“อิตาดาคิมัส”
ยูกิพนมมือเธอเป็คนเดียวที่ใช้ตะเกียบเพราะไม่เคยชินกับการตักข้าวด้วยช้อนเธอจะยอมใช้ช้อนก็ต่อเมื่อซดน้ำซุปเท่านั้นยูกิจึงมีตะเกียบที่มีลวดลายเป็เกล็ดหิมะเป็ของตัวเอง
“ฝีมือเทียนพัฒนาไปเยอะเลยนะ ทำได้ถึงขนาดนี้แน่ะ”
ก้านธูปที่กินไปได้สักพักเริ่มตื่นเต็มตาแล้วเอ่ยปากชมน้องชาย
“ผมทำแค่ผัดถั่วงอกเต้าหู้กับต้มจืดฟักเท่านั้นล่ะครับส่วนที่เหลือพี่ไหมเป็คนทำครับ”
เทียนหันไปยิ้มให้กับพิมพ์ไหม เธอก็อายหน่อยๆ ที่เป็จุดสนใจทว่ายูกิกลับพูดว่า
“มิน่าล่ะข้าวถึงได้แฉะ แล้วไก่ก็เกรียมจนเนื้อจะแห้งแบบนี้”
“อ่า...”
พิมพ์ไหมไม่รู้จะโต้ตอบยังไงดี เพราะเป็ความจริงที่ข้าวแฉะไปนิดนึงส่วนไก่เธอเผลอย่างไฟแรงไปหน่อย มันก็เลยเกรียมแต่มันไม่ได้แย่ถึงขั้นกินไม่ได้นะ!
เห็นพิมพ์ไหมหน้าเจื่อนลง ก้านธูปก็ช่วยพูด
“เอาน่า ไหมคงไม่ได้ตั้งใจหรอก อีกอย่างก็ใช่ว่าจะกินไม่ได้นี่นา แถมฉันว่ามันอร่อยด้วย”
“ฉันก็แค่ติเธอ เพื่อที่คราวหลังจะได้ไม่ทำแบบนี้อีกต่างหากล่ะ” ยูกิทำหน้าบูดที่ก้านธูปออกหน้าแทนพิมพ์ไหมอีกแล้ว “เลิกช่วยพิมพ์ไหมเสียที ให้เธอได้เรียนรู้เองบ้าง”
“แต่ฉันว่ามันก็ไม่ได้แย่นะ ยูกิจู้จี้ไปนิดนะ”
“จะบอกว่าฉันน่ารำคาญเหรอ”
“ไม่ใช่นะ ฉันแค่ว่ายูกิชอบอะไรที่สมบูรณ์แบบเกินไป อยากให้เพลาๆ ลงบ้างเท่านั้นเอง”
ก้านธูปรับรู้ได้ว่าสาวหิมะกำลังโกรธจึงพยายามยิ้มหวานเข้าไว้ ยูกิอยากจะโมโหก็โมโหได้ไม่เต็มที่เพราะรู้ว่าก้านธูปไม่ได้มีเจตนาจะพูดจาโจมตีเธอ
บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดใสพลันอึมครึมเทียนมองซ้ายมองขวารับรู้ได้ว่าหายนะกำลังจะบังเกิดจึงพูดขึ้นมาว่า
“ผมไปเปิดทีวีให้นะครับ ดูข่าวตอนเช้าน่าจะดี”
“ดีเลย เทียน”
ก้านธูปสนับสนุนน้องชายเพราะ้าทำลายบรรยากาศหม่นๆ นี้เทียนเปิดไปยังช่องโปรดซึ่งตอนนี้กำลังรายงานข่าวยามเช้าแล้วยังเป็เื่ที่ตอนนี้ผู้คนสนใจอยู่ด้วย
“จากบรรดาข่าวคดีฆาตกรรมทั้งหมด ตอนนี้ข่าวที่โด่งดังมากที่สุดก็คือข่าวฆาตกรต่อเนื่องปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตไปแล้วสี่ราย ทั้งสี่คนต่างก็มีเพศ วัยและสถานะแตกต่างกันเรียกได้ว่าเป็การฆาตกรรมไม่เลือกหน้า มิหนำซ้ำยังโเี้ที่สุดอีกด้วยทางตำรวจกำลังเร่งสืบคดีนี้อยู่ ประชาชนทุกท่านหากพบเบาะแสหรือสังเกตเห็นความผิดปกติก็โปรดโทรแจ้งมาที่สำนักงานตำรวจและขอให้ทุกๆ ท่านระมัดระวังการออกเดินทางหลีกเลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยวยามวิกาลด้วยค่ะ...”
ก้านธูปฟังข่าวและขมวดคิ้วเป็ปม “เหมือนฆาตกรรายนี้จะไล่ฆ่าคนไปเรื่อยๆ ตามเขตเลยนะจวนจะมาถึงเขตที่ไหมอยู่แล้ว”
“นั่นสินะ น่ากลัวจัง”
พิมพ์ไหมก็ฟังข่าวด้วยความไม่สบายใจฆาตกรรายนี้ลงมือได้แปลกประหลาดมาก ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ฆ่าคนไปทั่วแบบนี้หรือจะเป็โรคทางจิตเวชกันนะ
“อย่างที่ฉันเคยบอกไป ระวังตัวด้วยล่ะ”
ก้านธูปที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ เตือนอีกครั้งอย่างเป็ห่วง
“จ้ะ ฉันจะระวังแน่นอน”
ในตอนที่พิมพ์ไหมกำลังเสร็จการรับประทานอาหารมื้อเช้ามือถือของเธอก็สั่น พอมองหน้าจอก็เห็นว่าคนที่โทรมาแต่เช้าคือกวางนั่นเอง จึงกดรับสาย
“ฮัลโหล กวาง”
“โอ้ ไหมเหรอ? ทำไมบ้านปิดเงียบจังเลยล่ะ เธอออกไปเรียนแล้วเหรอ?”
“เปล่า ฉันมาค้างบ้านก้านธูปน่ะ”
“เอ๋!? อะไรกันน่ะ น่าอิจฉาจังเลย! ถ้าจะค้างทำไมไม่ชวนฉันด้วยล่ะ!?”
กวางโหวกเหวกโวยวายจนพิมพ์ไหมต้องยกมือถือออกห่างจากหู ได้ยินเสียงนั้นก้านธูปก็ยกยิ้ม
“เสียงกวางดังหนวกหูจังนะ ไม่พอใจอะไรล่ะ?”
“คือ… กวางเสียใจที่ไม่ได้มาค้างบ้านก้านธูปด้วยน่ะ”
พิมพ์ไหมตอบ แล้วรอจนคนปลายสายเสียงเบาลงจึงค่อยเอาหูแนบโทรศัพท์ตามเดิม
“แฮ่กๆ”
“นี่บ่นไฟแลบจนเหนื่อยหอบเลยเหรอ” พิมพ์ไหมอมยิ้มขำ
“แหงสิ! ไหมนะไหม ถ้าจะมาค้างทำไมไม่บอกฉันบ้างล่ะ!”
“ฉันมาค้างบ้านก้านธูปกะทันหันต่างหากล่ะเพราะกว่าจะกลับมาจากสุรินทร์ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ก้านธูปกลัวว่าฉันจะเป็อันตรายหากกลับบ้านคนเดียวเลยให้ค้างน่ะ”
กวางรู้ว่าบ้านของพิมพ์ไหมอยู่ในซอยค่อนข้างลึก ถึงไฟถนนจะสว่างก็ใช่ว่าจะมีอะไรรับประกันความปลอดภัยได้
“งั้นหรอกเหรอ แต่ยังไงก็เถอะ น่าอิจฉาอยู่ดี”
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นกวางแทบจะเปลี่ยนเป็คนละคนและความทรงจำก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาด้วย พิมพ์ไหมเลยไม่รู้ว่าจะโล่งใจหรือเสียใจดีเพราะกวางในเวอร์ชั่นนี้กลับชอบก้านธูปเอามากๆเลย ถึงเ้าตัวจะมีสถานะเป็ลูกศิษย์ของก้านธูปก็เถอะ แต่การใกล้ชิดสนิทสนมจนเกินหน้านั้นมักจะทำให้พิมพ์ไหมหงุดหงิดรำคาญตาอยู่บ่อยๆ
“ไม่ใช่เื่น่าอิจฉาเสียหน่อย” พิมพ์ไหมโคลงศีรษะ รวบช้อนส้อมให้เรียบร้อย“แล้วมาหาแต่เช้ามีอะไรเหรอ มารับฉัน?”
“ใช่แล้ว ไม่รู้ว่าไหมได้อ่านประกาศแจ้งของคณะเราหรือเปล่า เห็นว่าวันนี้มีประชุม่เช้าล่ะ”
“อ๋อ เื่นั้นฉันรู้แล้ว”
มันส่งมาั้แ่เมื่อเย็นวาน พิมพ์ไหมที่อุตส่าห์ได้หยุดพักผ่อนเป็เวลาสั้นๆพอต้องคิดว่าเวลาแห่งการเข้าเรียนได้มาถึงแล้วก็รู้สึกห่อเหี่ยวใจ
“งั้นก็ดีนึกว่าจะไม่เห็นเสียอีก เลยถ่อมารับนะ”
“ขอบใจนะ กวาง แต่ทีหลังจะมาช่วยบอกก่อนก็ดีนะ จะได้ไม่มาเก้อไง”
“ใครจะคิดล่ะว่าไหมจะไปค้างบ้านอาจารย์ หึ เอาเถอะ ไว้ไปเจอที่มหาลัยแล้วกันนะ”
“จ้ะ เจอกันที่มหาลัยนั่นแหละ”
“อืม รีบๆ มาล่ะ พวกรุ่นพี่นัดตอนเก้าโมงครึ่งนะ อย่าลืมล่ะ”
“จ้ะ ฉันไม่ไปสายหรอก”
คุยเสร็จกวางก็เป็ฝ่ายวางสายก่อน
มหาลัยนี่มีงานยิบย่อยเยอะไปหมดจนแทบจะแยกเวลาเรียนเวลางานกับเวลาส่วนตัวไม่ออกแล้ว มันเหนื่อยไปหมดทุกอย่างจนพิมพ์ไหมก็รู้สึกละเหี่ยใจกับการไปเรียนเหลือเกิน
“ถ้าไหมจะไปมหาลัยเดี๋ยวฉันไปส่งนะ”
ก้านธูปที่ฟังบทสนทนามาตลอดอาสา แต่พิมพ์ไหมส่ายหน้า
“ไม่ต้องหรอก ก้านธูปไปส่งเทียนเถอะ นี่ก็จวนจะเข้าเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ”
มองนาฬิกาเห็นว่าเหลือเวลาอีกแค่สิบห้านาทีก็จะเข้าแถวเคารพธงชาติแล้วเทียนที่กินข้าวเพลินตาลีตาเหลือก
“แย่แล้ว! สายจริงๆ ด้วย!”
เทียนแวบหายขึ้นไปชั้นบนเพื่อหยิบกระเป๋าเรียน จากนั้นก็โกยจานทั้งหมดลงอ่าง
“เดี๋ยวผมกลับมาจะล้างให้กองไว้ก่อนนะครับ ผมจะสายแล้ว!”
“เดี๋ยวพี่พาไปส่ง!”
ก้านธูปตัดสินใจช่วยน้องชายก่อนจะถูกคุณครูลงโทษให้ยืนหน้าเสาธงคว้ากุญแจมอเตอร์ไซด์จากในลิ้นชักขึ้นมา
“พี่ก้านธูปจะพาไปถึงทันเวลาเหรอครับ?”
“รับรองด้วยฝีมือของฉันเลย พาไปถึงโรงเรียนในห้านาทีแน่นอน”
พิมพ์ไหมทำท่าจะออกไปนอกบ้าน แต่เทียนก็เบรกพี่สาวตัวเองเสียก่อน
“แต่ก่อนไปช่วยใส่กางเกงด้วยครับ!”
เทียนโวยวายชี้นิ้วไปยังท่อนล่างที่ไม่ได้ใส่อะไรเลยขืนออกไปแค่สภาพเสื้อยืดปิดต้นขาคนคงมองกันทั่วทั้งไฟแดง
“อุ๊ย! โทษทีพี่ลืมไป เดี๋ยวไปใส่แป็บนะ”
่เช้าในบ้านของก้านธูปจะโหวกเหวกครึกครื้นเช่นนี้ถึงจะเป็ยามเช้าที่แสนเรียบง่าย แต่พิมพ์ไหมก็รู้สึกเป็สุข
แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าครอบครัว… เธอชอบเวลาแบบนี้มากเลย