ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 44 ของขวัญอันแสนพิเศษ

            ‘ทักษะปีศาจกลืนกิน’ ! ได้ยินเช่นนั้นเฉินเซี่ยงพลันตกใจอย่างมาก เขายืนนิ่งอยู่กับที่ มึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน ยืนนิ่งจนคล้ายกันรูปปั้นกระทั่งคนที่เดินผ่านไปผ่านมายังมองว่าแปลกประหลาด

             

            “ไม่ต้องตกใจไป ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งนี้ ทักษะปีศาจของข้าย่อมไม่อาจเรียกว่าทักษะปีศาจ!ทักษะปีศาจกลืนกินมีกฎอยู่ 3 ข้อ หนึ่ง...ห้ามกลืนกินคนที่มีปราณแท้จริงแข็งแกร่งกว่าเจ้าสอง...ห้ามกลืนกินคนดีหรือคนที่ทำให้เจ้ารู้สึกผิด ด้วยความคิดที่ชั่วช้าพวกนั้น ท้ายที่สุดมันจะเปลี่ยนให้เจ้ากลายเป็นปีศาจตนหนึ่งสาม...ห้ามให้ผู้ใดก็ตามล่วงรู้ว่าเจ้ามีทักษะนี้อยู่ มิเช่นนั้น เจ้าจะถูกไล่ล่าสังหารจากนิกายผู้ฝึกตนทั้งหมดที่เดินตามเส้นทางที่ถูกต้องชอบธรรม”

             

            เมื่อได้ฟังน้ำเสียงอันเย็นชาของเป่ยยู่ยู่ท่าทางของเฉินเซี่ยงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะปีศาจนี่ช่างหวาดกลัวอย่างแท้จริงสามารถช่วงชิงพลังของผู้อื่นมาเป็นของตน… นอกจากนี้เฉินเซี่ยงยังรู้ว่ายิ่งเข้าใช้ทักษะปีศาจบ่อยเพียงใดมันยิ่งส่งผลกระทบในเชิงลบกับการบ่มเพาะของเขามากเท่านั้น

             

            “หลังจากเจ้าใช้มันไปครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าต้องมั่นใจว่า..เจ้าสามารถสกัดกลั่นปราณแท้จริงที่ดูดกลืนมาทั้งหมดได้ภายในครั้งเดียวนอกจากนี้เจ้าต้องมั่นใจว่าปราณแท้จริงทั้งหมดจะต้องบริสุทธิ์อย่างมาก มิฉะนั้น เจ้าจะไม่สามารถใช้ทักษะปีศาจกลืนกินได้อีกเป็นครั้งที่สอง” น้ำเสียงของเป่ยยู่ยู่ยิ่งกล่าวยิ่งจริงจัง

             

            เฉินเซี่ยงสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง เพื่อที่จะใช้ออกด้วยทักษะปีศาจเขาต้องเตรียมสภาพจิตใจของเขาเป็นอย่างแรก

             

            “ข้าจะส่งมันให้เจ้า เมื่อเจ้าใช้ทักษะปีศาจนี้ เจ้าต้องระวังไม่ให้ใครเห็นข้าจะบอกเจ้าตรงๆ ...คนที่เจ้าใช้ออกด้วยทักษะนี้จะตายอย่างแน่นอน” เป่ยยู่ยู่กล่าวนางส่งข้อมูลให้เฉินเซี่ยงผ่านทางสัมผัสศักดิ์ของนาง ข้อมูลพวกนี้คือการใช้ออกด้วยทักษะปีศาจกลืนกิน

             

            มันเป็นไปได้ที่จะดูดกลืนการบ่มเพาะของผู้อื่นด้วยทักษะนี้ถึงแม้ทักษะนี้จะโหดเหี้ยมอย่างที่สุด แต่มันก็ยังลึกล้ำอย่างที่สุดด้วยเช่นเดียวกันเฉินเซี่ยงกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจทักษะปีศาจกลืนกินอย่างลึกซึ้งเป็นอย่างมากเขาต้องการเห็นส่วนตื้นลึกหนาบางของทักษะนี้

             

            “เจ้าคิดว่าจะเข้าใจทักษะปีศาจนี้อย่างถ่องแท้งั้นรึ? ไม่ต้องกล่าวถึงเจ้าแม้ข้ายังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำเช่นนั้น ผู้ที่สร้างทักษะนี้คืออัจฉริยะที่มิอาจหาใครเทียบผู้หนึ่งทุกๆ ทักษะที่เขาสร้างสวรรค์ขึ้นล้วนทรงพลังและลึกล้ำ แต่ก็ยังน่าหวาดกลัวเช่นกัน” การสรรเสริญเชิดชูสังเกตได้อย่างชัดเจนจากน้ำเสียงของเป่ยยู่ยู่

             

            เฉินเซี่ยงเองก็เริ่มนับถือบุคคลที่ลึกลับนี้เช่นกันหลังจากเรียนรู้ทักษะปีศาจแล้ว เขาจึงเริ่มเดินไปยังที่ตั้งของ ‘กลุ่มวายุทมิฬ’ แม้ว่าเบื้องหน้าพวกมันสะอาดใสไร้มลทินแต่กลุ่มวายุทมิฬยังคงเป็นหนึ่งในขุมกำลังใต้ดินของเมืองโหวหวาง พวกมันรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองโหวหวางอย่างลับๆและยังมีฐานบัญชาการใหญ่อยู่ที่นี่ด้วย จากข้อมูลพวกนี้ เฉินเซี่ยงมั่นใจว่ากลุ่มวายุทมิฬมีขุมกำลังขนาดใหญ่หนุนหลังพวกมันอยู่และเขายังสงสัยว่าผู้ที่คอยอุปถัมภ์ค้ำชูคนพวกนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตระกูลเหยา!

             

            ตั้งแต่ที่เหยาเทียนหัวและผู้อาวุโสตระกูลเหยาหายตัวไปขุมกำลังใต้ดินส่วนใหญ่ก็ถูกทำลายไปจนหมดแล้ว เพียงแต่กลุ่มวายุทมิฬยังไม่หายไป! ด้วยความจริงนี้ผู้คนสามารถเดาได้ถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างง่ายดาย

             

            กลุ่มวายุทมิฬพยายามลอบสังหารเฉินเซี่ยงไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้มันผ่านไปโดยที่ไม่ได้รับคำตอบอย่างแน่นอน

             

            เฉินเซี่ยงเห็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่อยู่ไกลออกไปเสียงอึกทึกดังมาจากภายในจนกระทั่งสามารถได้ยินได้จากที่ที่ห่างไกลเช่นนี้ ท้ายที่สุดเฉินเซี่ยงก็จำได้ว่าพวกมันกำลังเตรียมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบ70 ปีให้แก่ผู้นำของพวกมัน และเดาว่าตอนนี้งานฉลองของพวกมันคงกำลังดำเนินอยู่….

             

            มุมปากของเฉินเซี่ยงยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เย็นชาพวกมันได้ส่งคนมาลอบสังหารเขา และส่วนใหญ่น่าจะได้รับผลประโยชน์มากมาย อีกทั้งมันยังคิดว่าพวกมันทำสำเร็จ

             

            แม้ว่าจะมีกฎว่าห้ามต่อสู้กันภายในเมืองโหวหวางแต่มันยังเป็นข้อยกเว้นพิเศษสำหรับเรื่องส่วนตัว อย่างน้อยๆ ก็เรื่องพยายามลอบสังหาร!

             

            ในเวลานี้ ประตูด้านหน้าคฤหาสน์ของกลุ่มวายุทมิฬถูกเปิดออกโดยฉับพลันผู้คุ้มกันกว่าสิบคนต่างพากันออกมาจากภายในคฤหาสน์ เมื่อมันเห็นเฉินเซี่ยงที่มาพร้อมกับเครื่องแต่งกายที่ไม่ใช่ทั้งหรูหราหรือสวยงามพวกมันรีบโยนเครื่องดื่มทิ้งอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวถาม “เจ้าเป็นใคร?”

             

            เฉินเซี่ยงเหลือบมองพวกมัน ด้วยการมองของเขาชัดเจนว่าการดำรงอยู่ของพวกมันเล็กเสียยิ่งกว่ามด เขามองพวกมันด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์พลางกล่าว“เฉินเซี่ยงแห่งตึกราชาเม็ดยา!”

             

            พวกมันต่างตกตะลึงในทันที พวกมันเคยได้ยินชื่อของเฉินเซี่ยงมานานแล้วแต่ยังไม่เคยพบเห็นตัวเป็นๆ เช่นนี้มาก่อน พวกมันคิดไม่ถึงว่าเฉินเซี่ยงจะมาปรากฏตัวที่นี่วันนี้เป็นวันเกิดผู้นำของพวกมัน นอกจากนี้ตระกูลเหยาและกลุ่มวายุทมิฬยังอยู่ใกล้กันมากในตอนนี้เฉินเซี่ยงยังปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ดังนั้นผู้คุ้มกันพวกนี้จึงคาดเดาความตั้งใจของเขาได้อย่างง่ายดาย

             

            “เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ผู้นำของพวกข้าไม่ได้เชิญเจ้า?” หนึ่งในผู้คุ้มกันกล่าวน้ำเสียงของมันไม่มีความรุนแรงและเย่อหยิ่ง มันไม่กล้าทำเช่นนั้น เพราะเฉินเซี่ยงคือนักสู้ที่ความแข็งแกร่งระดับ7 ขอบเขตนักสู้ นอกจากนี้เขายังเป็นนักปรุงยาที่มีอายุน้อยที่สุด สถานะของพวกย่อมไม่อาจเทียบได้กับเฉินเซี่ยงแม้เพียงนิด

             

            หนึ่งในพวกมันรีบจากไปเพื่อแจ้งแก่ผู้นำของพวกมันผู้คุ้มกันธรรมดาพวกนี้ไม่มีอำนาจเพียงพอจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ รวมทั้งเฉินเซี่ยงเองยังเจ้าเล่ห์ยากจะจัดการ และตอนนี้เขาก็กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าแล้ว

             

            หลังจากนั้นไม่นาน เสียงอึกทึกที่ดังออกมาจากภายในคฤหาสน์พลันเงียบลงด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขา เฉินเซี่ยงสัมผัสได้ถึงผู้คนมากมายรวมตัวกันอยู่ ความแข็งแกร่งของพวกนั้นอยู่ในระดับ5 ถึง 7 ขอบเขตนักสู้ และพวกนั้นกำลังตรงมาหาเขา เฉินเซี่ยงแอบประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าผู้นำของกลุ่มวายุทมิฬจะมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่ทรงอำนาจเช่นนี้และดูเหมือนว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนพวกนั้น

             

            มือของเฉินเซี่ยงทั้งสองข้างไขว้กันไว้ด้านหลังเขายังยืนอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ ที่เบื้องหน้าทางเข้า ด้วยสายตาที่มั่นคงของเขา เขาดูกลุ่มคนที่สวมชุดหรูหรากำลังเดินตรงมาที่เขา

             

            คนพวกนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะอยู่ในวัยกลางคนแม้ว่าเฉินเซี่ยงจะอาศัยอยู่ภายในเมืองโหวหวางช่วงเวลาหนึ่ง แต่เขายังไม่ได้มีโอกาสติดต่อกับตระกูลนักสู้อื่นๆถึงอย่างนั้น เขายังพอเดาได้ว่าคนพวกนี้สมควรมีชื่อเสียงค่อนข้างดีและดำรงตำแหน่งสำคัญภายในตระกูลเหล่านั้นบางทีหนึ่งในพวกมันบางคนอาจจะเป็นผู้นำตระกูลก็ได้

             

            ทุกคนกำลังมองดูเด็กหนุ่มที่น่าภาคภูมิใจคนนี้เมื่อเห็นท่าทางสงบบนใบหน้าของเฉินเซี่ยง ผู้คนต่างแอบสรรเสริญเขาอยู่ภายในใจ สำหรับพวกมันแล้วนี่ไม่อาจทำใจเชื่อถือถือได้ว่าเฉินเซี่ยงจะมีอายุเพียง 16 ปี คนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันที่อยู่ในตระกูลของพวกเขาต่างไม่อาจเทียบได้กับความแข็งแกร่งหรือความกล้าหาญของเฉินเซี่ยง

             

            “นายน้อยแห่งตระกูลเฉิน!! วันนี้คือวันเกิดของข้าหากไม่มีเรื่องเร่งด่วนแล้ว เช่นนั้นข้าต้องการสนุกสนานโดยไม่ขาดช่วง เป็นเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะพูดคุยเรื่องของท่านในภายหลัง?” ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีชุดคลุมสีดำที่เขาสวมใส่ขับส่งให้เขามีท่าทีที่ทรงเกียรติ แต่ร่องรอยของความตกใจยังคงประกายอยู่ในตาเหยี่ยวทั้งคู่ของขาเมื่อเขาจ้องมองมายังเฉินเซี่ยง

             

            เฉินเซี่ยงจับความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในท่าทางนั้นได้ขณะที่เขาคิดว่าจะทำยังไงต่อไป เขาก็ยิ้มออกมาโดยฉับพลันพร้อมกับคำกล่าวที่ชัดเจนดังก้องกังวาน“ผู้นำไห่ข้ามาที่นี่เพื่อนำข่าวดีมาให้ท่าน วันนี้ ขณะที่กำลังเดินทางกลับมาที่เมืองโหวหวางข้าพบบางคนที่อ้างตัวว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มวายุทมิฬ และข้าก็สังหารพวกมันไปแล้ว”

             

            ดวงตาของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬหดแคบลงทันทีเขากล่าวถาม “แล้วท่านทราบได้อย่างไรว่าพวกมันไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มวายุทมิฬจริงๆ?”

             

            ริมฝีปากของเฉินเซี่ยงเชิดขึ้นเล็กน้อยพลางยิ้ม“ง่ายมากแม้พวกมันจะมีอยู่ประมาณ 300 คน และพวกมันพยายามสังหารข้า แต่ข้าไม่คิดหรอกนะว่ากลุ่มวายุทมิฬของท่านจะอ่อนแอเช่นนั้น”

             

            รุ่งเช้าของวันนี้ ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬได้รับข่าวว่าเกิดเพลิงไหม้ภายในป่าแต่ยังไม่ได้ยินว่าคน 300 คนที่เขาส่งไปนั้นกลับมาแล้ว และตอนนี้เขาได้เห็นเฉินเซี่ยงกลับมาอย่างปลอดภัยและยังไม่ได้รับอันตรายใดๆทำให้ผู้นำไห่หัวใจหล่นวูบด้วยความผิดหวัง

             

            คิ้วของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬเริ่มขมวดเข้าหากันแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพยายามรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้หลังจากได้ยินคำกล่าวของเฉินเซี่ยงที่แฝงไปด้วยการเยาะเย้ยถากถาง

             

            ผู้คนหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้นำกลุ่มวายุทมิฬมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจเฉินเซี่ยงเดาว่าคนพวกนี้ต้องรู้เรื่องการลอบสังหารเขาเป็นแน่ สรุปได้ว่าคนพวกนั้นมาจากตระกูลเหยา

             

            “ข้ากล่าวถูกหรือไม่ผู้นำไห่? กองกำลังบางกลุ่มต้องแกล้งตบตาข้าว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มท่านพวกมันต้องการทำให้ท่านเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นแน่” เฉินเซี่ยงยิ้มพลางกล่าว“ข้าต้องการแจ้งข้อมูลนี้กับท่านเป็นการส่วนตัวคิดซะว่ามันเป็นของขวัญจากข้า...”

             

            ดวงตาของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬสั่นไหว ดวงตาและดวงใจของเขาพลันเต็มไปด้วยความโกรธและความเศร้าโศกคนทั้ง 300 คนที่ว่านั่น..นำไปด้วยบุตรชายของเขา พวกมันต้องการมอบศีรษะของเฉินเซี่ยงให้แก่ผู้นำของมันเนื่องในวันเกิดนี้แต่ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬกลับไม่คาดคิดว่า...พวกมันทั้งหมดจะถูกเฉินเซี่ยงสังหาร!

             

            “เฉินเซี่ยง!” ผู้นำกลุ่มวายุทมิฬตะโกนขึ้นฉับพลัน เฉินเซี่ยงหยุดก้าวเดินหลังจากได้ยินเสียงตะโกนนั้น

             

            เฉินเซี่ยงชะโงกศีรษะกลับมาดูพร้อมรอยยิ้มไม่แยแสเขากล่าวถาม “ผู้นำไห่มีเรื่องอันใดรึ?”

             

            น้ำเสียงของผู้นำกลุ่มวายุทมิฬสั่นเครือเขาบีบเค้นคำสามคำออกจากปาก “ขอบ...คุณ...มาก!”

             

            “มิเป็นไร!” เฉินเซี่ยง ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินจากไป

             

            ………………

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน