ทุ่งป่ามืดบริเวณใกล้อาณาเขตเมืองรากไม้ ร่างของเคอซวนที่ควบม้ากระดาษที่มีอักษรเวทย์เต็มตัว เขาและม้ากระดาษพุ่งเร็วราวกับสายลมนำพา จนเกิดริ้วแสงในความมืดมิดสีฟ้า
กุบกับกุบกับ
"เป็นที่นี่" เมื่อถึงที่หมายซึ่งเป็นซากปรักหักพังของหมู่บ้านร้างกลางป่าเขา ที่ตอนนี้มันดูราวกับเป็นหมู่บ้านผีสิง
เคอซวนกระโดดลงจากม้ากระดาษเร็ว เขามองเห็นร่องรอยของเลือดที่เริ่มแห้ง แต่จากประสบการณ์ของเคอซวน เขารู้ว่าหมู่บ้านเหล่านี้พึ่งถูกทำลายเมื่อไม่นาน จากสภาพเลือดที่แห้งและแข็งตัวที่ยังพอมีความช่ำอยู่
ม้ากระดาษคลี่เป็นแผ่น ก่อนลอยละลิ่วและพับตัวเองเร็ว เข้าไปในแขนเสื้อของเคอซวน
ความสามารถด้านผู้วิเศษของเคอซวนช่างเติบโตอย่างรวดเร็ว การกระทำของเคอซวนแม้จะดูสามัญ แต่สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าตอนนี้เคอซวนนั้น ได้เป็นผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งสัมผัสแล้วเพียงแต่มันจะอยู่ในบันไดขั้นใดก็เท่านั้น
ทุกท่วงท่าของเคอซวนมันมีความละเอียดอ่อนในการใช้พลังวิเศษของตัวเองในการทำสิ่งต่างๆ แฝงอยู่
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจมากกว่าการที่เคอซวนเป็นผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัสก็คือ ความชำนาญในพลังวิเศษระดับสูงของตัวเขาต่างหาก ทำไมเคอซวนจึงดูชำนาญแบบนี้ราวกับเขาเคยฝึกมันมาทั้งชีวิต
ด้านหน้าเคอซวนยกมือขึ้น วงเวทย์ที่ซับซ้อนหลายชั้นปรากฏ แสดงออกว่าเคอซวนชำนาญวงจรเวทมนตร์ชั้นสูงอย่างลึกซึ้ง ไม่เหมือนผู้วิเศษแท้จริงที่พึ่งบรรลุอาณาจักรแห่งสัมผัสแม้แต่น้อย
ด้านหน้าและรอบตัวเคอซวนราวมีแสงดาวระยิบระยับรอบตัว สายลมอ่อนโชย ก่อนสายธารหมอกสีขาวอ่อนระยิบระยับนี้ จะถูกบังคับจากวงเวทย์ที่เคอซวนสร้างขึ้น มันค่อยๆ แผ่กระจายและไหลทะลักลอยละล่องไปทั่วหมู่บ้านร้างกลางป่าเขาแห่งนี้ จนครอบคลุมไปทั่วหมู่บ้าน
จากนั้นเคอซวนก็เริ่มเดินสำรวจ เขามองหาบางสิ่งบางอย่างที่คนธรรมดายากจะมองเห็น
"ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย..." เสียงหวีดหวิดดังเบา มันเจือจางอย่างยิ่ง แต่ในหมู่บ้านกลางป่าที่เงียบงันเคอซวนได้ยินมันชัด
"ทางนี้" เคอซวนรีบพูดกับตัวเอง พร้อมวิ่งไปที่บ้านหลังหนึ่ง ประตูไม้ของบ้านหลังนี้พังดูระเกะระกะ เคอซวนเพียงชูมือ บานประตูก็ลอยขึ้น เมื่อเขาผายมือออก ข้างประตูไม้ผุพังก็ลอยไปไกล
เมื่อเข้าไปในบ้าน ด้วยความที่เวทย์ของเคอซวนยังมีผล หมอกขาวและแสงดาวระยิบระยับ ที่ปรากฏไปทั่วเมืองทำให้ที่นี่ไม่มืดมิดเลย
ไม่มีสิ่งใดทำให้เคอซวนประหลาดใจเมื่อเขาเข้ามา แม้ตรงหน้าเขาจะเป็นกองกระดูกและซากเนื้อที่เน่าเหม็น มีที่มีหนอนศพชอนไชอยู่ก็ตาม
เหนือซากศพมีร่างวิญญาณสีขาวจางๆ ปรากฏ
โดยทั่วไปมนุษย์ไม่ควรมองเห็นดวงวิญญาณที่คล้ายเป็นนามธรรมเช่นนี้ได้ แต่ที่ทำให้เคอซวนมองเห็นและได้ยินเสียงดวงวิญญาณ ทั้งหมดก็เพราะ... พลังเวทย์อันลึกลับ หมอกและสายธารดวงดาวอันนี้ที่เคอซวนร่ายเวทย์มนตร์ไว้ แต่... เขามีและเข้าใจเวทย์มนตร์ที่ดูเหมือนชั้นสูงนี้ได้อย่างไร?
แต่นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เราต้องสนใจมัน
เคอซวนเอานิ้วแตะไปที่หน้าผากดวงวิญญาณชายชรา ที่หวีดหวิดแผดเสียงร้องอย่างน่าสงสาร เขามองไม่เห็นเคอซวน และราวกับว่าไม่รับรู้ใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวเลย
วงเวทย์เล็กปรากฏที่นิ้วของเคอซวน แสงสีขาวจางออกจากวงเวทย์ พุ่งเข้าไปที่กลางหน้าผากของดวงวิญญาณชายชรา "สำแดงสิ่งที่เจ้าพบ สิ่งที่เจ้าเจอให้ข้าเห็น"
ดวงวิญญาณกรีดร้องทันที เขาแผดเสียงร้องว่าช่วยด้วย ช่วยด้วยดังก้องกังวานกว่าเดิมอย่างน่ากลัว
ไอหมอกและแสงดวงดาวกะพริบเร็ว จากนั้นมันคล้ายเปลี่ยนสถานที่รอบบริเวณกลับเป็นอย่างเดิม
แต่นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนสถานที่กลับเป็นอย่างเดิม หรือการย้อนเวลา
แต่มันเป็นการทำภาพซ้อนทับ คล้ายฉายหนังด้วยโปรเจคเตอร์ที่แสดงภาพสามมิติ
ไอ้หมอกก่อรูปเป็นชายชราคนนั้น เขานั่งบนเก้าอี้โยก ด้านหน้าของเขามีเด็กๆ ที่น่าจะเป็นหลานของเขา ชายหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งเรียกเขาว่าพ่อ ในบ้านกลางป่ามีแต่เสียงหัวเราะ
แต่อยู่ๆ ชายร่างใหญ่เขาก็รู้สึกแปลกและตกใจด้วยเสียงกรีดร้อง และการระเบิดแตกหักอะไรบางอย่างที่ดังจากไกลจากภายนอก ชายหนุ่มลูกของชายชราเปิดหน้าตาและดูว่าอะไรเกิดขึ้น เขารีบหันกลับมาหาพ่อที่ชราของตัวเองแล้วพูดว่า ปีศาจ ปีศาจ
สายตาของเขาทอดมองไปที่เบื้องสูง จากนั้นก็มีรยางค์ยืดยาวราวกับหนอนสีเลือดพุ่งทะลุที่ศีรษะของชายหนุ่ม
หญิงสาวผู้เป็นภรรยากรีดร้อง เด็กๆ ในบ้านร้องไห้โฮ
ชายชราที่คล้ายเป็นผู้นำของบ้านหลังนี้รีบวิ่งไปหาเด็กๆ เขาจับตัวเด็กอุ้มขึ้นพร้อมพูดว่าพวกเจ้าต้องรีบหนี และเขาวิ่งไปจับมือหญิงสาวที่ไม่ได้สติจากการเห็นสามีตายต่อหน้า
ก่อนจะแผดเสียงว่า "หยวนลี่เจ้าต้องมีสติ รีบพาลูกๆ ของเจ้าหนีไป ไปซ่อนที่ใต้ถุนบ้าน"
หยวนลี่เธอพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ก่อนจะอุ้มลูกของตัวเองสองคน เดินตามชายชราไปที่ห้องเก็บธัญพืช ในห้องนั้นมีที่ซ่อนที่เดินลึกไปใต้ดินอยู่
ชายชราเปิดประตูที่อยู่ที่พื้นที่ซ่อนได้แนบเนียน มันดูเป็นพื้นไม้ขัดธรรมดา เมื่อหญิงสาวและลูกๆ ของเธอเข้าไปแล้ว ชายชรารีบยกเอาถังธัญพืชมาปิดไว้ ในใจเขากลัว กลัวใครจะหาที่นี่เจอ
เคอซวนเดินตามภาพของชายชราไปเรื่อยๆ มองทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากจิตสำนึกของชายชราอย่างผู้ชมธรรมดาคนหนึ่ง
ตอนนี้ชายชราหยิบขวานแล้ว เขาคงคิดจะสู้ตายกับสัตว์ประหลาดที่เขาไม่รู้ว่า 'มัน' คืออะไร สองมือของชายชราสั่น เขาต้องเอามือปิดหูเพราะความหวาดกลัวเป็นระยะระยะ เสียงภายนอกดูจะดังและหลอกหลอนมาก
แต่เคอซวนผู้สร้างภาพฉายจากความทรงจำ เขาไม่สามารถได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด อำนาจเวทมนตร์ของเขามีข้อจำกัด เขาจะได้ยินได้เห็นเฉพาะสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของดวงวิญญาณชายชราที่ชัดเจนเท่านั้น สิ่งใดที่ไม่ได้เห็นและสัมผัสอย่างใกล้ชิดภาพฉายก็จะไม่ปรากฏ
และตอนนี้ชายชราก็กลับมาที่ห้องที่บุตรชายของเขาตาย
ตึง เสียงกระแทกพื้นที่ดังตึง ของอะไรบางอย่างดัง
นอกจากเสียงดังมันก็สร้างลมกระโชกแรงด้วย ชายชราเอามือบัง ก่อนมองลอดหน้าต่างไป
จากนั้นร่างของเขาก็สั่นสะท้าน
เขาเห็นนกปีศาจตัวใหญ่กว่ามนุษย์ มันมีสี่ขาที่งุ้มและมีกรงเล็บราวเหยี่ยว ร่างของมันช่วงลำตัวราวกับเป็นของสิงโตสีมืดเทา ส่วนศีรษะราวกับเหยี่ยว ปีกสีมืดตีกระพือแรงสร้างลมกระโชก ถ้าเซี่ยซีหานอยู่ตรงนี้เขาจะเรียกสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ว่า 'กริฟฟอน'
แต่กริฟฟอนคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แต่ไม่ใช่กับสัตว์ปีศาจตรงหน้า นั่นเพราะ มันไม่ได้ดูศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความโหดร้ายและบ้าคลั่งราวกับจุติจากนรก
เมื่อเคอซวนมองไปที่สัตว์ปีศาจที่ดูสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ ดวงตาของเขาก็โกรธเกรี้ยวและมีอารมณ์รุนแรงทันที
นั่นเพราะดวงตาของสัตว์ปีศาจนั้น ข้างหนึ่งเป็นสีแดงโลหิต อีกข้างคือสีเขียวมรกต
"ต้าาาาาาาาาาาาาาาาาาเจิง!" เคอซวนแผดเสียง พร้อมกับปีกของปีศาจตัวนี้จะโบกสะบัด
ใต้ปีกของกริฟฟอนที่ชั่วร้ายตัวนี้ มีหนวดที่เป็นรยางค์สีเลือดจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งเขาหาชายชรา ร่างของเขาถูกตัดขาด และไปกองอยู่ตรงที่ที่เขากลายเป็นศพเน่าเหม็น
"ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยลูกหลานของข้าที" สิ้นคำสุดท้ายของชายชราผู้กลายเป็นดวงวิญญาณไปแล้วนั้น ภาพทุกอย่างก็จบลง
ภาพฉายในความทรงจำของชายชราที่เกิดจากอำนาจเวทมนตร์ของเคอซวนค่อยๆ สลายไป กลายเป็นแสงดาวระยิบระยับร่วงหล่นลงมาจากสายธารสูง มันดูสวยงาม แต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจชื่นชมมัน โดยเฉพาะเคอซวน
เคอซวนเดินไปห้องเก็บธัญพืช เขาดันเหล่าถังเก็บเก็บธัญพืชออกด้วยมือตัวเอง จากนั้นก็เห็นจุดที่น่าจะเป็นประตูทางลับ เขาเปิดมัน ก่อนจะเห็นทางเดินมืดมิดทอดยาว
เคอซวนผายมือครั้งหนึ่ง แสงที่คล้ายดวงดาวระยิบระยับนำทางของเขาส่องสว่างลงไปทอดยาว แสงนี้ส่องสว่างจางๆ คล้ายแสงจากหมู่ดาว มันไม่ได้สว่างจ้าถึงขนาดมองเห็นได้ชัดเจน ทางลับนี่ยาวในระดับหนึ่ง
"ลูกแม่ ลูกแม่มีคนมาช่วยเราแล้ว" เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดีใจมาก มันดังก้องกังวานออกมา
ก่อนเคอซวนจะเดินไปถึงเธอเสียอีก
แต่เคอซวนกลับหน้านิ่ง ราวกับเขาเฉยชากับเสียงวิงวอนนี้ของหญิงสาว ซึ่งเขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้ น่าจะเป็นลูกสะใภ้ของชายชรา เมื่อเคอซวนเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ
เคอซวนมองไม่เห็นหน้าหญิงสาว เพราะตอนนี้เส้นผมของเธอกระเซอะกระเซิงจนปกปิดใบหน้า ในมือของเธออุ้มเด็ก แต่น่าแปลกร่างเด็กดูเหี่ยวแห้งเหลือเกิน
ด้วยแสงระอองดวงดาวจากสายธารหมอกขาวระยิบระยับจางๆ เคอซวนสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอื่นอีก ตามร่างของหญิงสาวมีริ้วเป็นเส้นขีดเล็กๆ ขีดเต็มมือไปหมด
เคอซวนไม่สนใจสิ่งที่หญิงสาวพูด แต่เขากลับพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น เย้ยหยัน สังเวช
"ต้าเจิงเจ้ามันยังชั่วช้าและทำได้ทุกอย่างเหมือนเดิม"
สิ้นคำของเคอซวน
หญิงสาวผู้นั้นแผดเสียงหวีดแหลม พร้อมกระโจมเข้าหาเคอซวนจากมุมอันอับสายตา ความเร็วของเธอ เร็วจนน่าตกใจ ตอนกระโดด แขนขาเธอบิดเบี้ยวอย่างไม่ได้รูป "!ทำไมจึงเจ้าถึงมาช่วยพวกเราช้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เหลือเกิน"