เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 32

    ภามถือไม้ที่กำไว้ในมือทั้งสองข้างกลับมาวางไว้ข้างแปลงผัก ก่อนจะเดินไปลางศพมอนสเตอร์ที่ตายกลับมาไว้ที่ข้างบันไดทางขึ้นเนินหน้าบ้าน “เป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านภาม ท่านบาดเจ็บหรือไม่” อลันมาวิ่งออกจากบ้านมาถามด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่เห็นภามเดินเข้ามาใกล้บริเวณบ้านแล้ว“ข้าไม่เป็นอะไรเลย” ภามตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ“มีมอนสเตอร์หลุดเข้ามาแถวนี้บ่อยหรือไม่ มันดูอันตรายมาก พวกเราควรเตรียมอาวุธไว้ให้พร้อมนะขอรับ” อลันเตือนอย่างยังไม่หายตกใจ“ไม่ค่อยมีมอนสเตอร์หลุดมาเช่นนี้บ่อยนักหรอก พวกเจ้าไม่ต้องกลัวไป ข้าคนเดียวก็เอาอยู่แล้ว” ภามพยายามพูดปลอบ“ท่านภามสุดยอดมากเลยขอรับ โตขึ้นข้าอยากเก่งแบบท่าน!!” อามินที่หายตกใจกลัวแล้วก็รีบว่างเข้ามาหาภาม กล่าวพร้อมกับทำสีหน้าชื่นชมอย่างเต็มที่“อยากเก่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรรู้จักประเมินตน หากสู้ไม่ไหวก็ต้องถอย ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อตนเองได้ เข้าใจหรือไม่” ภามเห็นดังนั้นจึงถือโอกาสกล่าวเตือนอามิน“ขอรับ” อามินเองก็ตอบรับกลับมาอย่างเชื่อฟัง หลังจากเหตุการณ์สงบลง ภามให้อลันกับเมมี่ช่วยกันตรวจสอบดูว่ามอนสเตอร์ตัวนี้คือตัวอะไร สามารถนำเนื้อมันไปทำอาหารได้หรือไม่ “พวกมันคือหมูป่าเรดวูดขอรับ เนื้อพวกมันกินได้ แต่น่าแปลกมากที่มันหลุดมาแถวนี้ ปกติพวกมันมักอาศัยอยู่ตามป่าดิบชื้น ที่มีมอนสเตอร์มีพิษอยู่เยอะ จึงไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าไปล่าพวกมันขอรับ” อลันอธิบายหลังจากสำรวจมอนสเตอร์ตรงหน้า“เอ๋ เช่นนั้นเย็นนี้เราก็มีของหายากกินกันแล้วน่ะสิ น้าเมมี่ทำอาหารจากเนื้อเจ้านี่เป็นหรือไม่” น้ำเสียงภามเจือความตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย ขณะที่เอ่ยถามเมมี่“ได้เจ้าค่ะ”“งั้นเจ้าเตรียมอาหารเลย ให้เด็กๆ อยู่ช่วยเจ้า ข้ากับน้าอลันจะไปช่วยกันขุดหลุมที่ทำค้างไว้ต่อให้เสร็จ” ภามแจกแจงงานใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นเมมี่กับเด็กๆ ก็ช่วยกันแล่เนื้อ ทำอาหารเย็น ส่วนภามกับอลันก็ไปช่วยกันจัดการขุดดินทำแปลงให้เสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จากการขุดดินตลอดทั้งวันมานี้ รวมถึงจากความตกใจ คงทำให้ทุกคนหมดแรงกันจริงๆ ไม่มีใครเหลือแรงพูดอะไรกันมากนัก ดังนั้นมื้อเย็นจึงผ่านไปอย่างเงียบเชียบ หลังจัดการล้างจาน และทำความสะอาดห้องครัวเรียบร้อย ภามจึงให้ทุกคนรีบไปพักผ่อน วันถัดมาภามตื่นขึ้นมาแต่เช้า ตั้งใจจะออกไปไล่พวกนกคัลเลอร์เบิร์ดดังเช่นที่ทำเป็นประจำ แต่เมื่อกำลังจะเดินออกจากบ้านก็เห็นอลันหิ้วปีกนกคัลเลอร์เบิร์ดสามตัวเดินเข้ามา “อ้าว ตื่นแต่เช้าเลยนะขอรับท่านภาม” อลันกล่าวทักทาย“น้าอลันก็ตะ..”“ท่านภาม ท่านพ่อ อาหารเช้าพร้อมแล้ว ท่านแม่ให้มาตามขอรับ” อามินที่วิ่งมาจากทางหลังบ้านพูดขึ้นอย่างไม่ทันสังเกตว่าได้พูดขัดการสนทนาของผู้ใหญ่“ได้ เช่นนั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ” ภามตอบรับ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องครัว เมื่อเห็นว่าอลันกำลังจะกล่าวดุอามิน อลันที่เข้ามาในครัวเป็นคนสุดท้าย เดินนำนกคัลเลอร์เบิร์ดในมือไปวางไว้ข้างๆ อ่างล้างจาน ก่อนจะล้างมือ และเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีทุกคนนั่งรออยู่ “วันนี้พวกเจ้าสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรกันหรือไม่” ภามถามขึ้นอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อสังเกตเห็นว่าทุกคนดูมีสีหน้าอ่อนเพลีย“...” ทุกคนรีบก้มหัว ซ่อนสีหน้าตนเองไว้ทันที“บอกข้ามาตามตรง ว่าเกิดอะไรขึ้น?” ภามถามซ้ำ“...เอ่อ เมื่อคืนมีเสียงมอนสเตอร์คำรามดังมาเป็นระยะๆ พวกข้ารู้สึกกังวลใจ จึงนอนกันไม่ค่อยหลับน่ะขอรับ” อลันตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด“ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าไม่ต้องกังวลไป ไม่ค่อยมีมอนสเตอร์หลุดเข้ามาในเขตนี้หรอก” ภามย้ำให้ฟังอีกครั้ง ทุกคนมองภามที่มีสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม แม้จะกังวลอยู่ในตอนแรก แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ภามจัดการกับมอนสเตอร์ที่หลุดเข้าเมื่อวาน ก็รู้สึกเบาใจลงได้บ้าง อีกทั้งวันที่พวกเขาเดินทางผ่านป่าทึบมานี่วันแรก พวกเขาก็เห็นแล้วว่าภามจัดการสยบพวกมอนสเตอร์ได้จริงๆ หลังจากเห็นว่าทุกคนดูสบายใจขึ้นแล้ว ภามจึงอนุญาตให้ทุกคนพักผ่อนได้ในวันนี้ แต่อลันกับเมมี่ยังยืนยันว่าพวกตนสามารถทำงานได้ปกติ ดังนั้น ช่วงเช้าทุกคนจึงออกมาขุดแปลงปลูกผักเพิ่ม และด้วยความร่วมมือกันอย่างาขยันขันแข็ง งานช่วงเช้าจึงสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างรอเมมี่ทำอาหารกลางวัน ภามเดินมีสำรวจแปลงแปลงมันฝรั่ง แครอท ผักกาดขาว และกะหล่ำปลี อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าต้นกล้าแข็งแรงดีแล้ว จึงตัดสินใจเอาฟางที่คลุมหน้าดินไว้ออก ให้มันได้เจริญเติบโตตามปกติ อาหารมื้อนี้เป็นเหมือนสตูเนื้อ โดยเนื้อที่ใช้เป็นเนื้อหมูป่าเรดวูดที่ได้มาเมื่อวาน ซึ่งเมมี่ตุ๋นทิ้งไว้แต่เช้าจนเนื้อของมันนุ่มแทบจะละลายทันทีที่ตักเข้าปาก “อร่อยมากเลยขอรับท่านแม่” อามินชม ยิ้มไปพลาง กินไปพลาง“ไม่ว่าแม่ทำอะไร ข้าก็เห็นว่าเจ้าชมว่าอร่อยทุกที” อลันกล่าวขัดลูกชาย“ท่านพ่อก็! ไม่เชื่อลองถามท่านภามสิ อาหารมื้อนี้อร่อยมาก จริงหรือไม่ขอรับ ท่านภาม” อามินหันมาถามภามอย่างหาพักพวก“ถูกแล้ว อร่อยมาก” ภามยิ้มแล้วตอบสั้นๆอามินจึงหันไปมองหน้าพ่อเป็นเชิงบอกว่า ‘เห็นไหม ข้าบอกแล้ว’ เนื่องจากทุกคนนอนไม่พอ แล้วเมื่อเช้ายังฝืนไปช่วยกันขุดดินต่อ ช่วงบ่ายสีหน้าจึงดูยิ่งย่ำแย่หนัก แต่ไม่ว่าภามจะบอกให้ไปพักยังไง ทุกคนก็ยังยืนยันว่าสามารถทำงานได้ สุดท้ายเขาจึงเปลี่ยนแผน ลดงานในวันนี้ลง ให้พวกเขาไปเติมน้ำลงแปลงนาข้าวที่ขุดไว้เมื่อวาน จากนั้นให้ทุกคนไปพักได้ นั่นแหละ ทุกคนจึงยอมตกลง ในระหว่างที่ทั้งสี่คนไปเติมน้ำลงในแปลงนาข้าว ภามก็แยกตัวมาขุดพลิกหน้าดิน ทำแปลงสำหรับปลูกพืชผักสวนครัวอยู่ที่ข้างๆ โรงเรือนเพาะกล้า “ข้าช่วยนะขอรับ” เสียงอลันดังขึ้นจากข้างหลัง“งานพวกเจ้าเสร็จแล้วหรือ”“เรียบร้อยแล้วขอรับ เมมี่พาเด็กๆ ไปพักกันหมดแล้ว”“เช่นนั้นท่านก็ไปพักเถิด” ภามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ“ไม่เป็นไรจริงๆ ขอรับ ข้ายังไหว” อลันยืนยัน เมื่อเห็นว่าอลันไม่ยอมไปพักง่ายๆ แน่ ภามจึงยอมให้อีกฝ่ายช่วย ขขุดแปลงกันอีกเพียงครู่เดียวก็เสร็จเรียบร้อย จากนั้นภามก็นำอลันไปเอาเมล็ดพันธุ์ที่เหลืออีก 40,000 เมล็ดมาลงปลูกในแปลง รดน้ำ และนำฟางมาวางคลุมหน้าดินเอาไว้ หลังจากลงเพาะเมล็ดในแปลงจนหมดแล้ว ภามก็มองผลงานตรงหน้าอย่างพึงพอใจ และคิดว่าหากเขายังไม่พัก อลันก็คงยังไม่ยอมพักแน่จึงพูดขึ้น “เรียบร้อย วันนี้ทำแค่แหละ ข้าจะพักแล้ว เจ้าก็ไปพักเถอะ”“ขอรับ” อลันยอมในที่สุด