โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 49 ข่าวจากแดนไกล

    การเรียนการสอนในวันแรกได้จบลงไปอย่างรวดเร็ว เซนนั้นไม่เคยรู้สึกอยากจะมาโรงเรียนขนาดนี้มาก่อน หลังเลิกเรียนนั้นเซนก็ได้ตรงไปที่สมาคมพ่อหมดแห่งประเทศนัวร์ทันที เพื่อที่จะหาซื้อม้วนคาถาเวทมนตร์พื้นฐานจำนวนมากตามคำแนะนำของอาจารย์โซเฟีย

    โดยพื้นฐานนั้นเซนสามารถใช้เวทมนตร์ได้ทุกประเภทและทุกระดับหากอยู่ในเงื่อนไขที่พลังวิญญาณของเขามีเพียงพอ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเรียนรู้จากโรงเรียนแห่งนี้ ที่เขาต้องการจริงๆ ก็คือการประยุกต์หรือศิลปะแห่งออร่า ที่สามารถใช้และสร้างเวทมนตร์ของตัวเองนอกเหนือจากม้วนคัมภีร์ได้

    สมาคมเวทมนตร์นั้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปราสาทของผู้ปกครองเมืองหรือราชาเอวินซ์มากนัก อย่างไรก็ตามเซนนั้นได้เปลี่ยนแผนที่จะเข้าพบราชาเอวินซ์และเลือกที่จะฝึกฝนเวทมนตร์ที่ตนเองชอบแทน

    เซนได้มาถึงสมาคมอย่างรวดเร็ว สมาคมเวทมนตร์เป็นหอคอยที่สูงอย่างไรก็ตามมันไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก สิ่งปลูกสร้างของตัวหอคอยนั้นทำมาจากไม้เป็นส่วนใหญ่ทำให้มันดูขลัง แต่เมื่อคทาเดินเข้ามาเขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นของไม้ที่หอบแปลกๆ และทำให้จิตใจของเขาสงบลง

    “ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ไม้ธรรมดา…”

    เซนกล่าวขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะมองไปรอบๆ หอคอยชั้นแรก เขาพบเห็นจอมเวทจำนวนมากที่พูดคุยพบปะกัน ซึ่งสมาคมเวทมนตร์นั้นหากไม่ใช่จอมเวทจะไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะหน้าประตูทางเข้านั้นจะมีบาร์เรียคัดกรองซึ่งมันจะปิดกั้นพวกที่ไม่ใช่จอมเวทออกไปทันที

    เมื่อเซนเดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้สภาพและท่าทางของเขาที่แสดงออกมาเมื่อมองเห็นสิ่งต่างๆ นั้นเหมือนกับเด็กบ้านนอกอย่างมาก นั่นทำให้พวกชนชั้นสูงซึ่งส่วนใหญ่พวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นจอมเวทมองเขาอย่างดูถูก อย่างไรก็ตามชายหนุ่มนั้นไม่ได้สนใจ เขายังคงเดินดูรอบๆ ต่อ

    มีคริสทัลเวทมนตร์ขายอยู่จำนวนมากตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก ซึ่งเซนยอมรับเลยว่าราคาของพวกมันยังแพงไปสำหรับเขาในตอนนี้ คริสทัลเวทมนตร์นั้นไม่เพียงแต่สามารถนำไปสร้างคทาเวทมนตร์ได้ แต่มันยังสามารถใช้เติมพลังวิญญาณของนักเวท ในตอนที่พลังวิญญาณหมด ดังนั้นในการต่อสู้ระยะยาวที่จอมเวทจะเสียเปรียบคลาสอื่นๆ นั้นมันจึงถูกแก้ไขด้วยก้อนหินพวกนี้ และทำให้จอมเวทกลายเป็นคลาสที่ยืนหนึ่งในสงครามต่างๆ

    ในขณะที่เซนกำลังเดินดูสิ่งต่างๆ อยู่นั้น ก็ได้มีตาแก่ร่างเตี้ยคนหนึ่งใส่ชุดสีเขียววิ่งเขามาในสมาคมและเปิดประตูออกด้วยความเร่งรีบ หน้าตาของเขาดูจะเหนื่อยล้าอย่างมากซึ่งเซนนั้นคิดว่าเขาต้องใช้เวลาวิ่งมาที่นี่นานแน่นอน

    “ประกาศข่าวสำคัญ! ข่าวเกี่ยวกับสงครามระหว่างประเทศ!”

    ชายชราคนนั้นกล่าวทำให้เหล่าชนชั้นสูงและจอมเวทที่ปกปิดตัวตนอยู่ทุกคนต่างหันมามองเขาอย่างสนใจ และมีคนหนึ่งในกลุ่มนักเวทนั้นกล่าวถามว่า

    “ประเทศใดกันที่ก่อสงคราม และเหตุใดท่านจึงได้ดูร้อนรนขนาดนั้น มันเกี่ยวข้องกับประเทศเรางั้นเหรอ?”

    ชายชรานั้นสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนที่จะกล่าวบอกกับทุกคนถึงข่าวที่เขาได้รู้มา

    “วันนี้ประเทศเซนทอร์ได้ปฏิวัติและปกครองประเทศระดับแปดที่อยู่ข้างเคียงสองประเทศ ให้อยู่ภายใต้ของพวกเขา ที่สำคัญก็คือความแข็งแกร่งของเซนทอร์นั้นเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พวกเขายังสามารถโจมตีกองทัพของประเทศระดับเจ็ดจนพังพินาศโดยไม่มีทหารพวกเขาตายสักคน!”

    เมื่อชายชรากล่าวขึ้นมาพวกขุนนางนั้นก็ตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะในสายตาของพวกเขานั้นประเทศเซนทอร์นั้นไม่ได้โดดเด่นอะไร พวกเขาเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเทศที่สงบสุขมาหลายปีกลับก่อสงครามชิงอำนาจ นี่ไม่ใช่ว่าพวกมันต้องการจะท้าทายประเทศปกครองทวีปแห่งนี้อย่างประเทศนัวร์หรอกหรือ?

    “แล้วเจ้าทราบสาเหตุหรือไม่ ว่าเหตุใดประเทศเซนทอร์จึงได้แข็งแกร่งขึ้นขนาดนั้น?”

    หญิงวัยกลางคนชนชั้นสูงกล่าวถาม ซึ่งชายชราผู้มาแจ้งข่าวนั้นก็นวดขมับของตนเองเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมา

    “ข้าได้ยินมาว่ามีการปฏิวัติภายในประเทศเซนทอร์หลังจากที่โลกใต้พิภพปิดลงและถูกเคลียร์ ราชาคนเก่าถูกปลงพระชนพร้อมกับลูกหลานราชวงศ์จำนวนมากถูกจับเป็นตัวประกัน และราชาหนุ่มคนใหม่ก็ได้ขึ้นปกครองแทน แต่ด้วยสถานะสงครามตอนนี้ทำให้ข้าไม่ได้ทราบข่าว เพราะประเทศเซนทอร์ได้ปิดช่องทางเข้าออกทั้งหมด….”

    เมื่อชายชราเห็นว่าทุกคนต่างตั้งใจฟังเขาอยู่ เขาจึงได้กล่าวต่อ

    “สงครามที่เกิดขึ้นนั้นแน่นอนมันเกิดจากอำนาจของราชาคนใหม่นี่แหละ เขานั้นต่อสู้ในแนวหน้าด้วยตนเองในสงคราม ข้าได้ยินจากพ่อค้าที่รอดจากเขตสงครามมาได้ เขากล่าวเอาไว้ว่า ราชาของประเทศเซนทอร์นั้นครอบครองศาสตราวิญญาณระดับสูงที่เป็นดาบ ซึ่งการฟาดฟันของเขาแต่ละครั้งนั้นทำให้เกิดคลื่นสีแดงและสังหารทหารนับร้อยอย่างง่ายดาย…”

    เซนนั้นไม่ได้สนใจจะรับฟังเรื่องราวพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เขาเดินไปหาพนักงานที่ทำหน้าที่ซื้อขายของในชั้นแรก สำหรับชั้นแรกของหอคอยนั้นจะขายพวกยารักษาระดับต่ำถึงระดับกลาง และม้วนคาถาระดับ E จนถึง D

    เมื่อเซนมาหยุดที่เบื้องหน้าของพนักงานร้านนั้นเขาก็แกล้งไอเล็กน้อยเพื่อให้พนักงานร้านสาวสวยที่กำลังเหม่อฟังเรื่องราวของสงครามอยู่หลุดออกจากภวังค์และสนใจลูกค้าของเธอ เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเบื้องหน้าของเธอนั้นมีชายหนุ่มกำลังเรียกร้องความสนใจอยู่และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นลูกค้า เธอก็รีบเปลี่ยนท่าทางของเธออย่างรวดเร็วเป็นรอยยิ้มที่สดใสแสดงออกมาบนใบหน้าของเธอพร้อมกับกล่าวอย่างสุภาพว่า

    “ไม่ทราบว่าท่านต้องการซื้อหรือขายสิ่งใดหรือไม่?”

    เซนนั้นคิดสักพักก่อนที่จะส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับเธอซึ่งเป็นลายมือของอาจารย์โซเฟียและลายเซ็นชื่อของเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้คนในสมาคมเวทมนตร์สงสัยในตัวเซนที่ซื้อเวทมนตร์หลากหลายธาตุดังนั้นอาจารย์โซเฟียจึงออกนามของเธอในการซื้อเองแต่เงินนั้นเซนต้องเป็นคนจ่าย

    “ม้วนคาถาบอลไฟ บอลน้ำ บอลดิน บอลลม บอลแห่งแสงสว่าง บอลแห่งความมืด บอลสายฟ้า….ทั้งหมดเป็นม้วนคาถาพื้นฐานระดับ E ราคาทั้งหมดสองร้อยหกสิบเหรียญทองค่ะท่านลูกค้าผู้ทรงเกียรติ”

    เซนนั้นหยิบเงินของตนเองออกมาและยื่นให้อีกฝ่ายอยากครบถ้วนไม่ขาดไม่เกินแม้แต่เหรียญเดียว ในขณะเดียวกันเขาก็ได้บ่น

    “ม้วนคาถาระดับต่ำยังแพงถึงขนาดนี้…”

    ในขณะที่เขากล่าวนั้นหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งซึ่งก็รอต่อแถวซื้อของ ดูเหมือนจะได้ยินเขา จึงได้กล่าวไขความกระจ่างให้ชายหนุ่มแทนพนักงานที่กำลังเตรียมม้วนคาถาให้กับเซน

    “ม้วนคาถาที่เจ้าสั่งจริงๆ มันไม่ได้แพงอะไรมากนัก มันราคาเพียงสิบเหรียญทองต่ออันเท่านั้น แต่ม้วนคาถาสายฟ้านั้นหายากอย่างมากและราคาของมันสูงถึงสองร้อยเหรียญทองแม้จะเป็นเพียงระดับ E”

    เซนหันกลับมามองคนที่อธิบายให้เขาฟังและต้องการจะขอบคุณอีกฝ่าย แต่เมื่อเขาหันหน้ามาพบกับอีกฝ่ายเขาก็ตกตะลึงอย่างมากเขารับหันหน้ากลับไปที่เดิมทันที อย่างไรก็ตามดูเหมือนหญิงสาวนั้นจะสังเกตเห็นชายหนุ่มเช่นเดียวกันเธอจึงได้กล่าว

    “เป็นเจ้า…เป็นเจ้าไปได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ได้ผ่านการทดสอบของข้า…แล้วเหตุใดเจ้าจึงสวมชุดของโรงเรียน…”

    เป็นอลิสนี่เองที่วันนี้บังเอิญมายังร้านแห่งนี้เพราะต้องการจะซื้อยาและคริสทัลเวทมนตร์ไปใช้ อย่างไรก็ตามเธอกลับพบกับชายหนุ่มที่เคยยั่วโมโหเธอตอนที่เธอเป็นผู้คุมสอบ

    “แน่นอนว่าข้าเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้อย่างถูกต้อง…การต่อสู้วันนี้ของเจ้าสุดยอดไปเลยข้าดูอยู่!”

    “เจ้าไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!”

    อลิสนั้นดูเหมือนจะไม่หลงกลเซน เธอรู้สึกว่าเรื่องที่เซนเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้นั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันม้วนคาถาที่เซนสั่งนั้นก็มาแล้ว เซนรีบรับพวกมันพร้อมกับวิ่งออกจากสมาคมเวทมนตร์อย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวกับหญิงขี้วีนอย่างอลิส

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน