แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 53: ดอกเบญจมาศเสียหาย

    บทที่ 53: ดอกเบญจมาศเสียหายในตอนนี้ หลี่ลี่อยากที่จะพุ่งออกไป กระแทกหมัดเข้าที่เบ้าตาทั้งสองของอีกฝ่ายให้กลายเป็นแพนด้าเข้าเสียจริงๆ ทว่าเขาไม่กล้าขยับ ถ้าหากเขาลงมือจริงๆ เครือบริษัทจ้งซานคงได้มีเรื่องกับอีกฝ่ายจริงๆคนมาเข้าร่วมงานเลี้ยงของเขา ทั้งยังมอบของขวัญแสดงความยินดีที่นายเขาสุขภาพดีแล้ว สุดท้ายแล้วดันไปตีอีกฝ่ายเข้า? ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปมันจะส่งผลแบบไหนกัน?“แม่งเอ้ย!” หลี่ลี่กำหมัดแน่น อยากจะลงไม้ลงมือกับอีกฝ่าย“หลี่ลี่!” หลี่เยว่เหยาเอ่ยเสียงเย็น หากเขาลงมือ ก็คงเป็นไปตามแผนของอีกฝ่าย เรื่องแค่นี้ไม่รู้เหรอ?ถุ้ย!เยี่ยเสี่ยวซ่งที่มีท่าทีเย่อหยิ่งจองหองอย่างมาก ถุยหมากฝรั่งที่เคี้ยวเอาไว้ในปากออก และมันบังเอิญไปแปะอยู่บนหน้าผากของหลี่ลี่เข้าพอดี“ไอ้เวรเอ้ย!” หลี่ลี่ใช้มือข้างหนึ่งแกะมันออก และมันก็ได้ย้ายตัวเองไปติดอยู่ที่มือของเขาแทน ในใจรู้สึกอยากตายขึ้นมาทันที นี่มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้วแขกหลายคนรู้สึกศีรษะชาหนึบ มองปาหี่ตรงหน้าอย่างเงียบงันเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งและเครือบริษัทจ้งซานขัดแย้งกันมาตลอด ต่อสู้กันทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ทุกคนล้วนได้ยินเรื่องเล่าขานกันมาบ้าง เมื่อเห็นสถานการณ์วันนี้ ก็ค้นพบว่าความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายนั้นได้อยู่ในระดับที่ไม่อาจประนีประนอมได้อีกต่อไป“พอได้แล้ว!” ใบหน้าชราภาพของหลี่จ้งซานดำมืด เอ่ยขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว: “เยี่ยเสี่ยวซ่ง! อย่าให้มันเกินไปนัก”“ไอ้หย๋า! ลุงหลี่! ผมแค่หยอกเล่น ทำไมถึงต้องจริงจังนัก?” เยี่ยเสี่ยวซ่งแย้มยิ้ม ท่าทีอ่อนลงบ้าง ทว่าพลันย้ายความสนใจของตนเองไปที่หลินเซียว“หมอเทวดาใช่ไหม?” เยี่ยเสี่ยวซ่งเดินไปยังข้างกายหลินเซียว มองขึ้นๆ ลงๆ อยู่ครึ่งค่อนวัน เค้นเสียงเย้ยออกมา “ไอ้หนูที่ขายสินค้าปลอมๆ อย่างนาย ก็เรียกว่าหมอเทวดาได้เหรอ? นี่มันน่าขำชะมัด ไม่สู้เอาแบบนี้ ตระกูลหลี่จ่ายให้นายเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้นายสองเท่าเลย! ไม่สิ! สามเท่า นายมาทำงานที่บ้านฉันแทน ว่าไง?”“ไม่สนใจ!” หลินเซียวเอ่ยตอบเสียงเรียบ“สี่เท่า!” เยี่ยเสี่ยวซ่งชูนิ้วขึ้นมาสี่นิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความจองหอง“โทษนะ!” หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย“ห้าเท่า!” เยี่ยเสี่ยวซ่งยังคงเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส เขาไม่เชื่อว่า จะมีคนที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน“นายป่วยเป็นอะไรเนี่ย?” หลินเซียวเลิกคิ้วขึ้นสูง “ฉันจะรักษาให้นายก็ได้”“ไอ้หนู อย่าให้ต้องเตือนดีดีไม่ฟังแต่ต้องบังคับถึงจะฟัง คุณชายผู้นี้ชวนนาย นายคิดว่านาย……”เพี้ยะ!เสียงของเยี่ยเสี่ยวซ่งยังไม่ทันจางหายไป หลินเซียวก็ตบอีกฝ่ายไปครั้งหนึ่งผู้คนทั้งหมดนิ่งอึ้งไม่มีใครอยากจะเชื่อว่า หลินเซียวที่อยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คน จะลงมือตบเยี่ยเสี่ยวซ่งเข้าจริงๆ“แก…… แกกล้าตบฉันงั้นเหรอ?” เยี่ยเสี่ยวซ่งเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อวันนี้เขามาโดยไม่ได้รับคำเชิญ ไม่แม้แต่จะพาผู้คุ้มกันมาสักคน เพียงเพื่อที่จะมาสร้างความวุ่นวาย เขาพึ่งพาวิชาต่อสู้สองสามอย่างที่เล่าเรียนมา ไม่หวาดกลัวว่าคนธรรมดาจะสามารถต่อกรด้วยได้รวมทั้ง เขายังค่อนข้างมั่นใจ ไม่ว่าเขาจะสร้างปัญหามากแค่ไหน หลี่จ้งซานก็จะอดทนอดกลั้น ไม่ลงไม้ลงมือกับเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า คาดคำนวณถึงทุกคนเอาไว้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีไอ้เด็กโง่คนหนึ่งอยู่“ไสหัวไป!” หลินเซียวถูกอีกฝ่ายทำให้หงุดหงิด ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นพี่เสี่ยวซ่งหรือพี่ต้าซ่งหลี่เยว่เหยามีสีหน้าตื่นตระหนก อยากจะห้ามปรามหลินเซียว ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา มีคนกล้าที่จะลงมือกับคุณชายอันดับหนึ่งพี่เสี่ยวซ่งแห่งเมืองหลงเถิงด้วยหนึ่งฝ่ามือของหลินเซียวนี้ สร้างขื่อขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง“แก…… ไอ้เด็กดี!” เยี่ยเสี่ยวซ่งรู้สึกเลวร้ายอย่างมาก กระโดดเหยงๆ ตวาดใส่อีกฝ่าย ยกหมัดขึ้นหมายจะชกหลินเซียวตูม!วิชากังฟูแบบแมวสามขาของเขา ในสายตาของหลินเซียว มันแทบจะเรียกได้ว่าการละเล่นของเด็ก ชายหนุ่มเตะเข้าที่ท้องของอีกฝ่าย“อั่ก!”เยี่ยเสี่ยวซ่งตัวงอ กระอักเอาน้ำใสๆ ออกมาคำโต ใบหน้าขึ้นสีราวกับตับหมู หอบหายใจอย่างเจ็บร้าวเปลือกตาของทุกคนกระตุก เจ้าเด็กนี่กล้าหาญเกินไปแล้ว ไม่รู้หรือว่าพี่เสี่ยวซ่งเป็นคนจิตใจคับแคบแค่ไหน ไม่ใช่ว่าบ้าบิ่นไปหน่อยเหรอ?วันนี้นายตีเขา มีความสุข น่ากลัวว่าวันต่อไปจะนอนตายอยู่ข้างถนนทุกคนมองไปยังหลินเซียวด้วยสายตาสงสาร ถอนหายใจออกมาทีล่ะคนสองคน หมอดีๆ คนหนึ่ง กลับถูกทำลายภายใต้ความใจร้อนของตนเองเสียได้“แก…… แกรอฉันก่อนเถอะ……” เยี่ยเสี่ยวซ่งได้รับการโจมตีทางจิตใจอย่างรุนแรง งอตัวเดินถอยหลัง ตวาดออกมา “แกกล้ามาก!”“ยังไม่ไปอีก?” หลินเซียวจ้องมองอีกฝ่าย เยี่ยเสี่ยวซ่งที่หวาดกลัวรีบล่าถอยไป ทว่าเขาไม่อาจลุกขึ้นยืนได้และล้มลงบนพื้นดังตุบ“โอ้ย!”เศษแก้วที่ใครบางคนทำแตกเอาไว้บนพื้น พลันทิ่มแทงเข้าไปในกลีบดอกเบญจมาศของเขาอย่างกะทันหัน“เฮือก……” เยี่ยเสี่ยวซ่งตาเหลือก แทบจะสลบไปด้วยความเจ็บปวด ริมฝีปากม่วงคล้ำขึ้นเมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนพยายามกลั้นขำเอาไว้ ทรมานเสียจนใบหน้าลำคอแดงก่ำไปหมด หันศีรษะหนีไปทีล่ะคนสองคน ปิดปากตนเอง กลัวว่าจะเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง แล้วจะถูกเยี่ยเสี่ยวซ่งหมายหัวเมื่อเห็นหลี่ลี่ปรบมือและหัวเราะออกมา: “ฮ่าฮ่าฮ่า…… สู้ได้ดี สู้ได้ดี”เขาไม่กล้าที่จะลงมือ เป็นหลินเซียวที่ลงมือ ไม่ต้องพูดถึงความยินดีในใจของเขาเลย เขายังคิดที่จะพุ่งเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันตีด้วยซ้ำเยี่ยเสี่ยวซ่งที่เย่อหยิ่งจองหอง ชี้หน้าทุกคนแล้วตวาด: “พวกแกทุกคน ฉันจะจำเอาไว้ แม่งเอ้ย! ร่วมมือกันรังแกฉันใช่ไหม? พวกแกรอก่อนเถอะ!”“เดี๋ยว!” หลินเซียวพลันเลิกคิ้วสูง เดินตรงไปหาอีกฝ่าย หยิบร่างของอีกคนขึ้นมา ราวกับกำลังหิ้วลูกแมวตัวเล็กๆ จากนั้นจึงเอ่ยเสียงต่ำ “เยี่ยเสี่ยวซ่ง นายเห็นหน้าฉันชัดๆ แล้ว วันนี้เป็นปัญหาของหลินเซียวแค่คนเดียว อย่าไปลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เข้าใจไหม?”เยี่ยเสี่ยวซ่งดิ้นรนอยู่ครึ่งค่อนวัน ทว่าไม่อาจที่จะดิ้นหลุดออกจากมือของหลินเซียวได้ ทำได้เพียงตะโกนอย่างไม่เต็มใจ: “หลินเซียว! แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือลูกชายของเยี่ยต้าซ่ง ประธานของเครือบริษัทฮุ่ยโซ่ง แกกล้าลงมือกับฉันงั้นเหรอ? รู้ไหมว่าผลที่ตามมาคืออะไร?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าต้าซ่งเสี่ยวซ่งอะไร ฉันรู้แค่ว่าถ้านายยังไม่ออกไปอีก อีกไม่นานนายจะกลายเป็นศพ!” หลินเซียวสะบัดข้อมือ เหวี่ยงร่างของเยี่ยเสี่ยวซ่งออกไป ร่างของเขากระเด็นลอยห่างออกไปหกเมตรโครม!ดอกเบญจมาศเสียหาย เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ ใบหน้าของเยี่ยเสี่ยวซ่งพลันมืดทะมึนลงอย่างสิ่นเชิง นอนอยู่บนโต๊ะกินข้าวที่แตกหักอยู่นานไม่อาจลุกขึ้นยืนใบหน้าของหลี่จ้งซานสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ทว่าในใจปรากฏความยินดีขึ้นอย่างไร้เหตุผล สิ่งที่เขาไม่กล้าทำ หลินเซียวช่วยเขาลงมือ ช่วยทำให้เขาโล่งอกโล่งใจไปทว่า เขายังไม่อาจแสดงออกได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นว่าเกือบแสดงออก เขาก็รีบกระแอมไอออกมาสองสามครั้ง เอ่ยขึ้นเสียงดัง: “มาเร็ว รีบช่วยนายน้อยเสี่ยวซ่ง เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง? หมอเทวดาหลิน สิ่งที่คุณทำค่อนข้างไม่สมควรนะครับ จะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นแขก”“ครับ! ประธาน!” หลี่ลี่มีท่าทีกระตือรือร้นที่สุด เขาโบกมือเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนมา พวกเขาต่างก็วิ่งระริกระรี้มา ตะโกนโหวกเหวกเสียงดัง “ไอ้หย๋า! พี่เสี่ยวซ่ง ก้นคุณเป็นอะไรรึเปล่า? โหดร้ายเกินไปแล้ว ท่านหมอเทวดาหลินทำแบบนี้ได้ยังไงกัน?”เยี่ยเสี่ยวซ่งโกรธจนแทบจะร้องไห้ ไม่เพียงแค่ดอกเบญจมาศของเขาจะได้รับบาดเจ็บ ทว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาก็บวมขึ้นราวกับหัวหมู ร่างกายเจ็บปวดอย่างมาก แค่ขยับทีเดียวก็ต้องสูดลมหายใจด้วยความเจ็บปวดมันไม่ใช่เพียงเท่านั้น หลี่ลี่ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นมาก เขาดึงมือของเยี่ยเสี่ยวซ่งให้ลุกขึ้นมา ทั้งยังเอ่ยว่า: “พี่เสี่ยวซ่ง ให้ผมช่วยเอง!”“เฮือก…..” ดวงตาของเยี่ยเสี่ยวซ่งแทบจะกลอกขึ้นไปเหลือแต่ตาขาว กรีดร้องออกมา “หลี่ลี่! ฉันจะฆ่าโคตรเหง้าแก!”“พี่เสี่ยวซ่ง! ทำไมถึงได้พูดจาหยาบคายกัน? ผมกำลังช่วยคุณเนี่ย จะช่วยพาคุณไปโรงพยาบาล เห็นก้นคุณเจ็บไม่น้อย ไม่ใช่ว่าดอกเบญจมาศเสียหายไปแล้วเหรอ?” หลี่ลี่และพนักงานรักษาความปลอดภัยสองสามคน ฉุดดึงร่างของอีกฝ่ายไปโดยไม่ถามความเห็น ยกร่างของเยี่ยเสี่ยวซ่งออกไปเสียงกรีดร้องและคำข่มขู่ที่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว ดังขึ้นมาจากด้านนอกตึก เต็มไปด้วยความน่าอนาถและรันทดใจเมื่อร่างของเยี่ยเสี่ยวซ่งหายไปอย่างสิ้นเชิง แขกหลายคนสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจอดกลั้นต่อไปได้อีก พลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเต็มที่ในเวลาเดียวกัน สายตาของทุกคนที่มองไปยังหลินเซียวก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน...