Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 79 สำนักงานการศึกษา

    ตอนที่ 79 สำนักงานการศึกษา

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     



    เมอร์ลินขยิบตาข้างหนึ่งก่อนจะวางหมากตัวหนึ่งลงไป


    “ไม่มีปัญหาครับ” 


    “ตอนนี้ผมว่างมาหลายวันแล้ว หนังสือพวกนั้นคงจะทำให้ผมสอบผ่านได้ง่ายๆ”


    เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ 


    หนังสือชั้นแรกของหอสมุดถูกเขาอ่านจนหมดเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้ว ช่วงนี้เมอร์ลินจึงว่างเป็นพิเศษ เขาจึงหันมาใส่ใจกับการทำสมาธิและทำกิจกรรมพักผ่อน อย่างการเดินเที่ยวในเมืองวินเซนสัมผัสกับวัฒนธรรมที่เขาควรทำตั้งแต่แรกที่มาที่นี่


    อย่างไรก็ตามเขาก็รู้สึกว่าไม่กี่วันที่ผ่านมามันคุ้มค่ากับการทำความรู้จักเมืองนี้แล้ว


    เมอร์ลินเดินลัดเลาะช็อปปิ้งซื้อของและหาร้านอาหารที่น่ากินหลายร้าน จนทำให้เขาใช้เงินเกือบหนึ่งแสนวอยส์หมดไปอย่างรวดเร็ว


    เงินทั้งหมดถูกใช้จ่ายไปกับเสื้อผ้าและของกิน


    ในตอนแรกเมอร์ลินกังวลเรื่องเงินทองมาก แต่เมื่อเขาได้อ่านหนังสือในหอสมุดก็พบว่ามันมีประวัติศาสตร์บุคคลมากมายที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยความสามารถของตนเอง


    อย่างเรื่องธุรกิจของจตุมหาคลัง เศษฐกิจการค้า เขาได้เรียนรู้ว่าหากมีความรู้ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะอดตาย


    ตอนนี้เขามีความรู้ของทั้งหอสมุดเมืองวินเซนอยู่ในหัว ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงิน เพราะต่อให้ใช้เงินที่ออสตินให้มาจนหมด เขาก็พอจะหาเส้นทางการเงินของตนเองได้


    ดังนั้นในเวลาไม่กี่วันเขาจึงใช้เงินเหมือนเศรษฐีใหม่ 


    “ลูกดูมั่นใจมาก” ออสตินเอ่ยแซวพร้อมกับวางหมาก


    “รุกฆาต ผมชนะแล้ว” เมอร์ลินวางหมากในจุดตายของออสตินด้วยรอยยิ้ม


    “พ่อจะกลับไปสอนที่มหาวิทยาลัยวินเซนอีกไหมครับ?”


    ออสตินส่ายศีรษะเบาๆ และเอ่ย “ไม่ล่ะ พ่อต้องการใช้ชีวิตที่เหลือไปกับการวิจัยของตนเองมากกว่า คงไม่คิดจะรับลูกศิษย์อีกแล้ว”


    ชายชราเอ่ยออกมาตามตรง เขาไม่กลับไปรับหน้าที่ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขายังเอ่ยแนะนำเมอร์ลิน


    “ถ้าลูกมีโอกาสก็พยายามเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยสักแห่งให้ได้ เพราะการสอนหนังสือสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับงานวิชาการของลูกได้”


    เมอร์ลินพยักหน้าและเอ่ย “ครับ ผมจะลองดู”


    ออสตินมองบุตรชายด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ เขาโชคดีที่รับเด็กคนนี้เป็นลูก 


    “พวกเราไม่ได้แก้โจทย์รูนศาสตร์กันมานานแล้ว ลูกอ่านหนังสือสำหรับเข้าสอบมามากแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็มาทดสอบความรู้กันซักหน่อยเถอะ”


    “ได้เลยครับ”


    ว่าแล้วสองพ่อลูกก็เริ่มทำโจทย์รูนศาสตร์


    กระดานดำถูกนำออกมาจากแหวนเก็บของ พวกมันถูกนำมาตั้งเรียงรายและอักขระรูนมากมายก็ถูกเขียนออกมา


    ออสตินเขียนโจทย์รูนศาสตร์ให้เมอร์ลินแก้


    เมอร์ลินเขียนวิธีแก้โจทย์และอธิบายไปด้วย 


    เนื่องจากเมอร์ลินมีวิธีคิดที่ไม่ยึดติดอยู่กับกรอบ บทสนาของพวกเขาจึงมีแต่เรื่องรูนศาสตร์


    ภาพนี้ช่างดูแปลกประหลาดตาเป็นอย่างมากสำหรับคนทั่วไป


    พวกเขาพูดคุยกันเรื่องรูนศาสตร์กันอย่างถูกคอ แล้วตอนนั้นเองออสตินก็รู้แล้วว่าระดับรูนศาสตร์ของเมอร์ลินไม่ได้อยู่ในระดับนักเรียนอีกต่อไป เขาสามารถแก้โจทย์รูนศาสตร์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยได้อย่างสบายๆ


    เวลาสองวันนั้นสั้นนัก พริบตาวันสอบเทียบก็มาถึง


    สองพ่อลูกเดินทางไปยังสำนักงานเขตการศึกษาเมืองวิเซน


    ที่นี่คือหน่วยงานของกระทรวงการศึกษาของประเทศออโรร่า มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการศึกษาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นระดับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ทั้งทางฝ่ายนักเวทและอัศวิน


    ตึกสำนักงานการศึกษามีรูปร่างคล้ายกับคบเพลิง บนยอดมีภาพมายาที่คล้ายกับเปลวเพลิงวูบไหว ข้างในเปลวเพลิงนั้นมีหนังสือยักษ์สีขาวเล่มหนึ่งที่กำลังพลิกหน้ากระดาษอย่างไม่มีวันจบ


    แค่ได้เห็นก็ทำให้คนรู้สึกเลื่อมใสและสื่อให้เห็นว่าเป็นสถานที่ที่เกี่ยวกับการศึกษาอย่างชัดเจน


    นับตั้งแต่ที่ร้อยประเทศก่อตั้งขึ้น เมื่อไม่มีสงคราม มนุษย์จึงมีเวลาเสพสุขกับศิลปะมากขึ้น ดังนั้นที่นี่จึงมีหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ การออกแบบอาคารนี้ก็เป็นหน้าที่ของสถาปนิกเช่นกัน 


    สถาปนิกเหล่านี้สามารถหลอมรวมสิ่งก่อสร้างเข้ากับค่ายกล เวทมนตร์ และการคำนวณทางวิศวกรรมได้เป็นอย่างดี


    เพราะเหตุนี้จึงทำให้สิ่งต่อสร้างบนมหาทวีปแห่งนี้ดูเจริญตา


    “ไปกันเถอะ คงมีคนรอพวกเราอยู่ด้านในแล้ว” ออสตินกล่าวกับเมอร์ลิน เขาจูงมือของเด็กน้อยเดินเข้าไปยังสิ่งก่อสร้างรูปร่างตระการตานี้


    ตอนนี้เมอร์ลินรู้แล้วว่าการสอบเทียบของเขานั้นมีมูลค่าที่ต้องจ่ายไม่ธรรมดา 


    การที่สามารถรวบรวมคนมาหารค่าใช้จ่ายได้นับว่าเป็นเรื่องดี


    ระหว่างทางเมอร์ลินพบอัศวินและนักเวทจำนวนหนึ่งทำหน้าที่อารักขาสถานที่แห่งนี้ 


    หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าอัศวินและนักเวทเหล่านี้ล้วนประดับเข็มกลัดสามถึงสี่ดาวขึ้นไป แสดงให้เห็นการรักษาความปลอดภัยที่เข็มงวด


    “นั่นใครครับ?” เมอร์ลินกล่าวกับออสติน เมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่เดินกันเป็นขบวนด้านหน้า


    ออสตินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มและเอ่ย “นั่นคนของตระกูลวินดิเช่ พวกเขาเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยของเมืองวินเซน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะส่งสายเลือดอัจฉริยะของพวกเขามาเข้าร่วมการสอบเทียบด้วยเช่นกัน” 


    “ทั้งสามคนเลยหรอครับ?” 


    เมอร์ลินมองเห็นเด็กหนุ่มและเด็กสาวสามคนที่อยู่ในขบวน ไม่คิดว่าสายเลือดของตระกูลนี้จะมีอัจฉริยะมากขนาดนี้


    ออสตินยักไหล่และเอ่ยด้วยท่าทางที่สบายๆ “ตระกูลวินดิเช่มีสายเลือดนับร้อย หากพวกเขาจะมีทายาทซักสองสามคนที่มีความสามารถพิเศษก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เข้าไปข้างในกันเถอะ อีกเดี๋ยวลูกก็จะรู้ว่า ยังมีอัจฉริยะอีกมากที่ร่วมการสอบนี้ด้วย”


    สองพ่อลูกเดินเข้าไปด้านในโดยมีมาร์เทลตามมาติดๆ


    ดูเหมือนว่าออสตินจะตกลงยกตำแหน่งผู้ติดตามให้กับมาร์เทลแล้ว นับจากนี้เขาต้องรับใช้คุณชายน้อยพริสตันผู้นี้ โดยรับค่าจ้างรายปีถึงหนึ่งล้านวอยส์


    เงินจำนวนนี้แน่นอนว่าออสตินเป็นคนจ่าย ซึ่งมันมีจำนวนเท่ากับที่ให้เมอร์ลินไปในครั้งนั้น แต่ออสตินได้บอกกับเมอร์ลินว่าจะให้เป็นครั้งเดียวเท่านั้น แต่กลับจ่ายค่าจ้างรายปีของมาร์เทลไปตลอด


    นี่คงเป็นเพราะเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสมาคมเวทมนตร์ ออสตินจึงตัดสินใจจ้างมาร์เทลต่อ 


    ความจริงเงินจำนวนนี้เขาสามารถจ้างนักเวทสามวงเวทได้ แต่ออสตินเห็นในความรอบคอบของมาร์เทล จึงตัดสินใจมอบงานนี้ให้กับเขา


    ส่วนเรื่องต้นสังกัดอย่างเกรย์จอย ออสตินย่อมสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว


    สองพ่อลูกเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ที่มีคนหลายกลุ่มมาถึงที่นี่ก่อนแล้ว


    “สวัสดีศาสตราจารย์ออสติน พวกเราเจอกันอีกแล้ว” นายกเทศมนตรีนายาฟกล่าวทักทายทันทีที่เห็นออสตินเข้ามา


    เสียงของนายาฟแม้ไม่ดังมาก แน่เนื่องจากเขาเป็นนายกเทศมนตรีที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว คำพูดของเขาจึงดึงดูดความสนใจของผู้คนให้มองมาที่สองพ่อลูกพริสตัน

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน