66 1-2
ตอนที่116 กับดัก
ใครจะไปคาดคิดหยุนซีผู้ไม่กลัวฟ้ากลัวดินผู้นี้ กลับครั่นคร้ามในตัวเย่หลีเทียนซะได้ซึ่งนี่เป็นเรื่องไม่คาดฝันมาก่อนเลยสำหรับเซียถง หลังจากความแปลกใจเล็กน้อย นางก็คว้าเศษชุดเสื้อผ้าที่ขาดลุ่ยขึ้นมาต่อหน้าหยุนซีกล่าวน้ำเสียงทีท่าโศกเศร้าว่า
“ท่านอาจารย์หยุนซี ดูนี่สิ เศษเสื้อผ้าของข้ายังติดอยู่ในมือเขาอยู่เลย!”
หยุนซีเหลือสายตามองไปที่มือของเย่หลีเทียนตัดสลับกับชุดที่เซียถงสวมใส่ปรากฏว่าลวดลายมันเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ตรวจพบความผิดปกติขนาดนี้สีหน้าการแสดงออกของนางมืดทมิฬลงในทันใด กระแอมไออีกครา เอ่ยถามเย่หลีเทียนว่า
“ไฉนในมือของอัครมหาเสนาบดีเย่ถึงมีชุดของลูกศิษย์ข้า?”
“อาจารย์หยุนซีหรือท่านจะคิดจริงๆ ว่า ข้าคนนี้คิดจะทำมิดีมิร้ายกับลูกศิษย์ของท่านต่อหน้าสาธารณะเช่นนี้?”
เย่หลีเทียนก้าวแช่มเดินตรงเข้ามาหาหยุนซีทันทีฝูงชนที่รุมล้อมอยู่โดยรอบต่างรีบเร้งหลักทางให้อีกฝ่ายเดินสะดวกโดยไวและทุกย่าวเท้าที่ชายคนนี้เข้ามาใกล้รัศมีแรงกดดันของเขาก็จะเข้ากดขี่หยุนซีมากขึ้นเรื่อยๆทันทีที่อีกฝ่ายลุมาถึงตรงหน้า หยุนซีก็คว้าเอวของเซียถงกอดกระชับเอาไว้แน่นเหงื่อแตกผลักด้วยความกลัว
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นแต่...แต่ไฉนถึงมีเศษเสื้อผ้าของเซียถงอยู่ในมือของท่านได้?”
หยุนซีกัดฟันแน่นทำใจสู้เสือต่อไป แต่จะสังเกตได้ทันทีเช่นกันว่าสีหน้าการแสดงออกของนางในขณะนี้ดูก้าวร้าวน้อยกว่าเมื่อครู่มากหลายขุมนางกำลังถูกรัศมีแรงกดดันปริมาณเข้มข้นของเย่หลีเทียนกดขี่เอาไว้แน่นหนา
“เซียถงเจ้ากำลังต้องการทำให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่า ข้าต้องการทำทิดีทิร้ายเจ้าทั้งหมดก็เพราะความงามของตัวเจ้า?”
เย่หลีเทียนเบี่ยงสายตาจับจ้องไปที่เซียถงโดยไม่ไม่สนใจคำถามของหยุนซีเลยสักนิดหรี่ตาคับแคบบีบแสงเร้นประกายสีดำทมิฬเปล่งสะท้อนออกมา
“เซียถงคนนี้ทราบดีข้ามีใบหน้ารูปลักษณ์ที่อัปลักษณ์เพียงใด แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่เองก็มิได้ชอบพอแต่เหตุผลที่ท่านฉีกเสื้อผ้าของข้ากลางแจ้งเช่นนี้ทั้งหมดเป็นเพียงเพื่อขโมยของบางอย่างจากร่างกายของข้าเท่านั้นซึ่งนี่เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง”
เซียถงตระหนักทราบดีหากใช้เรื่องความสวยความงามมาเป็นข้ออ้าง นางจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มประตูแน่นอนดังนั้นจำต้องเบี่ยงประเด็นโต้แย้งไปยังเรื่องอื่นทันทีอย่างน้อยก็น่าจะมีน้ำหนักกว่าเรื่องขืนใจทำมิดีมิร้ายเพราะความสวยแน่นอน
“ช่างไร้สาระสิ้นดี เซียถงคำโกหกของเจ้ากลับน่าขำขันเกินไปแล้วตัวเจ้ามีสิ่งใดบ้างที่ข้าอัครมหาเสนาบดีแห่งวังหลวงผู้นี้ไม่มี? เงินทอง? ของมีค่า? ข้าล้วนมีมากกว่าตัวเจ้าไม่รู้กี่ร้อยพันเท่า”
เย่หลีเทียนก็ได้ฟังดังนั้นก็ปั้นสีหน้าขำขันราวกับเพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชั่วชีวิตนี้ทุกคนต่างทราบกันดี เซียถงยาจกไม่ต่างอะไรกับขอทาน แต่ยังมีหน้าดันมาบอกว่าเขาขโมยของบางอย่างในตัวของนางไป ได้ยินเช่นนี้แล้วใครหน้าไหนจะไปเชื่อ?
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่เซียถงคนนี้ขอชื่นชมในความหน้าด้านหน้าทนของท่าน มียศตั้งใหญ่โตในวังหลวงแต่กลับมีนิสัยสันดานต่ำสุถุนจนน่าใจหาย”
เซียถงมิได้รู้สึกระคายกับคำเยาะเย้ยถากถางของเย่หลีเทียนเลยแม้แต่น้อยนางยกแขนขึ้นเท้าสะเอว กล่าวสบประมาทตอบโต้กลับไปชนิดที่ว่าไม่มีเกรงใจ
“โอ้? แต่นี่ยังไม่รู้ว่าเลยว่า ข้าไปขโมยสิ่งใดจากตัวเจ้ามา?”
ไม่เพียงเย่หลีเทียนจะไม่รู้สึกโกรธกับคำพูดประโยคนี้ของเซียถงเท่านั้นแต่สายตาของเขายังฉายแววสนใจมิใช่น้อย เพราะอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่านางจะให้คำตอบอย่างไรกลับมา?ตัวเขาที่เป็นถึงอัครมหาเสนาบดี แล้วสิ่งของมีค่าแบบใดกันล่ะที่ควรค่าแก่การให้เขาลงมือขโมยกลางวันแสกๆ?
“ข้าพูดไปก็คงเปล่าประโยชน์เพราะไม่ว่าจะให้คำตอบสมเหตุสมผลสักแค่ไหน ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่คงปฏิเสธอยู่ดีและมิใช่เพียงเท่านั้น ตัวข้าสงสัยเหลือเกินว่ามีใครบ้างในที่แห่งนี้ที่กล้าตรวจค้นร่างกายของท่านจริงไหม? ในท้ายที่สุดคนฐานะต่ำต้อยกว่าอย่างข้า ก็เป็นฝ่ายผิดอยู่วันยังค่ำ”
สีหน้าการแสดงออกของเซียถงเผยร่องรอยเศร้าโศกออกมาอย่างเกินจะควบคุมจับจ้องไปที่เย่หลีเทียนอยู่สักครู่พลางส่ายหัวอาน
เมื่อเห็นท่าทางของเซียถงเป็นเช่นนั้นทั้งหยุนซีและคนรอบข้างต่างเหลือบแลสายตา ลอบมองไปทางเย่หลีเทียนอยู่เป็นระยะจะเห็นได้ว่า พวกเขาเริ่มเชื่อถือในคำกล่าวของเซียถงมากขึ้นหลายส่วนกลางสถานศึกษาเช่นนี้อัครมหาเสนาบดีเย่ผู้ยิ่งใหญ่กลับชวงชิงขโมยข้าวของสาวน้อยตัวเล็กๆ นางหนึ่งทั้งยังออกแรงฉีกกระชากเสื้อผ้าของนางจนขาดลุ่ย...
ทุกสายตาโดยรอบที่จับจ้องเริ่มมองเย่หลีเทียนแปลกๆบางคนถึงกับส่ายหัวเลยก็มี
“เซียถง บอกมาสิว่าตัวข้าผู้นี้ขโมยสิ่งใดไปจากเจ้า!”
เย่หลีเทียนเอ่ยถามพร้อมสีหน้าเย็นชาตัวเขาเองย่อมสัมผัสได้ถึงทุกสายตาที่จับจ้องมาทางนี้ด้วยความไม่พอใจได้ชัดแจ้งแต่ถึงอย่างไร เขาก็ไม่เชื่อว่า นางจะสามารถปั้นน้ำเป็นตัวจนสามารถหนีรอดจากเหตุการณ์นี้ได้!
“พญากัญชาเทศ”
สิ้นเสียงเย่หลีเทียนกล่าวจบเซียถงก็ตอบสวนกลับไปทันทีน้ำเสียงแน่วแน่เด็ดขาดเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับสายตาม่านทมิฬหม่องของเย่หลีเทียนโดยไม่มีกลัวเกรงจากนั้นนยางก็ยื่นมือเรียวขาวผ่อง กวักเรียกต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย กล่วาว่า
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่ได้โปรดคืนข้ามาเถิด ข้าใช้เวลาเสาะหาพญากัญชาเทศต้นนี้มาตลอดหนึ่งเดือดที่ผ่านมาทั้งหมดก็เพื่อนำไปรักษาอาการเจ็บป่วยของท่านแม่ข้า!”
พญากัญชาเทศนับได้ว่าเป็นราชาแห่งสมุนไพรทั้งมวลเว้นเสียแต่โรคพิสดารพันลึก เจ้าสิ่งนี้สามารถรักษาโรคเจ็บไข้ปกติทั่วไปได้สารพัดทั้งยังมีผลช่วยในเรื่องขัดเกลาพลังลมปราณในกายให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งให้ทรงประสิทธิ์เป็นเท่าทวี และเมื่อได้ยินที่เซียถงเอ่ยกล่าวออกมาดังนั้นก็เหมือนกับว่าดวงตาคู่นั้นยิ่งทวีความมืดหม่นจัด เสมือนม่านหมอกลดตัวลงเข้าปกคลุม
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเย่หรือเป็นไปได้ไหมว่า ข้าอาจจะต้องร้องขอให้ใครสักคนตรวจค้นร่างกายของท่านจริงๆ?”
เซียถงส่งสายตาสุดแสนเวทนาน่าสงสารออกมาทว่าภายในใจกลับกำลังแสยะยิ้มเยาะ เกรงว่าวันนี้จะมีลาภลอยมาหล่นทับแล้ว!
“ได้!เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้า เอาล่ะ!มีใครบ้างที่ต้องการจะตรวจสอบข้าราชการชั้นสูงแห่งวังหลวงผู้นี้หรือไม่!”
เย่หลีเทียนส่งยิ้มคลี่กว้างอ้าแขนพลางหันไปกวาดสายตามองหน้าทุกคนโดยรอบ
ทว่าสายตาที่ส่งออกไปหาทุกคนมันช่างมืดมนและดูอันตรายเสียเหลือเกิน ราวกับว่าหากผู้ใดกล้าตรวจค้นผู้นั้นเตรียมตัว รับมหันต์ภัยร้ายต่อจากนี้ได้เลยทำเอาทุกคนหันหน้าหนีกันจ้าละหวั่นด้วยความกลัวเกรง
แม้ว่าสถานศึกษาแห่งนี้จะมีบรรดาลูกหลานของพวกขุนนางชั้นสูงและตระกูลที่ร่ำรวยมากมายสักเพียงใดแต่ทว่ากลับไม่มีใครจิตใจหาญกล้าทำเรื่องเสี่ยงอันตรายถึงฆาตเช่นนี้แน่นอนเพราะความขุ่นเคืองในครั้งนี้ครั้งเดียวอาจส่งผลทำให้ครอบครัวของพวกเขาถูกทำลายย่อยยับได้ในพริบตา และยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากพวกเขาเหล่านี้พึงทราบแล้วว่า หญิงสาวที่ไปมีเรื่องด้วยกับเย่หลีเทียนก็คือเซียถง หญิงอัปลักษณ์อันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิตงหลี่ยิ่งไม่มีใครอยากยุ่งกับนางเข้าไปใหญ่
เซียถงเคลื่อนสายตาเหลือบไปมองทางหยุนซีในหมู่ผู้คนเหล่านี้เกรงว่าจะเหลือแค่เพียงหยุนซีแล้วที่ใจถึงพึ่งพาได้!
แต่พอสบเข้ากับสายตาของเซียถงหยุนซีเองก็ก้าวถอยหลังออกไปเช่นกันและส่ายหัวให้ด้วยความละอายใจ
ไม่ว่าใครที่ไหนนางก็พร้อมเข้าชนไม่เลือกหน้า เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของลูกศิษย์คนสนิทได้แต่สำหรับเย่หลีเทียน ตัวตนระดับนี้นางไม่สามารถยั่วยุได้จริงๆ!
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าออกหน้ามาช่วยเซียถงเย่หลีเทียนก็แสยะยิ้มเชิดมุมปากขึ้นทันควัน
“เซียถงเจ้าทราบดีใช่ไหมว่าโทษฐานที่กล้าใส่ร้ายข้าราชการชั้นสูงของวังหลวงมันหนักหนาสาหัสเพียงใด?”
เย่หลีเทียนยังคงจับจ้องเซียถงแน่นไม่มีทีท่าคลายอ่อนนัยน์ตาค่อนข้างมัวหมองขุ่นเคืองราวกับต้องการจะฆ่าทิ้งกันทั้งเป็นเซียถงที่เห็นดังนั้นถึงกับเสียววาบซาบซ่าไปทั่วแผ่นหลังร่องรอยความหวาดหวั่นผุดขึ้นจากก้นบึ้งดวงใจ ลอบสืบเท้าก้าวถอยหลังโดยมิตั้งใจ
ไม่มีใครกล้าตรวจค้นร่างกายของเย่หลีเทียนเลยสักคนแม้กระทั่งหยุนซี นี่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของนางอย่างยิ่ง
นางถอยหลังออกไปสองก้าวแต่แล้วพลันกระแทกเข้ากับร่างล่ำสันที่แสนอบอุ่นเข้าอย่างจังชั่วขณะเดียวกันก็ทีสุ้มเสียงไพเราะเปล่งดังออกมาจากด้านหลังของนาง
“เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของอัครมหาเสนาบดีเย่ให้ข้าผู้นี้รับอาสาตรวจค้นร่างกายให้ดีกว่า!”
กระแสความอบอุ่นจากหายไปจากด้านหลังของนางเซียถงลอบเห็นไป๋หลี่หานสวมหน้ากากสีดำเดินผ่านนางไป ตรงไปหยุดต่อหน้าเย่หลีเทียนทั้งสองฝ่ายต่างเข้าประจันกันโดยปราศจากท่าทีกลัวเกรงใดๆ
พอเห็นว่าเป็นไป๋หลี่หานที่ปรากฏตัวมาหาเย่หลีเทียนถึงกับเบิกตากว้าง เผยแววตื่นตระหนักเล็กน้อยดั่งคลื่นซัดขึ้นชายฝั่งทว่าพริบตาต่อมา สายตาเหล่านั้นพลันสงบลงในที่สุด สีหน้ามืดทมิฬลงอีกหนึ่งส่วนเขาส่งยิ้มให้ไป๋หลี่หาน กล่าวว่า
“ท่านเชื่อคำพูดของสาวน้อยอัปลักษณ์นางนั้นจริงๆ?”