ตอนที่ 108 สัตว์ประหลาดเฒ่า
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมืองเซลโล่เกิดเหตุร้าย แม้ดยุกเฒ่าที่ปกปักษ์ก็ยังไม่สามารถต้านเอาไว้ได้ ตายตกไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก ภายในค่ำคืนเดียวสิ่งมีชีวิตทั้งเมืองต่างถูกกลืนกิน
ไม่มีใครสามารถต้านกองทัพปีศาจร้ายนี้ได้เลย สิ่งที่พวกเขาทำได้มีเพียงอย่างเดียวคือการหลบหนี
นี่ไม่ใช่สงครามธรรมดา ลัทธิกระหายชีวานั้นโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก พวกมันกลืนกินสิ่งมีชีวิตทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลี้ยง
กองทัพผู้กลืนกินรุกคืบไปอย่างต่อเนื่อง พวกมันไม่หยุดเพียงแค่เมืองเซลโล่เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงเหมืองที่อยู่รอบๆ เมืองนี้อีกด้วย
สิ่งมีชีวิตที่ถูกกลืนกินแทบจะไม่ต่างไปจากไฟที่ไหม้ฟาง พวกเขาถูกกลืนกินอย่างรวดเร็ว
มันไม่แม้แต่จะมีเสียงโหยหวนของเหยื่อ มีเพียงแต่เสียงกรีดร้องของผู้ที่กำลังวิ่งหนีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางหนีพวกมันได้พ้น
“ช่วยด้วย!”
“อย่าทำฉัน!”
“อย่าฆ่าฉันเลย!”
อ๊ากกกกกก
เสียงเหล่านี้ดังได้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นสุดท้ายก็หายไป
เฟิร์สที่บ่มเพาะอยู่ในเหมืองแผ่สัมผัสออกไปข้างนอกแล้วมองสถานการณ์อย่างลังเล
“เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นร้ายกาจมาก แม้แต่ดยุกของเมืองเซลโล่ก็ไม่สามารถรับมือเขาได้แม้แต่การโจมตีเดียว”
ระหว่างที่เขากำลังตัดสินใจนั้นเหล่าผู้กลืนกินก็กวาดผ่านมาทางเหมืองของเขาแล้ว
เฟิร์สชั่งใจอยู่นานแต่เขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ
“พวกมันล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว ต่อให้ฉันออกไปตอนนี้ก็ไม่มีทางหลบหนีได้พ้น”
ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวผู้คนทั้งเมืองหายไปในคืนเดียว นั่นย่อมเป็นฝีมือของลัทธิกระหายชีวานี้
เฟิร์สอุส่าไม่เฉียดไปใกล้เมืองที่ถูกผู้กลืนกินโจมตี แต่มันพวกนี้ก็ยังตรงมาหาเขา
เด็กหนุ่มไม่ได้มีนิสัยเห็นคนบริสุทธิ์แล้วไม่เข้าไปช่วยเหลือ แต่เขาเองก็ต้องประเมินกำลังของตนเอง ยิ่งได้เห็นดยุกเฒ่าถูกกลืนกินภายในคำเดียว เขาก็ยิ่งไม่อยากเสี่ยง
ไม่ใช่ว่าเขาเกรงกลัวในสัตว์ประหลาดนั่น แต่เขาหวั่นเกรงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในเงามืดนั่นมากกว่า
เขาไม่รู้ว่าภายใต้เงามืดนั่นจะมีสิ่งมีชีวิตเช่นตัวประหลาดนั่นอยู่จำนวนเท่าใด อีกทั้งสัมผัสของเขายังไม่สามารถตรวจสอบพลังบ่มเพาะของมันได้อย่างแน่ชัดด้วย
เฟิร์สจะไม่ทำในสิ่งที่เขาไม่มั่นใจ
ผู้คนต่างหนีตายกันอย่างสุดชีวิต หลายคนวิ่งเข้าไปในเหมือง
เหล่าผู้กลืนกินก็เช่นกัน พวกมันตามเข้าไปแล้วกลืนกินผู้คนอย่างโหดเหี้ยม
เฟิร์สยังคงนิ่งสงบอยู่ในส่วนลึกของเหมืองที่มืดสนิท
ตอนนั้นเองก็มีผู้กลืนกินขอบเขตเอิร์ลคนหนึ่งก็มาหยุดหน้าเส้นทางที่มีวัตถุจารึกปกปิดอยู่
“เหอะ ใครกันมาวางของเล่นไว้ที่นี่ หาเป็นคนอื่นมาพบเข้าก็แล้วไปเถอะ แต่มันไม่ลอดพ้นสายตาของข้าแน่นอน”
ผู้กลืนกินคนหนึ่งที่มีพลังสายเลือดดวงตานับพัน จ้องมองวัตถุจารึกที่ปกปิดเส้นทาง
ทว่า ...
ระหว่างที่เขากำลังใช้ค้อนยักษ์ทุบไปยังผนังหินที่ดูธรรมดานั้น
จู่ๆ แววตาของเขาก็หายไป
วึง!
ไม่ใช่แค่ผู้กลืนกินคนนี้เท่านั้น แต่เป็นผู้กลืนกินทั้งหมดที่อยู่ในถ้ำก็เป็นเช่นนี้
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในไม่กี่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
วิญญาณของผู้กลืนกินทั้งหมดพลันถูกดึงเข้าไปในโลกที่ลึกลับ และเมื่อได้สติขึ้นมาแววตาของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง
ผู้กลืนกินนับสิบที่เข้าไปในเหมืองต่างวิ่งออกมาแล้วกระโจนเข้าหาผู้กลืนกินด้วยกันเอง
หญิงสาวผู้หลบซ่อนอยู่ในความมืด ดวงตาพลันเปลี่ยนเป็นสีเทา
ตอนนั้นเองพลังลึกลับก็แผ่ขยายกระจายออกไปจากไม่กี่ร้อยเมตรเพิ่มขึ้นเป็นหลายไมล์และหลายสิบไมล์
เหตุการณ์ด้านนอกพลันเปลี่ยนเป็นอลหม่าน
เฟิร์สได้ป้อนความทรงจำใหม่ให้กับวิญญาณที่ถูกดึงเข้ามาในโลกลวงของเขา ทำให้เหล่าผู้กลืนกินมองพวกเดียวกันเองเป็นศัตรู
ผู้กลืนกินหล่นลงมาจากฟากฟ้าอันมืดมิดนับพัน แต่บัดนี้กลับมีจำนวนนับร้อยที่บ้าคลั่งโจมตีพวกเดียวกัน
ผู้กลืนกินที่บ้าคลั่งนั้นราวกับเครื่องจักรสังหาร พวกเขาไม่เกรงกลัวความเจ็บปวดราวกับว่าตนเองเป็นซอมบี้ศพเดินได้ เพราะความไม่กลัวตายนี้จึงทำให้ผู้กลืนกินส่วนใหญ่ตายตก
ดวงตาของชายร่างผอมแห้งที่ยืนเหยียบอากาศสว่างขึ้น จ้องมองความอลหม่านด้านล่าง
“เจ้าพวกนั้นเป็นบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้คลุ้มคลั่งขนาดนี้?” เสียงอันแหบพล่าถูกเอ่ยออกมา
เมื่อเห็นไพล่พลเริ่มลดน้อยลงเพราะการฆ่ากันเอง สัตว์ประหลาดเฒ่าตนนี้จึงไม่อาจนิ่งเฉยได้ มันยื่นมืออันเหี่ยวแห้งของตนเองออกไป แล้วมือนั้นก็พลันปรากฏรยางค์สีดำยืดยาวลงไปด้านล่างหลายต่อหลายเส้น
สวบ! สวบ! สวบ!
รยางค์สีดำทิ่มแทงเข้าไปที่ร่างผู้คลุ้มคลั่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
แล้วตอนนั้นเองเหล่าผู้คลุ้มคลั่งต่างถูกสูบพลังชีวิตจนร่างกายเหี่ยวแห้ง
เพียงไม่กี่ช่วงลมหายใจ ร่างของพวกเขาก็แห้งเหี่ยวและสลายเป็นผุยผง
สัตว์ประหลาดเฒ่าลงมือจัดการผู้คลุ้มคลั่งด้วยตนเอง
ไม่นานผู้คนนับร้อยที่คลุ้มคลั่งก็ถูกจัดการด้วยเขา
“ไปสืบมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา!” สัตว์ประหลาดเฒ่าแผดเสียงคำราม
แต่ยังไม่ทันที่ผู้กลืนกินด้านล่างจะได้ปฏิบัติตาม จู่ๆ พวกเขาบางคนก็เกิดอาการแปลกประหลาด ไม่นานก็ไม่ต่างไปจากผู้ที่คลุ้มคลั่งก่อนหน้านี้
จากสิบเพิ่มขึ้นเป็นร้อย ผู้คนที่คลุ้มคลั่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลายคนมีพลังรบขอบเขตเอิร์ลจึงเข่นฆ่าสังหารพวกเดียวกันเองได้เป็นจำนวนมาก
สัตว์ประหลาดเฒ่าได้แต่อึ้งตะลึงงัน เขาแทบจะรับมือไม่ถูกกับเหตุการณ์นี้
“มีคนซ่อนตัวอยู่หรอ? ใครกันกล้ายั่วยุลัทธิกระหายชีวา!” สัตว์ประหลาดเฒ่ากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“แสดงตัวออกมา!!!!”
ปัง! ปัง! ปัง!
รยางค์สีดำมากมายโผล่ออกมาจากร่างของสัตว์ประหลาดเฒ่า พวกมันราวกับอสรพิษร้ายตรงเข้าฉกผู้ที่คลุ้มคลั่งทันที
ทว่า
สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
เมื่อจู่ๆ ผู้กลืนกินทั้งหมดพลันเปลี่ยนไปมองสัตว์ประหลาดเฒ่าอย่างดุร้าย
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
เสียงของผู้กลืนกินนับพันดังสนั่นทั้งท้องฟ้า
แล้วพวกเขาทั้งหมดก็กระโจนขึ้นไปโจมตีสัตว์ประหลาดเฒ่าที่อยู่ข้างบนนั้น
“เหอะ! วันนี้ถือว่าเจ้ายั่วยุข้าได้สำเร็จ” น้ำเสียงที่เย็นเยียบถูกเอ่ยออกมา
ก่อนที่สัตว์ประหลาดเฒ่าจะอ้าปากกว้างแล้วดูดกลืนผู้กลืนกินทั้งหมดเข้าไป
สายตาของเขายังคงสอดส่องพยายามค้นหาสิ่งผิดปกติที่อยู่บริเวณนี้
แต่ไม่ว่าเขาจะค้นหาอย่างไรก็ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของคนลึกลับผู้นั้น
เมืองทั้งเมืองในตอนนี้ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ทั้งหมดถูกกวาดผ่านจนทำให้กลายเป็นเมืองร้าง
สัตว์ประหลาดเฒ่าพยายามค้นหาเฟิร์สอย่างเต็มที่ แต่เขากลับคว้าน้ำเหลว
สิ่งมีชีวิตในโลกนี้บกพร่องเรื่องวิญญาณ ดังนั้นการจะใช้สัมผัสรับรู้กวาดผ่านค้นหาจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
คงมีเพียงแต่อีวาเท่านั้นที่สามารถทำได้
สัตว์ประหลาดเฒ่าที่หาตัวตนที่ลึกลับนั้นไม่เจอ เขาเกรงว่ามันจะเป็นคนที่อยู่ในขอบเขตราชวงศ์ของอาณาจักร เหตุการณ์นี้อาจเป็นแค่การถ่วงเวลา
ขอบเขตราชวงศ์มีพลังในการเคลื่อนที่นี่น่าทึ่ง วันนี้เขาทำงานล้มเหลว
หากถูกขอบเขตราชวงศ์หลายคนล้อมจับ คงจะเป็นเรื่องยากที่จะหลุดหนีออกไป
สัตว์ประหลาดเฒ่าไม่ใช่คนที่โง่งม เขารู้ว่าตนเองต้องทำอย่างไร
“ข้าจะจดจำเรื่องในวันนี้ไว้”
หลังจากสัตว์ประหลาดเฒ่าเอ่ยจบ เขาก็มุดร่างจมหายเข้าไปในเงามืดสีดำ และไม่นานเงามืดนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป เมืองทั้งเมืองกลับกลายเป็นสว่างขึ้นมาอีกครั้ง
เฟิร์สที่อยู่ในเหมืองถอนหายใจออกมาในทันที
หลังจากที่เขาค้นความทรงจำของผู้กลืนกินนับไม่ถ้วน เขาก็พบว่าสัตว์ประหลาดเฒ่าตนนั้นมีพลังบ่มเพาะถึงขอบเขตราชวงศ์
มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมดยุกแห่งเซลโล่ถึงไม่สามารถโจมตีเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
“อันตรายมากจริงๆ โชคดีที่เขาหาฉันไม่พบ สัตว์ประหลาดเฒ่านี้เป็นเพียงตัวตนชั้นผู้นำคนหนึ่งในลัทธิกระหายชีวาเท่านั้น เงามืดสีดำนั้นเหมือนประตูมิติที่เชื่อมต่อกับสถานที่ที่พวกเขาอยู่ คาดได้ว่าผู้สร้างมันขึ้นมาจะเป็นปรมาจารย์จารึกระดับสูง โลกแห่งนี้อันตรายมากจริงๆ ... ลัทธิกระหายชีวาปรากฏตัวขึ้นเช่นนี้ มันจะเป็นสัญญาณของการกลับมาของจอมมารหรือไม่นะ”
“นี่มันไม่บังเอิญโชคร้ายไปหน่อยเหรอที่ฉันต้องมาปรากฏตัวในยุคนี้”
เฟิร์สอดที่จะบ่นพึมพำไม่ได้
หลังจากที่เฟิร์ศหมกตัวอยู่ในเหมืองแห่งนี้มาหลายวัน พลังของสายแร่ศิลาสายเลือดพลันลดลงเป็นอย่างมาก
แต่พลังบ่มเพาะของร่างนี้ก็เพิ่มขึ้นมามากเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะพลังบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นเขาก็คงจะไม่สามารถเอาตัวรอดมาจากสัตว์ประหลาดเฒ่าตนนั้นได้
“ยังเหลือพลังในสายแร่อีกนิดหน่อย ใช้พวกมันให้หมดก่อนก็แล้วกันค่อยออกไป”
เฟิร์สยังไม่ได้ตัดสินใจออกจากเหมืองแห่งนี้ทันที เขาตั้งใจบ่มเพาะต่อเพื่อดูดซับพลังของสายแร่ให้หมดแล้วค่อยเตรียมตัวเดินทางไปยังภูเขาเทพ
ข่าวการล่มสลายของเมืองเซลโล่ถูกค้นพบรวดเร็วเป็นอย่างมาก นั่นเพราะที่นี่เป็นเมืองแห่งการค้าขายสินแร่ ในทุกๆ วันจึงมีพ่อค้ามาติดต่ออยู่ตลอดเวลา
เมื่อมีคนเดินทางมาที่นี่พวกเขาก็พบว่ามันเป็นเมืองร้างแล้วรีบกลับไปแจ้งทางการให้มาตรวจสอบทันที
ไม่นานอาณาจักรก็ส่งคนมาตรวจสอบเรื่องนี้ และผู้ที่เดินทางมาที่นี่ก็เป็นดยุกถึงสามท่าน
ไม่กี่วันต่อมาพวกเขาก็มาถึงที่นี่แล้ว