เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    พี่สาวจอมอ่อย และน้องชายขี้แกล้ง 1

    ความสุขของผมคือการได้วาดรูปเหมือนจากผู้คนที่มาเป็นแบบให้ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องวาดรูปด้วยล่ะ ถ้าต้องการแบบเหมือนก็เพียงแค่ถ่ายรูปก็พอไม่ใช่เหรอ

    หากผมถูกถามแบบนั้น ผมก็คงได้แต่เงียบและยิ้ม ก่อนจะวาดภาพต่อไป ผมไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ ผมบอกได้อย่างเดียวว่าตัวผมนั้นมีความสุข

    ตัวผมนั้นชื่อรุต ครอบครัวของผมไม่ค่อยสนับสนุนในสิ่งที่ผมชอบเท่าไร นั่นจึงทำให้ผมตัดสินใจหนีออกจากบ้านแล้วมาเป็น แต่เส้นทางสายอาชีพของผมก็ไม่ได้ง่ายดายนัก ปัญหาอย่างแรกเลยคือท้องของผมหิว ในตอนนั้นผมก็คิดว่า จะกลับบ้านดีไหม ถ้ากลับบ้านก็มีอาหารรออยู่เลยนะ

    แต่ว่า ผมก็ต้องโยนความคิดพวกนั้นทิ้งไป เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อกับแม่ และคำด่าทอมากมายที่พวกเขาพูดกับผม นั่นก็ทำให้ผมไม่อยากกลับบ้านไปอีก อย่างน้อย ถ้าผมจะอดตาย ก็ขอตายพร้อมกับวาดรูป ได้ทำในสิ่งที่ผมชอบไปด้วยแล้วกัน

    แต่ว่า ระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนในตลาดด้วยความหิวอยู่นั้นเอง กลิ่นหอมของอาหารมากมายเข้ามาในจมูกของผม ตอนนี้ แม้แต่ผักที่ผมเกลียดแต่เมื่อนำไปปิ้งแล้วได้กลิ่นของมันแล้ว ผมก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาแล้วสิ

    ความหิวนี่ น่ากลัวจริงๆ เลยนะ

    ผมเดินอยู่ในตลาดพักหนึ่ง ระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็น ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวาดภาพเหมือนโดยมีผู้คนนั่งเป็นแบบอยู่ ผมยืนรอจนกระทั่งเธอวาดเสร็จ ก่อนจะเดินไปพูดกับเธออย่างไม่อายปาก

    “พี่ครับ ผมหิวมากตอนนี้ ขอผมวาดรูปแทนพี่แล้วพี่ช่วยเลี้ยงข้าวผมสักมื้อได้ไหมครับ”

    “ไหวเหรอน้อง”

    “ไหวครับ ผมชอบวาดรูปอยู่แล้ว ยิ่งภาพเหมือนผมยิ่งชอบ”

    ผมว่าก่อนจะหันไปหยิบแฟ้มที่ผมเก็บภาพมากมายที่ผมวาดเอาไว้ ภาพที่พ่อและแม่ต่างดูถูก

    “หืม ใช่ได้นะเรา เอ้า ลองดูก็ได้ ถ้าเกิดวาดดีล่ะก็ พี่ช่วยจ่ายค่าแรงให้เลย”

    “จริงเหรอครับพี่ ขอบคุณมากครับ”

    ถึงคนที่ผมพูดคุยด้วยจะเป็นผู้หญิง แต่ลุคของเธอค่อนข้างเหมือนกับผู้ชายพอสมควร แม้ว่าเธอจะไว้ผมยาว แต่เธอก็มัดรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลังเหมือนกับรำคาญเส้นผมของตัวเอง เธอสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้น ท่านั่งของเธอก็ไม่ได้มีความเป็นผู้หญิงเลย จนผมแอบกังวลแทนเธอว่า ถ้าเธอใส่กระโปรงแล้วนั่งท่าแบบนี้ คงแย่แน่ๆ

    “มัวมองอะไรอยู่ ไปหยิบดินสอกระดาษแล้วมาวาดได้แล้ว”

    “ค ครับ รีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ”

    ผมเดินไปหยิบกระดาษและดินสอ จากนั้นก็เริ่มวาดรูป โดยพี่คนนั้นเป็นคนหาลูกค้ามาให้กับผม ในตอนแรกลูกค้าก็ไม่เชื่อมือผมเท่าไร จนกระทั่งผมยื่นภาพที่ผมเคยวาดให้ดู ลูกค้าก็เหมือนจะพอใจแล้วยอมให้ผมวาด จนกระทั่ง

    “สนใจวาดรูปเหรอ มาเลย ตรงนี้ยังว่างอยู่นะ”

    พี่สาวคนนั้นว่า ก่อนจะตบเก้าอี้ให้นั่งหลังจากที่เธอเพิ่งวาดภาพเหมือนคนก่อนหน้านี้เสร็จ แต่แล้ว คำพูดที่ออกมาจากปากลูกค้านั้น ก็ทำให้ดินสอหลุดมือเธอไป

    “เอ่อ… ขอให้เด็กคนนั้นวาดแทนได้ไหม”

    พี่สาวคนนั้นหันมามองผม ซึ่งผมก็ได้แต่หลบตาแล้ววาดรูปต่อ จนกระทั่งเธอมาเขย่าคอเสื้อของผมแล้วโวยวายออกมา

    “นายแย่งลูกค้าฉัน ไอ้เด็กบ้า”

    “อ๊า อย่าเขย่าสิครับ ผมกำลังวาดรูปอยู่”

    “เลิกวาดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไสหัวไปเลย มีที่ไหนเพิ่งมาใหม่แล้วมีคนอยากให้วาดมากกว่าฉันเนี่ย”

    “เรื่องนั้นมันเป็นความผิดผมเหรอครับ อีกอย่าง ผมแค่ต้องการอาหารมื้อเดียวเอง”

    “ความผิดของนายนั่นล่ะ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย”

    แต่สุดท้าย เธอก็ยอมให้คนอื่นมาเป็นแบบวาดให้ผม และตอนนี้กลายเป็นว่าผมมีลูกค้ามากกว่าเธอเสียอีก จนเธอเหมือนจะหงุดหงิดเล็กน้อยแล้วไปเดินเที่ยวตลาดแทน จนกระทั่งมืดค่ำและตลาดเริ่มปิด เธอก็กลับมา ก่อนจะเลิกตาขึ้น

    “ยังอยู่อีกเหรอ ไอ้หนู”

    เธอถาม ขณะที่ผมกำลังเก็บข้าวของวาดรูปของเธอให้เรียบร้อย

    “ยังอยู่สิครับ ก็พี่ไม่กลับมาร้าน ผมก็ต้องเฝ้าร้านให้ไง”

    “ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น หมายถึง ถังใส่เงินก็อยู่ตรงนี้ นายจะหยิบมันไปเลยก็ได้ วันนี้รายได้หลักก็มาจากนาย นายคงจะหนีออกจากบ้านมาสินะ ดูจากฝีมือการวาดภาพแล้วครอบครัวคงไม่สนับสนุนเรื่องนี้แล้วหนีออกมา พอฉันเห็นนายสงสารก็เลยคิดว่า ถ้านายจะขโมยมันไปฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่นายกลับรอฉันเนี่ยนะ”

    “เอ่อ… ผมไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นนะครับ ผมแค่ชอบวาดรูปแล้วก็วาดรูปเพลินไปหน่อย”

    “เหรอ เหมือนฉันเลย ฉันก็ชอบวาดรูปจนลืมเวลาบ่อยๆ เหมือนกัน”

    “ใช่ไหมครับ เวลาว่ารูปนี่มันเพลินจริงๆ นะครับ บางทีก็ลืมกินข้าวไปเลย”

    ผมยืนขึ้นแล้วจับมือเธอก่อนจะเขย่าไปมา นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ได้เจอคนที่พูดคุยกันถูกคอขนาดนี้

    “อืม ว่าแต่ นายยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่ ไหนๆ วันนี้ก็ได้เงินมาเยอะเลย อยากกินไรล่ะ”

    “อะไรก็ได้ครับ”

    “อย่ามาพูดประโยคชวนทะเลาะแบบนั้นกับฉันนะ อยากกินอะไรก็พูดมา ไม่งั้นฉันจะป้อนนายด้วยหญ้านะ”

    “ผมไม่ใช่ควายนะครับ”

    “ถ้างั้นก็รีบบอกมาสิ มืดแล้ว ฉันอยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วด้วย”

    “เอ่อ… เอาเป็นร้านตามสั่งแถวนี้ก็ได้ครับ”

    “แถวนี้เหรอ? ตลาดปิดหมดแล้วนะ”

    “จริงด้วยสิ เอ่อ…”

    “ถ้างั้น ไปหาอะไรกินในห้างละกัน”

    “แต่ว่ามันแพงนะครับ”

    “ไม่เป็นไร ฉันเป็นเจ้ามือเอง”

    “รู้สึกเกรงใจจังเลยครับ”

    “จังหวะนี้นายต้องตบมุกว่าเงินของวันนี้นายเป็นคนหามาต่างหาก”

    “ค ครับ”

    “นายนี่ไม่ค่อยรับมุกเลยนะ เอาเถอะ ไปหาไรกินกัน”

    เธอขยี้หัวผมเล่น ก่อนจะลากผมเข้าไปในห้างแห่งหนึ่ง เราเดินวนกันอยู่หลายนาทีเพราะผมไม่กล้าพูดว่าอยากจะกินอะไร ผมก็ตอบว่าขอเป็นอะไรที่ทำให้อิ่มท้องและผ่านวันนี้ไปได้ก็พอแล้ว สุดท้ายด้วยความรำคาญ พี่สาวคนนั้นก็เลยพาผมไปร้านสุกี้ก่อนจะสักอาหารมาเต็มโตพร้อมกับเหตุผลที่ว่า

    “ก็นายหิวไม่ใช่เหรอ”

    “แต่ผมไม่คิดว่าจะต้องสั่งเยอะขนาดนี้นี่ครับ”

    “เอาเถอะน่า ถือว่านานๆ กินที”

    จากนั้นผมกับเธอก็เริ่มทานอาหารกัน จนกระทั่งอยู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมา

    “ฉันไปนั่งข้างนายได้ไหม”

    ตอนนี้เธอนั่งอยู่ตรงข้ามผม แต่ทำไมเธอถึงอยากมานั่งข้างผมกันล่ะ

    “ด ได้ครับ แต่ว่า ทำไมเหรอครับ”

    “ก็หม้อสุกี้กับนมฉันมันอยู่ระดับเดียวกัน เวลานายมองหม้อสุกี้ฉันไม่แน่ใจว่านายมองหม้อหรือมองนมฉันกันแน่”

    คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน