ตอนที่ 17: เชือกสองเส้นกับศิษย์รับใช้
ระบบการเรียนของสำนักใหญ่คือ รับเด็กปลุกพลังพิเศษมาเรียนรู้ห้าปี ทำงานอีกห้าปี ปีหนึ่งถึงปีสี่เรียนรู้ที่สำนัก ปีห้าไปฝึกงานในที่ต่างๆ หลังจากนั้นออกไปทำงานที่สำนักมอบหมายให้อีกห้าปีจึงจบการศึกษาจริง
หลังจากที่ฤทธาได้เข้าสู่ฝ่ายในและได้รับสิทธิ์ต่าง ๆ ตามฐานะศิษย์ฝ่ายในของบ้านดำ หนึ่งในสิทธิ์ที่ได้รับคือการเลือกศิษย์รับใช้ ซึ่งเป็ธรรมเนียมของสำนักในการดูแลศิษย์ฝ่ายใน แต่ฤทธาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเอง้าใครมาคอยดูแล
ที่หน้าบ้านดำ ปีสองทุกคนเลือกศิษย์รับใช้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างแยกย้าย
"เ้าจะไม่เลือกใครเลยหรือ?"
ศิษย์พี่ซูเอ่ยถาม พลางจ้องมองฤทธาด้วยสายตาคมกริบ
"ข้ายังไม่เห็นความจำเป็เลยศิษย์พี่ ข้าดูแลตัวเองได้"
ฤทธาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
ศิษย์พี่ซูส่ายหน้าเล็กน้อย
"เ้ารู้หรือไม่ ถ้าเ้าไม่เลือกใครสักคน จะมีคนตกงานและอาจไม่มีรายได้ไปเลี้ยงดูครอบครัว ศิษย์รับใช้ที่นี่ไม่ใช่ทาส พวกเขาสมัครใจเข้ามาเพื่อหาเลี้ยงชีพ บางคนแม้จะไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ แต่ก็มีฝีมือด้านอื่นๆ ที่อาจช่วยเ้าได้ เ้าควรคิดให้ดี"
ได้ยินเช่นนั้นฤทธาเริ่มครุ่นคิด
*นั่นสินะ โลกภายนอกสำนัก คนที่ได้ไม่ได้รับเลือกเข้าสำนัก ก็จะไปสมัครที่สาขาย่อยของสำนักเพื่อฝึกอาชีพต่างๆ และการต่อสู้เบื้องต้น คนที่ไม่มีพลังิญญาก็จะสมัครเป็ทาสหรือคนงานต่างๆ *
ฤทธาคิดทบทวน เขาไม่อยากให้ใครต้องลำบากเพราะการตัดสินใจของตนเอง และคิดว่านี่เป็อีกอาชีพนึงที่สร้างรายได้ให้คนไร้พลัง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินสำรวจเรือนพักของศิษย์รับใช้ด้วยตัวเอง
ระหว่างที่เดินไปตามทาง เขาสังเกตเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังให้อาหารสุนัขอยู่ ท่าทางของเขาดูเป็มิตรและใจดี ฤทธาหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหา
"เ้าชื่ออะไร?" ฤทธาถาม
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะโค้งคำนับ
"ข้าน้อยชื่ออี้หลง นายท่าน"
ฤทธายิ้มบางๆ
"อย่าเรียกข้าว่านายท่านเลย เรียกว่าฤทธาก็พอ ข้าเลือกเ้าเป็ศิษย์รับใช้ของข้า เ้าสนใจหรือไม่?"
อี้หลงตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบโค้งตัวตอบรับ
"ข้ายินดีรับใช้ท่าน!"
หลังจากเลือกศิษย์รับใช้แล้ว ฤทธาก็เดินไปยังคลังอาวุธของฝ่ายในตามสิทธิ์ของเขา เขามีโอกาสเลือกอาวุธได้หนึ่งชิ้น หากยังไม่มีอาวุธเป็ของตนเอง เขาเดินเข้าไปในอาคาร และแจ้งผู้ดูแล
“เ้ายังไม่ได้เปลี่ยนป้ายสินะ เดี๋ยวเ้าเข้าไปเลือกอาวุธ ข้าจะให้ศิษย์รับใช้เ้าไปเปลี่ยนป้ายให้”
เ้าหน้าที่บอกฤทธาพร้อมกับชี้ทางให้เขาเข้าไป
“เ้าเอาป้ายไปเปลี่ยนเป็ป้ายฝ่ายใน แล้วเ้าก็ลงทะเบียนรับป้ายของเ้ามาด้วย”
ผู้ดูแลคลังบอกอี้หลง อี้หลงรับป้ายแล้ววิ่งออกไป
ฤทธาเดินผ่านแถวดาบ หอก กระบี่ และอาวุธอื่น ๆ มากมาย แต่กลับไม่มีอะไรดึงดูดใจเขาเลย จนกระทั่งชีต้าร์พูดขึ้นในจิต
"เ้าลองไปดูตรงลังเก่า ๆ นั่นสิ ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างน่าสนใจ"
ฤทธาเดินไปยังจุดที่ชีต้าร์บอก และเห็นเชือกสองเส้นวางซ้อนกันอยู่ ดูเหมือนมันถูกละเลยมานานเพราะอยู่ในสภาพเต็มไปด้วยฝุ่น และของอื่นๆ วางทับถมอยู่ แต่พอหยิบขึ้นมาัั เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่าง
"เชือกนี่มันอะไรน่ะ?" ฤทธาพึมพำกับตัวเอง
ชีต้าร์หัวเราะเบาๆ
"เ้าโชคดีจริงๆ นี่ไม่ใช่เชือกธรรมดา แต่มันคือเชือกรัดอสูร มีอาคมอักขระอยู่ในเส้นเชือก ไม่มีอาวุธหรือเวทธาตุใดสามารถทำลายมันได้ และที่สำคัญ มันสามารถยืดหดได้ตามความ้าของเ้าด้วย"
ชีต้าร์บรรยายสรรพคุณ
ฤทธาตัดสินใจทดลองความแข็งแกร่งของเชือกโดยการพันไว้ที่มือ แล้วใช้ดาบฟันลงไปโดยไม่ใช้พลังปราณ ปรากฏว่าดาบไม่สามารถทำให้เชือกเป็รอยได้เลย และเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น
ทีนี้เขาลองใส่พลังปราณไปในดาบ แล้วลองฟันลงไปที่แขน เขารู้สึกถึงแรงที่มากระทบและความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
“ถ้าลองใส่พลังปราณไปที่เชือกล่ะ”
ทีนี้เขาลองฟันอีกครั้งด้วยแรงที่มากกว่าเดิม พร้อมทั้งใส่พลังปราณไปที่เชือก ปัง!! เขาไม่รู้สึกเจ็บเลย
เขาคลายเชือกออก แล้วใส่พลังสายฟ้าไปที่เชือก เอาเชือกฟาดไปที่แขนเบาๆ กับมีรอยและเืซึมออกมาเล็กน้อย พร้อมความเจ็บ
"น่าสนใจ ข้าจะเลือกเชือกสองเส้นนี้" ฤทธาตัดสินใจ
เหมือนเชือกมีปฏิกิริยา ปลายเชือกสองเส้นประสานกันเป็เส้นเดียว
เมื่อแจ้งเ้าหน้าที่ คำพูดของเขากลับทำให้ผู้ดูแลคลังอาวุธและศิษย์คนอื่น ๆ หัวเราะเยาะออกมา
"เ้าคิดจะใช้เชือกแทนอาวุธงั้นรึ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เ้าคงจะเป็ศิษย์ฝ่ายในที่แปลกประหลาดที่สุดในรอบหลายปีเลย!"
แต่ฤทธาไม่สนใจเสียงหัวเราะเ่าั้ หลังรับเชือกมา พอพ้นคลังอาวุธฤทธาทำการหยดเืเพื่อเป็เ้าของ
ทันทีที่หยดเืของเขาัักับเชือก อักขระเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นทั่วเส้นเชือก ก่อนจะจางหาย
"นี่เป็อุปกรณ์ระดับสูง เ้าจะเป็เ้าของมันแต่เพียงผู้เดียวั้แ่นี้ไป" ชีต้าร์กล่าว
หลังจากออกจากคลังอาวุธ ข่าวเื่ที่ฤทธาไม่เลือกอาวุธ แต่กลับเลือกเชือกแทนก็แพร่กระจายไปทั่วสำนัก ทุกคนต่างพากันพูดถึงเขา และเฝ้ารอดูว่าเขาจะสามารถใช้เชือกเส้นนี้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงหรือไม่…
อี้หลงเอาป้ายศิษย์อันใหม่มาให้ ฤทธาสังเกตดูมันคือแผ่นหยกอันเดิม แต่เปลี่ยนจากกรอบไม้ เป็กรอบทอง สลักอักษรว่าฝ่ายในเพิ่มลงไปแค่นั้น
“พี่อี้หลง ท่านพอรู้เื่ยาปฐมพยาบาลหรือไม่”
ฤทธาถามศิษย์รับใช้
“ครับ มียาทารักษาาแภายนอก ยาทานรักษาการบอบช้ำภายใน และยาฟื้นฟูพลัง ครับ” อี้หลงบอกฤทธา
ฤทธาเอาขวดยาออกมาสามขวดกับหนังสือเล่มหนึ่ง
“พี่เก็บยาสามขวดนี่ไว้แล้วอ่านหนังสือที่ข้าให้ไป เป็เื่รักษาพยาบาลเบื้องต้น และสมุนไพรต่างๆ ที่ข้าใช้บ่อย ต่อไปพี่ต้องให้ข้ากินหลังจากข้าฟื้นที่ห้องพยาบาล” ฤทธาบอกอี้หลง
อี้หลงรับของมาพร้อมทำท่าประหลาดใจ
“ฟื้นที่ห้องพยาบาลหรือครับ” เขาทวนคำฤทธาแบบงงๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ตามข้าไปห้องฝึกแล้วจะเข้าใจ”
ฤทธากับอี้หลงเดินไปห้องฝึกของฝ่ายใน ฤทธาดูคู่มือการเลือกคู่ต่อสู้
เขาเดินไปแจ้งอาจารย์ที่คุมห้องฝึกฝ่ายใน
“ปีศาจพยัครุ่นเยาว์ระดับหนึ่ง กับแรงดึงดูดสองเท่าครับ” พร้อมกับยื่นป้ายหยกให้ไป
อาจารย์ที่คุมห้องฝึกมองหน้าเขาแล้วรับป้ายมาลงทะเบียนเสร็จ ก็คืนป้ายศิษย์ให้ฤทธา พร้อมกับมอบป้ายโลหะที่มีเลขบอกห้องฝึกให้เขา
ฤทธารับมาแล้วเดินไปด้านใน
“พี่ไปนั่งอ่านหนังสือรอข้าที่ห้องพยาบาลเถอะ”
ฤทธาบอกอี้หลงแล้วแยกตัวไป
“ที่ผ่านมาข้ารู้สึกว่าการฟื้นตัวจากการรักษาของข้าพัฒนาขึ้นมาก แล้วพอหายดีร่างกายข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้น ข้าจึงเลือกคู่ต่อสู้ที่ยาก ถึงจะแพ้และาเ็ออกมาก็เป็ประสบการณ์ ตอนนี้ข้ายังแพ้ได้ เพราะถึงแพ้ก็ไม่ตาย แต่ถ้าอยู่ในสนามรบแล้ว ถ้าข้าแพ้ก็หมายถึงตาย”
ฤทธามุ่งหน้าเดินเข้าไปในห้องฝึก
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ขณะอี้หลงนั่งอ่านหนังสือที่ฤทธาให้มา เขาคิดว่าในสองชั่วโมงที่ฤทธาฝึกเขาจะอ่านให้หมด เพื่อที่จะทำตัวให้เป็ประโยชน์มากที่สุด
แต่แล้วฤทธาก็โดนหุ่นพยาบาลหามเข้ามา ร่างกายเต็มไปด้วยแผลและการบอบช้ำ
ศิษย์แพทย์โอสถรีบเข้ามาตรวจร่างกาย อี้หลงชะเง้อมองอย่างเป็ห่วง
ศิษย์แพทย์ทายาที่แผล พร้อมกับปล่อยธาตุแสงเพื่อให้แผลสมานไวขึ้น
แล้วเอายาเม็ดบดใส่น้ำชาป้อนฤทธา
ผ่านไปราวสี่สิบห้านาทีฤทธาก็เริ่มรู้สึกตัว าแภายนอกก็สมานดีแล้ว เหลือรอยช้ำพอให้เห็นบ้างเล็กน้อย
“พี่อี้หลง ข้าขอยารักษาภายในกับยาฟื้นพลังให้ทีสิ ขอบคุณ”
ฤทธาบอกอี้หลงนั่งอ่านหนังสืออยู่ อี้หลงไม่ทันสังเกตว่าฤทธาลืมตาแล้ว
ฤทธาพยุงตัวลุกขึ้น
“ข้าขอพักสักครู่ แล้วเรากลับเรือนพักกัน”
ฤทธาบอกขณะรับยามากิน
“ครับ” อี้หลงรับคำ
กลับถึงเรือนฤทธาก็ไปฝึกหลอมยา เขียนยันต์และฝึกหุ่นเชิด
“หนึ่งวันของข้าก็จะมีแค่นี้แหละ พี่แค่ช่วยข้าเบิกวัสดุต่างๆ ตามสิทธิ์ประจำเดือน หรือที่ข้าให้ไปแลกแค่นั้น พี่กลับไปพักเถอะวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว”
ฤทธาบอกอี้หลง
อี้หลงกลับไปพร้อมกับความรู้สึกทึ่ง
“นี่สินะผู้มีพร์ พวกเขาฝึกกันหนักมาก ทั้งที่าเ็อยู่ ก็ยังต้องฝึก” อี้หลงชื่นชมฤทธา
“เงาอัสนี ก้าวอัสนี ก้าวพันลี้”
ฤทธากำลังจดจำภาพท่าร่าง ของเคล็ดวิชาก้าวพันลี้ทั้งสาม
ระบบศิษย์รับใช้ คือระบบช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจนและไม่มีรากฐานที่จะฝึกได้ให้มีอาชีพในยุคานี้ พอเป็เด็กรับใช้ครบห้าปี สามารถเลือกไปฝึกอาชีพในสาขาต่างๆ ต่อได้ ไม่ว่าจะเป็คนงานโรงประกอบเรือเหาะ โรงโอสถ โรงตีเหล็กและอื่นๆ