เมื่อเห็นการกระทำของพวกราชวงศ์สามนิกายที่เหลือต่างมองหน้ากันพวกเขาอดจะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงส่งนักปรุงยาเข้าไป
“เย่หลางตายแล้วรึ”ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตกล่าวขึ้น
“ไม่อย่างแน่นอนไม่งั้นพวกมันจะยังใจเย็นแบบนี้ได้ที่ใหนมีโอกาสที่เย่หลางจะรอดชีวิตแต่ได้ออกไปจากที่นี่แล้ว” ผู้อาวุโสนิกายดาบกล่าว
“ไม่ผิดและเย่หลางจะต้องได้ข้อมูลบางอย่างมาแน่ไม่งั้นคงไม่ล่วงเกินนักปรุงยาแบบนี้”ผู้อาวุโสนิกายสัตว์ร้ายกล่าว
“แล้วเราจะเอายังไงรอดูไปก่อนหรือไม่” ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตกล่าว
“แน่นอนว่าดูต่อไปข้าอยากจะรู้นักว่าเย่หลางคิดจะทำอะไรกันแน่” ผู้อาวุโสนิกายดาบกล่าว
จากนั้นไม่นานหลายคนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆนักปรุงยาระดับ 3 ที่เข้าไปกลับอยู่ได้นานกว่าเย่หลางเสียอีก นั่นทำให้หลายคนคิดว่าบดทอบสอบน่าจะเกี่ยวกับนักปรุงยา
“เมื่อนักปรุงยาระดับ3 ไม่ใหวก็ใช้นักปรุงยาระดับ 4" ผู้ติดตามของเย่หลางกวาดสายตาออกไปทันที
“สหายทำไมเจ้าไม่ใช้ชายคนนั้นละเขานั้นมีพลังจิตที่ไม่ธรรมดาน่าจะมีความสามารถในการปรุงยาที่ยอดเยี่ยมอยู่กับตัว”ผู้อาวุโสนิกายดาบกล่าวขึ้นก่อนจะชี้ไปทางฉางเฟิง
“มีพลังจิตที่แข็งแกร่งงั้นรึแต่มันเกี่ยวอะไรกับนักปรุงยากัน” ผู้ติดตามของเย่หลางไม่ใช่นักปรุงยาจึงไม่รู้ว่านักปรุงยาส่วนใหญ่จะมีพลังจิตที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษเพราะขั้นตอนการปรุงยาของพวกเขาต้องใช้จิตใจที่อดทนอดกลั้นกับการปรุงยาทำให้เป็นการขัดเกลาพลังจิตไปในตัว
“เป็นอย่างที่สหายนิกายดาบกล่าวนักปรุงยาที่แข็งแกร่งมักจะมีพลังจิตที่ทรงพลัง ไม่เพียงแค่นั้นปรมาจารย์ค่ายกลเองก็มีพลังจิตที่โดดเด่นเช่นกัน”ผู้ติดตามอีกคนกล่าว
“ดีถ้างั้นเจ้าเข้าไป” เมื่อได้รับการยืนยันผู้ติดตามของเย่หลางจึงชี้หน้าฉางเฟิงทันที
“ทำไมข้าถึงต้องทำตามเจ้าแล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาชี้หน้าสั่งข้า” ฉางเฟิงกล่าวเสียงเย็น
“มีสิทธิ์อะไรงั้นเหรอข้าคือคนของราชวงศ์จงเย่และข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า” ผู้ติดตามของเย่หลางปลดปล่อยพลังระดับราชันขั้นที่5 ออกมาทันที
“เป็นเพียงแค่ราชันระดับ5 แต่ทำตัวอวดเบ่งเสียจริง” เย่เฉียนอยากจะเปิดเผยตัวตนและจัดการคนเหล่านี้ให้หมดแต่จักรพรรดิสุรากลับส่ายหน้า
“รอดูเรื่องสนุกกันดีกว่าเพราะเจ้าเด็กนี่ไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด”จักรพรรดิสุรายิ้มออกมา
ในฐานะจักรพรรดิคนหนึ่งและยังเป็นสหายของซงเทียนย่อมเคยได้ยินซงเทียนบอกถึงการฝึกฝนของฉางเฟิงตอนที่ซงเทียนเมา
“ตอนแรกข้าไม่เชื่อแต่ดูตอนนี้น่าจะเป็นของจริง1 ปีบรรลุจักรพรรดิ และจากนั้นก็หวนคืนสู่จุดเริ่มต้นใหม่ ทำทั้งหมด 9ครั้งงั้นเหรอ สวรรค์อิจฉาเด็กนี่แน่ๆถึงได้ให้ฝึกฝนทักษะบ้าๆแบบนั้น” จักรพรรดิสุราคิด
เมื่อถูกฉางเฟิงปฏิเสธแถมยังไม่หวาดกลัวต่ออำนาจของราชวงศ์คนของราชวงศ์พากันเผยจิตสังหารออกมากลับกันผู้อาวุโสนิกายดาบพากันยกยิ้มออกมา ในกลุ่มพวกสุ่ยหมิงและหวงอู่พากันแสดงสีหน้าไม่พอใจ
ผู้อาวุโสคนนี้เองก็มาจากตระกูลเว่ยดังนั้นจึงลงมือแก้แค้นพวกฉางเฟิงเมื่อมีโอกาส
“ดีในเมื่อเจ้าไม่ยอมทำตามข้าก็คงต้องใช้กำลัง”
สิ้นเสียงอำนาจราชันถูกปลดปล่อยออกมากลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่คิดจะจับตัวฉางเฟิงไปแต่ฉางเฟิงกลับไม่หวาดกลัวพลังจิตที่แข็งแกร่งปะทุออกมาฉางเฟิงสร้างกระบี่จิตออกมาก่อนจะโจมตีออกไป
“ตูม!!!!!!!!!”
พลังของทั้งสองปะทะกันแต่รางคนของราชวงศ์กลับถอยออกไปแต่ฉางเฟิงกลับอยู่ที่เดิมนี่ทำให้ใบหน้าของผู้อาวุโสนิกายดาบที่กำลังยิ้มต้องแข็งค้าง
“พลังจิตระดับราชันงั้นเหรอ”หลายคนพากันแตกตื่น
แม้ฉางเฟิงจะสวมหน้ากากเอาไว้ครึ่งหน้าแต่หลายคนก็มองออกว่าฉางเฟิงยังอายุน้อยอย่างยิ่ง
“เมื่อไหร่กันที่อาณาจักรของพวกเรามีสัตว์ประหลาดแบบนี้เกิดขึ้น”หลายคนพากันแตกตื่น
“เจ้าเป็นใครเจ้าไม่ใช่คนของอาณาจักรจงเย่”คนของเย่หลางรู้ตัวแล้วว่าตนเองถูกพวกนิกายดาบหลอกใช้เข้าให้แล้ว
เห็นชัดๆว่าชายหนุ่มตรงหน้าแข็งแกร่งยิ่งและมีเรื่องกับนิกายดาบอยู่นิกายดาบเลยคิดจะยืมมือของพวกเขาฆ่าคนแต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีใครคิดได้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงระดับราชันด้วยอายุเพียงเท่านี้
“ข้าเป็นใครมันสำคัญด้วยงั้นเหรอแต่ที่สำคัญคือพวกเจ้ากล้าล่วงเกินข้านั่นต่างหากที่สำคัญ” ฉางเฟิงก้าวไปข้างหน้าและปลดปล่อยพลังจิตออกมาเต็มกำลัง
“พลังจิตระดับราชันขั้นที่9 แย่แล้ว” หลายคนหน้าซีดทันที
ผู้ติดตามที่แข็งแกร่งที่สุดของเย่หลางที่เอามาด้วยยังเป็นเพียงแค่ระดับ8 ด้วยซ้ำ
“เข้าใจผิดมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดพวกเขาแค่หลงเชื่อคำยั่วยุของนิกายดาบเท่านั้น”
“โอ้แสดงว่าเจ้าจะต้องคิดบัญชีกับนิกายดาบที่หลอกใช้เจ้าหนะสิ” ฉางเฟิงยกยิ้ม
“นี่!!!!!!!!!!”ผู้อาวุโสนิกายดาบหน้าเสียทันที
ใครจะไปคิดว่าฉางเฟิงมันจะแข็งแกร่งขนาดนี้ไม่งั้นเขาคงไม่ใช้แผนการแบบนี้ออกไปอย่างแน่นอน
“ไม่ผิดพวกเราไม่ยอมอย่างแน่นอน” คนของราชวงศ์พากันหันไปทางนิกายดาบทันที
“เรื่องนี้พวกข้าไม่ได้มีเจตนาหลอกใช้สหายเลยสิ่งที่พวกข้ากล่าวงล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น”ผู้อาวุโสนิกายดาบรีบกล่าว
“ความจริงงั้นเหรอไม่หลอกใช้งั้นเหรอพวกเจ้าคิดว่าข้าโง่หรือยังไง ดูยังไงเจ้าและเขาก็มีเรื่องบาดหมางกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”คนของราชวงศ์โกรธอย่างมากพวกเขาเกือบไปหาเรื่องคนที่สามารถสังหารพวกเขาได้แล้ว
“สหายเรื่องนี้คนของเราผิดเองเพราะงั้นเมื่อกลับไปนิกายพวกเราจะชดใช้ให้กับความผิดนี้”ร่างของดาบเล่มที่ 6 ปรากฏตัวขึ้น
เห็นได้ชัดว่าถ้าหากดาบเล่มที่6 ไม่ปรากฏตัวคนของราชวงศ์จะต้องลงมือแน่ๆ
“ในเมื่อดาบเล่มที่6 กล่าวออกมาเองพวกข้าก็จะไม่ลงมือแต่อย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีก” คนของราชวงศ์กล่าว
“ถ้างั้นก็ได้เวลาที่เจ้าจะบอกข้าได้แล้วว่าเย่หลางมันพบอะไรข้างในนั้น” เสียงของฉางเฟิงดังขึ้นในหัวของคนราชวงศ์ทันที
นี่คือการติดต่อด้วยพลังจิตหากไม่มีพลังจิตเหนือกว่าฉางเฟิงก็จะไม่สามารถแอบฟังการคุยกันของทั้งสองได้เห็นได้ชัดว่าฉางเฟิงเองก็ไม่อยากจะให้คนอื่นรู้เช่นกัน
“โกหกไปก็ไร้ความหมายสินะอีกฝ่ายมีพลังจิตแข็งแกร่งเกินไป”คนของราชวงศ์กัดฟันก่อนจะยอมบอกข้อมูลที่รู้ให้กับฉางเฟิงตอนนี้เขาขัดขืนอีกฝ่ายไม่ได้อยู่แล้วเพราะงั้นยอมๆไปก่อนดีกว่ารอให้เขาออกไปได้ค่อยให้เย่หลางจัดการต่อ