กันต์เห็นฤดีเดินผ่านไปแต่วันนี้แปลกเป็พิเศษ มีผู้คุมสองคนยืนประกบข้าง และเส้นทางที่มุ่งไปคือสถานที่เก็บของผู้ต้องขังเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมคนที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตอย่างไอ้หมอโรคจิตถึงได้รับการอภัยโทษ มันใกล้เข้ามาทางโต๊ะที่เขานั่งเย้ยหยันโดยไม่มองมาทางนี้ด้วยซ้ำ ใบหน้าก็ดูยิ้มแย้มผิดปกติ กันต์รอจังหวะให้ผู้คุมที่ประกบผ่านไปก่อนพริบตานั้นเขาสอดเท้าไปสกัดขาของหมอโรคจิต ฤดีสะดุดล้มหน้าคว่ำเสียงดังจนนักโทษทุกคนในโถงหันมามอง
“มึงทำอะไรวะ”ผู้คุมคนหนึ่งหยิบกระบองออกมาจ่อที่คอของกันต์ เขาได้ยินเสียงหึ่ง ๆ ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนในอาวุธชิ้นนั้นในขณะที่ผู้คุมอีกคนกำลังก้มลงสำรวจอาการคนเจ็บ
“ไม่เป็ไรครับท่าน ผมไม่เป็ไรมาก”หมอฤดีลุกขึ้นมา แว่นตามีรอยร้าว “ผมทำร้ายเขาไว้เยอะ ไม่แปลกที่เขาจะแค้น”
“มึงพ้นโทษได้ไงวะไหนว่ามึงติดคุกตลอดชีวิต นี่เพิ่งจะ 5 ปีเอง”
“ท่านนายกอภัยโทษให้เพราะเห็นว่าผมเป็นักโทษชั้นดีอันที่จริงผมเสนอว่าจะช่วยรักษาคนไข้ในคุกระหว่างที่โดนคุมขังแต่ท่านเห็นว่าอยู่ข้างนอกจะรับใช้คนในสังคมมากกว่า” หมอยิ้มแย้ม อธิบายช้า ๆดูไม่โกรธเลยสักนิด นักโทษรอบ ๆ หันไปซุบซิบกับเพื่อนข้าง ๆ
“ดีตายห่า ที่ผ่านมามึงไม่เห็นทำอะไรนอกจากมีเื่กับคนไปทั่ว”
“ทีพวกมึงทุกคน เอาแต่รังแกเขาก่อน ด่าว่าหมอโรคจิตบ้างพ่อกำพร้าบ้าง” ผู้คุมตอบให้แทน “ตอนนี้หมอเขาเป็คนใหม่แล้วเหลือแต่พวกมึงที่ยังไม่สำนึก"
"เหรอ" กันต์ยักคิ้วอย่างไม่สะทกสะท้านทั้งที่กระบองยังจ่ออยู่ที่คอ
“ท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเขาพิจารณาดีแล้วกฎหมายอภัยโทษก็ออกมาแล้ว คุณเองก็ต้องทำตามกฎหมายนะ ไม่งั้นจะวุ่นวายกันไปหมด”ฤดีกล่าวอย่างใจเย็น
“กูไม่ทำแล้วจะทำไม” กันต์เบี่ยงตัวหลบกระบองที่คอลุกพรวด พยายามจะเข้าใกล้ฤดี แต่หลบกระบองที่ฟาดบนลำตัวไม่ทัน แม้จะเคยชินกับความเ็ปแค่ไหนแต่ร่างกายก็ขยับไม่ได้จนล้มลงไปนอนเกร็งบนพื้นฤดีเป็คนบอกให้ผู้คุมหยุดก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีกฝ่าย เขานั่งยองเอามือแตะไหล่กันต์เหมือนปลอบใจด้วยััอันอ่อนโยน
“คุณเองก็เป็ คนดี ได้นะ เริ่มต้นที่ตัวเราก่อนเลย ไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย”ใบหน้าหมอฤดียิ้มอย่างให้ความหวัง กันต์อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกปล่อยให้อดีตศัตรูคู่อริของเขาเดินผ่านประตูทางออกไป
บิ๊กต้อมยืนอยู่ในห้องประชุมชั้นสองเมื่อ 3 ปีก่อนเขาฟังเื่ KS project ครั้งแรกที่นี่ในฐานะรมต.กระทรวงยุติธรรม เขามองทะลุหน้าต่างบานใหญ่ลงไปเบื้องล่าง อาสาสมัครหมายเลข321 ผู้ซึ่งอายุพอ ๆ กับเขา กำลังก้าวออกจากประตูเรือนจำ มีเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งมากอดจากนั้นทั้งคู่เดินจากไปด้วยกัน พัศดีกับดร.ศิวะซึ่งยืนด้านหลังรายงานผู้บังคับบัญชาถึงความสำเร็จของโครงการ
"ตลอด3 ปี ที่เราติดตาม อาสาสมัครมีการกระทำที่สะท้อนตามค่านิยมหลักของคนไทยครบเหลือการประเมินผลระยะยาว กับรอข้อมูลเพิ่มจากอาสาสมัครคนอื่นๆก็จะผ่านตามตัวชี้วัดครับ" พัศดีกล่าว บิ๊กต้อมได้รับรายงานหมดแล้วเหลือคำถามคาใจสองสามข้อ
“แล้วรู้ได้ไงว่าเขาคิดดีทำดีจริง ไม่ได้เสแสร้ง”นายพลหันไปจ้อง ดร.ศิวะ ซึ่งอธิบายยืดยาวไปถึงกระบวนการคิดของมนุษย์บอกว่าต้องเกี่ยวข้องกับความทรงจำเสมอไม่ว่าความทรงจำอาศัยเหตุการณ์หรืออาศัยความหมาย เมื่อความทรงจำดีย่อมคิดดีตามมาดูเหมือนจะตอบไม่ตรงคำถามเท่าไหร่
“เราทิ้งไมโครชิปเล็กๆ ไว้ที่สมองเขาแม้จะอ่านความคิดไม่ได้ แต่ก็พอจะจับภาวะอารมณ์โดยรวม กับใช้เป็จีพีเอส ถ้าไม่พบพฤติกรรมทำผิดกฎหมายก็น่าจะอนุมานได้ว่าเขาคิดดีด้วยครับ” คำตอบของพัศดีทำให้นายพลพอใจแต่ชายสูงวัยยังสงสัยว่าทำไมต้องเป็ฤดี นักโทษคนนี้ก้าวร้าวจนเกือบพังอุปกรณ์หลายอย่าง
"ถ้าเคสยากสำเร็จเคสอื่นก็ไม่น่ามีปัญหา อีกอย่างการที่เขาผ่านโครงการเฟสสองและสามด้วยก็ยิ่งทำให้ผลลัพธ์ของเฟสหนึ่งสำเร็จ" นายพลตอบ พัศดีทำหน้าฉงนดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้ว่าฤดีเคยถูกลบความจำ
ดร.ศิวะหันข้างไปอธิบายให้พัศดี “ฤดีหรืออาสาสมัครหมายเลข1257 ขอให้เราลบภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อแลกกับการอภัยโทษเริ่มั้แ่เหตุการณ์ที่เขาเห็นภรรยาจูงมือลูกวิ่งออกมาจากร้านมินิมาร์ทแต่ถูกตำรวจมือใหม่พลั้งมือยิงด้วยความใทว่าศาลตัดสินว่าไม่ผิดเพราะเป็เหตุสุดวิสัยไปจนตอนที่ฤดีไปล้างแค้นฆ่าตำรวจคนนั้น แน่นอนว่ารวมถึงเหตุการณ์ที่เราทดลองกับเขาทั้งหมด”
พัศดียังขมวดคิ้ว “ถ้าเขาออกจากคุกไปใช้ชีวิตปกติแถมจำไม่ได้ว่าลูกเมียตายยังไง แล้วทำไมถึงยังไปฆ่าวัยรุ่นสามคนเพื่อแก้แค้นอีก”
“ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเหมือนกันครับเพิ่งเจอรายนี้เป็รายแรก ไม่รู้ว่าทำไมสมองเขาถึงสร้างความทรงจำเทียมหรือ Confabulation ขึ้นมาได้ สันนิษฐานว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาเสพข่าวเื่โจรปล้นร้านขายของชำบ่อยเข้ากอปรกับสมองถูกรบกวนด้วยกระบวนการของเรา ทำให้ 1257 เชื่อว่า เขาเห็นภรรยาและลูกถูกกลุ่มวัยรุ่นห้าคนนั้นฆ่าตายต่อหน้าต่อตา”
"เหลวไหล"เสียงอันดังของบิ๊กต้อมทำให้ทั้งสองคนหยุด "ไม่เกี่ยวหรอกโครงการนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด พวกคุณสองคนไม่จำเป็ต้องรื้อฟื้นเื่ที่ผ่านมาแล้วให้เสียเวลาที่ต้องคิดต่อคือ จะเอาผลการทดลองนี้ไปบำบัดนักโทษคนอื่น ๆให้กลับสู่สังคมได้ยังไงมากกว่า"
"รับทราบครับท่าน"ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน แล้วเดินตามนายพลออกจากห้องไปจากนั้นไฟในห้องก็ดับลงตามโปรแกรมที่ตั้งไว้
--- The END ---