ตอนที่ 60
"พี่ห้า! ท่านเป็นกึ่งเทพยุทธ์แล้วงั้นเหรอ?"
ได้ฟังว่านี่คือ พลังธรรมชาติ ไป๋เซียนกุนรีบหันมาถามไป๋กุนหลางอย่างอึ้งทึ่ง
"ไม่.." ไป๋กุนหลางส่ายหน้า "ข้ายังไม่อาจหลอมรวมพลังธรรมชาติเข้ากับร่างกาย วิชานี้เป็นเพียงการชักนำพลังธรรมชาติ มาใช้ลอบโจมตีศัตรู หรือแสดงโชว์เท่านั้น ไม่สามารถใช้พลังธรรมชาติต่อสู้ตรงๆได้"
ไป๋กุนหลางอธิบาย
"แค่นั้นก็ดีมากแล้ว" ไป๋เซียนกุนแย้ง
แม้เพดานพลังฝึกตนของโลกนี้ จะอยู่ที่ระดับเทพยุทธ์ แต่แค่ระดับกึ่งเทพยุทธ์คนที่เข้าถึงยังมีไม่มาก เทียบเป็นอัตราส่วน ในพันคนจะมีแค่คนเดียวเป็นกึ่งเทพยุทธ์
เพราะระดับกึ่งเทพยุทธ์คือการปรับเปลี่ยนพลังงานที่ใช้อยู่ คนที่จะสำเร็จได้ ไม่เพียงต้องมีอัจฉริยภาพ แต่โชคก็เป็นสิ่งสำคัญ
ไป๋เซียนกุนเองก็อยากเป็นยอดฝีมือเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตน
"เป็นอย่างที่น้องชายเจ้ากล่าว" ไป๋ป้าเทียนสนับสนุน "สามารถใช้พลังธรรมชาติได้ทันที หลังจากเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ เกิดมาจนอายุปูนนี้ข้าพึ่งรู้ว่ามันทำได้…กุนหลางเจ้านับว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง เป็นอนาคตแห่งราชอาณาจักรแสงสว่างของเรา! บิดาอย่างข้าภูมิใจยิ่งนัก! ฮ่าๆๆๆ"
ไป๋ป้าเทียนกล่าวชมพร้อมหัวเราะร่า
สำหรับบุตรชายแล้ว ไป๋ป้าเทียนจะสงวนท่าทีที่มีให้ จนแทบจะกลายเป็นความเย็นชา การที่เขาเอ่ยชมไม่ขาดปากเช่นนี้เป็นเรื่องที่หาได้ยาก บ่งบอกได้เลยว่าความยินดีของเขามีมากมายขนาดไหน
"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ" ไป๋กุนหลางกล่าว
หลังจากแสดงความชื่นชมเสร็จ ไป๋ป้าเทียนก็เปลี่ยนเรื่องคุย "กุนหลางยาตัวใหม่ของสมาคมยื้อนรก มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหรือเปล่า?" ไป๋ป้าเทียนถาม
ฮึก!
ไป๋กุนหลางสะอึก แทบพ่นน้ำชาในปากออกมา เขารีบฝืนกลืนน้ำชากลับลงคอ แล้วกล่าวว่า "เหตุใดเสด็จพ่อจึงถามเช่นนี้ล่ะ?"
ไป๋ป้าเทียนยิ้มกล่าว "ก็หลายเดือนก่อนจะมียาหมอกพิสุทธิ์ขาย เจ้าเคยไปหาผู้อาวุโสโฮ่ว ที่ป่าไผ่ ครั้งหนึ่งมิใช่หรือ?"
"เสด็จพ่อท่านก็รู้ว่าผู้อาวุโสโฮ่วตง อาศัยอยู่ในป่าไผ่ทางทิศเหนือของเมืองแสงศักสิทธิ์ด้วยหรือ?" ไป๋กุนหลางถาม แล้วนึกในใจ 'ในนิยายไม่ได้บอกว่าเสด็จพ่อรู้เรื่องนี้ด้วยนี่'
ไป๋ป้าเทียนมองไป๋กุนหลาง เหมือนมองคนปัญญาอ่อน "หากยอดคนอย่างหัตถ์เทวะยื้อนรกโฮ่วตง มาอาศัยอยู่ข้างบ้าน แต่ข้าดันไม่รู้ อาณาจักรของเรายังสามารถเรียกตนเองว่า ราชอาณาจักรอันกับหนึ่งได้อีกรึ"
'เออ..จริง' ไป๋กุนหลางนึก
"สรุปแล้วเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่" ไป๋ป้าเทียนวกกลับมาเรื่องเดิม
ตอนนี้คนที่เหลือในตำหนักฮองเฮา ล้วนแต่มองมาที่ไป๋กุนหลาง รอลุ้นคำตอบ
"เกี่ยวขอรับ" ไป๋กุนหลางยอมรับ แล้วอธิบายว่า "ลูกเป็นผู้คิดค้น ส่วนผู้อาวุโสโฮ่วตง เป็นคนปรับปรุงให้มันสามารถเป็นจริงได้ขอรับ"
"ดี! ดี! ดี!" ไป๋ป้าเทียนกล่าวพร้อมตบโต๊ะ ปัง! ไปด้วย
กล่าวชมเสร็จไป๋ป้าเทียนก็เลียบเคียงถาม "แล้วเจ้าไม่อยากจารึกชื่ออยู่ในบันทึกสวรรค์ของตระกูลหรือ?"
บันทึกสวรรค์ของตระกูลไป๋ คือตำราที่บันทึกชื่อของคนในตระกูลไป๋ที่มีความดีความชอบทำให้ตระกูลไป๋ก้าวหน้า
ไป๋กุนหลางใจหายแว๊บ คำถามนี้เหมือนกับเป็นคำขอให้เขายกสูตรยาให้ แต่ว่าเค้กก้อนนี้สมาคมยื้อนรกตัดแบ่งไปแล้ว เจ็ดส่วน ถ้าต้องแบ่งให้ราชอาณาจักรแสงสว่างอีก ที่เหลือให้เขามิใช่มีขนาดเท่าขี้มดหรือ?...ไป๋กุนหลางกลุ้มใจมาก
"เอ่อ...เสด็จพ่อกว่าข้าจะคิดสูตรยานี้ขึ้นมาได้ ข้าต้องเสียทั้งกำลังกาย กำลังสมอง และกำลังทรัพย์อย่างมากเลยนะขอรับ" ไป๋กุนหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจอย่างเต็มที่
"ก็ข้ารู้ว่ามันยาก ข้าจึงจะให้เจ้าได้บันทึกชื่อไว้ในตำราสวรรค์อย่างไรเล่า" ไป๋ป้าเทียนกล่าว เขาสงสัยว่าทำไมไป๋กุนหลางจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แต่พอสังเกตท่าทางของไป๋กุนหลางดีๆ ไป๋ป้าเทียนก็เข้าใจ 'ไอ้เด็กบ้านี่มันกลัวว่าข้าจะแย่งช่องทางหาเงินของมัน'
ไป๋ป้าเทียนจึงถลึงตาดุดัน ใส่ไป๋กุนหลางทีหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างเคืองๆว่า "ไอ้เด็กบ้าเจ้าคิดว่าข้าหมดหนทางทำกิน จนต้องไปแย่งกับเจ้างั้นเหรอ?"
"เอ่อ...แหะ แหะ" โดนรู้ทันไป๋กุนหลางจึงได้แต่ยิ้มแหยๆ
"กุนหลางเจ้าคือคนตระกูลไป๋ การทำให้ตระกูลไป๋ก้าวหน้าเป็นหน้าที่ ที่เจ้าปฏิเสธไม่ได้" ไป๋ป้าเทียนกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น!
. ในปัจจุบัน ถ้าตัดการเป็นตระกูลราชวงศ์ออกไป เอาแค่ด้านการเป็นตระกูลผู้ฝึกตนตระกูลหนึ่ง ตระกูลไป๋ถือว่าตกต่ำลงมาก ไม่นับว่าเป็นตระกูลชั้นแนวหน้าอีกต่อไป เป็นแค่ตระกูลชั้นกลางค่อนไปทางต่ำ ว่ากันว่าทายาทของท่านอ๋องที่ไปกินเมืองในพื้นที่ต่างๆในช่วงต้นของราชอาณาจักร ถึงกับลืมไปแล้วว่า วิชาประจำตระกูลคือวิชาหมัด
ในขณะที่โลกนี้ยังคงเป็นโลกที่ผู้แข็งแกร่งมีสิทธิ์กำหนดทุกอย่าง...แต่ตระกูลไป๋กลับอ่อนแอลงเรื่อยๆ...เรื่องนี้ทำให้ไป๋ป้าเทียนกลุ้มใจมาก
"ลูกเข้าใจแล้วขอรับเสด็จพ่อ" ไป๋กุนหลางกล่าว พร้อมเรียกหากระดาษมาเขียนสูตรและวิธีปรุงยา
ไป๋กุนหลางรู้แล้วว่าไป๋ป้าเทียนต้องการยาของเขาไปปรับพื้นฐานตระกูล และเขาก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ในนิยายสถานการณ์คับขันของราชอาณาจักรแสงสว่าง ส่วนใหญ่เกิดจากคนในตระกูลไป๋ทั้งนั้น...แล้วพระเอกก็จะมาตามเก็บกวาดทุกเรื่องจนถูกยกย่องว่าเป็นความหวังของราชอาณาจักร
เขียนเสร็จ ไป๋กุนหลางก็ยื่นกระดาษให้เกาส่งไปยังเสด็จพ่อ แล้วกล่าวว่า "ลูกต้องชี้แจงให้ท่านทราบเรื่องหนึ่ง สรรพคุณของยานี้จะต่ำกว่าของโฮ่วตงขั้นหนึ่งนะขอรับ และนี่เป็นเพราะฝีมือไม่ใช่วัตถุดิบ ลูกก็จนปัญญา"
"ข้าเข้าใจ" ไป๋ป้าเทียนรับกระดาษมาดู สักพักก็กล่าวว่า "กุนหลางอาวุธของเจ้าพังไปแล้วใช่ไหม?...งั้นเจ้าไปเลือกอาวุธชั้นยอดสักเล่มถือเป็นค่าตอบแทน"
"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ" ไป๋กุนหลางกล่าว "งั้นลูกขอตัวลาก่อนนะขอรับ"
ไป๋กุนหลางกล่าวลา เขาจะรีบไปเลือกกระบี่เล่มใหม่
แต่ไป๋ป้าเทียนก็กล่าวขัดเหมือนพึ่งนึกอะไรได้ "อ้อ..ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังจะสร้างอาวุธพิเศษ?"
"ขอรับลูกคิดจะสร้างคันธนูและลูกศรชนิดพิเศษ หลังสู้กับเฟิ่งกุยลูกก็ตระหนักถึงจุดอ่อนด้านระยะของตนเอง ลูกจึงคิดจะใช้อาวุธนี้มากลบมัน" ไป๋กุนหลางตอบ
"อืม…" ไป๋ป้าเทียนผงกศีรษะเห็นด้วย "เอาล่ะ ถ้าเจ้าจำเป็นต้องใช้ช่างประดิษฐ์จากภายนอก ก็ลงบัญชีที่ข้าแล้วกัน"
"ขอบพระทัยขอรับ" ไป๋กุนหลางกล่าว
อาวุธชนิดพิเศษของไป๋กุนหลางจำเป็นต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญเป็นพิเศษจากภายนอกจริงเสียด้วย แถมค่าจ้างก็แพงบรรลัย ตอนแรกไป๋กุนหลางคิดจะยืมเงินจากติงเกา แต่เมื่อพระบิดาออกหน้า เรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว
"ข้าขอตัวลานะขอรับ" ไป๋กุนหลางกล่าวลาอีกรอบ
"ไปเถอะ" ไป๋ป้าเทียนกล่าว พร้อมยกมือขึ้นโบก
ไป๋กุนหลางจึงก้าวออกจากตำหนักฮองเฮา ด้วยความรีบร้อน อยากไปเลือกกระบี่ฟรีเล่มใหม่
______________________________
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน