หน้าต่างเม่นขนเหล็ก Level 151เป็นเม่นที่มีหนามแหลมคมมากที่สุดมันสามารถยิงหนามออกมาได้ด้วยความเร็วกว่าสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
สตีฟกำลังตรวจสอบสัตว์กลายพันธ์ตรงหน้าซึ่งโฟว์กำลังเดินเข้าไปหามันอยู่
ฟ่อ !!!! เม่นตัวนั้นเมื่อเห็นโฟว์มันก็ขู่ออกมาเสียงดังมันพองตัวขึ้นก่อนสตีฟจะเห็นขนของมันเริ่มขยับเขารีบหาที่หลบทันที ถึงไม่รู้ว่าต้นไม้จะเป็นเกราะกำบังได้มั้ยแต่ก็ยังต้องหลบหลังต้นไม้อยู่ดีซึ่งโฟว์เห็นสตีฟดังนั้นก็ส่ายหน้าออกมาเพราะด้วยพลังกายของสตีฟขนพวกนี้มันแทงสตีฟไม่เข้าหรอก แต่ถ้าเป็นเธอก็อีกเรื่อง
โฟว์ยังเดินเข้าไปอย่างต่อเนื่องที่ละก้าวๆ อย่างระมัดระวังเม่นขนเหล็กเมื่อเห็นว่าโฟว์ยังเดินเข้าไปไม่หยุดมันก็ยิงหนามของมันออกมาทันที
จิ้ว !! จิ้ว !! จิ้ว !! จิ้ว !! จิ้ว !! จิ้ว !! จิ้ว !! เสียงขนหนามเม่นถูกยิงออกมาเสียงของมันเหมือนกับปืนที่ใส่ที่เก็บเสียง พริบตาต่อมาสตีฟก็ต้องอ้าปากค้างเพราะขนหนามที่ถูกยิงออกมาทั้งหมดมันหายไปก่อนจะปักเข้าที่ร่างของตัวเม่นที่เป็นผู้ยิงออกมาทั้งหมด
ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! เสียงขนหนามที่ยิงออกมาปักเข้าที่ตัวของมันทั้งหมดทำให้มันขายใจตายคาที่ทันที
“ยอดเลย !!!” สตีฟอุทานออกมาสกิลของโฟว์นั้นขี้โกงมากเพราะถ้าคิดจะโจมตีเธอถ้าโฟว์รู้ตัวเธอจะสร้างประตูมิติเล็กๆขึ้นมาในจุดที่ถูกยิงและส่งมันกลับไปหาตัวเจ้าของ สตีฟนั้นมองเห็นประตูมิติเล็กๆอยู่ทั่วไปหมด
“นี่คือการประยุกต์ใช้สกิลของฉันค่ะ” โฟว์หันมาพูดกับสตีฟก่อนจะเก็บเจ้าเม่นนี่เข้ากระเป๋ามิติของเธอไปอีกตัว
“เจอกับศัตรูแบบนี้อย่างแรกคือต้องประเมินว่ามันสามารถโจมตีอย่างไรได้บ้างและเราทำอะไรได้บ้าง การประเมินวิธีการโจมตีของศัตรูนั้นง่ายๆเลยก็ดูที่กายภาพของมันเป็นอย่างแรกค่ะ อย่างเม่นพวกนี้สักเกตุง่ายหน่อยเพราะเพียงแค่เห็นหนามของมันก็รู้ได้แล้วว่ามันจะต้องโจมตีด้วยการยิงหนามออกมาแน่ๆ” โฟว์บอกกับสตีฟ
“อ่าครับ แต่ผมไม่มีสกิลแบบคุณโฟว์ผมจะจัดการกับมันยังไงล่ะครับถ้าเป็นกรณีนี้” สตีฟถาม
“ถ้าฉันเป็นคุณในกรณีนี้จะใช้ความเร็วจัดการกับมัน คุณน่ะมองเห็นหนามของมันที่ยิงออกมาทั้งหมดใช่มั้ยคะ” โฟว์ถาม
“ครับชัดเจนเลย” สตีฟพยักหน้าเพราะความเร็วที่เจ้าเม่นยิงหนามออกมานั้นไม่ได้เร็วกว่าเจ้าแองกี้เบิร์ดเลย
“ก็นั่นแหละคะเพราะความเร็วของคุณสูงมาก แถมด้วยถึงแม้ค่าพลังกายของคุณจะมากขนาดมันยิงไม่เข้าก็เถอะ แต่อย่าเอาร่างของตัวเองไปรับการโจมตีง่ายๆเพราะอาจจะมีสัตว์กลายพันธ์บางชนิดที่มีสกิลโจมตีทะลุค่าพลังกายก็ได้นะคะจำเอาไว้” โฟว์ถือโอกาสสั่งสอนสตีฟไปในตัว
“เข้าใจแล้วครับ” สตีฟพยักหน้าอีกครั้ง
ตอนนี้โฟว์พาสตีฟออกมาล่าสัตว์กลายพันธ์ในป่าได้กว่าชั่วโมงแล้ว ซึ่งเธอสามารถจัดการพวกมันไปได้ถึงกว่าสามสิบตัวแล้ว การจัดการแต่ละตัวโฟว์ใช้เวลาไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ จะเสียเวลาก็ตรงเดินหาสัตว์กลายพันธ์ตัวต่อไปนี่แหละ
จ๊อก !! ตอนนั้นเองจู่ๆท้องของโฟว์ก็ร้องออกมา
“อ๊ะนี่ก็บ่ายแล้วนี่นาลืมไปเลย คุณพ่อบ้านเรากลับไปด้านบนกันเถอะค่ะ” โฟว์พูดออกมาเพราะเธอเริ่มหิวแล้ว
“อะ...ครับ” สตีฟตอบกลับไปอย่างงงๆเพราะจู่ๆก็ต้องกลับซะงั้นกำลังเรียนรู้จากโฟว์อยู่เลย
ฟุ่บ !! โฟว์สร้างประตูมิติขึ้นมาใต้พื้นในจุดที่สตีฟยืนอยู่ทำให้ร่างของสตีฟหายไปทันทีก่อนจะเธอสร้างอีกบานขึ้นมาและเดินตามเข้าไป
“ที่นี่มัน !!” สตีฟอุทานออกมาพลางมองไปรอบๆก่อนจะเห็นวิวของน้ำตกไนแองการ่า
“บ้านพักตากอากาศของฉันเองค่ะ” โฟว์พูด
“บ้านพักตากอาการ !!!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ค่ะฉันใช้เงินเก็บซื้อเอาไว้ตั้งนานแล้วโชคดีที่มันไม่ถูกทำลายตอนโลกเข้าสู่ยุคกลายพันธ์” โฟว์พูด
“เอาล่ะค่ะคุณพ่อบ้านคุณไปทำอาหารได้แล้ว ฉันหิวแล้วเสร็จแล้วเรียกด้วยนะคะ จะไปอาบน้ำสักหน่อย” โฟว์พูดก่อนจะหยิบซากสัตว์กลายพันธ์ออกมาสองสามตัวโดยไม่ถามความเห็นสตีฟเลยสักนิด
ตุ่บ !! ตุ่บ !! ตุ่บ !! ร่างของสัตว์กลายพันธ์สามตัวถูกหยิบมาวางเอาไว้กลางห้องก่อนโฟว์จะเดินไปอาบน้ำทันที
“เอาแต่ใจชะมัดผู้หญิงคนนี้” สตีฟบ่นออกมาก่อนจะเดินมาดูว่ามีตัวอะไรบ้าง
หน้าต่างศพของหมูป่าลาวา Level 155
สตีฟจำเจ้าหมูป่าลาวาตัวนี้ได้มันโจมตีด้วยการพ่นลาวาออกมาจากทางปากเขายังนึกอยู่เลยว่าจะจัดการมันอย่างไรถ้าเป็นตัวเอง แต่โฟว์นั้นจัดการมันได้ง่ายๆโดยการสร้างประตูมิติที่ใต้ร่างของมันก่อนจะส่งมันกลับมาด้วยด้วยท่ากลับหัวเหนือร่างของเธอพอมันตกลงมาแล้วโฟว์ก็แค่ตวัดดาบฟันมันจนคอหลุดก็เท่านั้น ส่วนการโจมตีของมันโฟว์ก็เปิดประตูมิติส่งการโจมตีไปที่ไหนสักแห่งซึ่งสตีฟถามเธอและคำตอบที่ได้คือในน้ำตกไนแองการ่า
ส่วนอีกสองร่างเป็นศพของหมีขนยาวเลเวล หนึ่งร้อยหกสิบ และกระต่ายกินคน เลเวลหนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด มันมีเขี้ยวคล้ายกับเสื้อเขี้ยวดาบที่สตีฟจำได้ว่าสูญพันธ์ไปแล้ว
“หมูป่า หมี และกระต่ายงั้นเหรอ อืมเอาเป็นสเต็กหมูพริกไทยดำ อุ้งตีนหมีตุ๋นยาจีน และสตูครีมข้นกระต่ายแล้วกัน” สตีฟพูดออกมาหลังจากเห็นวัตถุดิบ
สตีฟมองไปที่ครัวก่อนจะลากศพของสัตว์กลายพันธ์สามตัวนี่ไปใกล้ๆโต๊ะก่อนจะยกหมูป่าลาวาขึ้นไปที่บนโต๊ะและเริ่มชำแหละมันทันทีอย่างรวดเร็ว
“ว้าวเนื้อหมูพวกนี้สวยมาก มีลายแทรกยังกับเนื้อวัว A5 แถมเนื้อมันยังเป็นสีส้มออกแดงเหมือนกับธารลาวาด้วย” สตีฟอุทานออกมาหลังจากชำแหละเห็นเนื้อของมัน
สตีฟแอบแล่เนื้อและเครื่องในส่วนหนึ่งเก็บในกระเป๋าของตัวเองไว้เอาไปทำอาหารให้ซาร่ากินเพราะเขาคิดว่าโฟว์คงไม่ว่าอะไรเพราะในกระเป๋ามิติของเธอยังมีอีกสัตว์กลายพันธ์อีกเยอะเลย
สตีฟแล่เนื้อออกเป็นชิ้นสวยมากหลายชิ้นก่อนจะหยิบเครื่องปรุงและเครื่องเทศก์ต่างๆออกมาจากกระเป๋าและหมักเนื้อทิ้งเอาไว้ก่อนจะพักเนื้อไว้ก่อน
จากนั้นสตีฟเริ่มจัดการกับหมีซึ่งการจัดการมันไม่ยากเลยก็แค่ลอกหนังของมันออกมาสตีฟลอกหนังหมีออกมาอย่างบรรจงเพราะคิดว่าหนังของมันจะต้องขายได้ราคาดีแน่ๆดังนั้นสตีฟจึงไม่อยากทำให้หนังเสียหายจากพอจัดการเสร็จแล้วสตีฟก็จัดการตัดอุ้งตีนหมีออกมาทำความสะอาดล้างกลิ่นสาบก่อนจะหมักเครื่องปรุงของจีนเอาไว้ และไปตั้งหม้อต้มเครื่องยาจีนรอทันที แค่รอให้น้ำเดือดและใส่อุ้งตีนหมีลงไป ด้วยหม้อทำอาหารสมัยนี้ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เหมือนกับได้ตุ๋นมันไปครึ่งวันแล้วดังนั้นสตีฟจึงมั่นใจว่ามันจะต้องออกมานุ่มและอร่อยมากแน่ๆ
ส่วนกระต่ายสตีฟก็ถลกหนังและแล่เนื้อออกเป็นลูกเต๋าก่อนจะตั้งหม้อและทำเป็นสตูครีมข้นทันที
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
แกร๊ก !! ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกก่อนโฟว์จะเดินออกมา
“อืมกลิ่นหอมจังเลย ต้องอร่อยแน่ๆเลยนะเนี่ย” โฟว์พูดออกมาทำให้สตีฟที่ก้มหน้าก้มตาทำอาหารอยู่เงยหน้าขึ้นมาเธอ
“ครับรับรองว่ามัน..........” สตีฟยังพูดไม่ทันจบก็ต้องอ้าปากค้างก่อนจะเผลอทำมีดบาดมือตัวเองจนร้องอกมา
อ๊าก !!!!!!!!! สตีฟร้องออกมาเพราะทำมีดบาดมือตัวเอง (เพราะทำตัวเองค่าสถานะจึงไม่มีผล)
“มีดบาดมือเหรอคะตายแล้วทำตัวเองด้วย แบบนี้ค่าสถานะไม่ช่วยนะคะ” โฟว์พูดพลางเดินเข้ามาหาสตีฟเพื่อจะดูแผล
“หยุด !!” สตีฟรีบยกมือห้ามเธอทันทีตอนนี้หน้าของสตีฟร้อนผ่าวไปหมด
“หยุดทำไมกันคะจะดูแผลให้นะ” โฟว์ถาม
“ไม่ให้หยุดได้ไงเล่า คุณนี่หน้าไม่อายจริงๆแก้ผ้าเดินออกมาได้ไง รีบไปใส่เสื้อผ้าเลยนะ” สตีฟพยายามไม่มองร่างของกายโฟว์ที่กำลังเปลือยเปล่าอยู่แต่มันก็ไม่ทันแล้วเพราะสตีฟเห็นไปหมดแล้ว โฟว์นั้นเป็นคนสวยมากและหุ่นดีมากๆ เดินออกมาในสภาพผมเปียกๆลู่ไปข้างหลังยิ่งขับให้เธอเซ็กซี่ขึ้นไปอีก
“อ๋อโทษทีค่ะนึกว่าอยู่คนเดียวแต่จะดูก็ได้นะฉันไม่ถือหรอกยังไงชาตินี้ก็ไม่ได้แต่งงานอยู่แล้ว” โฟว์พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณไม่ถือแต่ผมถือเฟ้ย ผมแต่งงานแล้วจะให้มาดูของคนอื่นนอกจากภรรยาไม่เอาหรอกเฟ้ย รีบๆไปแต่งตัวไม่งั้นผมจะไม่ให้กินข้าวจริงๆด้วย” สตีฟพูดก่อนจะหันหลังและหยิบอุปกรณ์ทำแผลของตัวเองออกมาดีนะที่เขาเอาติดมาด้วย
“โธ่ๆ !! ไม่ใช่หนุ่มเวอร์จิ้นแล้วแค่นี้ทำเป็นเขินไปได้ หรือว่าร่างของพี่สาวไม่ดึงดูดมากพออย่างนั้นเหรอ ถึงไม่อยากดู” โฟว์ยิ่งเห็นสตีฟแสดงท่าทางแบบนี้เธอก็ยิ้งอยากแกล้งเข้าไปอีก
สตีฟได้ยินดังนั้นก็ยิ่งอยากจะเขกกะโหลกเธอเข้าไปอีกใครว่าร่างเปลือยเธอไม่ดึงดูดกันเล่า เพียงแค่เห็นแว่บเดียวเล่นเอาสตีฟน้อยของเขาแข็งปังไปหมด ดีนะที่โฟว์ไม่สังเกตเห็นเพราะโต๊ะทำครัวมันบังช่วงล่างอยู่
โฟว์เมื่อเห็นสตีฟไม่เล่นด้วยแล้วเธอจึงถอนหายใจก่อนจะเดินกลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อยส่วนสตีฟหลังจากทำแผลเสร็จเขาก็ค่อยๆหันมามองดูอย่างช้าๆก่อนจะเห็นว่าโฟว์ไปแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เฮ้อ !! จะบ้าตายสตีฟน้อยนายเองก็อย่าคึกให้มันมากมัก รีบๆนอนได้แล้ว” สตีฟก้มหน้ามองเป้ากางเกงของตนก่อนจะลูบมันเบาๆถึงสตีฟจะรักซาร่ามากๆ แต่เขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเห็นภาพแบบนี้ใครจะไม่มีปฏิกิริยาล่ะจริงมั้ย
ไม่นานสตีฟก็ทำอาหารเสร็จก่อนจะจัดโต๊ะทันที โฟว์เองหลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินออกมาพลางมองอาหารบนโต๊ะที่มีถึงสามอย่างด้วยสายตาเป็นประกาย
“ว้าว !!! น่ากินมากๆเลย” โฟว์อุทานออกมา
“ถ้าอย่างนั้นลองชิมดูสิครับ” สตีฟพูดโฟว์ไม่รอช้าหยิบมีดขึ้นมาหั่นสเต็กและกินมันทันที
“อร่อย !!! มากถึงเนื้อหมูลาวาจะคุณภาพดีอยู่แล้วก็เถอะ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าคุณพ่อบ้านจะจัดการกับรสชาติเผ็ดร้อนของมันออกไปได้ด้วย” โฟว์พูดออกมา
“ครับตอนแรกผมก็ไม่รู้เลยทำเสียไปชิ้นหนึ่ง แต่พอชิมดูผมจึงรู้ว่า ตรงลายสีส้มที่แทรกอยู่นั่นมันให้รสชาติเผ็ดร้อนผมจึงค่อยๆกรีดลายตรงนั้นออกไป” สตีฟพูดเพราะตอนทำอยู่เขาไม่รู้จึงลองย่างออกมาชิมชิ้นนึก พอชิมเข้าไปเท่านั้นแหละแทบจะคายทิ้งทันทีเพราะรสชาติของมันเผ็ดมากอย่างกับกินพริกแคโรไลน่าเข้าไป (มันคือพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก)
จากนั้นโฟว์ไม่รอช้าเธอกินอาหารจานต่อไปและต่อไปทันทีแน่นอนอาหารทุกอย่างของสตีฟอร่อยจนโฟว์แทบลืมหายใจ ไม่ถึงห้านาทีอาหารสามจานของสตีฟก็หมดลง
“จะเติมมั้ยครับ” สตีฟถามพลางยิ้มออกมา
“ระ ระ รบกวนด้วยค่ะ” โฟว์พูดออกมาอย่างอายๆเพราะเธอนั้นกินเร็วมากเหมือนกับคนตะกละที่ไม่ได้กินอาหารมานานยังไงยังงั้น
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่