เดนฟื้นขึ้นมาหลังการต่อสู้ครั้งใหญ่ไปได้ 3 วัน สิ่งที่เจอหลังจากตื่นคือซากศพนับพัน ชิ้นส่วนแขนขา อวัยวะภายในและอื่น ๆ มากมายกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด เดนที่เกิดและใช้ชีวิตภายในเขตสลัมยังไม่เคยเจอเรื่องน่ากลัวแบบนี้ ทำให้เดนอ้วกและรู้สึกกลัวมาก
หลังจากอ้วกเสร็จ สิ่งแรกที่เดนทำคือ ค้นหาเมเลรา การค้นหาไม่ง่าย นอกจากกลิ่นเลือดและกลิ่นอายความตาย ยังต้องสู้กับสัตว์อสูรมากินซากศพระดับปรมาจารย์และจอมนักรบหรือจอมเวทเป็นยาบำรุงชั้นดี
เดนค้นหา 4 วันและไม่เจอเมเลรา เดนรู้ว่าเมเลราไม่มีทางรอดแน่นอน จึงร้องไห้และสาบานต่อตนเองว่า ถ้าไม่ฆ่าไอคนที่ชื่อว่าเท๋โรและทำลายสมาคมนักผจญให้สิ้นซากจะไม่ขอเป็นคนอีก
การสาบานกับตนเองเป็นอะไรที่รุนแรงมากสำหรับคนที่ไม่เคยฆ่าปีศาจในใจของตนเอง เพราะถ้าผิดคำสาบานปีศาจในใจจะยึดครองร่างตนและทำลายจิตสำนึกของร่างตน จนในที่สุดปีศาจในใจก็เป็นร่างต้นของตนเอง
แต่มันมีข้อเสียคือ คนที่ฆ่าปีศาจในใจของตนเองไปแล้วครั้งหนึ่งจะไม่ได้รับผล และคนอื่นไม่รู้ว่าเขาหรือเธอฆ่าปีศาจในใจไปแล้ว เพราะยากมาก ๆ ที่จะฆ่าปีศาจในใจ
หลังจากสาบานเดนเริ่มต้นการเดินทาง เริ่มจากการเป็นโจร ฆ่าคน ลอบสังหาร ปล้นทรัพย์สิน เงินทองทำเรื่องทุกอย่างเพื่อทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น และหาข่าวสารเท๋โรไปพร้อมกัน
เดนได้เวลาถึง 50 ปีเพราะหัวหน้าสมาคมนักผจญลึกลับมาก ไม่มีใครรู้ชื่อเท๋โรหรือที่อยู่ของเขา จนเดนได้รับงานลอบสังหารคนระดับสูงของสมาคมนักผจญภัยและสามารถลอบสังหารได้จึงรู้สิ่งที่เขาตามหาในที่สุด
เทโร๋ตอนนี้เป็นหัวหน้าสมาคมนักผจญภัยและไม่รู้ว่าเป็นหรือตายเพราะหลังจากการต่อสู้กับเทเลรา เทโร๋ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาอีก เดนจึงแปรผันจากโจรไปเป็นนักผจญไต่จากระดับ ล่าง จนถึงไปถึงระดับสูงสุด หลังรอโอกาสมาหลายร้อยปี ในที่สุดได้มีภารกิจ นำสิ่งของบางอย่างจากดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายกลับมา การมอบดันเจี้ยนนั้น หัวหน้าสมาคมต้องออกมาแสดงความยินดีด้วย
จึงทำให้เดนตัดสินใจออกเดินทางให้ที่สุด ถึงแม้จะทำให้ทุกคนในปาร์ตี้ตาย เดนก็ไม่สนใจเพราะการแก้แค้นมันยิ่งใหญ่มากกว่ามิตรภาพเพื่อนฝูงที่อยู่ด้วยกันมาหลายร้อยปีตั้งแต่ก่อตั้งปาร์ตี้ขึ้นมา
เดนรู้ว่าอโรนเป็นลูกของผู้อาวุโส 1 ใน 2 ของสมาคมนักผจญภัย แต่ไม่รู้ว่าพ่อของอโรนก็มีส่วนร่วมในการตายของเมเลรา เรื่องข่าวลือที่ว่า สมาคมนักผจญภัยถูกทำลายโดยสัตว์อสูรระดับราชาอสูรขั้นสุดยอดนั้นไม่นานก็ถูกลืมไปและเดนไม่ได้สืบหาเพราะเดนตามหาแต่คนที่ชื่อ เท๋โรจนทำให้ไม่รู้
ถ้าเดนรู้ว่าพ่อของอโรนมีส่วนเกี่ยวข้องการตายเมเลรา เดนคงคิดแผนฆ่าอโรนตั้งแต่เข้ามาภายในดินแดนน้ำแข็งแห่งความตาย
และตั้งแต่เดนรู้ว่าสิ่งของที่สมาคมนักผจญค้นหาคือ สิ่งของจากยุคแรก ทำให้แผนที่จะค้นหาเปลี่ยนเป็นก่อกวนแทนถ้าสมาคมนักผจญได้ไปมันจะมีความแข็งแกร่งขึ้นมาอีก
เดนยอมรับไม่ได้จึงทำให้เดนเปลี่ยนพฤติกรรมแบบนี้ บางคนอาจคิดว่าเป็นความโลภจึงไม่ได้สนใจ แต่เบื้องหลังมันมีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่า
…………
กลับมาที่ปัจจุบัน
เดนกลายเป็นทองทั้งหมดและแตกสลายไปในที่สุด เหลือเอาไว้แต่แหวนมิติ อโรนและมิดโฮ มองเดนแตกสลายไปด้วยความดูถูก
อโรนเก็บแหวนมิติของเดน และดูสิ่งของด้านใน ปรากฏว่ามีแต่กล่องสีดำใบเดียว อโรนหยิบออกมาแต่ไม่สามารถเปิดออกมาได้
อโรนจึงไม่ได้สนใจก่อนเก็บกล่องสีดำและสั่งเดินทางต่อไป คราวนี้ทุกคนไม่ลังเลที่จะทำตามคำสั่งของอโรนเพราะรู้ว่าอโรนน่ากลัวแค่ไหน
มิดโฮส่งเสียงเย็นชาใส่ทุกคน สมาชิกทุกคนเห็นท่าทางของมิดโฮจึงหัวเราะขึ้น เพราะพวกเขารู้ว่ามิดโฮเห็นทุกอย่างตอนที่ต่อสู้กับหัวหน้าหมีขนฟ้า
ทันใดนั้นตรงกำแพงด้านข้างพวกเขา มีแมงมุมดินตัวเท่าแมลงวันตัวตามมันเรื่องแสงเล็กน้อยและพุ่งไปหาหนึ่งในจอมเวท
ฟิ้ว ฟิ้ว
ด้วยแรงขาที่มหาศาลบวกกับใยแมงมุมที่แข็งแรงทำให้การพุ่งโจมตีของแมงมุมดินตัวเล็กรวดเร็วและรุนแรงราวกับกระสุนปืน
แมงมุมดินทะลุเข้าลำตัวจอมเวท แต่มีเรื่องน่าตกใจที่จอมเวทยังไม่รู้ตัวหรือรู้สึกเจ็บ หลังจากทะลุตัวก็ไปเกาะใยอีกด้านหนึ่งมันก็หันกลับและพุ่งใส่จอมเวทต่อ เป็นอย่างนี้อยู่หลายร้อยครั้ง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สมาชิกทุกคนทุกเพราะมีเสียงร้อง จึงหันไปดูพบว่าจอมเวทคนหนึ่งที่ร่างกายถูกอะไรไม่รู้ทะลุผ่านนับไม่ถ้วน เผยให้เห็นอวัยวะภายใน และพบว่าอวัยวะภายในหายไปราวกับถูกกัดกิน
อโรนและสมาชิกทุกคนเตรียมอาวุธและถอยหลังออกห่างจากศพ เพราะไม่รู้ว่าจอมเวทคนนั้นได้เพราะอะไร เป็นโรคระบาดหรือไม่
ในระหว่างที่พวกเขาจ้องมองศพจอมเวทคนนั้น จอมนักรบด้านหลังสุดไม่รู้เลยว่า มีดวงตานับสิบเรืองแสงอยู่
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ภายในไม่กี่วินาที ได้มีเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง อโรนและสมาชิกหันไปดูพบกับจอมนักรบด้านหลังสุดได้ตายเหมือนกับจอมเวทคนที่พึ่งตายได้ไม่นาน
สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือ ร่างกายของจอมนักรบแข็งแกร่งกว่าจอมเวททำให้แมงมุมดินตัวเล็กเจาะร่างกายจอมนักรบมากกว่าจอมเวทถึง 2 เท่า การตายของจอมนักรบน่าเกลียดมาก เลือดท่วมตัว ไส้กระเด็นออกมาด้านนอก อวัยวะภายในถูกกินทั้งหมด
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที และมีถึง 2 ครั้งภายใต้จมูกพวกเขาตายลงไป แต่พวกเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
สมาชิกทุกคนรวมไปถึงอโรนกลัวมาก ความกลัวเกิดมาจากความไม่รู้ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงหวาดกลัวมาก จอมเวทที่เหลืออีก 4 คนรีบกางเขตแดนค้นหา
แต่กางไปก็เท่านั้น เพราะแมงมุมตัวเล็กมีความสามารถในการลบตัวตน ถ้าไม่มีวิชาจิตดี ๆ หรือประสาทสัมผัสที่แหลมคมจะไม่มีทางเจอได้ บวกอีกที่ว่ามันตัวเล็กมา ๆ และสีมันมีสีน้ำตาลเหมือนกับกำแพงทำให้มองด้วยตาเปล่ายากมาก ๆ
ภายในชั้นที่ 5 มืดด้วย ทำให้จำกัดการมองเห็นไปใหญ่ จอมเวทและมิดโฮ พูดกับอโรน
“ไม่เจออะไรค่ะ”
อโรนมีสีหน้าที่ตึงเครียดมาก ถ้าไม่รู้สาเหตุการตายของจอมนักรบและจอมเวท พวกเราไม่มีทางเดินออกจากชั้นนี้ได้แบบมีชีวิตแน่
จอมเวทสาวรู้สึกถึงอันตราย จึงตะโกนร้องพร้อมกับกางโล่เวทมนตร์ขึ้น
ปัง ปัง
เสียงวัตถุทะลุโล่เวทมนตร์อย่างกับโล่เวทมนตร์เป็นแค่กระดาษบาง ๆ แต่โล่เวทมนตร์ยังถ่วงเวลาให้ 1-2 วินาที
ในที่สุดพวกเขาก็มองเห็นสิ่งที่ฆ่าสมาชิกไป 2 คน มันคือแมงมุมขนาดเล็ก แม้ตัวจะเล็กแต่ความแข็งแกร่งที่มันแสดงออกมาทำให้ผู้คนหวาดกลัว
จอมเวทอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ จอมเวทคนที่ถูกโจมตีได้ร่ายเวท วงแหวนสีฟ้าและมีกลิ่นอายสายฟ้าปะทุขึ้นรอบวงแหวน
“ดาบสายฟ้า”
ดาบยาว 3 เมตรสีฟ้า และมีกลิ่นอายสายฟ้าออกมาจากวงแหวน พุ่งเข้าหาแมงมุมดินอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้แมงมุมดินไม่มีทางเลือกต้องถอยหนี
มันกรีดร้องก่อนจะหายท่ามกลางสายตาของทุกคน ทำให้ดาบสายฟ้าพุ่งชนแค่อากาศเท่านั้น ไม่สามารถโจมตีโดนแมงมุมดินได้เลย สมาชิกทุกคนได้รู้ถึงสาเหตุแล้วว่าทำให้พวกเขาถึงไม่เจอแมงมุมดินตัวนี้
เพราะขณะที่พวกเราจ้องมองมันอยู่ มันได้หายไปอย่างรวดเร็ว เหงื่อไหลเต็มหัวอโรน เพราะเจอศัตรูที่มองไม่เห็นมันยากกว่าเจอช้าง บอสชั้นที่ 1 มาก
ในขนาดที่บอสชั้นที่ 1 มีพละกำลังและการป้องกันมหาศาล บอสชั้นที่ 5 มีความเร็วและการลบตัวตนที่สุดยอดมาก
ทุกคนแน่ใจว่า แมงมุมดินตัวเล็กเมื่อกี้คือบอสชั้นที่ 5 แน่ ๆ ทุกคนหันหลังชนกันและมองรอบ ๆ ด้าน ๆ ด้วยความหวาดกลัวและภาวนาไม่ให้ตนเป็นเหยื่อลายต่อไป
เมื่อสักครู่จอมเวทคนนั้นรอดมาได้เพราะตนเกิดมาพร้อมกับสัมผัสพิเศษ ที่จอมเวท 1 ใน 100 คนจะมีทำให้สัมผัสถึงพลังงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นรวมไปถึงสัญชาตญาณของตนเอง
จึงทำให้ร้องเรียกทุกคนได้ทัน ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นเหมือนจอมเวทคนแรกก็เป็นได้
แมงมุมดินมันมีสติปัญญาสูงมันรู้ว่าทุกคนระวังตัวกันแล้ว จึงไม่ได้ทำการโจมตีใด ๆ เอาความจริงมันสามารถฆ่าผู้บุกรุกทุกคนได้ แต่ไม่ทำเพราะเหมือนกับช้างที่นาน ๆ จะมีคนเข้ามา
ถ้าฆ่าพวกมันเร็วเกินไปจะไม่มีอะไรสนุก ๆ เพราะในระหว่างที่มันอยู่อาศัย มันฆ่าและกินแมงมุมดินทั้งหมดไปเรื่อย ๆ อย่างน่าเบื่อและแมงมุมดินก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด
ทำให้ฆ่าเท่าไรก็ไม่หมด ตอนแรกสนุกอยู่ที่ฆ่าแมงมุมดินแสนจะอ่อนแอ แต่ไป ๆ มา ๆ มันรู้สึกเบื่อ หลัง ๆ นอกจากกินและนอนก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นทำ
ตอนที่มันสัมผัสได้ว่ามีผู้บุกรุกมันดีใจมาก แต่มันไม่รีบโจมตี จนให้ที่สุดเมื่อเห็นโอกาสตอนที่เดนกำลังจะตาย โจมตีและลองกินเครื่องในผู้บุกรุกครั้งแรก
ปรากฏว่าอร่อยมาก ไม่เหมือนแมงมุมดินที่มีแต่ดิน รสชาติมีแต่ซ้ำ ๆ แต่ผู้บุกรุกนี้เครื่องในและผิวหนังภายนอกรสชาติไม่เหมือนกัน ทำให้แมงมุมดินตัวเล็กชอบมาก
น่าเสียดายที่คนแรกมันไม่ได้กินเยอะ แค่อยากจะลองก่อนว่าอร่อยไหม ปรากฏว่าอร่อยมากแต่ทุกคนสนใจศพแรกอยู่จนละความสนใจศพแรกสักพัก
และเริ่มฆ่าคนที่ 2 แต่คนนี้มันจะเพิ่มความเร็วในการกระโดดและกินอวัยวะทั้งหมด ทำให้สภาพศพที่ 2 น่าเกลียดกว่าศพแรกเยอะ
อโรนเห็นว่าแมงมุมดินตัวเล็กไม่ได้โจมตีพวกเขา ถ้ามัวแต่ยืนตรงนี้ไม่สามารถหนีจากมันได้แน่จึงพูดขึ้น
“เดินหน้าต่อไป”
สมาชิกทุกคนตกใจรวมถึงมิดโฮด้วย มิดโฮถาม
“แต่หัวหน้า พวกเราไม่รู้ว่าแมงมุมดินตัวเล็กจะโจมตีเมื่อไร ถ้าเดินทางไปด้วยมันจะไม่แย่หรือ”
“ไม่แย่หรอกเชื่อฉัน”
มิดโฮได้ยินคำว่าเชื่อฉัน จึงยอมตกลงอย่างโดยดี สมาชิกทุกคนมองหน้ากันก่อนจะตามไป พวกเราไม่มีสิทธิออกเสียงในเวลาแบบนี้ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟังอโรนอาจใช้พวกเขาเป็นเหยื่อล่อก็เป็นได้
เมื่อเห็นสมาชิกทุกคนของอโรนเดินทางไป แมงมุมดินตัวเล็กลังเลมากระหว่างกลับไปศพที่ 1 2 หรือไล่ฆ่าพวกอโรน
ระหว่างตัวเลือกนี้ มันเลือกยากมาก อีกใจหนึ่งอยากจะกินศพต่อ อีกใจหนึ่งอยากจะเพื่อจำนวนอาหารให้มากขึ้นไปอีก แต่ในที่สุดมันก็เลือกกินศพต่อเพราะว่ากลุ่มของอโรนมีแสงไฟสว่างต่อให้พวกอโรนเดินทางไปที่ไหน
แมงมุมดินตัวเล็กก็สามารถค้นหาเขาได้อยู่ดี หลังจากเลือกเสร็จมันได้กลับไปกินศพต่อ
อโรนและสมาชิกทุกคนเห็นว่าแมงมุมดินตัวเล็กไม่ได้ ติดตามพวกเขามาทำให้โล่งใจหน่อย จึงเร่งฝีเท้าในการเดินทางมาขึ้น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………