หญิงสาวไม่พูดอะไร เพียงโน้มตัวลงไปจูบที่ขมับเขาเบาๆพร้อมเสียงกระซิบว่า “ตื่นได้แล้ว...วันนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะเลยนะคะ คนเก่งของพี่”
นัทพงษ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ราวกับได้ยินเสียงเธอในความฝันเขามองเธออย่างงุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ความทรงจำของเมื่อคืนจะไหลกลับมาเต็มหัวใจใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างช่วยไม่ได้
“เมื่อคืน...” เขาพึมพำ แล้วเบือนสายตาหลบเล็กน้อย อย่างอายๆ
“เมื่อคืนเรารักกัน” มารตีพูดตรงๆ ด้วยน้ำเสียงนิ่งนุ่มแต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน“และเช้านี้...เราก็ยังสามารถรักกันได้นะ ถ้าเธออยากเรียนรู้ต่อ...พี่ก็...”
นัทพงษ์กลืนน้ำลาย รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่วิ่งจากต้นคอลงสู่แผ่นหลังเขายิ้มอย่างเขินๆ แต่ดวงตานั้นเปล่งประกายอย่างตอบรับ
สาวสวยรุ่นพี่ค่อยๆ ลูบไล้ปลายนิ้วลงบนแผงอกของเขา ไล่ลงช้าๆ ตามแนวลอนหน้าท้องที่เกร็งเล็กน้อยอย่างประหม่าแต่ไม่ยอมหยุดนิ่ง จนกระทั่งได้สิ่งที่ต้องการไว้ในอุ้งมือ พลางขยับลูบไล้ไปมาอย่างหลงใหลกึ่งเอ็นดู ทำไมเธอจึงรู้สึกว่าเจ้าสิ่งนี้มันใหญ่ขึ้นนะ...หรือว่าจะรู้สึกไปเองแต่ก็เคยได้ยินมาว่าถ้ายังไม่โตเต็มวัยเมื่อมีการใช้งานบ่อยๆ ก็จะขยายใหญ่ขึ้นได้อีก
“สัมผัสของเธอมีค่ามากกว่าที่คิดนะ” เธอกระซิบเบาๆ ข้างใบหู “อย่ากลัวเลยจ้ะที่จะใช้มันสำรวจทุกอย่างทั้งในตัวเธอ...และในตัวของพี่”
มือของเขาค่อยๆ ยกขึ้นตามคำแนะนำสัมผัสที่ยังไม่มั่นคงกลายเป็นความกล้าเมื่อเธอประสานนิ้วของเขาไว้แล้วนำพาไปแตะยังจุดต่างๆ บนร่างกายสวยงามของเธออย่างอ่อนโยน ทุกจังหวะของลมหายใจเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเขาซุกหน้าลงกลางหว่างขาของเธอที่แอ่นขึ้นมาราวกับเชิญชวนให้เขาลองลิ้มชิมความหวานล้ำของกลีบเกสร
เสียงครางของเธอเบาเหมือนเสียงลมทะเล แต่กลับทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงราวกับพายุในอกเธอสอนให้เขารู้ว่า การสัมผัสไม่ใช่แค่การแตะตัว แต่คือการสื่อสาร การเข้าใจ และการแบ่งปันความรู้สึกที่ไม่ต้องใช้คำพูด
ร่างกายของพวกเขาประสานกันอีกครั้งอย่างแนบแน่นในแสงยามสายแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะแรงปรารถนาเพียงอย่างเดียว หากเป็นเพราะความไว้ใจความอ่อนโยน และความกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนอย่างไม่ต้องหลบซ่อน
มารตีกระซิบชื่อเขาหลายครั้ง อย่างหลงใหล ในระหว่างที่ร่างของเธอเคลื่อนไหวส่ายพลิ้วอย่างช้าๆเหมือนสายน้ำที่ไหลรินในลำธารยามสงบ เสียงของเธอเปรียบเสมือนเพลงกล่อมใจ ทำให้นัทพงษ์ปล่อยวางทุกความเก้อเขินและตอบสนองเธออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดและรุนแรงขึ้นตามไฟปรารถนาที่กำลังทวีกำลังขึ้น
“พี่รตี...ผะ ผม...” เขาครางเสียงพร่า ราวกับจะพูดอะไรแต่ก็หายใจแรงเกินกว่าจะต่อคำได้
“อ่า...ไม่ต้องพูด” เธอกระซิบตอบพร้อมรอยยิ้มที่โอบล้อมเขาไว้ด้วยความอ่อนโยน “แค่รู้สึก...ก็พอ...ใช่..แบบนั้นแหละ..ดีจ้ะ...แรงๆ...ใช่...ใช่...”
ช่วงเวลานั้นพวกเขาไม่ได้เป็นแค่คู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นแต่เป็นครูและศิษย์ เป็นผู้ให้และผู้รับและเป็นคนสองคนที่เลือกจะมอบหัวใจและร่างกายให้กันโดยไม่มีข้อแม้
เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ทั้งสองนอนแนบชิดกัน ใต้ผ้าห่มบางเบาเสียงคลื่นยังซัดสาดเบาๆ เหมือนกล่อมจังหวะลมหายใจของคนทั้งสองให้ผ่อนคลาย นัทพงษ์เอื้อมมือมาเกลี่ยผมที่ปรกหน้าของเธอแล้วจูบลงที่ปลายจมูกเบาๆ
“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการได้เรียนรู้แบบนี้...มันจะอบอุ่นขนาดนี้”
มารตีหัวเราะเบาๆ“เธอยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะเลยนะ...ถ้าเธออยากเรียนรู้ไปกับพี่จริงๆ”
เขายิ้มกว้าง และกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น “ขอแค่เป็นพี่รตี...ผมก็พร้อมเรียนรู้ไปทั้งชีวิตเลยครับ”
แสงแดดแรงขึ้นจนกลายเป็นประกายสีทองอบอุ่นสาดทาบผ่านม่านโปร่งร่างเปลือยของนัทพงษ์ยังซุกอยู่ข้างมารตี ใบหน้าแนบอกเธออย่างไม่อยากลุกไปไหนเสียงลมหายใจของเขาหนักแน่นแต่สงบราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดลงไว้ในอ้อมกอดของผู้หญิงคนนี้แล้ว
มารตีลูบผมเขาเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากอย่างแผ่วเบา“ขอบใจนะ...ที่มาอยู่ตรงนี้กับพี่”
ชายหนุ่มรุ่นน้องไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้ม แล้วโอบกอดเธอแน่นขึ้นราวกับว่าขอแค่เขาได้กอดเธอไว้แบบนี้ ก็ไม่มีคำพูดไหนจำเป็นอีกแล้ว ไม่นานนัก เธอก็ขยับกายเบาๆแล้วลุกขึ้นจากเตียงในสภาพเปลือยเปล่า เดินช้าๆ ไปที่กรอบหน้าต่างที่กำลังเปิดรับแสงอย่างเต็มที่
ร่างสวยยั่วอารมณ์นั่งพิงกรอบไม้ กางขาออก ข้างหนึ่งงอเข่าตั้งกับพื้นอย่างเป็นธรรมชาติแล้วหันหน้าไปทางประตูที่นัทพงษ์ยังยืนพิงอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ สายตาของเธอส่งสารลึกล้ำ…ราวกับจะพูดว่า"ถ้าเธอพร้อมอีกครั้ง พี่ก็พร้อมแล้ว"
นัทพงษ์จ้องมองร่างของเธอตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะกึ่งกลางรอยแยกที่เผยออ้านิดๆนั้น ยังปรากฏเมือกลื่นเป็นประกายเคลือบอยู่ อย่างชัดเจน...รอยยิ้มเจื่อนๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าร้อนผ่าวของหนุ่มน้อย ราวกับโดนความงามตรงหน้านั้นเผาใจให้ละลาย และในจังหวะนั้นเองเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น
“ขอโทษนะครับ ผมเอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟครับ”
มารตีหันไปมองนัทพงษ์ พลางแค่นหัวเราะเบาๆด้วยสีหน้าเหมือนไม่คิดจะปิดบังอะไร เธอไม่รีบร้อนลุกขึ้นไม่แม้แต่จะขยับตัวปิดบังช่วงล่างที่เปิดเผยอย่างหมดจดงดงามนั้นเพียงแต่พยักเพยิดไปทางหนุ่มรุ่นน้อง
นัทพงษ์ชะงักชั่วครู่ ก่อนหันไปมองประตูและร่างงามที่นั่งพิงกรอบหน้าต่างสลับกันไปมา แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินไปที่ประตู แต่เมื่อประตูเปิดออกเขากลับยืนนิ่งอย่างประหม่าไม่แน่ใจว่าตนตัดสินใจถูกหรือผิด ขณะนั้นพนักงานชายหนุ่มน้อยก็เข็นรถอาหารผ่านประตูที่เปิดกว้างเข้ามาเงียบๆแต่พอเงยหน้าขึ้น เขาก็เบิกตากว้าง เมื่อเห็นฉากหลังอันชวนตะลึงนั้น
หญิงสาวสวยสุดเซ็กซี่ เปลือยทั้งร่างนั่งพิงกรอบหน้าต่างด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยแต่แฝงด้วยพลังเร้าใจและร้อนแรงเนินเนื้อตรงหน้าขานั้น...โอ้แม่เจ้า...
ชายหนุ่มพนักงานยิ้มเจื่อนๆ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วรีบวางอาหารบนโต๊ะแต่ไม่วายแอบชำเลืองมองร่างงามนั้นเป็นระยะๆ ก่อนจะเข็นรถออกไปเมื่องานเสร็จสิ้น ส่วนนัทพงษ์…รู้ตัวอีกทีเขาก็เดินเข้าหาเธอด้วยแรงหึงหวงที่ผสมกับความเร้าใจ
“พี่รตี…แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะครับ”
เธอยิ้มยั่วยวน “ก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาเห็นนี่นา...แต่ก็ไม่ได้ปิดไว้เหมือนกัน”
เขาไม่พูดอะไรอีกต่อไปเพียงแต่โน้มตัวลงไปจูบเธออย่างแรงจนเธอเผลอหัวเราะออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะขยับแนบชิดเข้าไปแล้วเริ่ม“ลงโทษ” เธออย่างเงียบงัน แต่เร่าร้อนจนมารตีต้องกอดรัดเขาแน่นในอ้อมแขน
ไม่กี่นาทีถัดมา ทั้งสองก็อยู่ในท่าทางใหม่ มารตีนั่งอยู่บนตักของชายหนุ่มที่นั่งเก้าอี้รับประทานอาหารริมหน้าต่าง ร่างของทั้งคู่ยังเปลือยราวกับไม่มีเสื้อผ้าใดจำเป็นในวันหยุดนี้ เขาสอดประสานร่างกายไว้แน่นในตัวหญิงสาวบนตักแต่ก็ยังสามารถใช้มืออีกข้างตักข้าวต้มใส่ปากเธอได้อย่างใจเย็น
มารตีเอนหัวลงบนไหล่เขากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มสุขใจ “รู้ไหม…พี่ไม่เคยคิดเลยว่าทริปนี้จะอบอุ่นขนาดนี้”
“ผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกัน…” เขาตอบเบาๆ พร้อมจูบลงที่ข้างแก้มเธอ“...ว่าการได้อยู่กับพี่รตีแบบนี้ จะรู้สึกเหมือนได้เจอสวรรค์ในชีวิตจริงๆ เลย”
เสียงลมทะเลดังแทรกเข้ามาในห้อง เงียบๆ และสงบเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดเพื่อรอให้คนสองคน บันทึกภาพจำนี้เอาไว้ในใจ มือของเธอสอดประสานกับเขาเบาๆนิ้วทั้งห้าประกบกันอย่างแน่นหนา แม้ไม่มีคำสัญญาแต่ทุกอย่างกลับมั่นคงกว่าคำพูดใดๆ
วันนั้น…เป็นอีกวันที่นัทพงษ์จะไม่มีวันลืม ไปชั่วชีวิตที่เหลือ ไม่ใช่แค่เพราะเรือนร่างเปลือยเปล่าของผู้หญิงที่เขารักไม่ใช่แค่เพราะความเร่าร้อนที่พาเขาไปไกลกว่าที่เคยจินตนาการไว้
แต่เพราะวันนั้นเขาได้รู้ว่า...ความรักที่แท้จริงไม่ใช่แค่การได้ “ครอบครอง”…แต่มันคือการได้“อยู่ด้วยกัน” โดยไม่ต้องซ่อน ไม่ต้องกลัว และไม่ต้องห้ามใจ