ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 106 ข้อสงสัยต่อศัตรู

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 106 ข้อสงสัยต่อศัตรู





            คาลอสพักแรมอยู่ที่เมืองขนาดกลาง B-24 อยู่หนึ่งคืน พบปะพูดคุยกับเจ้าเมืองและแวะไปดูการทำงานของร้านค้าที่ขึ้นตรงต่อตระกูลพีไรซ์



            ตอนนี้กิจการโอสถรุ่งเรืองทีเดียว หนึ่งเป็นเพราะโอสถมีคุณภาพ ราคาย่อมเยา อีกสาเหตุเป็นเพราะตระกูลที่ผูกขาดการค้าเกี่ยวกับโพชั่นนั้นถูกลดทอนอำนาจลงไปมาก ระดับสูงของตระกูลแทบไม่มีเหลืออยู่ ตอนนี้จึงทำได้เพียงส่งคนที่มีความเป็นผู้นำและแข็งแกร่งที่สุดขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลเท่านั้น และพวกมันไม่กล้าเล่นงานคนจากตระกูลพีไรซ์อีกต่อไป



            ความเป็นอยู่ของคาลอสเองก็ดีมาก ได้รับการดูแลและอำนวยความสะดวกจากเจ้าเมืองเป็นอย่างดี ทีแรกถึงกับจะจัดหากลุ่มผู้คุ้มกันไปส่งคาลอสถึงเมืองปากัสด้วยตัวเอง แต่คาลอสรับไว้เพียงน้ำใจ ออกปากปฏิเสธไปเพราะความเกรงใจ



            ทั้งเรื่องที่มอบตั๋วเชิญเข้าร่วมมิติลึกลับ พาเดินทางทั้งขาไปและขากลับ ไหนจะอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจตระกูลพีไรซ์ภายในเมืองนี้ด้วยความใจกว้าง แค่เท่านี้คาลอสก็รู้สึกติดค้างน้ำใจของเจ้าเมืองหรือพ่อของซีเลียมามากแล้ว หากยังรบกวนอีกฝ่ายต่อไปคงจะไม่งามนัก



            คาลอสพักผ่อนเพียงไม่นานก็เดินทางกลับพร้อมขบวนขนส่งสินค้าที่ตระกูลพีไรซ์เป็นผู้จัดจ้างขนส่งสิ่งของมาจากเขต C



            ช่วงเวลาที่คาลอสไม่อยู่ หลายสิ่งภายในตระกูลไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก หลังจากกลับมาสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับคาลอสได้มากที่สุดก็คงเป็นเหล่าสัตว์อสูรทั้งสามที่บัดนี้เติบใหญ่กลายเป็นสัตว์อสูรระดับสี่กันทั้งหมด ซึ่งเคนก็แนะนำพวกมันให้กับคาลอสอีกครั้ง สร้างความคุ้นชินระหว่างกัน ต่อไปภายภาคหน้าจะได้จดจำกันได้



            ซึ่งคาริต้าผู้เป็นน้องสาวของคาลอสก็มักจะมาเยี่ยมสัตว์อสูรทั้งสามอยู่บ่อยๆ นั่นเป็นเหตุให้คาลอสต้องหาเวลาว่างพาคาริต้ามาด้วยตัวเองบ้าง เพราะก่อนหน้านี้เขามัวแต่ฝึกซ้อมอย่างหนักจนละเลยน้องสาวที่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวไป การหากิจกรรมทำร่วมกันก็เป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความสัมพันธ์ได้ดีทีเดียว



            หลังจากรายงานสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าตระกูลและผู้อาวุโสบางส่วนฟัง คาลอสก็กลับไปใช้เวลาร่วมกับพ่อแม่และน้องสาวของตนเอง



            …



            ไม่นานยามราตรีก็มาเยือน



            วันนี้คาลอสเข้านอนเร็วกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะว่าเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินทาง หรือไม่ก็เพราะรู้ว่าคืนนี้ตนเองต้องมอบเวลายามหลับฝันอันยาวนานให้แก่บุคคลที่ทุกคนในตระกูลเคารพนับถือ…



            ในห้วงฝัน คาลอสฟื้นตื่นอีกครั้งอยู่ภายในป่าสนโปร่งๆ



            สติที่ขุ่นมัวค่อยๆ แจ่มชัด เขาสามารถรับรู้ทุกอย่าง ควบคุมร่างกายได้เหมือนกับยามตื่นทุกประการ



            ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ก็พบชายในชุดขาวยืนอยู่เบื้องหน้าตนเองเสียแล้ว



            'บรรพบุรุษ…' คาลอสเหม่อไปเล็กน้อย



            “ยินดีที่ได้พบท่านบรรพบุรุษ!” คาลอสประสานมือพร้อมกับก้มตัวลงทันทีที่ตั้งสติได้



            “อืม ไม่ต้องมากพิธี” เสียงตอบกลับมา ใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงเรียบนิ่ง



            “ขอบคุณท่านบรรพบุรุษที่ช่วยเหลือ! ข้าคิดว่าท่านจะเข้าฝันข้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว รออยู่หลายคืนแต่ท่านก็ไม่ได้มา” กล่าวขอบคุณจบ ชายหนุ่มก็ยกตัวกลับขึ้นมา มือทั้งสองข้างยังประสานกันอยู่ ใบหน้ายิ้มแย้ม หัวเราะให้กับตนเอง



            “ข้ารอให้เจ้าเก็บข้อมูลทั้งหมดกลับมาแล้วค่อยถามเจ้าทีเดียว จะได้ไม่มีประเด็นใดตกหล่น ซึ่งจริงๆ ส่วนใหญ่เจ้าก็บอกต่อแก่มาคัสไปแทบทั้งหมดแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติมและไหว้วานเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เท่านั้น” ชายหนุ่มในชุดขาวมองไปที่บุคคลตรงหน้า



            “ทุกเรื่องของท่านบรรพบุรุษล้วนเป็นเรื่องที่ข้าต้องให้ความสำคัญ โปรดถามเรื่องที่ท่านสงสัยและมอบคำสั่งมาได้ตามต้องการ ลูกหลานคนนี้พร้อมทำความปรารถนาของบรรพบุรุษให้เป็นจริง” คาลอสกดใบหน้าลงเล็กน้อย กล่าวออกเสียงด้วยความมั่นใจ ต่อให้ทำไม่ได้ เขาก็ต้องทำให้ได้! นี่คือความมุ่งมั่นของเขา



            “อย่าได้จริงจังจนเกินไปนัก จัดลำดับความสำคัญให้ถูกให้ควร” ชายหนุ่มชุดขาวปรามจิตใจที่มุ่งมั่นของลูกหลานตรงหน้าก่อนจะพูดต่อไป “เรื่องของเยว่ซินนั้นพอจะเห็นความเป็นไปได้แล้ว เพียงรอสำนักจันทรานิรันดร์ส่งจดหมายมาก็เท่านั้น สิ่งที่ข้ายังกังวลสงสัยอยู่คงเป็นเรื่องของตระกูลหวงหลงเสียมากกว่า…”



            “ที่บอกว่าตระกูลหวงหลงมีอีโวลคนหนึ่งคอยปกป้องตระกูลอยู่ แต่บาดเจ็บหนักจนแทบลุกเดินเหินไม่ได้… ตัวตนระดับนั้นมีจุดตกต่ำถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ตั้งข้อสังเกตขึ้นมา เป็นเรื่องจริงแน่นอนที่ตระกูลหวงหลงเคยมีอีโวลเป็นผู้พิทักษ์คอยปกป้องตระกูลอยู่ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะมีอำนาจในเมืองขนาดใหญ่ได้เช่นไร



            แม้แต่ตอนนี้ที่ตระกูลหวงหลงตกต่ำลงไปมาก ก็ยังไม่มีใครกล้าทำเกินกว่าเหตุ นั้นเพราะเกรงกลัวผู้พิทักษ์ของตระกูลหวงหลงที่อาจจะโผล่ออกมาเมื่อไหร่ก็ได้



            ถึงทุกคนจะรู้ว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหนักมาก และไม่เคยออกมาจากตระกูลอีกเลยนับตั้งแต่นั้น แต่การลงมือโดยไม่รอบคอบจะนำพาหายนะมาให้เสียมากกว่า



            ไม่มีใครกล้าเสี่ยงโดยไม่จำเป็นไป หากใครกล้าลงมือก่อน สู้รบตบมือกันจนเกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย กองกำลังอื่นๆ ย่อมได้ทียื่นมือเข้าแทรกแซงอย่างไม่อาจอดใจได้ไหว แล้วสุดท้ายก็จะมีแต่หายนะที่ตามมา



            “ท่านกำลังสงสัยว่าอีโวลผู้พิทักษ์ของตระกูลหวงหลงไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงเหมือนกับข่าวที่แพร่ออกมาอย่างนั้นหรือ?” คาลอสขมวดคิ้วมองคนตรงหน้า



            “หรือไม่......ก็ตายไปแล้ว” ชายชุดขาวกล่าวเสริม



            “หากผู้พิทักษ์ยังคงมีชีวิตอยู่ จะยอมให้ตระกูลของตนเองตกต่ำถึงเพียงนี้เลยหรือในช่วงที่ผ่านมา ไม่เคยลงมือแม้แต่ครั้งเดียว ปรากฏตัวแสดงศักดาสักครั้งก็ยังไม่มี” ชายชุดขาวอธิบายต่อถึงความเป็นไปได้ที่เขาได้กล่าวเสริมเมื่อครู่



            จินสงสัยจริงๆ ว่าสถานการณ์เบื้องลึกของตระกูลหวงหลงเป็นเช่นไรในปัจจุบัน ยิ่งรู้ข้อมูลของศัตรูมากก็ยิ่งจัดการผลที่จะเกิดตามมาได้ดีมากเท่านั้น



            “หรือถ้าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่จริงและไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย การที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเช่นนี้หมายความว่าตระกูลหวงหลงกำลังมีแผนการใหญ่ที่สำคัญยิ่งกว่าอำนาจบารมีของตระกูลตนเอง ซึ่งถ้าเป็นในกรณีนี้ ย่อมมีตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย การที่พวกเราจะจัดการอีกฝ่ายย่อมต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง” ใบหน้าของชายหนุ่มชุดขาวจริงจังไม่น้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้



            ตอนนี้เขาพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะจัดการปัญหากวนใจอย่างตระกูลหวงหลง แต่อีกฝ่ายเป็นตระกูลใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน ตัวแปรต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความต้องการของพวกมันย่อมไม่ใช่เรื่องที่รับมือได้ง่าย



            “แต่คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ ข้าแค่อยากรู้ว่ามีแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้หรือไม่ ข้อมูลคร่าวๆ จากสหายของเจ้าอาจยังไม่เพียงพอ ข้าต้องการแหล่งข้อมูลที่แน่ชัดกว่านี้” ชายหนุ่มชุดขาวเปรย



            คาลอสที่นิ่งงันไปครู่หนึ่งก็คิดคำตอบออกมา



            “ข้าจะส่งจดหมายไปถามไถ่ฮิคาริส สหายของข้า ให้เขาช่วยใช้เส้นสายหาข้อมูลที่เชื่อถือได้เพิ่มเติม หวังว่าจะมีข้อมูลที่ท่านต้องการ” คาลอสออกตัวจัดการปัญหาคาใจของบรรพบุรุษทันที



            “อืม ขอบใจเจ้ามากคาลอส แต่แม้เป็นสหายกันก็ใช่จะขอให้เขาทำประโยชน์ให้เราได้โดยไม่ตอบแทน สินค้าของตระกูลบางส่วนก็แบ่งให้เขาไปบ้างเถอะ ถือเป็นสินน้ำใจ มิตรภาพจะได้ยืนยาว” บรรพบุรุษพูดด้วยเสียงอ่อนโยน เขารู้สึกขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใจจริง



            จริงๆ แล้วทั้งหมดก็เพื่อป้องกันภัยร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับตระกูล แต่การได้เห็นลูกหลานเต็มใจช่วยก็ทำให้รู้สึกปลื้มใจไม่น้อย



            “ขอรับ ข้าจะจัดเตรียมของขวัญไปให้สหายด้วย คนที่ช่วยเหลือตระกูลพีไรซ์จะต้องไม่ทำงานโดยไร้การตอบแทน พวกเราจะตอบแทนให้แก่ทุกคนที่สนับสนุน” แววตาของคาลอสดูจริงใจ พร้อมนำคำสั่งสอนของบรรพบุรุษไปปฏิบัติตาม



            “อืม ดีแล้ว สุดท้ายข้าฝากเครื่องรางบางอย่างไปให้มาคัสหน่อย บอกให้เขาพกติดตัวเอาไว้ เขารู้ดีว่ามันใช้งานอย่างไร” สุดท้ายจินฝากฝังของรางวัลจากระบบอย่างเครื่องรางป้องกันไปให้มาคัส เนื่องจากมันมีอยู่เพียงอันเดียว จินจึงมอบมันให้กับหัวหน้าตระกูล



            บรรพบุรุษไม่ได้เคี่ยวกรำฝึกฝนให้คาลอสเพิ่มเติม อีกฝ่ายน่าจะเหนื่อยมามาก ปล่อยให้ไปพักผ่อนบ้างก็ดี



            จินควบคุมความฝันและผลักดันคาลอสเข้าสู่ห้วงนิทรา ให้หลับใหลต่อไป ส่วนตนเองก็ค่อยๆลอยออกจากเมฆหมอกแห่งความฝันนี้ไป กลับไปยังที่ที่ตนจากมา



            ร่างวิญญาณยืนครุ่นคิดอยู่เพียงผู้เดียว ในใจของเขาคิดว่าหากผู้พิทักษ์ของตระกูลหวงหลงไม่พร้อมปกป้องตระกูลจริงๆ ก็คงถึงเวลาที่เขาจะคิดทำการใหญ่... กำจัดศัตรูให้พ้นทาง!



            ร่างสูงโปร่งในชุดขาวยืนมองหน้าต่างระบบนิ่งๆ



            ยันต์วิญญาณสถิตยังนอนนิ่งอยู่ภายในช่องเก็บของ จินกะว่าจะรออีกสักพัก ให้ตระกูลพีไรซ์แข็งแกร่งพอจะดูแลตนเองในช่วงที่บรรพบุรุษอย่างเขาไม่อยู่ เมื่อนั้นเขาจะได้ใช้ยันต์ดังกล่าวเดินทางไปคิดบัญชีแค้นกับตระกูลหวงหลงพร้อมอัจฉริยะของตระกูลอย่างคาลอส



            ในเมื่ออีกฝ่ายคิดกำจัดตระกูลพีไรซ์ให้พ้นทาง บรรพบุรุษอย่างเขาก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันทำได้ดังใจหวัง จะต้องเจอมาตรการตาต่อตา ฟันต่อฟันกลับไป!



            วันเวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป เพียงพริบตาเดียว ปฏิทินก็พลิกเปลี่ยนหน้ากระดาษไปถึงสองครั้ง



            สองเดือนผ่านไปด้วยความนิ่งเงียบ แต่ภายในตระกูลพีไรซ์กลับมีแต่เรื่องน่ายินดี



    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน