เป็นแม่ของตัวเองแวะมาเยี่ยมเยียนกันที่เกาะวิมันสิตรา เอ่ยถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยความร้อนใจ
ร่างหนาทอดมองตรงไปที่ผู้เป็นแม่อย่างต้องการคำตอบ ก่อนจะปรายตามองกลับไปที่ภรรยา ร่างหนารีบเดินไปทิ้งตัวลงนั่งใกล้ ๆ กับอีกฝ่าย มือหนาคว้ามือเล็กที่บีบเข้าหากันจนแน่นมาจับเอาไว้แทน
“หึ เกาะวิมันสิตรามีกฎห้ามฉันเข้ามาเหยียบที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่” เพลินจิตแค่นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ใบหน้าที่ยังคงดูอ่อนเยาว์กว่าวัยบึ้งตึงเสียจนดูน่ากลัว
“ผมก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
จากท่าทางของผู้เป็นแม่ สิงหราชสามารถรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงจะล่วงรู้เรื่องของพิมพ์ดาวเข้าให้แล้ว ถึงได้รีบเดินทางมาจากบ้านเร่งด่วนขนาดนี้ และคงจะรู้สึกโกรธเขาเป็นอย่างมาก กับการตัดสินใจให้ความช่วยเหลือพิมพ์ดาวในครั้งนี้
“นังนั่นมันอยู่ที่ไหน” เพลินจิตโพล่งถามขึ้นในทันที ไม่ได้สนใจคำตอบของลูกชายแม้แต่น้อย
“แม่” สิงหราชเอ่ยปรามผู้เป็นแม่ผ่านน้ำเสียง ร่างหนาส่ายหน้าไปมา เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยต่อหน้าภรรยาของตัวเอง
เพลินจิตส่งสายตาจิกกัดไปให้ลูกชายของตัวเอง ก่อนจะปรายตามองไปที่ลูกสะใภ้ด้วยความเห็นใจ สภาพความบวมช้ำที่ดวงตาของอีกฝ่าย ยิ่งจุดประกายความโกรธของเพลินจิตขึ้นมาอีกครั้ง
“น้องเอิงอยากจะหย่าไหมคะ แม่จะช่วยเอง” เพลินจิตเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“แม่!!!” ร่างหนาเริ่มขึ้นเสียงด้วยความไม่สบอารมณ์ ที่ได้ยินคำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของผู้เป็นแม่
ใบหน้าหล่อเหลาผินใบหน้ากลับมามองภรรยาในทันที มือหนาบีบกระชับฝ่ามือของคนตัวเล็กเอาไว้แน่น ในใจเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาจนรู้สึกกระวนกระวาย เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะคล้อยตามคำพูดไร้สาระนั้นของผู้เป็นแม่
นิรณาเงยหน้าขึ้นมองไปทางแม่สามี ดวงตากลมโตมีน้ำตารื้นอยู่เต็มหน่วย ร่างเล็กตัดสินใจดึงมือของตัวเองออกมาจากการกอบกุมของสามี ก่อนจะขยับตัวออกห่างจากร่างหนาอีกเล็กน้อย หากแต่ก็ยังไม่มีคำตอบใดที่หลุดออกจากริมฝีปากอมชมพู
“เอิงเอย” สิงหราชเอ่ยเรียกภรรยาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมหลุบสายตาลงมองมือของตัวเอง ที่ในตอนนี้ถูกสลัดทิ้งด้วยความรู้สึกใจหาย
“อย่าให้มันต้องถึงขั้นนั้นเลยครับแม่ ไอ้สิงห์เองมันก็พึ่งจะได้มีเมียกับชาวบ้านชาวช่องเขา” จอมทัพที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่ไปกันใหญ่ ตัดสินใจสาวเท้าเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทะเล้น
ร่างสูงโปร่งยกยิ้มขึ้นแจกจ่ายให้กับคนทั้งสาม พยายามจะทำให้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียดดีขึ้นอย่างสุดความสามารถ หากแต่พอได้เห็นใบหน้าที่เรียบตึงของทุกคน ก็ได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตัว
เพลินจิตตวัดสายตาหันไปมองเพื่อนสนิทของลูกชายนิ่ง เรียวแขนยกขึ้นมากอดอกเอาไว้ พลางใช้สายตากดดันคนที่ตัวเองเอ็นดูเหมือนลูกชายคนหนึ่ง ให้พูดต่อถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ผมเป็นคนพาพิมพ์ดาวมาที่นี่เองครับแม่” จอมทัพพรั่งพรูลมหายใจออกมาทางปาก ก่อนจะเอ่ยสารภาพความผิดของตัวเองออกไป
“แล้วจอมทัพนึกครึ้มใจอะไร ถึงได้ทำเรื่องที่มันสิ้นคิดแบบนั้นคะ ไหนลองอธิบายให้แม่ฟังหน่อย” เพลินจิตเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความโกรธ
“พิมพ์ดาวมีข้อมูลเรื่องสัญญาของนายทุน ที่เคยจะมากว้านซื้อเกาะวิมันสิตราเพื่อสร้างโรงแรมครับ” จอมทัพที่สะอึกไปเล็กน้อยกับคำถามของเพลินจิต หากแต่ก็รีบปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติ และเอ่ยตอบถึงความเหตุผลของตัวเอง
“ห้ะ” เพลินจิตเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้ คนเป็นแม่ปรายสายตากลับมามองลูกชายเป็นการตั้งคำถาม
“ครับ พิมพ์ดาวเขามีข้อมูลอยู่จริง ๆ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน ความสนใจเดียวที่มียังอยู่กับภรรยา
แม้จะเอ่ยพูดกับผู้เป็นแม่ หากแต่ดวงตาคมคายยังคงจดจ้องอยู่ที่ภรรยาด้วยความแน่วแน่ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเอาแต่นั่งก้มหน้าก็ตาม สิงหราชเพียงแค่กลัวว่าหากละสายตาไปจากคนตรงหน้า อีกฝ่ายจะหายไปจากเขาโดยที่ยังไม่ได้พูดคุยกันให้เข้าใจ
“แล้วไหนล่ะสัญญาที่ว่า” เพลินจิตเอ่ยถามหาหลักฐาน ดวงตาปรายตามองคนนู้นทีคนนี้ทีราวกับจะกดดัน
“อยู่กับผมครับ” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับไปในทันที ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ
นิรณาที่นั่งนิ่งก้มหน้าหลบก้มตาฟังบทสนทนาของคนทั้งสามอยู่นาน เงยหน้าขึ้นมามองสามีของตัวเอง ดวงตากลมโตที่บอบช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน แสดงออกถึงความงุนงงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เพราะดูเหมือนจะมีเพียงแค่นิรณาเพียงคนเดียว ที่ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักอย่าง และมาถึงขั้นนี้ก็ยังไม่มีใครเลยสักคน ที่จะสละเวลาอธิบายเรื่องสัญญาให้เธอได้เข้าใจ
“ในเมื่อแกได้สัญญามาแล้ว ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงยังอยู่ที่นี่ รอวันที่จะสานต่อเรื่องอะไรกันอยู่” เพลินจิตเอ่ยถามลูกชายออกไปเสียแข็ง ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาในยามที่พูดถึงพิมพ์ดาว
ในฐานะที่เธอเป็นแม่ของสิงหราช เธอกำลังแบกความหวาดกลัวเอาไว้จนเต็มสองบ่า กลัวว่าลูกชายจะเผลอใจอ่อนให้กับผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง และครอบครัวของเจ้าตัวที่พึ่งเริ่มต้นสร้างได้ไม่นาน จะย่อยยับลงไปกับตาเพราะความรู้สึกลังเล ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อได้พบเจอกับผู้หญิงที่เคยรักมากที่สุด
“มันไม่ได้มีอะไรทั้งนั้นครับ แม่พูดแบบนี้เอิงเอยจะยิ่งเข้าใจผมผิด” สิงหราชรีบเอ่ยพูดขึ้นด้วยความร้อนใจ ร่างหนาปรายสายตาไปห้ามปรามผู้เป็นแม่ ดวงตาคมร้องขอความเห็นใจจากอีกฝ่าย
“หึ ดีเสียจริง กลัวเมียจะเข้าใจผิด แต่แกก็ยังจะอุตส่าห์ให้นังนั่น มันมาเหยียบย่ำความรู้สึกของลูกสะใภ้ฉันถึงที่นี่ สิงหราชแกนี่ช่างเป็นสามีที่ใจกว้างเสียเหลือเกิน” ผู้เป็นแม่เอ่ยประชดลูกชายของตัวเองได้อย่างเจ็บแสบ
“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง!!!” ร่างหนาที่โดนกดดันจากทุกทาง ตวาดถามกลับไปด้วยความรู้สึกที่อึดอัด
“สิ่งที่แกควรทำคือการให้เกียรติเมียตัวเองไม่ใช่หรือสิงหราช!!” เพลินจิตที่รู้สึกโกรธกับคำถามราวกับเป็นคนโง่งมนั้นของลูกชาย ตวาดถามกลับไปเสียงดังลั่นเช่นเดียวกัน
“คุณแม่คะ!” นิรณารีบเอ่ยเรียกคนที่กำลังโกรธจนตัวสั่น ร่างเล็กผุดลุกขึ้นไปคว้าแขนของแม่สามีเอาไว้ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน
“คุณแม่ครับ ใจเย็น ๆ นะครับ” จอมทัพที่เห็นสถานการณ์ระหว่างแม่ลูกยิ่งย่ำแย่ลงไปเรื่อย ๆ เอ่ยพูดขึ้นบ้าง
“ทำไมแม่ไม่คิดจะฟังผมบ้าง แม่เลี้ยงผมมากับมือ แม่ไม่รู้เลยหรือครับว่าลูกชายของแม่คนนี้มันเป็นคนยังไง” สิงหราชเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากแต่ในดวงตาคมกลับสั่นไหว ที่ผู้เป็นแม่เอาแต่มองตัวเองในแง่ร้าย และจ้องที่จะเล่นงานเขาท่าเดียว
“พี่สิงห์พอก่อนเถอะค่ะ” นิรณาเอ่ยปรามสามีของตัวเอง เพราะไม่อยากจะให้เรื่องราวมันใหญ่โตไปมากกว่านี้
“เอิงก็คิดแบบคุณแม่ใช่ไหมล่ะ” ร่างหนาเอ่ยถามกลับไปในทันทีราวกับว่าสติแตก น้ำเสียงทุ้มสั่นเครือจนคนฟังรู้สึกใจหาย
“........” ร่างเล็กที่น้ำท่วมปากไปในฉับพลัน หลุบสายตาลงมองปลายเท้าของตัวเอง และเลือกที่จะใช้ความเงียบเป็นคำตอบ
“หึหึ เอิงเองก็คิดว่าพี่จะทำตัวเลว ๆ เก็บแฟนเก่าเอาไว้เพราะยังรู้สึกลังเลแบบนั้นใช่ไหม” สิงหราชแค่นหัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่าภรรยาไม่ได้เอ่ยตอบกลับมาเลยแม้แต่สักคำเดียว
“เรื่องนี้แกเป็นคนผิดนะตาสิงห์ แกจะมาคาดคั้นเอากับหนูเอิงให้มันได้อะไรขึ้นมา” เพลินจิตกางปีกปกป้องลูกสะใภ้จนเต็มกำลัง เมื่อเห็นว่าลูกชายกำลังคาดคั้นภรรยาของตัวเอง ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นคนผิด
“ผมก็จะได้รู้ไว้ไงครับ ว่าทั้งแม่ทั้งเมีย ไม่มีใครไว้ใจผมเลยสักคน!” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน มือหนายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมากระทบแก้ม ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากบ้านไปในทันทีที่พูดจบ
“ตาสิงห์กลับมาคุยกับแม่ให้รู้เรื่องนะ ตาสิงห์!!” ผู้เป็นแม่ตะโกนเรียกลูกชายที่เดินหนีกันไปดื้อ ๆ
“ไอ้สิงห์!!” จอมทัพรีบวิ่งตามเพื่อนของตัวเองไปในทันที เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของเจ้าตัวมากกว่าสิ่งใด
“คุณแม่นั่งพักก่อนนะคะ” นิรณายกมือขึ้นปาดน้ำตาของตัวเองออกจากใบหน้า ก่อนจะเอ่ยบอกกับคนที่เริ่มหายใจรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความเป็นห่วง
เพลินจิตทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างกับลูกสะใภ้ ดวงตาที่เริ่มพร่ามัวปรายตามอง หญิงสาวที่กำลังนั่งปาดน้ำตาของตัวเองด้วยความรู้สึกสงสารจับใจปนรู้สึกผิด เพราะเธอเองที่เป็นคนดึงนิรณาให้เข้ามาอยู่ในจุดนี้
“แม่ขอโทษแทนพี่เขาด้วยนะน้องเอิง” เพลินจิตยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กของลูกสะใภ้
“ฮึก ฮือ” เมื่อได้ยินคำพูดนั้น นิรณาก็ปล่อยโฮออกมาในทันที ร่างเล็กโผเข้าไปกอดที่พักพิงเดียวที่มีของตัวเองอยู่ในตอนนี้เอาไว้แน่น
เธอเดินทางมาที่นี่เพื่อแต่งงานกับสิงหราช แต่ในเมื่อวันนี้สามีเลือกที่จะเดินหนีกันไป โดยที่ไม่มีแม้แต่คำอธิบายสักคำเพื่อให้เรื่องราวทุกอย่างกระจ่าง คนที่หัวเดียวกระเทียมเลียบเช่นนิรณา ก็ไม่รู้แล้วเหมือนกันว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครในสถานการณ์แบบนี้
………………………………………………….
ขอบคุณที่โลกของภรรยาที่ไม่สะดวกรักยังมีคุณแม่เพลินจิต ความถามว่าลูกสะใภ้อยากหย่าไหม แม่จะช่วยเอง เน้!! แม่สามีในฝันสุด แต่จะว่าไปนายสิงหราชคนนั้นเขาก็น่าสงสารนะทุกคน แต่อยากทุบมากกว่า ปากไม่รู้อมอะไรอยู่
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ