บทที่ 45: คลื่นใต้น้ำก่อนพายุใหญ่
สามเดือนก่อนการประลองประตูมังกร...
หลังจากวันที่เกิดปรากฏการณ์ท้าทายสวรรค์ ยอดเขาของหลินฟานก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น "ยอดเขาเทพอสนี" และกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ศิษย์ทั่วไปไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ ทุกๆ วันจะมีศิษย์จำนวนมากเดินทางมายังตีนเขา เพียงเพื่อที่จะได้สัมผัสกับกลิ่นอายพลังที่หลงเหลืออยู่จางๆ และแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสที่อายุน้อยที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของสำนัก
หลินฟานไม่ได้สนใจความวุ่นวายภายนอกแม้แต่น้อย เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มในการ "ผนึก" และ "ควบคุม" พลังใหม่ของเขา
การทะลวงสู่ขอบเขตแก่นแท้ทองคำอย่างรวดเร็วนั้น แม้จะสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนยากจะควบคุม เขาต้องเรียนรู้ที่จะกดพลังปราณของตัวเองให้อยู่ในระดับของผู้ฝึกตนขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นปลาย เพื่อไม่ให้แผนการ "หมาป่าในคราบลูกแกะ" ของสำนักต้องพังทลายลง
[ติ๊ง! ท่านกำลังฝึกฝนเคล็ดวิชา "ผนึกเก้าชั้นฟ้า"... ได้รับผลทวีคูณ 100 เท่า!]
[ติ๊ง! ท่านได้บรรลุเคล็ดวิชา "ผนึกเก้าชั้นฟ้า" ขั้นสมบูรณ์แบบ! ท่านสามารถซ่อนเร้นระดับพลังที่แท้จริงได้อย่างไร้ร่องรอย!]
ด้วยความช่วยเหลือของระบบ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถควบคุมพลังของขอบเขตแก่นแท้ทองคำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาสามารถแสดงพลังออกมาในระดับขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 9 ได้อย่างแนบเนียนโดยไม่มีผู้ใดจับได้
วันหนึ่ง ผู้อาวุโสหลี่ได้เดินทางมาเยี่ยมเขาที่ยอดเขาเป็นการส่วนตัว
บัดนี้ สถานะของทั้งสองได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้ความเป็นอาจารย์และศิษย์จะยังคงอยู่ แต่ผู้อาวุโสหลี่ก็ปฏิบัติต่อหลินฟานด้วยความเคารพในฐานะผู้อาวุโสที่ทัดเทียมกัน
"ท่านผู้อาวุโสหลิน" ผู้อาวุโสหลี่เรียกขานเขาด้วยตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ "ข้านำข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคู่แข่งคนสำคัญในการประลองมาให้ท่าน"
เขายื่นม้วนบันทึกหยกให้หลินฟาน
หลินฟานรับมาแล้วใช้จิตสัมผัสอ่านข้อมูลภายในอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง แต่ในใจก็เริ่มประเมินคู่ต่อสู้ในอนาคต
"เยี่ยเทียนเฉิง ... พี่ชายของเยี่ยเฟิง ผู้นำทีมของสำนักเพลิงผลาญ ระดับพลังจุดสูงสุดของขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 9 มีกายาพิเศษ 'ราชันย์สุริยันเดือด' พลังป้องกันและพลังโจมตีทางกายภาพแข็งแกร่งอย่างยิ่ง"
"เต้าอู๋ซิน ... อัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักดาบทะลวงสวรรค์ ระดับพลังจุดสูงสุดของขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 9 บรรลุถึง 'เจตจำนงดาบ' ที่คมกล้า มีข่าวลือว่าเคยสังหารสัตว์อสูรขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นที่ 1 ที่อ่อนแอได้ด้วยตัวคนเดียว... ถือเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งของการประลอง"
"หลิงหานเยว่ ... ผู้นำทีมจากหุบเขาจันทรา ระดับพลังจุดสูงสุดของขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 9 เชี่ยวชาญวิชาน้ำแข็งและภาพมายา มีนิสัยที่คาดเดายากและโหดเหี้ยม"
"ทุกคนล้วนเป็นมังกรและหงส์ในหมู่มนุษย์" ผู้อาวุโสหลี่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "แม้ท่านจะอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ทองคำแล้ว ก็จงอย่าได้ประมาทพวกเขาโดยเด็ดขาด อัจฉริยะที่แท้จริงล้วนมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับได้ทั้งสิ้น"
"ข้าเข้าใจ" หลินฟานพยักหน้า เขาวางม้วนหยกออก "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสหลี่ที่นำข้อมูลมาให้"
หลังจากที่ผู้อาวุโสหลี่จากไป หลินฟานก็กลับเข้าสู่การปิดด่านอีกครั้งในช่วงเวลาสองเดือนที่เหลืออยู่
เขาไม่ได้พยายามทะลวงระดับพลังอีกต่อไป แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การขัดเกลาและหลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีเข้าด้วยกัน เขาผสาน "เจตจำนงกระบี่" เข้ากับพลังของแก่นแท้ทองคำ สร้างเป็นกระบวนท่าใหม่ๆ ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
แต่เขาก็ตระหนักได้ถึงปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง...
ดาบอัสนีทมิฬ... ซึ่งเป็นเพียงศาสตราปราณระดับกลางที่ถูกผนึกไว้... บัดนี้มันอ่อนแอเกินไปที่จะรองรับพลังทั้งหมดของเขาได้แล้ว!
"ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาวุธใหม่แล้ว"
หนึ่งสัปดาห์ก่อนออกเดินทาง...
หลินฟานได้ออกจากยอดเขาของเขาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามเดือน เป้าหมายของเขาคือสถานที่ลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งในสำนักเมฆาคราม... สถานที่ที่แม้แต่ผู้อาวุโสทั่วไปยังไม่มีสิทธิ์เข้า
ในฐานะผู้อาวุโสเทพอสนี เขามีสิทธิ์ที่จะเข้าไปได้
เขายืนอยู่หน้าประตูหินโบราณขนาดมหึมาที่ปิดตายมานานนับร้อยปี บนประตูนั้นสลักอักขระโบราณไว้สี่ตัว...
"หอศาสตราสวรรค์"
ที่นี่คือคลังสมบัติที่แท้จริงของสำนัก! สถานที่เก็บศาสตราวุธในตำนานที่หลงเหลือมาจากบรรพบุรุษ!
หลินฟานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ... การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง เขาต้องการอาวุธคู่กายที่แข็งแกร่งที่สุด!
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไป... สัมผัสกับประตูหินที่เย็นเยียบ...