ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    เปิดเผยในการประชุม

    หนานหมิงมองดูทุกๆคนและกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ ความจริงแล้วหอการค้าหมื่นสมุทรและศาลาชุนหมิงต่างก็เป็นกองกำลังของข้า ” 

    เงียบ

    ใช่ ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้องอาหาร

    หนานเฟยหยุน ซวี่ลั่ว หนานอวี้และหนานหลินต่างก็มองไปที่หนานหมิงด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ

    ถ้าหากเป็นหอการค้าหมื่นสมุทรอย่างเดียวพวกเขายังพอรับได้ แต่นี้อะไร ศาลาชุนหมิงที่มีชื่อเสียงอย่างมาก แม้กระทั้งมีระดับเหนือยุทธ์หรือเซียนยุทธ์อยู่ในกองกำลังก็ยังเป็นกองกำลังภายใต้เจ้าตัวแสบนี้งั้นหรือ?

    “ เจ้าตัวแสบที่เจ้ากล่าวมาเป็นความจริง?! ” หนานเฟยหยุนที่ได้สติเป็นคนแรกถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

    ศาลาชุนหมิงที่แม้กระทั้งตระกูลหนานเองก็ไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้น กองกำลังลึกลับที่ทรงพลังที่สุดของอาณาจักรต้าเหยียนที่ไม่ว่าใครได้ยินชื่อก็ต้องสั่นสะท้านกันทุกคน แท้จริงแล้วกลับเป็นกองกำลังของหนานหมิง

    “ ใช่แล้ว หอการค้าหมื่นสมุทรเกิดขึ้นเพราะข้าต้องการหาแหล่งเงินทุนไปสร้างศาลาชุนหมิง ความจริงแล้วตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันศาลาชุนหมิงได้คอยดูแลตระกูลหนานมาตลอดเวลา แม้กระทั้งพวกท่านก็ยังมีคนของศาลาชุนหมิงคอยปกครองอย่างลับๆ 

    อย่างหม่าซีเยว่นางเองก็เป็นคนของศาลาชุนหมิงเช่นเดียวกัน เนื่องจากตอนนั้นพี่สาวต้องเดินทางมายังเมืองต้าฉินข้าจึงได้ให้หม่าซีเยว่ติดตามไปด้วยเพื่อปกป้องพี่

    สำหรับพี่ชาย เพื่อปกป้องพี่ในตอนที่อยู่สถาบันฮวงเทียน ข้าจึงได้ให้หยางผิงแอบช่วยเหลือท่านอย่างลับๆและโจ่งแจ้ง

    ส่วนที่ว่าทำไมข้าถึงสามารถสร้างทั้งหอการค้าหมื่นสมุทรและศาลาชุนหมิงได้ก็เพราะข้าได้รับทรัพยากรจำนวนมากมาจากท่านอาจารย์ที่เป็นเซียน” หนานหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

    เมื่อได้ยินที่หนานหมิงกล่าวมา ดวงตาของหนานหลินและหนานอวี้ก็เบิกกว้าง จากนั้นภาพความทรงจำเก่าๆก็ผลุดขึ้นมาทันที

    อย่างหนานหลินตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าทำไมจู่ๆพี่สาวหม่าจึงปรากฏตัวขึ้นและคอยดูแลนางราวกับว่านางเป็นน้องสาวแท้ๆของหม่าซีเยว่ แถมนางยังคอยฝึกฝนและฝึกสอนการต่อสู้ต่างๆให้กับนางตลอดเวลา อย่างในตอนที่นางตกอยู่ในอันตรายพี่สาวหม่าก็จะปรากฏตัวขึ้นและจัดการกับปัญหาตรงหน้าให้กับนางทันทีโดยที่นางไม่ได้ขอแม้แต่น้อย 

    นอกจากนี้ตอนที่ท่านหยางผิงมาที่เมืองต้าฉิน เขาก็ดูแลนางเป็นอย่างดีแถมยังมอบทรัพยากรต่างๆให้กับนางโดยอ้างว่าเขาสนิทกับหนานอวี้และเอ็นดูนางเหมือนกับหลานสาว 

    ส่วนทางด้านของหนานอวี้ เขาจดจำได้ว่าในตอนที่เขาประลองกับเฟิงจ้าน จู่ๆหยางผิงก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วก็มอบตราสัญลักษณ์ระดับสูงให้กับเขาแถมยังลดราคาสินค้าต่างๆให้กับเขา รวมไปถึงบางครั้งก็คอยมอบสมบัติต่างๆให้กับเขา และหลังจากที่ท่านหยางผิงไปที่เมืองต้าฉิน ผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรคนใหม่ก็ดูแลเขาอย่างดีเหมือนกับตอนที่ท่านหยางผิงอยู่

    ส่วนหนานเฟยหยุนเขาเองก็รู้สึกว่าหอการค้าหมื่นสมุทรดูเหมือนจะกระตือรือร้นกับพวกเขาเป็นพิเศษ ซึ่งใครที่มาจากตระกูลหนานก็มักจะได้รับการดูแลที่ดีกว่าคนอื่นๆมาก ในตอนแรกเขาก็คิดแค่ว่าเพราะหยางผิงรักและเอ็นดูบุตรของเขาจึงได้ช่วยเหลือตระกูลหนาน 

    ที่แท้เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเพราะเจ้าน้องตัวแสบคอยจัดการอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา

    “ ดูเหมือนว่าพวกท่านจะจำความทรงจำเก่าๆได้แล้วนะ ” หนานหมิงยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของหนานอวี้และหนานหลิน 

    “ เจ้าตัวแสบ! ” หนานหลินถลึงตามองดูหนานหมิงด้วยความไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ จากนั้นใบหน้าของนางก็เปลื่ยนเป็นยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีและกล่าวขอบคุณหนานหมิง

    หนานเฟยหยุนถอนหายใจและมองมาที่หนานหมิงก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ เจ้ายังมีอะไรที่ปิดบังพวกเราอีกไหมเนี้ย เอาตรงๆแค่สองเรื่องนี้ก็ทำให้ข้าตกใจจนเกือบตายแล้ว ” 

    คนอื่นๆเองก็จ้องมองไปที่หนานหมิงราวกับต้องการคำตอบ

    หนานหมิงครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า " อีกห้าปีเป็นอย่างต่ำพวกเราจะย้ายไปที่อาณาจักรต้าโจว เนื่องจากศาลาชุนหมิงได้ยึดครองเทือกเขาเฟิงหลงไว้แล้ว เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เทือกเขาเฟิงหลงได้ปรากฏเส้นเลือดมังกรขนาดใหญ่ขึ้น พวกท่านก็น่าจะรู้จักเส้นเลือดมังกรนะ 

    ด้วยการช่วยเหลือของเส้นเลือดมังกรและสมบัติที่ท่านอาจารย์มอบให้กับข้า ข้าคิดว่าจะทำให้ตระกูลหนานกลายเป็นกองกำลังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียน " 

    หนานเฟยหยุนและคนอื่นๆมองมาที่หนานหมิงด้วยความตกใจ พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าหนานหมิงได้ยึดครองเส้นเลือดมังกรเอาไว้แล้ว 

    “ เจ้าตัวแสบนี้! ” หนานอวี้อย่างจะบ่นแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่เงียบใส่เท่านั้น

    “ หมิงเอ๋อร์เจ้านำทรัพยากรที่อาจารย์มอบให้มาทำแบบนี้ มันจะทำให้การฝึกฝนองเจ้าช้าลงหรือไม่? ” ซวี่ลั่วถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

    หนานหมิงหัวเราะร่าพร้อมกับส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ท่านอาจารย์บอกว่าสมบัติที่ท่านมอบให้ข้าเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆของท่านเท่านั้น เขาบอกว่าถ้าหากต้องการก็ให้ส่งคนไปขอได้ตลอดเวลา ” 

    สำหรับเรื่องของระบบจะเป็นเรื่องเดียวที่เขาไม่สามารถเปิดเผยออกไปสู่โลกภายนอกได้ แม้ว่าจะต้องตายเขาก็พร้อมที่จะตายไปกับความลับนี้

    หลังจากที่กินอาหารเที่ยงเสร็จ ทุกๆคนก็แยกย้ายกันกลับ

    หนานเฟยหยุน ซวี่ลั่ว หนานอวี้เดินทางกลับเมืองต้าฉิน

    หนานหลินกลับไปที่สำนักผู้ตรวจการเพื่อทดสอบเป็นผู้ตรวจการระดับม่วง

    ทางด้านของหนานหมิงเขาก็กลับไปที่พักของสถาบันฉินเยี่ย

    สองวันต่อมา

    หนานหมิงและคนอื่นๆก็เดินทางกลับเมืองต้าฉิน

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน

    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หนานหมิงได้ฝึกสอนน่าหลันหวงเมิ่งและคนอื่นๆบนเรือบินทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก

    ตอนนี้เรือบินของสถาบันฉินเยี่ยก็มาถึงเมืองต้าฉินแล้ว 

    ที่จอดเรือบินของสถาบัน ตอนนี้ผู้อำนวยการไท่อี้เจินเหรินและเหล่าอาจารย์ต่างก็มารอรับด้วยตัวเอง

    ด้วยการที่หนานหมิงและคนอื่นๆสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันฉินเยี่ย พวกเขาสมควรได้รับการต้อนรับจากผู้อำนวยการไท่อี้เจินเหริน ยอดฝีมือระดับจักรยุทธิเพียงคนเดียวของแคว้นต้าฉิน

    ผู้อำนวยการไท่อี้เจินเหรินกล่าวทักทายศิษย์ทุกๆคนและขอบคุณสำหรับการแข่งขันที่เมืองหลวง

    ตอนกลางคืน ผู้อำนวยการไท่อี้เจินเหรินได้ให้รองผู้อำนวยการเหวินพาศิษย์ทุกๆคนไปเลี้ยงฉลองที่หอหมื่นสมุทรและยังมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆให้กับศิษย์ทั้งห้าคนอย่างเต็มที่อีกด้วย โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปทำภารกิจและในทุกๆเดือนจะได้รับทรัพยากรเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า

    ภายในห้องงานเลี้ยง

    หนานหมิงกำลังพูดคุยกับรองผู้อำนวยการเหวินถึงการที่เขาจะขอออกจากสถาบันฉินเยี่ย

    รองผู้อำนวยการเหวินจ้องมองไปที่หนานหมิงพร้อมกับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ คุณชายหนานข้าเองก็รู้ว่าตอนนี้ที่สถาบันคงไม่มีอะไรที่จะสอนได้อีกต่อไป ข้ารองผู้อำนวยการคงต้องยอมรับข้อเสนอของคุณชายหนานแล้วละ ” 

    ที่รองผู้อำนวยการเหวินกล่าวมาเป็นความจริง อีกทั้งความแข็งแกร่งของหนานหมิงก็เทียบเท่ากับราชันยุทธ์แล้ว หนานหมิงสามารถเป็นถึงอาจารย์ระดับทองของสถาบันได้เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการที่หนานหมิงจะขอจบการศึกษาจากสถาบันก็เป็นเรื่องปกติ

    หนานหมิงมองดูท่าทีของรองผู้อำนวยการเหวินเขาก็ถอนหายใจเบาๆ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “ แม้ว่าข้าจะออกจากสถาบันไปแล้ว แต่สถาบันก็ยังมีต้นกล้าชั้นดีจำนวนมากอยู่ ถ้าหากท่านฝึกฝนพวกเขาดีๆในอนาคตก็จะกลายเป็นเสาหลักของสถาบันได้ ” 

    รองผู้อำนวยการเหวินก็พยักหน้ารับเพราะเขารู้ว่าสถาบันยังมีอัจฉริยะอยู่ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็นับว่าเป็นสถาบันใหญ่ 

    แต่ไม่นานรองผู้อำนวนการเหวินก็ส่ายหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ แต่อีกไม่นานตระกูลหนานของเจ้าก็เปิดรับสมัครแล้ว คาดว่าศิษย์ของสถาบันคงไปคัดเลือกที่ตระกูลหนานเป็นแน่และคาดว่าจะต้องเป็นจำนวนไม่น้อยเลยด้วยซ้ำ ” 

    หนานหมิงที่ได้ยินก็หัวเราะเบาๆและกล่าวขึ้นว่า “ เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าหากคนไหนที่ไม่สามารถผ่านการทดสอบเข้าร่วมตระกูลหนานได้ข้าจะแนะนำให้พวกเขาเข้าร่วมกับสถาบันฉินเยี่ย แบบนี้ท่านรองเหวินคิดเห็นอย่างไร? ” 

    รองผู้อำนวยการเหวินก็ยิ้มอย่างมีความสุขและกล่าวว่า “ ยอดเยี่ยมแบบนี้สถาบันฉินเยี่ยก็จะมีอัจฉริยะเพิ่มขึ้น ข้าต้องขอขอบคุณแทนสถาบันฉินเยี่ยด้วย ” 

    หลังจากนั้นรองผู้อำนวยการเหวินก็ออกจากห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แม้ว่าหนานหมิงและอัจฉริยะรุ่นนี้จะออกจากสถาบันไปแต่พวกเขาเชื่อว่าในอนาคตพวกเขาจะมีอัจฉริยะเพิ่มขึ้นมาไม่ขาดสายอย่างแน่นอน

    ไม่กี่วันต่อมา

    ณ ห้องประชุมของตระกูลหนาน

    หนานเฟยหยุนเรียกประชุมผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลหนาน

    ผู้อาวุโสหลักและผู้อาวุโสทั่วไปของตระกูลหนานมากกว่าสามสิบคนยืนอยู่ประจำตำแหน่งของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีรุ่นเยาว์ของตระกูลหนานยืนอยู่ด้านหลังของห้องประชุม

    รุ่นเยาว์เหล่านี้นับว่าเป็นอัจฉริยะของตระกูลหนาน ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์ทั้งหมด

    ทางด้านของหนานอวี้ หนานหลินและหนานหมิงพวกเขาก็ยืนอยู่ตรงกลางของห้องประชุม พวกเขานับว่าเป็นอัจฉริยะของตระกูลหนานที่แท้จริงและมีอำนาจเหนือกว่าผู้อาวุโสหลักเสียอีก

    ไม่นานนักหนานเฟยหยุนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองดูรอบๆห้องประชุมด้วยแววตาพึงพอใจ 

    เวลานี้ตระกูลหนานไม่เหมือนกับตระกูลหนานเมื่อแปดปีก่อนเลย พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างมาก อัจฉริยะจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นไม่ขาดสาย ตอนนี้รุ่นเยาว์ที่อ่อนแอที่สุดก็อยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ไม่ก็ปราชญ์ยุทธ์แล้ว ถ้าหากในอดีตมีคนมาบอกว่าตระกูลหนานจะรุ่งเรืองขึ้นเพียงนี้ เขาคงมองว่าคนๆนั้นเป็นคนบ้าอย่างแน่นอน

    เรื่องราวทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับหนานหมิงเพียงคนเดียว

    เมื่อหนานเฟยหยุนปรากฏตัว ผู้อาวุโสและรุ่นเยาว์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมกับกล่าวขึ้นพร้อมกันว่า “ คาระวะท่านผู้นำ ”  

    หนานเฟยหยุนโบกมือเบาๆให้ทุกๆคนเงียบ

    “ ที่ข้าเรียกทุกคนมาประชุมกันก็มีอยู่ทั้งหมดสองเรื่องที่จะต้องหารือกันอย่างจริงจัง เรื่องที่หนึ่งคือพวกเจ้าทั้งหมดคงเคยได้ยินข่าวลือภายนอกที่บอกว่าหอการค้าหมื่นสมุทรเป็นกองกำลังของพวกเรา? ” หนานเฟยหยุนถามขึ้น

    เหล่าผู้อาวุโสและรุ่นเยาว์ทั้งหมดต่างก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาเคยได้ยินข่าวลือนี้มาจริงๆ เพียงแต่มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้สึกแปลกใจกับข่าวลือนี้จริงๆเพราะเป็นอย่างที่ข่าวลือกล่าวมา

    หอการค้าหมื่นสมุทรปรากฏขึ้นที่เมืองฮุยซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ติดกับตระกูลหนานจริงๆ แถมยังปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่หนานหมิงถูกรับตัวเป็นศิษย์ของเซียนท่านหนึ่ง 

    จู่ๆการที่ผู้นำตระกูลกล่าวมาแบบนี้หรือว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริงกัน ผู้อาวุโสและรุ่นเยาว์ทั้งหมดมองหน้ากันก่อนที่จะมองไปยังหนานเฟยหยุนด้วยแววตาคาดหวัง

    " หอการค้าหมื่นสมุทรเป็นกองกำลังของพวกเราจริงๆเพียงแต่เป็นกองกำลังลับของหนานหมิงที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง ท่านเซียนซึ่งเป็นอาจารย์ของหนานหมิงได้มอบทรัพยากรจำนวนมากรวมไปถึงผู้ติดตามบางส่วนให้ช่วยเหลือหนานหมิงอยู่ที่นี้ 

    หนานหมิงจึงสร้างหอการค้าหมื่นสมุทรขึ้นมาเพื่อเก็บรวบรวมทรัพยากรและสมบัติต่างๆมาไว้ที่นี้และส่งมอบให้กับตระกูลหนานในทุกๆเดือน 

    และที่สำคัญคือศาลาชุนหมิงที่พวกเจ้ารู้จักก็เป็นกองกำลังลับของหนานหมิงเช่นกัน ซึ่งพวกเขาได้แทรกซึมไปยังพื้นที่ต่างๆของอาณาจักรต้าเหยียนและอาณาจักรรอบๆทั้งหมดแล้ว ทำให้ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นกองกำลังอันดับหนึ่งของทวีปฮุยต้วนก็ยังได้ " หนานเฟยหยุนกล่าวขึ้น

    ทันทีที่ได้ยินที่หนานเฟยหยุนกล่าวมา ดวงตาของผู้อาวุโสและรุ่นเยาว์ทั้งหมดก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าหอการค้าหมื่นสมุทรและศาลาชุนหมิงที่มีชื่อเสียงทั่วทั้งอาณาจักรต้าเหยียนจะเป็นของนายน้อยสามและอีกอย่างตอนนี้ทุกๆคนให้ความสนใจกับอาจารย์เซียนของนายน้อยสามเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจารย์เซียนของนายน้อยสามจะต้องเป็นคนที่ทรงพลังมากๆไม่อย่างนั้นคงไม่มีผู้ติดตามที่แข็งแกร่งและทรงพลังแบบนี้อยู่กับตัวเป็นแน่

    ตอนนี้ทุกๆคนในห้องประชุมมองไปที่หนานหมิงด้วยความเคารพและนับถืออย่างมาก พวกเขาคิดว่าในอนาคตพวกเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือหนานหมิงไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

    หลังจากที่ประกาศเรื่องแรกไปแล้ว หนานเฟยหยุนก็ให้เวลาทุกๆคนในห้องประชุมย่อยข้อมูลที่น่าตกใจนี้ก่อน เพราะถ้าหากเป็นเขาเขาก็ต้องตกใจเหมือนกับคนอื่นๆในห้องประชุมอย่างแน่นอน

    เมื่อเห็นว่าผ่านไปครู่หนึ่ง หนานเฟยหยุนจึงบอกให้ทุกๆคนเงียบลงก่อน จากนั้นเขาก็เตรียมตัวที่จะประกาศเรื่องที่สองให้กับตระกูลหนานฟัง

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน