โจวอ้ายเหม่ยเล่าเรื่องที่เซี่ยเหอซวนไปพบเธอที่ร้านให้เจียงโม่โฉวฟัง เจียงโม่โฉวรู้ว่าภรรยากลุ้มใจ แต่เขาก็ทำได้แค่ปลอบเธอ เพราะเซี่ยเหอซวนมีคนตระกูลเซี่ยและยังมีคุณนายเซี่ยคอยหนุนหลัง และทั้งสองคนก็เป็นบุคคลที่ร้ายกาจมาก ทำให้เขาไม่กล้าบุ่มบ่ามจัดการกับเซี่ยเหอซวน เขากลัวว่าภรรยาและคนในครอบครัวจะตกอยู่ในอันตราย
“ตอนนี้โรงงานผลิตปุ๋ยของเราเริ่มเข้าที่แล้ว ต่อไปผมจะเป็นคนคอยขับรถรับส่งคุณเองนะ” เจียงโม่โฉวบอกภรรยา
หลังจากที่เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงกลับไปเยี่ยมหมู่บ้านเมื่อหลายปีก่อน พวกเขาได้ไหว้วานให้ลุงใหญ่ฉินช่วยเป็นธุระจัดการเช่าที่ดินในระยะยาวให้พวกเขา และทันทีที่ทางการมีประกาศออกมา ลุงใหญ่ฉินก็ดำเนินการทุกอย่างแทนพวกเขาจนเรียบร้อย
ทีแรกเจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงตั้งใจว่าจะลงทุนร่วมกันทำสวนผลไม้และสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้ แต่พอคิดให้ดี พวกเขามีกิจการร่วมกันหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าทั้งสามคูหา หรือแม้แต่โรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมกันก่อสร้างพร้อมกับหงอวี้หลุนอีก ในรุ่นของพวกเขาคงไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ แต่ในรุ่นลูกรุ่นหลานไม่มีทางได้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่ควรลงทุนร่วมกันอีกแล้ว
ดังนั้นเจียงโม่โฉวจึงเช่าที่ดินเพื่อเปิดโรงงานผลิตปุ๋ยและโรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้ออกขาย โดยเขาได้ขุดบ่อน้ำและเติมน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในมิติเข้าไปด้วย
ส่วนโจวต้าเฝิงยังคงเปิดสวนผลไม้และโรงงานแปรรูปผลไม้ตามเดิม โดยน้ำที่ใช้ในสวนและในโรงงานก็เป็นการขุดบ่อและเจียงโม่โฉวก็ได้ไปเติมน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าไปด้วยเช่นกัน
พลังของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งเร่งการเจริญเติบโต ผลผลิตก็ให้ปริมาณสูง และยังมีรสชาติหวานอร่อย เท่านี้ก็พอจะดูออกแล้วว่ากิจการของพวกเขาจะได้ผลตอบรับดีเพียงใด
โรงงานผลิตปุ๋ยของเจียงโม่โฉวจะเป็นครอบครัวลุงใหญ่ฉินที่ช่วยดูแล ส่วนโรงงานแปรรูปผลไม้ของโจวต้าเฝิงจะเป็นหลีไห่และลุงหลีหานช่วยดูแล เพราะลุงหลีหานทนคิดถึงบ้านเกิดไม่ไหว เมื่อหลีไห่รักษาขาจนกลับมาเดินได้เป็นปกติ และพวกเขาก็ได้อยู่ช่วยเจียงโม่โฉวดูแลความเรียบร้อยและสร้างรีสอร์ทจนเสร็จ สองพ่อลูกจึงขอกลับไปทำงานที่บ้านเกิด โดยเจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงก็ไม่ปฏิเสธ โจวต้าเฝิงยังเสนอเงินค่าจ้างให้สองพ่อลูกในอัตราที่สูงมากด้วย ทำให้สองพ่อลูกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก แต่คนที่ดูจะเศร้าที่สุดเห็นจะเป็นหลีหรงที่ต้องอยู่ห่างพ่อและพี่ชายอีกครั้ง
“งานที่คุณดูแลอยู่ก็เหนื่อยมากแล้วนะคะ ถึงแม้โรงงานผลิตปุ๋ยจะเข้าที่แล้วก็ตาม แต่คุณยังต้องไปดูแลโรงแรมกับรีสอร์ทที่กำลังจะเปิดอีก เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องคอยไปรับไปส่งฉันหรอกค่ะ ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีเองนะคะ” โจวอ้ายเหม่ยจับแก้มสามี “ช่วงนี้คุณผอมไปมาก ฉันรู้สึกผิดกับคุณจริงๆ พรุ่งนี้ฉันจะทำซุปกระดูกหมูให้คุณทานดีไหมคะ นานแล้วที่ฉันไม่ได้เข้าครัวทำอาหารให้คุณ”
“ขอบคุณนะครับที่รัก แต่ให้เหนื่อยยังไงผมก็ต้องดูแลคุณ เพราะคุณคือภรรยาของผม” เจียงโม่โฉวกอดภรรยา “กว่าที่เราจะได้มาอยู่ด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ในเมื่อครั้งนี้เรามีโอกาสอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้ และผมก็จะไม่ให้ใครมาพรากคุณไปจากผมได้เหมือนกัน”
“ขอบคุณนะคะโม่โฉว” โจวอ้ายเหม่ยโน้มหน้าเข้าหาสามี
เจียงโม่โฉวจุมพิตภรรยาครั้งหนึ่ง “คุณกำลังจะขอบคุณผมอยู่เหรอ พอดีเลย...ผมกำลังอยากจะให้ของขวัญสุดพิเศษกับคุณอยู่เชียว คุณรอรับของขวัญจากผมดีๆ นะ”
“ของขวัญอะไรเหรอคะ”
“ของขวัญชิ้นนี้จะมาได้ต้องอยู่ที่ความร่วมมือของคุณด้วย”
จากนั้นสองสามีภรรยาก็ทำกิจกรรมคู่รักที่เร่าร้อน กว่าโจวอ้ายเหม่ยจะเข้าใจคำพูดของสามี เธอก็ถูกสามีแสดงบทรักจนหมดแรง เธอลูบท้องแบนราบของตัวเองอย่างมีความหวังก่อนจะหลับไป
รีสอร์ทของสามสหายเปิดทำการอย่างยิ่งใหญ่ เจียงโม่โฉวเตรียมรถสามล้อถีบไว้คอยบริการผู้ที่มาเข้าร่วมงานให้ได้นั่งชมทิวทัศน์โดยรอบรีสอร์ท หรือหากใครไม่อยากใช้บริการรถสามล้อถีบ ทางรีสอร์ทก็ได้เตรียมจักรยานไว้ให้บริการเช่นกัน ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากคู่รักบ่าวสาวเป็นอย่างมาก
โจวต้าเฝิงว่าจ้างช่างถ่ายภาพเพื่อมาคอยให้บริการกับผู้มาร่วมงานและผู้มาเข้าพักในวันนี้เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขคือหนึ่งคนจะได้รับภาพถ่ายฟรีหนึ่งใบ หากใครต้องการภาพถ่ายมากกว่าหนึ่งใบจะต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยตัวเอง ผู้มาร่วมงานวันนี้จัดเป็นกลุ่มมีรายได้ค่อนข้างดี เพราะฉะนั้นการถ่ายรูปกับแปลงดอกไม้สวยๆ เพิ่มอีกสักใบสองใบก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา ช่างภาพต่างก็ดีใจกันไม่น้อย เพราะภาพถ่ายที่ลูกค้าถ่ายเพิ่มจะเป็นรายได้ของพวกเขาทั้งหมด โดยทางรีสอร์ทจะไม่หักส่วนแบ่งแม้แต่หยวนเดียว
ส่วนหงอวี้หลุนได้พาลูกค้าที่อยากพักผ่อนในที่สงบและเป็นส่วนตัวไปบริเวณบ่อตกปลาที่ถูกขุดและจัดบริเวณโดยรอบไว้อย่างสวยงาม ทั้งยังมีศาลาริมน้ำพร้อมกระดานหมากรุกไว้ให้บริการอีกด้วย แต่หากใครสนใจอยากจะตกปลาต้องจ่ายเงินค่าเช่าอุปกรณ์คนละสิบหยวนโดยไม่จำกัดเวลา ใครตกปลาได้มากเท่าไหร่ก็สามารถขนปลากลับไปได้มากเท่านั้น หรือหากลูกค้าอยากกินปลาที่ตัวเองตกมาได้ในทันที ก็สามารถใช้บริการห้องครัวเล็กของทางรีสอร์ทได้ ซึ่งลูกค้าสามารถทำอาหารด้วยตัวเองหรือจะให้แม่ครัวที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ก็ได้เช่นกัน
“ต้องขอบใจนายจริงๆ นะต้าเฉียง ถ้าไม่ได้นายช่วยโปรโมทรีสอร์ทของเราผ่านรายการวิทยุ รีสอร์ทของเราคงไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเยอะอย่างนี้แน่” เจียงโม่โฉวกอดไหล่เพื่อนรักพร้อมกับมองดูลูกค้าที่ยิ้มอย่างมีความสุขไปบริการของรีสอร์ทอย่างดีใจ
“นายไม่ต้องขอบใจฉันขนาดนั้น ฉันต้องขอบใจที่นายให้บัตรกำนัลเข้าพักที่รีสอร์ทสามวันสองคืนฟรี เพื่อให้ฉันเอาไปสมนาคุณให้แฟนๆ รายการวิทยุของฉันต่างหาก นายไม่รู้อะไร ตั้งแต่มีช่วงตอบคำถามเพื่อชิงบัตรกำนัล รายการวิทยุของฉันก็ได้รับความนิยมขึ้นมาก ตอนนี้ฉันไม่ต้องไปจัดรายการช่วงดึกแล้วนะ เพราะหัวหน้าสถานีย้ายเวลาให้ฉันมาจัดรายงานช่วงหัวค่ำแทนแล้ว หัวหน้าบอกว่ารายการของฉันเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ย้ายเวลามาจัดช่วงหัวค่ำจะเหมาะที่สุด” ต้าเฉียงหันไปยิ้มให้โจวต้าเฝิง “ยังมีพี่อีกคนนะครับพี่ต้าเฝิงที่ผมต้องขอบคุณ เพราะถ้าไม่ได้พี่ช่วยเขียนแบบจำลองการจัดรายการวิทยุให้ผม ผมคงไม่มีโอกาสได้ทำงานที่ผมรักแบบนี้ เพราะผมคงคิดรูปแบบรายการวิทยุดีๆ แบบนี้ขึ้นมาไม่ได้แน่”
หลังจากเรียนจบ ต้าเฉียงก็ไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าวกับสถานีวิทยุของเอกชนที่เพิ่งได้รับสัมปทานช่องสัญญาณมาจากภาครัฐ ตอนที่ต้าเฉียงไปสมัครงาน เขาได้เขียนแบบจำลองรายการวิทยุของตัวเองเข้าไปในเอกสารประกอบการสมัครด้วย นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ถึงได้รับคัดเลือก ไม่ใช่เพราะต้าเฉียงเรียนจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แต่เป็นรูปแบบของรายการที่น่าสนใจของเขาต่างหาก แต่ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณโจวต้าเฝิง เพราะรูปแบบการจัดรายการวิทยุที่โจวต้าเฝิงช่วยต้าเฉียงเขียนขึ้นมานี้ เป็นรูปแบบของรายการวิทยุในโลกอนาคตนั่นเอง
“นายไม่ต้องขอบใจฉันหรอก ทั้งหมดมันอยู่ที่ความสามารถของนายด้วย ถ้าฉันบอกแล้วนายไม่เข้าใจมันจะมีประโยชน์อะไร” โจวต้าเฝิงกอดไหล่อีกข้างของต้าเฉียง กลายเป็นเวลานี้สามหนุ่มยืนกอดไหล่กันเป็นแถวยาว “ตอนอยู่ที่หมู่บ้าน พวกเราก็สัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ในเมื่อฉันสามารถช่วยพวกนายได้ ฉันก็จะพยายามอย่างเต็มที่ และพวกนายก็เคยช่วยฉันไว้มากเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้ฉันกับอ้ายเหม่ยก็คงจะใช้ชีวิตอยู่ในไร่นาที่หมู่บ้านหลีเจี่ยเหมือนเดิม”
“พี่ต้าเฝิงพูดถูกที่สุด พวกเราต้องประสบความสำเร็จไปด้วยกันสิ” เจียงโม่โฉวพูดสนับสนุน “ต้าเฉียง ตอนนี้ฉันกับพี่ต้าเฝิงต่างก็มีกิจการเป็นของตัวเอง ยังเหลือนาย...นายลองกลับไปพิจารณาข้อเสนอของพี่ต้าเฝิงอีกทีดีไหม ตอนนี้ประเทศของเราเริ่มพัฒนาแล้ว อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ก็จะได้รับความนิยมมากขึ้น นายเปิดโรงพิมพ์แบบครบวงจรขึ้นมาสักแห่งสิ ถ้านายไม่มีทุน ฉันกับพี่ต้าเฝิงจะช่วยนายเอง”
“นั่นสิต้าเฉียง เปิดโรงพิมพ์แบบครบวงจรขึ้นมาก็ดี ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ แผ่นป้ายโฆษณา หรือแม้แต่งานพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ งานเหล่านี้จะได้รับความนิยมขึ้นในไม่ช้า ถ้านายรีบเปิดกิจการขึ้นมาเป็นเจ้าแรกๆ ต่อไปคนก็จะคุ้นชื่อของนายก่อนใคร และมันยังไม่ไปกระทบกับรายการวิทยุของนายด้วย” โจวต้าเฝิงสำทับอีกทีหนึ่ง
“ถ้างั้นผมขอบคุณทุกคนล่วงหน้าเลยนะครับ” ต้าเฉียงตอบรับ
สามหนุ่มยังยืนคุยกันอยู่อย่างมีความสุข แต่สักพักพวกเขาก็เหมือนจะได้ยินเสียงตะโกนด่าทอของใครบางคนซึ่งพวกเขาฟังไม่ค่อยถนัด ทั้งสามคนรีบวิ่งไปที่ประตูด้านหน้ารีสอร์ททันที วันนี้เป็นวันเปิดบริการวันแรก พวกเขาไม่อยากให้ผู้มาร่วมงานและผู้เข้าพักไม่พอใจ พอทั้งสามไปถึงหน้าประตูก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
“ฉันจะเข้าไปหาหลานชายของฉันแล้วพวกแกมาขวางฉันไว้ทำไม หรือว่าอยากถูกไล่ออก” ชายวัยกลางคนตะโกนขึ้น
“คุณครับ คุณยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าหลานชายของคุณเป็นใคร คุณช่วยบอกชื่อหลานชายของคุณให้เราทราบหน่อยได้ไหมครับ เดี๋ยวเราจะได้ไปตามเขามาให้” ผู้จัดการรีสอร์ทพูดอย่างสุภาพ
“หลานชายฉันเป็นถึงเจ้าของรีสอร์ทแล้วทำไมฉันจะเข้าไปไม่ได้ ทำไมฉันต้องมายืนรออยู่ข้างนอกให้เมื่อยด้วย”
“รีสอร์ทของเรามีหุ้นส่วนอยู่ด้วยกันสามคน ไม่ทราบว่าหลานชายของคุณคือหุ้นส่วนคนไหนหรือครับ”
“เจียงโม่โฉวคือหลานชายของฉัน น้องสาวของฉันเป็นเมียอีกคนของเจียงเฮ่าจง (ชื่อของคุณพ่อเจียงค่ะ) สรุปแล้วก็คือหลานชายของฉันเป็นลูกนอกสมรสของเจียงเฮ่าจง”