“แล้วเรายังมีทางออกอื่นอีกไหม”หลี่หมิงเอ่ยถามเสียงเข้ม สีหน้าจริงจังจนแทบไร้ความรู้สึก
ลู่หรงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ด้วยสถานการณ์ที่เร่งรัด ทางเลือกเดียวที่จะรักษาโครงการนี้ได้ คือเราต้องเร่งหาเงินอัดฉีดให้ไวที่สุด... ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดชะงัก และเงินที่ลงไปจะสูญไปอย่างเปล่าประโยชน์”
ดวงตาที่มองผ่านกรอบแว่นไปยังหลี่หมิงนั้นเหมือนเป็นประกายแห่งความหวังที่จะได้เหยียบคนผู้นี้ให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าเสียที “และหากเราไม่สามารถหาเงินมาคืนกลุ่มทุน VCC ได้ตามกำหนด...ยอดหนี้รวมดอกเบี้ยค้างชำระจะส่งผลให้สัญญาทางการเงินกับสถาบันการเงินทั่วโลกถูกเรียกคืนกลับทันที”
ลู่หรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างสะใจ “CK กรุ๊ปจะถูกบีบให้ชำระหนี้ทั้งหมดในคราวเดียว และเกรดความน่าเชื่อถือของเราจะร่วงลงสู่ระดับ Junk Bond อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงครับ”
หลี่หมิงสบตากับลู่หรง นี่เป็นกลลวงที่วางไว้แต่แรก เริ่มจากลู่หรงวางแผนให้เขาเซ็นสัญญากับ VCC โดยอ้างเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ทว่ากลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่มารัดคอเขา จนอาจต้องจบชีวิตของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
“แล้วเงื่อนไขหลังจากนี้ล่ะ” หลี่หมิงถามกลับ
ลู่หรงกลั้นรอยยิ้มที่ผุดขึ้น ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “เงื่อนไขแปลงหนี้เป็นทุน…VCC จะมีสิทธิ์เปลี่ยนหนี้ทั้งหมดเป็นหุ้นสามัญในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าตลาด และได้สิทธิ์ที่นั่งในบอร์ดบริหารของ CK กรุ๊ปโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ”
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทันที บอร์ดบริหารหลายคนหน้าถอดสี เพราะรู้ดีว่านั่นคือการเปิดประตูให้คนนอกเข้ามาฮุบกิจการ
ประธานหลี่หมิงกำหมัดแน่น ในใจเดือดพล่านไปด้วยความขุ่นเคือง เขาได้ตกลงในหลุมพรางของCFO ผู้นี้อย่างไม่มีทางออก
ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของลู่หรงตั้งแต่แรก!
“ผมจะนำเข้าพิจารณาในวาระถัดไป" หลี่หมิงตัดบท ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าบอร์ดบริหาร
ลู่หรงค้อมศีรษะลง ก่อนจะกลับมานั่งประจำที่ ทว่าสายตากลับปราดไปที่ประธานอย่างนิ่งลึก “ท่านประธานครับ... ก่อนจะพักเบรก ผมขออนุญาตถามเรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวลือหนาหูในในขณะนี้”
หลี่หมิงสบตานิ่ง ไม่เอ่ยตอบแต่อย่างใด
“ได้ข่าวว่า... จะมีนักลงทุนรายใหญ่จากเมืองไทยเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการไฮโดรเจนหรือครับ” ลู่หรงถาม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงราวกับกำลังจับผิดในเกมที่ประธานใหญ่ได้วางไว้
หลี่หมิงสบตานิ่งอย่างเชือดเฉือน ยกมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย