
ตอนที่1 พ่อเลี้ยงชุนห์
มือสีคร้ามยกถ้วยกาแฟที่มีควันลอยกรุ่นขึ้นจิบอย่างละเมียด
หวังให้ฤทธิ์ของคาเฟอีนในเครื่องดื่มยอดฮิตของคนเกือบทั้งโลกกระตุ้นให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและปลอดโปร่งในยามเช้าที่อากาศสดชื่นแบบนี้ สายตาคมกล้าทอดมองไปยังทิวเขาไกลสุดลูกหูลูกตาที่ทอดยาวเรียงรายเป็เส้นแบ่งเขตแดนของไร่ ***‘อุ้มรัก’***ที่มีพื้นที่หลายร้อยไร่ และแน่นอนที่สุดว่าน้อยคนเหลือเกินในจังหวัดเชียงใหม่ที่จะมีใครไม่รู้จักเ้าของไร่ ซึ่งคนทั่วไปเรียกเขาว่า
พ่อเลี้ยงชุนห์
หรืออีกชื่อก็คือ นาย ปักษธร ภากร
จากหนุ่มวิศวโยธาอนาคตไกลในเมืองหลวง โชคชะตาหรือฟ้าสาปให้ชีวิตพลิกผันกลายมาเป็พ่อเลี้ยงคนดัง ผู้ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากคนหนึ่งในแถบนี้ ระยะเวลาเพียงห้าปีเศษที่เขาเพียรสร้างอาณาจักรของตนเองให้กลายเป็ไร่ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของจังหวัด ไม่มีใครล่วงรู้ประวัติความเป็มาของเขา ก่อนจะย้ายมาตั้งรกรากในจังหวัดภาคเหนือแห่งนี้ ไม่มีใครรู้เหตุผลที่เขาทิ้งชีวิตอันสุขสบายในเมืองหลวงซึ่งเต็มไปด้วยความศิวิไลซ์ ทิ้งอาชีพวิศวกรอันเป็ที่รักซึ่งกำลังก้าวหน้าอย่างที่สุด ไม่มีใครรู้…
แม้แต่ตัวเขาเองก็พยายาม…ลบมันออกไปจากความทรงจำ
“พ่อเลี้ยงชุนห์คะ ป้าจนปัญญาแล้วค่ะ”
แม่บ้านวัยห้าสิบปีเศษเรียกเ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่เจือแววหนักอกหนักใจแฝงมาในประโยคของนาง และคล้ายเหมือนปักษธรจะรู้ความหมายในสิ่งที่นางกำลังจะบอกได้เป็อย่างดี
“เอาอีกแล้วเหรอครับป้าแก้ว”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้ม ก่อนจะระบายยิ้มน้อยๆ พลางส่ายศีรษะ
“ค่ะพ่อเลี้ยง ป้าพยายามแล้วนะคะแต่…คงต้องถึงมือพ่อเลี้ยงแล้วล่ะค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง ป้าแก้วมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
“ค่ะๆ”
แม่บ้านสูงวัยพยักหน้ารับคำด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ดวงหน้าของนางเต็มไปริ้วรอย เนื่องจากผ่านร้อนหนาวมาหลายฤดูกาล นางหมุนตัวกลับออกไปแล้วลอบพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก นางแก้วเข้ามาทำงานในไร่อุ้มรักั้แ่ก่อตั้งไร่มาใหม่ๆ ด้วยความที่ตัวนางเองไม่มีครอบครัวหรือญาติมิตรที่ไหน จะมีเหลืออยู่ก็แค่พี่สาวเพียงคนเดียว อายุอานามห่างกันเพียงสองปีและทำงานลักษณะคล้ายกันนี่อยู่ที่กรุงเทพ มีการติดต่อพูดคุยกันบ้างนานๆที แล้วอีกอย่างนางยังเป็คนในพื้นที่จึงไม่คิดที่จะขยับขยายลาออกไปหางานที่อื่นทำ มิหนำซ้ำเ้าของไร่ก็ยังเอาใจใส่ดูแลมีน้ำใจกับนางและบรรดาคนงานเป็อย่างดี ผิดกับข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วอย่างหน้ามือเป็หลังมือ ว่าเ้าของไร่อุ้มรักเป็พวกกักขฬะและนิสัยดุร้าย