เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 33 ผู้ชนะในการทดสอบรอบที่ 2

    หลังจากที่เทียนอี้ได้ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากปากของเหลียงตงเทียนอี้ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ไล้จับสุนัขจิ้งจอกเพื่อเอาใจหญิงสาวที่ตนชอบจนต้องมาเจอกับอสรพิษหยางแดงโดยบังเอิญนี่มันเรื่องตลกอะไรกัน เทียนอี้ถึงกับต้องส่ายหน้าให้กับพวกของเหลียงตงทั้งสามคน
    "แล้วเราจะเอายังไงกับอสรพิษหยางแดงตัวนี้ดี" เทียนอี้ถามเหลียงตง เพราะถึงแม้ว่าเทียนอี้จะเป็นคนจัดการกับอสรพิษหยางแดงตัวนี้ แต่คนที่เจอมันก็คือพวกของเหลียงตง
    "พี่ใหญ่เอามันไปเถอะท่านเป็นคนฆ่ามันได้ และท่านยังเป็นคนช่วยชีวิตพวกเราไว้อีกด้วยเราคงไม่กล้าเอามันมาเป็นของตัวเองแน่นอน" เหลียงตงพูดขึ้นมาในขณะที่ม่านผิงและหม่าจงต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
    "ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามที่พวกเจ้าว่ามาแล้วกัน" จากนั้นเทียนอี้ก็เก็บซากของอสรพิษหยางแดงลงไปในแหวนมิติ และไม่ลืมที่จะนำผลึกอสูรออกมาจากร่างของมันด้วยด้วย
    หลังจากจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเวลาในการทดสอบก็ใกล้จะหมดแล้วเช่นกัน พวกเขาจึงตกลงว่าจะออกจากป่าอสูรกันทันที ตอนนี้พวกเขาทุกคนต่างสามารถจัดการกับอสูรปฐพีได้ทุกคน โดยที่เหลียงตง ม่านผิง และหม่าจงต่างก็ได้มาคนล่ะหนึ่งตัว
    ส่วนเทียนอี้นั้นได้ได้มามากที่สุด ได้รับอสูรปฐพีระดับต่ำมาสามตัว และอสรพิษหยางแดงอีกหนึ่งตัวซึ่งจัดเป็นอสูรปฐพีระดับสูง สรุปแล้วในการทดสอบครั้งนี้เทียนอี้เพียงคาเดียวได้จัดการกับอสูรปฐพีไปถึง 4 ตัว
    ประมาณ 2 เค่อต่อมาพวกของเทียนอี้ก็ได้ออกมาจากป่าอสูร ซึ่งในตอนนี้ตอนนี้มีคนบางส่วนได้ออกมาแล้วเช่นกัน บางคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในการทดสอบครั้งนี้บางคนก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ส่วนใหญ่พวกเขาจะล่าเพียงอสูรปฐพีระดับต่ำมาคนล่ะตัวเท่านั้น
    เพราะมันง่ายกว่าการล่าพวกระดับกลางและระดับสูงมาก พวกเขาเพียงแค่ต้องการผ่านการทดสอบเท่านั้น แต่ก็มีบางคนเช่นกันที่ต้องการรางวัลจากทางสำนักจึงล่าในจำนวนมาก หรือเลือกล่าระดับกลางหรือสูงแทนเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง
    อย่างเช่นฟางเล่ย ชายผู้นี้คือน้องชายของฟางจั่วสมัครมาทดสอบเข้าสำนักจันทรเสี่ยว ตัวของฟางเล่ยนั้นนับว่าเป็นอัฉริยะคนหนึ่งมันจึงมีความหยิ่งยโสในตัวเองค่อนข้างมาก ชอบที่จะเป็นผู้ชนะมากกว่าสิ่งได ในการทดสอบครั้งนี้มันจึงลงทุนเป็นอย่างมากก็ได้มาไม่น้อยเช่นกัน
    หลังจากนั้นไม่นานสัญญาณพลุสีก็จุดขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าครบกำหนดเวลา 5 ชั่วยามแล้วจากนั้นผู้เข้ารับการทดสอบทั้ง 300 คนก็มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าทางเข้าป่าอสูร ตอนนี่ก็อยู่ในช่วงยามโหย่วพอดี(17:00น.-18:59น.)พอดี
    "เอาล่ะถ้าได้อสูรปฐพีมาคนผู้นั้นถือว่าผ่านการทดสอบในรอบที่สองนี้ และจะได้เป็นศิษย์นอกของสำนักที่ลงทะเบียนไว้อย่างเป็นทางการ"
    "แต่ถ้าผู้ไดไม่ได้อสูรปฐพีมาเลยสักตัวถือว่าคนผู้นั้นไม่ผ่านการทดสอบและต้องกลับบ้านไป"ผู้ที่เป็นผู้คมสอบกล่าวออกมาพร้อมทั้งให้ทุกคนแสดงอสูรปฐพีที่ยนเองมีออกมา
    โชคดีที่ทั้ง 300 คนทุกคนต่างก็ได้มากันคนล่ะหนึ่งตัวเป็นอย่างน้อยทุกคนจึงผ่านการทดสอบใรรอบที่สองไปได้ และได้กลายเป็นศิษย์นอกของสำนักที่ตนลงทะเบียนไว้อย่างเป็นทางการ
    "ในเมื่อพวกเจ้าทุกคนต่างก็ผ่านกันหมดทุกคนเช่นนั้น เราจะมาหาผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้กัน คนที่ได้อสูรปฐพีสามตัวขึ้นไปให้ก้าวมาข้างหน้า" เมื่อสิ้นเสียงของผู้คมสอบก็มีคน 5 คนเดินออกไปด้านหน้ารวมทั้งเทียนอี้ด้วย
    "พวกเจ้าทั้ง 5 คนทำได้ไม่เลวเอาอสูรปฐพีของพวกเจ้าออกมาวางไว้ข้างหน้าทีล่ะคนทีล่ะคน"
    -ชายคนแรกที่มีรูปร่างใหญ่โตได้นำอสูรปฐพีขั้นต่ำสามตัวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ-ชายคนที่สองเป็นคนตัวเล็กผอมก็ได้นำอสูรปฐพีขั้นต่ำออกมาสามตัวเช่นเดียวกัน-คนที่สามเป็นหญิงสาวในชุดสีเขียวได้นำอสูรปฐพีขั้นต่ำออกมา 4 ตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย-คนที่สี่คือฟางเล่ยมันได้นำอสูรปฐพีขั้นต้นออกมาถึง 3 ตัวและยังมีอีกหนึ่งตัวที่เป็นขั้นกลางทำให้เรียเสียงฮื้อฮาได้ไม่น้อย ตัวมันได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มันมั่นใจว่าตัวเองต้องเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน-คนสุดท้ายคือเทียนอี้ เขาเอาอสูรปฐพีขั้นต่ำออกมา 3 ตัวก่อนจะหยิบอสรพิษหยางแดงออกมาอีกหนึ่งตัวซึ่งมันเป็นขั้นสูง
    เมื่อทึกคนเห็นเทียนอี้เอาอสรพิษหยางแดงออกมาคนที่รู้ถึงความร้ายกาจของมันต่างก็อึ้งกันไปเพราะอสรพิษหยางแดงนั้นเป็นอสูรปฐพีขั้นสูงและที่น่ากลัวที่สุดคือพิษของมันที่สามารถสังหารผู้ที่อยูต่ำกว่าขอบเขตจักรพรรดิได้ทุกคน จึงจัดการได้ยากมาก
    ตอนนี้ฟางเล่ยได้หุบรอยยิ้มบนใบหน้าไปเรียบร้อยแล้ว มันทำเพียงมองเทียนอี้ด้วยสายตาไม่พอใจที่ช่วงชิงที่หนึ่งไปจากเขา ในตอนนี้ผลคือเทียนอี้เป็นผู้ได้อันดับหนึ่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันเมื่อเทียนอี้ได้นำอสรพิษหยางแดงออกมาผู้ควบคุมการทดสอบก็ได้หรี่ตามองไปที่เทียนอี้เช่นกัน......

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน