ตลอดทางที่รถยนต์แล่นไปตามถนนใน่บ่ายคล้อยฟ้าที่ส่องแดดเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มหม่นมัวสีเทาของก้อนเมฆทาบทับปุยสีขาวจนกลืนมิด มองเห็นรำไรว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงสายฝนคงจะเทกระหน่ำลงสู่ผืนดิน แล้วตอนนั้นรถก็คงติดแหงกอยู่บนท้องถนนอย่างช่วยไม่ได้
ลำพังถ้าหล่อนอยู่บนรถคนเดียวก็คงไม่แปลกแต่นี่มีนายแบบหนุ่ม ผู้ที่หล่อนถือได้ว่าเป็คนแปลกหน้าคนหนึ่งมันก็ทำให้รู้สึกไม่ชิน ยังดีที่ว่าเขานั่งเอนหลังอยู่คนละฝั่งรถ มือสองข้างกอดอกปีกหมวกหลุบลงทำให้ไม่ต้องเห็นหน้าเขา
แต่ทำไมเขาถึงนั่งอยู่ในท่านั้นนานผิดปกตินะ...
กระทั่งเสียงหายใจของเขาดังขึ้นเนิบเบาเป็จังหวะ...หล่อนจึงฉุกคิดขึ้นมาว่า...นี่เขากำลังหลับอยู่หรอกหรือ?
หล่อนจึงลองเรียกเขาเบาๆ“คุณพัดคะ...คุณพัด”
เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองหล่อนจึงปล่อยให้เขานอนหลับต่อไปพลางนึกว่าเขาคงจะเหน็ดเหนื่อยกับงานที่ทำอยู่ไม่น้อยถึงขนาดหลับบนรถกับคนไม่คุ้นเคยอย่างหล่อนได้เท่ากับว่าเขาคงวางใจและอุ่นใจอยู่ไม่น้อย
ว่าแต่ทำไมหล่อนถึงต้องเข้าข้างตัวเองแบบนี้ด้วยนะ?
หล่อนเหลือบตามองดูเขาเป็ระยะตอนนี้รู้สึกสับสนลังเลและไม่แน่ใจว่าตัวจริงของภูพัดเป็อย่างไรกันแน่...คำนินทาจากปากปาปารัซซีคนนั้นทำให้หล่อนปักใจเชื่อมากขึ้นว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะคนจำพวกเดียวกันย่อมดูออก แล้วอีกอย่างของแบบนี้ ถ้าไม่มีมูลพวกนักข่าวจะนั่งเทียนใส่สีตีไข่เป็คุ้งเป็แควได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?
แต่สิ่งที่ค้านสายตาของหล่อนก็ผุดแวบขึ้นมา...
ภาพที่เขาโอบประคองหล่อนระหว่างทางมือข้างนั้นกระชับแน่นเสมือนว่าหล่อนคือคนรักของเขาจริงมิใช่กำบังอย่างข้ออ้าง...อีกทั้งดวงตาทอประกายอบอุ่นในยามที่จ้องมานั่นก็ใช่...เขามองผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนที่ผู้ชายมอง
นี่ท่าจะประสาทไปแล้วมัวแต่คิดพร่ำเพ้ออะไรก็ไม่รู้...หล่อนจึงส่ายหน้าไล่ความคิดบ้าบอพวกนั้นทิ้งเพราะว่าหล่อนเป็เพียงนักเขียนคนหนึ่งที่กำลังทำหน้าที่หาข้อมูลเพื่อไปประกอบในงานเขียนแล้วระหว่างโลกของหล่อนกับเขาก็ไกลกันเกินกว่าจะมาในสิ่งที่คิดไปได้ พวกดารานักแสดงล้วนอยู่ในวงวนมายาทั้งสิ้นเปรียบเสมือนดวงดาวที่เอื้อมไม่ถึง
ที่สำคัญ...หล่อนอายุเฉียดสามสิบอยู่แล้วแต่อายุของภูพัดคงจะน้อยกว่าหลายปี
แล้วภาพของชลันคนรักเก่าก็ลอยมาทาบทับใบหน้าคมที่ขยับอยู่ทางเบาะหลัง ทำให้หล่อนต้องเตือนสติตัวเองอีกครั้ง...หล่อนยังไม่เข็ดจากความรักแบบนั้นอีกหรือ?
พลันความคิดนั้นสะดุดลงเมื่อภูพัดขยับตัวพร้อมกับถอดแว่นกันแดดและขยับปีกหมวกให้เปิดเผยใบหน้าดวงตาเรียวรีหรี่ปรือเล็กน้อยก่อนจะกวาดมองไปยังถนนหนทางนอกตัวรถ
“ขอโทษด้วยนะครับที่ผมเผลอหลับไป”
“ไม่เป็ไรค่ะเพราะว่าฉันจะได้เก็บภาพจำตอนที่คุณพัดนอนหลับเอาไว้เผื่อบางทีอาจมีฉากที่ฉันต้องบรรยายภาพคุณตอนนอนก็ได้”
เขายิ้มแห้งๆขณะที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น...หล่อนจึงลอบสังเกตและเงี่ยหูฟังว่าเขากำลังคุยอะไรเพียงไม่กี่นาทีหลังวางสาย เขาก็ออกปากว่า
“จะรังเกียจไหมครับถ้าวันนี้ผมจะขอเป็เ้ามือเลี้ยงข้าวเย็นคุณวาสักมื้อ ระหว่างที่ผมให้คุณสัมภาษณ์”
วาตีไหวไหล่ยักยิ้มให้น้อยๆ “ก็ดีค่ะ...อิ่มท้องแล้วฉันจะได้มีแรงซักถามคุณ แล้วก็เผื่อว่า...”
“เผื่อว่าบางทีคุณวาจะได้สร้างฉากที่ผมทานข้าวอยู่ที่ไหนสักแห่งขึ้นมาอย่างนั้นหรือเปล่าครับ” เขาพูดแทรกขึ้นเชิงล้อเลียนหล่อน
“ค่ะฉันกำลังเก็บรายละเอียดคุณพัดทุกเม็ด...ตอนนี้ในหัวฉันมีคุณเล่นเป็พระเอกลอยมาแล้วค่ะ”
หล่อนแค่ชวนคุยอย่างธรรมดาเชิญชวนให้เขาคล้อยไปตามจินตนาการที่หล่อนฝันฟุ้งขึ้นมาเผื่อว่าจะหยิบจับภาพจำเ่าั้นำไปใช้ในบทตอนของนิยายแต่เหมือนว่าชายหนุ่มกำลังคิดลอยไกลไปกว่านั้น
“ดีจังครับ ที่ในความคิดของคุณวา มีแต่ผมคนเดียว”
//////////////////////////////////////////////////