ความสุขของผมคือการได้วาดรูปเหมือนจากผู้คนที่มาเป็นแบบให้ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องวาดรูปด้วยล่ะ ถ้าต้องการแบบเหมือนก็เพียงแค่ถ่ายรูปก็พอไม่ใช่เหรอ
หากผมถูกถามแบบนั้น ผมก็คงได้แต่เงียบและยิ้ม ก่อนจะวาดภาพต่อไป ผมไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ ผมบอกได้อย่างเดียวว่าตัวผมนั้นมีความสุข
ตัวผมนั้นชื่อรุต ครอบครัวของผมไม่ค่อยสนับสนุนในสิ่งที่ผมชอบเท่าไร นั่นจึงทำให้ผมตัดสินใจหนีออกจากบ้านแล้วมาเป็น แต่เส้นทางสายอาชีพของผมก็ไม่ได้ง่ายดายนัก ปัญหาอย่างแรกเลยคือท้องของผมหิว ในตอนนั้นผมก็คิดว่า จะกลับบ้านดีไหม ถ้ากลับบ้านก็มีอาหารรออยู่เลยนะ
แต่ว่า ผมก็ต้องโยนความคิดพวกนั้นทิ้งไป เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อกับแม่ และคำด่าทอมากมายที่พวกเขาพูดกับผม นั่นก็ทำให้ผมไม่อยากกลับบ้านไปอีก อย่างน้อย ถ้าผมจะอดตาย ก็ขอตายพร้อมกับวาดรูป ได้ทำในสิ่งที่ผมชอบไปด้วยแล้วกัน
แต่ว่า ระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนในตลาดด้วยความหิวอยู่นั้นเอง กลิ่นหอมของอาหารมากมายเข้ามาในจมูกของผม ตอนนี้ แม้แต่ผักที่ผมเกลียดแต่เมื่อนำไปปิ้งแล้วได้กลิ่นของมันแล้ว ผมก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาแล้วสิ
ความหิวนี่ น่ากลัวจริงๆ เลยนะ
ผมเดินอยู่ในตลาดพักหนึ่ง ระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็น ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวาดภาพเหมือนโดยมีผู้คนนั่งเป็นแบบอยู่ ผมยืนรอจนกระทั่งเธอวาดเสร็จ ก่อนจะเดินไปพูดกับเธออย่างไม่อายปาก
“พี่ครับ ผมหิวมากตอนนี้ ขอผมวาดรูปแทนพี่แล้วพี่ช่วยเลี้ยงข้าวผมสักมื้อได้ไหมครับ”
“ไหวเหรอน้อง”
“ไหวครับ ผมชอบวาดรูปอยู่แล้ว ยิ่งภาพเหมือนผมยิ่งชอบ”
ผมว่าก่อนจะหันไปหยิบแฟ้มที่ผมเก็บภาพมากมายที่ผมวาดเอาไว้ ภาพที่พ่อและแม่ต่างดูถูก
“หืม ใช่ได้นะเรา เอ้า ลองดูก็ได้ ถ้าเกิดวาดดีล่ะก็ พี่ช่วยจ่ายค่าแรงให้เลย”
“จริงเหรอครับพี่ ขอบคุณมากครับ”
ถึงคนที่ผมพูดคุยด้วยจะเป็นผู้หญิง แต่ลุคของเธอค่อนข้างเหมือนกับผู้ชายพอสมควร แม้ว่าเธอจะไว้ผมยาว แต่เธอก็มัดรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลังเหมือนกับรำคาญเส้นผมของตัวเอง เธอสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้น ท่านั่งของเธอก็ไม่ได้มีความเป็นผู้หญิงเลย จนผมแอบกังวลแทนเธอว่า ถ้าเธอใส่กระโปรงแล้วนั่งท่าแบบนี้ คงแย่แน่ๆ
“มัวมองอะไรอยู่ ไปหยิบดินสอกระดาษแล้วมาวาดได้แล้ว”
“ค ครับ รีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ”
ผมเดินไปหยิบกระดาษและดินสอ จากนั้นก็เริ่มวาดรูป โดยพี่คนนั้นเป็นคนหาลูกค้ามาให้กับผม ในตอนแรกลูกค้าก็ไม่เชื่อมือผมเท่าไร จนกระทั่งผมยื่นภาพที่ผมเคยวาดให้ดู ลูกค้าก็เหมือนจะพอใจแล้วยอมให้ผมวาด จนกระทั่ง
“สนใจวาดรูปเหรอ มาเลย ตรงนี้ยังว่างอยู่นะ”
พี่สาวคนนั้นว่า ก่อนจะตบเก้าอี้ให้นั่งหลังจากที่เธอเพิ่งวาดภาพเหมือนคนก่อนหน้านี้เสร็จ แต่แล้ว คำพูดที่ออกมาจากปากลูกค้านั้น ก็ทำให้ดินสอหลุดมือเธอไป
“เอ่อ… ขอให้เด็กคนนั้นวาดแทนได้ไหม”
พี่สาวคนนั้นหันมามองผม ซึ่งผมก็ได้แต่หลบตาแล้ววาดรูปต่อ จนกระทั่งเธอมาเขย่าคอเสื้อของผมแล้วโวยวายออกมา
“นายแย่งลูกค้าฉัน ไอ้เด็กบ้า”
“อ๊า อย่าเขย่าสิครับ ผมกำลังวาดรูปอยู่”
“เลิกวาดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไสหัวไปเลย มีที่ไหนเพิ่งมาใหม่แล้วมีคนอยากให้วาดมากกว่าฉันเนี่ย”
“เรื่องนั้นมันเป็นความผิดผมเหรอครับ อีกอย่าง ผมแค่ต้องการอาหารมื้อเดียวเอง”
“ความผิดของนายนั่นล่ะ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย”
แต่สุดท้าย เธอก็ยอมให้คนอื่นมาเป็นแบบวาดให้ผม และตอนนี้กลายเป็นว่าผมมีลูกค้ามากกว่าเธอเสียอีก จนเธอเหมือนจะหงุดหงิดเล็กน้อยแล้วไปเดินเที่ยวตลาดแทน จนกระทั่งมืดค่ำและตลาดเริ่มปิด เธอก็กลับมา ก่อนจะเลิกตาขึ้น
“ยังอยู่อีกเหรอ ไอ้หนู”
เธอถาม ขณะที่ผมกำลังเก็บข้าวของวาดรูปของเธอให้เรียบร้อย
“ยังอยู่สิครับ ก็พี่ไม่กลับมาร้าน ผมก็ต้องเฝ้าร้านให้ไง”
“ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น หมายถึง ถังใส่เงินก็อยู่ตรงนี้ นายจะหยิบมันไปเลยก็ได้ วันนี้รายได้หลักก็มาจากนาย นายคงจะหนีออกจากบ้านมาสินะ ดูจากฝีมือการวาดภาพแล้วครอบครัวคงไม่สนับสนุนเรื่องนี้แล้วหนีออกมา พอฉันเห็นนายสงสารก็เลยคิดว่า ถ้านายจะขโมยมันไปฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่นายกลับรอฉันเนี่ยนะ”
“เอ่อ… ผมไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นนะครับ ผมแค่ชอบวาดรูปแล้วก็วาดรูปเพลินไปหน่อย”
“เหรอ เหมือนฉันเลย ฉันก็ชอบวาดรูปจนลืมเวลาบ่อยๆ เหมือนกัน”
“ใช่ไหมครับ เวลาว่ารูปนี่มันเพลินจริงๆ นะครับ บางทีก็ลืมกินข้าวไปเลย”
ผมยืนขึ้นแล้วจับมือเธอก่อนจะเขย่าไปมา นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ได้เจอคนที่พูดคุยกันถูกคอขนาดนี้
“อืม ว่าแต่ นายยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่ ไหนๆ วันนี้ก็ได้เงินมาเยอะเลย อยากกินไรล่ะ”
“อะไรก็ได้ครับ”
“อย่ามาพูดประโยคชวนทะเลาะแบบนั้นกับฉันนะ อยากกินอะไรก็พูดมา ไม่งั้นฉันจะป้อนนายด้วยหญ้านะ”
“ผมไม่ใช่ควายนะครับ”
“ถ้างั้นก็รีบบอกมาสิ มืดแล้ว ฉันอยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วด้วย”
“เอ่อ… เอาเป็นร้านตามสั่งแถวนี้ก็ได้ครับ”
“แถวนี้เหรอ? ตลาดปิดหมดแล้วนะ”
“จริงด้วยสิ เอ่อ…”
“ถ้างั้น ไปหาอะไรกินในห้างละกัน”
“แต่ว่ามันแพงนะครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันเป็นเจ้ามือเอง”
“รู้สึกเกรงใจจังเลยครับ”
“จังหวะนี้นายต้องตบมุกว่าเงินของวันนี้นายเป็นคนหามาต่างหาก”
“ค ครับ”
“นายนี่ไม่ค่อยรับมุกเลยนะ เอาเถอะ ไปหาไรกินกัน”
เธอขยี้หัวผมเล่น ก่อนจะลากผมเข้าไปในห้างแห่งหนึ่ง เราเดินวนกันอยู่หลายนาทีเพราะผมไม่กล้าพูดว่าอยากจะกินอะไร ผมก็ตอบว่าขอเป็นอะไรที่ทำให้อิ่มท้องและผ่านวันนี้ไปได้ก็พอแล้ว สุดท้ายด้วยความรำคาญ พี่สาวคนนั้นก็เลยพาผมไปร้านสุกี้ก่อนจะสักอาหารมาเต็มโตพร้อมกับเหตุผลที่ว่า
“ก็นายหิวไม่ใช่เหรอ”
“แต่ผมไม่คิดว่าจะต้องสั่งเยอะขนาดนี้นี่ครับ”
“เอาเถอะน่า ถือว่านานๆ กินที”
จากนั้นผมกับเธอก็เริ่มทานอาหารกัน จนกระทั่งอยู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมา
“ฉันไปนั่งข้างนายได้ไหม”
ตอนนี้เธอนั่งอยู่ตรงข้ามผม แต่ทำไมเธอถึงอยากมานั่งข้างผมกันล่ะ
“ด ได้ครับ แต่ว่า ทำไมเหรอครับ”
“ก็หม้อสุกี้กับนมฉันมันอยู่ระดับเดียวกัน เวลานายมองหม้อสุกี้ฉันไม่แน่ใจว่านายมองหม้อหรือมองนมฉันกันแน่”