บทที่ 13 ถูกจับ
นี่เป็ครั้งแรกที่เจียงผิงอันเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เขาที่สู้ไม่ไหว จึงตัดสินใจรีบหนีโดยเร็ว
ทว่าอินทรีั์กลับโฉบลงมาจากฟากฟ้า ปิดกั้นทางหนี พร้อมทั้งสะบัดปีกพัดเขากระเด็นกลับไป
สวีฮ่าวกระหน่ำจู่โจมเจียงผิงอันอย่างบ้าคลั่ง
“วิชาดาบนี้เป็วิชาที่บิดาของข้าร่ำเรียนมาจากต่างเมือง ชาวบ้านไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเ้าถือดีอย่างไรมาแอบเรียน!”
เคราะคุ้มกายของเจียงผิงอันโดนฟันครั้งแล้วครั้งเล่า จนแสงหม่นลงเรื่อย ๆ
“ไม่มีเคราะคุ้มกาย เ้ามันก็แค่ขยะเท่านั้น!”
สวีฮ่าวโจมตีพลางพูดเหน็บแนมประชดประชัน เพื่อยกตนข่มท่าน
“หากเ้าไม่มีพ่อ เ้ามันก็แค่ขยะเท่านั้น”
แม้ว่าไม่มีแรงกำลังจะตอบโต้กลับ แต่ทว่าเจียงผิงอันยังคงดิ้นรนขัดขืน แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะไม่มีทางยอมแพ้
สวีฮ่าวได้ยินคำเหน็บแนมของอีกฝ่าย จิตใจอันเปราะบางจึงได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
“ตายซะเถอะ!”
เขา้าจะพิสูจน์มาโดยตลอดว่าที่ตนเองนั้นเก่งกาจ ไม่ได้พึ่งพาอาศัยบิดาเลยแม้แต่น้อย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หนีเงาของบิดาไม่เคยพ้น
สำหรับผู้ที่คิดไปเองว่าตัวเองเก่ง เื่นี้ถือเป็การิ่ศักดิ์ศรีอย่างถึงที่สุด
ยิ่งถูกคนอื่นพูดแทงใจดำ ก็ยิ่งอับอาย
เพล้ง!
สวีฮ่าวออกแรงฟันเคราะคุ้มกายอย่างสุดกำลัง จนกระทั่งมันพังทลายสลายเป็ดวงแสงระยิบระยับพร่างพราว
“ฮ่า ๆ ตายเสียเถอะ! ของวิเศษของเ้าตกเป็ของข้าแล้ว!”
ขณะที่ฟันดาบสุดท้าย หน้าของสวีฮ่าวดุดันและน่ากลัว
“ถ้าข้าจะตาย ก็มาตายด้วยกัน!”
สีหน้าของเจียงผิงอันเปลี่ยนไป เต็มไปด้วยเค้าบ้าเื ดาบในมือหักเหทิศทางกลางคัน เลิกล้มความคิดจะต่อสู้กับศัตรูเบื้องหน้า แต่หันไปทางด้านซ้ายแทน
ดาบมายาไม่ได้ทำให้ดาบกลายเป็ภาพมายาไปจริง ๆ
แต่เป็การหลอกประสาทการรับรู้อีกแบบหนึ่ง ขณะที่กลายเป็ภาพมายา ตัวดาบจะอ้อมตัวเคลื่อนผ่านจุดบอดการโจมตีของอีกฝ่าย
เพียงแค่รู้ทิศทางการเคลื่อนตัวของดาบมายา ประกอบกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นก็สามารถต้านทานการโจมตีได้
ทว่า… เจียงผิงอันไม่คิดจะต้านทาน แต่อ้อมผ่านการโจมตีของอีกฝ่ายและหันไปโจมตีจากทางซ้าย แลกกับอีกฝ่ายแบบคนละครั้ง!
ฉัวะ!
โลหิตอุ่น ๆ สาดกระเซ็น
เจียงผิงอันถูกฟันเข้าไปที่หน้าอก ลึกมากจนเห็นกระดูก
ทว่าสวีฮ่าวกลับไม่เป็ไร
แสงสีทองลำหนึ่งพุ่งออกจากร่างของสวีฮ่าว สั่นะเืจนดาบของเจียงผิงอันหลุดกระเด็น
เหงื่อเม็ดหนึ่งไหลย้อยลงมาจากหน้าผากของสวีฮ่าว
เฉียดไปแค่นิดเดียวเท่านั้น
เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะมียันต์ป้องกัน เขาคงตายไปแล้ว!
สวีฮ่าวรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ ทว่าจากนั้น… สีหน้าก็บิดเบี้ยว เขาเกือบพลาดท่าให้เ้าคนไม่มีหัวน้อยปลายเท้าคนนี้ หากเื่เช่นนั้นจริง ๆ เขาคงไม่มีทางยอมรับความอัปยศเช่นนี้ได้
“ข้าเลยต้องเสียยันต์ป้องกันราคาแพงไปหนึ่งแผ่น เ้าคิดว่ามีแต่เ้าเท่านั้นที่มีไพ่ตายอย่างนั้นหรือ? ข้าจะดูสิว่าเ้ายังมีไพ่อะไรเหลืออยู่อีก!”
สวีฮ่าวตวัดดาบด้วยความเกรี้ยวกราด หมายเผด็จศึกเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาเกลียดไอ้เด็กที่มีพร์ร้ายกาจยิ่งกว่าข้าคนนี้เหลือเกิน
ดาบของสวีฮ่าวสับไปที่คอของเจียงผิงอัน
เมื่อสุดคมดาบ หัวจะหลุดกระเด็นทันที!
ขณะเดียวกันนี้เอง เจียงผิงอันยกขาถีบอีกฝ่ายเต็มแรง
เห็นเจียงผิงอันยกขาเตรียมถีบ สวีฮ่าวส่งสายตาดูแคลนพลางด่าในใจ ไอ้หน้าโง่ มีดาบอยู่กับตัวก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้ เป็แค่ผู้ฝึกตนที่ไม่เคยร่ำเรียนคาถา คิดว่าแรงถีบแค่นี้จะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นหรือ?
ดาบของสวีฮ่าวฟันออกไปพร้อมกับขาของเจียงผิงอัน
โครม!
สวีฮ่าวถูกถีบจนตัวลอย สุดท้ายร่วงไปกองกับพื้น ใช้มือกุมจุดที่โดนถีบ สั่นระริกไปทั้งตัวด้วยความเ็ป
การโจมตีในครั้งนี้ของเจียงผิงอันเป็การโจมตีทุ่มสุดตัว โดยไม่คำนึงว่ามีเกียรติหรือไม่ ในเวลาเป็ตายเช่นนี้ เกียรติยังจะมีความหมายอันใดอีก
“ไม่… เป็ไปไม่ได้”
สวีฮ่าวเจ็บจนแทบจะหมดสติไป
เขาพยายามเงยหน้า เห็นแสงสีเขียวบนตัวเจียงผิงอันอีกครั้ง ดวงตาพลันเบิกโพลง ทั้งตะลึงและคาดไม่ถึง
ทั้ง ๆ ที่เขาแน่ใจว่าตนฟันจนมันสลายไปแล้วแท้ ๆ หยกคุ้มภัยน่าจะไม่เหลือพลังแล้ว
แต่ทำไมถึงยังสร้างเกราะป้องกันได้อีก!
เขากวาดตามองอย่างรวดเร็ว ที่เอวของเจียงผิงอัน...
มีหยกคุ้มภัยสองอันห้อยอยู่!!
ไอ้เด็กหนุ่มคนนี้เป็ใครกันแน่ ทำไมถึงได้มีของดีเยอะแยะถึงเพียงนี้!
แม้กระทั่งบุคคลผู้มีฐานะสูงส่งเช่นบิดาของตน ก็ยังให้เขาแค่ยันต์ป้องกันเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น!
แต่อีกฝ่ายกลับมีหยกคุ้มภัยถึงสองอัน!
สองอัน?
ผิดแล้ว สิบอันต่างหาก
เมื่อต้องเผชิญกับการถูกไล่ล่า เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เจียงผิงอันจึงเจียดเวลาว่างหนึ่งวันเพิ่มจำนวนหยกคุ้มภัยอีกสิบอัน
เจียงผิงอันจึงเข้าใจแล้วว่าเช่นนี้ เรียกว่าไพ่ตาย
สาเหตุที่ก่อนหน้านี้เขายอมถูกฟันทีหนึ่ง ก็เพื่อให้อีกฝ่ายชะล่าใจ แบบนี้เขาจึงจะสามารถพลิกโอกาสมาเป็ฝ่ายสังหารได้
มิเช่นนั้นต่อให้มีหยกคุ้มภัยอีกเป็ร้อยอัน ก็คงไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้
หากการถีบครั้งนี้ไม่เป็ผล เขาก็คงเหลือทางเลือกเดียวคือต้องวิ่งหนีแล้วจริง ๆ
เจียงผิงอันไม่รอช้า ถือโอกาสตอนที่อีกฝ่ายลุกไม่ขึ้น เก็บดาบที่ร่วงหล่นขึ้นมาแล้วฟันออกไปอย่างรวดเร็ว
“อินทรีั์! รีบมาคุ้มกันข้า!” สวีฮ่าวแผดเสียงะโ เส้นเอ็นปูดโปนเต็มใบหน้าเพราะพยายามสะกดกลั้นความเ็ป
ขณะที่อินทรีั์กำลังจะเข้าไปช่วย ฉับพลันดวงตาพลันกลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะกระพือปีกบินไปไกล มันหนีไปเสียแล้ว
่ที่ผ่านมามันถูกกดขี่อยู่ตลอด จึงทำให้ไม่กล้าหนี แต่วันนี้โอกาสทองมาถึงแล้ว
สวีฮ่าวนิ่งตะลึงไปชั่วครู่
ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายตนจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
เห็นเจียงผิงอันพุ่งปราดเข้าใส่ หน้าของสวีฮ่าวบิดเบี้ยวน่ากลัว พลางร้องะโ “พ่อของข้าคือแม่ทัพแห่งอำเภอผิงสุ่ย! หากเ้าฆ่าข้า พ่อของข้าจะ...”
ฉัวะ!
สวีฮ่าวยังพูดไม่ทันจบ ศีรษะก็ร่วงกระทบพื้นแล้ว
เจียงผิงอันลงมือทันทีด้วยความเด็ดขาด
อีกฝ่ายอายุมากถึงเพียงนี้แล้ว ไม่รู้จริง ๆ ว่าเพราะเหตุใดยังมีความคิดแบบเด็ก ๆ เช่นนั้นอีก
คิดว่าตัวเองยังมีโอกาสญาติดีให้อภัยกันอีกหรือ? ไม่เลย
ในเมื่อเป็เช่นนี้ สู้ให้แม่ทัพคนนั้นได้รับรู้ถึงความเ็ปที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็ที่รักบ้างดีกว่า
พอกำจัดสวีฮ่าวไปแล้ว เจียงผิงอันก็เผยใบหน้าเ็ปอย่างแสนสาหัส
เมื่อก้มหน้ามองดูหน้าอกตัวเอง เืยังคงไหลทะลักออกมาไม่หยุด ทั้งยังมองเห็นกระดูกสีขาว ๆ รำไร
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ความกดดันและความตึงเครียดได้กดความเ็ปจนไม่รู้สึกอันใด แต่เมื่อทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความเจ็บจึงถาโถมเข้ามาจนเกินจะทานทน
เขารีบหยิบยาจินฉวงขวดนั้นออกมา จากนั้นโรยยาลงบนาแที่หน้าอกของตน
ไม่รู้เช่นกันว่ายานี้ทำมาจากสิ่งใด พอโรยลงบนาแ เืก็หยุดไหลทันที
ทหารใกล้จะมาถึงแล้ว ก่อนที่จะหนีไป เจียงผิงอันค้นร่างของสวีฮ่าวด้วยความรวดเร็ว
คนคนนี้มีฐานะสูงส่ง น่าจะมีของดีเยอะ
ทันใดนั้น แสงสีเขียวบนตัวเจียงผิงอันก็โอบล้อมรอบกาย
เกราะคุ้มกายทำงาน!
มีคนลอบทำร้าย!
เจียงผิงอันหันขวับกลับไป เห็นชายวัยกลางคนไว้เคราคล้ายหนวดแพะ
ในมือชายคนนั้นถือธงสีดำขนาดเล็กผืนหนึ่ง บนนั้นเต็มไปด้วยอักขระลี้ลับ
เขาสะกดปราณิญญาเข้าไปในธงสีดำผืนนั้น พลันสะบัดธงใส่เจียงผิงอันพร้อมกับส่งเสียง
“ทลาย!”
เวลานี้หยกคุ้มภัยของเจียงผิงอันเกิดรอยร้าวขึ้นมาในทันใด จากนั้นธงสีดำก็หล่นใส่หัวอย่างแรง
เจียงผิงอันถึงกับหน้าเปลี่ยนสี หยกคุ้มภัยใช้ไม่ได้ผล!
ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จากนั้นเด็กหนุ่มก็หมดสติไป
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด น้ำเย็นหนึ่งถังก็สาดใส่หน้าทำเอาเขาสะดุ้งตื่น
เจียงผิงอันลืมตาด้วยความมึนงง
รอบด้านมืดสนิท กลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว
เขากำลังอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง หรือกล่าวว่าเป็คุกน่าจะเหมาะกว่า
ร่างของเขาถูกมัดติดกับเสาเหล็กรูปทรงประหลาด มีโซ่เหล็กล่ามตัว รอบ ๆ เต็มไปด้วยเครื่องทรมานนานาชนิดและยังมีศพจำนวนหนึ่งรายล้อมอยู่รอบ ๆ
ศพเหล่านี้ล้วนมีสีหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว ราวกับก่อนตายได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส อีกทั้งศพส่วนใหญ่มีดวงตาเหลือเพียงแค่หนึ่งข้างเท่านั้น อีกข้างถูกแทงจนเป็รูโบ๋
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นชายเคราแพะที่ลอบโจมตีเขาก่อนหน้านี้ยืนอยู่ตรงหน้า
เจียงผิงอันอยากจะโคจรปราณิญญา กลับพบว่าปราณิญญาในตัวหายไปสิ้น!
“อย่าเสียเวลาเลย เ้ากินโอสถสยบิญญาไป ในร่างของเ้าไม่มีปราณิญญาอีกแล้ว ข้าง ๆ ยังมีธงค่ายกลคอยดูดซับปราณิญญา เ้าจะไม่สามารถฟื้นฟูปราณิญญาได้อีก”
ชายเคราแพะเอ่ยพูดเนิบ ๆ พลางถือหยกคุ้มภัยสีเขียวสองอันในมือเล่น
เจียงผิงอันสะดุ้งในใจ โอสถสยบิญญา? เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่น่าจะเป็โอสถประเภทหนึ่ง
ธงค่ายกล?
เจียงผิงอันก้มหน้า ห่างไปไม่ไกลนัก เขามองเห็นธงสีดำขนาดเล็กปักอยู่บนพื้น อักขระบนธงส่องแสงเรืองรองขณะดูดปราณิญญาเข้าไปไม่หยุดหย่อน
นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายสามารถทลายเกราะคุ้มกาย ผ่านเข้ามาทำร้ายเขาได้ อีกฝ่ายก็น่าจะเป็ผู้ฝึกตนเช่นกัน
“เ้าเป็ใคร?”
เพียะ!
แส้ของชายเคราแพะฟาดลงบนหน้าของเจียงผิงอัน ใบหน้าอ่อนวัยแตกเป็รอยยาวมีเืไหลซิบ ๆ ทันที
“เ้ามีคุณสมบัติถามข้างั้นหรือ?”
เจียงผิงอันเจ็บจนตัวสั่น
ชายเคราแพะกล่าวราบเรียบ “เ้าได้วิชาฝึกตนกับทุนทรัพย์ฝึกตนมาจากไหน”
“คนอื่นให้มา”
เจียงผิงอันกัดฟันฝืนทนความเ็ปและเล่าเื่ที่เจอผู้ฝึกตนในวันนั้นอย่างละเอียด
“อืม ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้ายังต้องขอบคุณข้า หากไม่มีคนของขุนเขาต้าหวังฆ่าล้างคนในหมู่บ้านของเ้า เ้าก็ยังไม่ได้รับการสนใจจากผู้ฝึกตนและจะไม่มีทุนทรัพย์เช่นนี้”
ผู้ฝึกตนเคราแพะลูบเคราตัวเองเบา ๆ จ้องเจียงผิงอันด้วยสายตาเฉยชาไร้ซึ่งความรู้สึก
เจียงผิงอันกำหมัดแน่น
ที่แท้อีกฝ่ายก็คือโจรป่าแห่งขุนเขาต้าหวังนี่เอง!
คนคนนี้ก็เป็มือสังหารเช่นกัน!
เพียะ!
แส้หนึ่งฟาดลงบนหน้าเจียงผิงอันอีกครั้ง
“คนอย่างเ้าคู่ควรจะโกรธด้วยหรือ?” เสียงของชายเคราะแพะนามหยวนปินเ็ายิ่ง