ตอนที่ 28 จัดการบ้าน (1)
เมื่อนายหญิงผู้เฒ่าพูดจบสวี่เฉิงอวี๋ก็เหลือบมองเหลียงซื่อครู่หนึ่งอย่างแนบเนียน ซึ่งสีหน้าของเหลียงซื่อก็ไม่สู้ดีจริงๆ ด้วย
นางลอบยิ้มในใจหากแต่สีหน้าเรียบเฉย เพียงเรียกท่านย่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “กำไลวงนี้อาสะใภ้สามมอบให้ข้าเมื่อเดือนก่อน ข้าเห็นว่าความบริสุทธิ์และความโปร่งใสมันยอดเยี่ยมเลยทีเดียวเจ้าค่ะ”
สีหน้านายหญิงผู้เฒ่าเว่ยบึ้งตึงในทันที
นางหันมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งชัดเจนว่าไม่ค่อยพอใจมากนัก ทำเอาเหลียงซื่ออึดอัดไปหมด ทั้งยังรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ในที
นายหญิงผู้เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าเป็นคนละเอียดรอบคอบมาตลอด แม้แต่พี่สะใภ้ใหญ่เจ้าไม่สบายร่างกายตอนกำลังตั้งครรภ์ไม่เหมาะทำงานหนักเจ้าก็ยังใส่ใจเรื่องนี้ ไยเจ้าจึงมอบกำไลสีเขียวเช่นนี้ให้นางหนูห้าเล่า กำไลวงนี้เหมาะสำหรับเจ้าสวมใส่ คนเป็นผู้ใหญ่รักเอ็นดูลูกหลานย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ไยเจ้าจึงไม่คิดดูเสียบ้าง นางหนูห้าเป็นเด็กอายุสิบกว่าปีเท่านั้น บนข้อมือควรสวมใส่สีเรียบๆ หรือไม่ก็สีสดใสจึงจะเสริมให้ดูงามตา เจ้ามอบกำไลสีเขียวมรกตโบราณเช่นนี้ให้นาง ทั้งยังราคาแพงนัก ถ้านางไม่ยอมสวมใส่ก็จะกลายเป็นเด็กอกตัญญู แต่ถ้าใส่ออกไปข้างนอกจริงๆ ก็จะทำให้ผู้คนข้างนอกหัวเราะเยาะนาง”
เหลียงซื่ออับจนคำพูด ไม่กล้าโต้แย้งอันใดทั้งสิ้น
นายหญิงผู้เฒ่าลำเอียงมาโดยตลอด นางมาเยือนที่นี่ในวันนี้เดิมทีนึกว่าตนเองพูดจาระมัดระวังมากที่สุดแล้ว แต่ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความฉลาดที่มีมาทั้งชีวิตของนายหญิงผู้เฒ่า เพียงมองปราดเดียวก็เห็นความคิดนางอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่คร้านใจจะถือสาเอาความกับนางเท่านั้นเอง
สวี่เฉิงอวี๋หาใช่คนมีความคิดเรียบง่าย…กำไลวงนั้นนางมอบให้ตั้งเดือนกว่าแล้วสวี่เฉิงอวี๋ไม่เคยสวมเลยสักครั้งเดียว วันนี้พอนายหญิงผู้เฒ่าให้เหมยโซ่วไปเรียกนาง นางกลับตั้งใจสวมมันมาถึงเบื้องหน้านายหญิงผู้เฒ่าโดยเฉพาะ
เหลียงซื่อเผยรอยยิ้มด้วยความเคอะเขิน “ข้าละเลยเรื่องนี้ไปเสียแล้วสิ ก่อนหน้านี้ข้าได้กำไลแบบเดียวกันมาหนึ่งคู่ จึงนำอีกวงหนึ่งไปให้เฉิงเหยา พวกนางสองพี่น้องมีไมตรีที่ดีต่อกันมาตลอดข้าจึงนำอีกวงหนึ่งมาให้เฉิงอวี๋ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าพวกนางอายุยังน้อย ไม่เหมาะกับกำไลเขียวมรกตที่ดูโบราณเช่นนี้”
แม้ว่าสวี่เฉิงอิงจะเป็นคนความคิดเรียบง่ายมาโดยตลอด แต่ตอนยังเด็กนางซุกซนมากจนมักถูกดุด่าเป็นประจำ ด้วยเหตุนั้นนางจึงฝึกความสามารถในการวิเคราะห์สีหน้าผู้อื่น หากว่าพวกผู้ใหญ่เผยสีหน้าผิดปกติไปชั่วขณะจนนางรู้ว่าต้องถูกดุด่าลงโทษ ก็จะทำตัวโอนอ่อนผ่อนตามเอาไว้ก่อน พร้อมทั้งทำตัวออดอ้อนเพื่อปกปิดความผิดตนเอง
ขณะนี้เมื่อเห็นท่านแม่ของตนสีหน้าผิดปกติ แม้แต่นายหญิงผู้เฒ่าก็เผยสีหน้าบึ้งตึงเคร่งขรึมชัดเจนว่าคือท่าทีไม่พอใจ
คาดว่าคงเป็นเพราะกำไลวงนี้…
ด้วยเหตุนั้นนางจึงเรียกท่านย่าด้วยน้ำเสียงพึมพำ “กำไลวงนี้ไม่ดีหรือเจ้าคะ ตอนนั้นท่านแม่ได้มาคู่หนึ่ง ข้าชอบมากจนต้องไปขอจากนาง นางยังไม่ยอมมอบให้ข้าเลย นางเอาไปให้พี่หญิงสามวงหนึ่ง ส่วนอีกวงหนึ่งเอาไปให้พี่หญิงห้า พอข้าโวยวายนางก็ดุด่าข้าตั้งหลายวันเลยเจ้าค่ะ”
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยเป็นต้องหัวเราะกับคำพูดนางอีกครั้ง จึงไม่ใส่ใจเหลียงซื่ออีกต่อไปเพียงโอบกอดและหยอกล้อนางยกหนึ่ง ไม่พูดถึงเรื่องกำไลวงนั้นอีก
สวี่เฉิงอวี๋มองพวกนางหยอกล้อกันและค่อยๆ ละสายตาออกจากเหลียงซื่อ “ท่านย่า วันนี้เกิดเรื่องขึ้นที่หลังครัว ร่างกายท่านแม่ไม่ค่อยสบาย ไม่สามารถไปจัดการเรื่องนี้ได้ ข้าเกรงว่านางจะฝืนตนเองแล้วกระทบกระเทือนถึงครรภ์ของนางจึงไปจัดการเรื่องนี้แทนท่านแม่ เดิมทีข้ายังคิดว่าในบ้านมีคนมากมายหลากหลายเสียงวิจารณ์ ไม่อาจตัดสินถูกผิดได้ชัดเจน วันข้างหน้าถ้าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกจะทำเช่นไรดี ข้าลังเลอยู่ตั้งนาน ไม่กล้ามารายงานเรื่องนี้กับท่าน ตอนนี้อาศัยจังหวะที่ท่านยังอารมณ์ดี ข้าจึงไม่กลัวว่าท่านจะดุข้า ขอรายงานให้ท่านฟังสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”