“ไอ้หัวขโมยปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ”ฉันมองยัยเก้าที่กำลังยื้อแย่งกระเป๋าถือของคุณทิวากับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ที่โต๊ะของเรา
“เก้า! มีอะไร นี่คุณ! กรุณาปล่อยมือจากกระเป๋าใบนี้ด้วยค่ะ” ฉันพยายามเดินผ่านกลุ่มลูกค้าคนอื่นที่กำลังยืนมองยัยเก้าทะเลาะกับผู้ชายคนนั้นแล้วตรงเข้าไปจับกระเป๋าของคุณทิวาดึงออกจากมือของผู้ชายคนนั้นที่ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยมือจากกระเป๋าของคุณทิวาง่ายๆมือเขาเหนียวชะมัด มือของเขาทากาวไว้หรือยังไงนะ
“ไอ้บ้านี่จะขโมยกระเป๋าพี่ทิวา”ยัยเก้าชี้หน้าผู้ชายคนนั้นทันทีที่เห็นฉัน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”ผู้ชายลักษณะเหมือนจะเป็เ้าของร้านเดินเข้ามาหาพวกเราคงเพราะเสียงของยัยเก้าและเสียงของลูกค้าคนอื่นที่ตอนนี้เริ่มพูดคุยถึงพวกเราดังขึ้นแล้ว
“ไอ้เหนือ! ปล่อยมือ!” เสียงของคุณคีรีตามมาหลอกหลอนฉันอีกแล้ว ไม่ใช่สิเขาตามฉันมาจริงๆ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ยอมปล่อยมือเมื่อเห็นคุณคีรีเดินเข้ามา
“ไม่มีอะไรค่ะ เื่เข้าใจผิดนิดหน่อย ขอโทษด้วยนะคะ รบกวนคิดเงินเลยค่ะ”ฉันรีบอธิบายกับเ้าของร้านเพราะไม่อยากให้เกิดเื่ขึ้น คุณคีรีกับผู้ชายคนนี้คงรู้จักกันอย่างแน่นอน
“ยัยบ้านี่ไม่ยอมฟังที่กูพูดสักนิด กูบอกว่ากูรู้จักพี่ทิวามาเอากระเป๋าไปให้ แม่งก็บอกกูเป็ขโมย” ผู้ชายคนนั้นพูดกับคุณคีรีอย่างอารมณ์เสีย
“ก็มึงเหมือน” คุณคีรีว่าเพื่อนของเขาหน้าตาเฉย
“ไอ้เพื่อนเวร มึงเป็คนให้กูมาเอากระเป๋าพี่ทิวาเองนะโว้ย”เพื่อนคุณคีรีโวยวายอย่างอารมณ์เสีย
“เพื่อนคุณคีรีเหรอคะ” ฉันยื่นกระเป๋าของคุณทิวาคืนให้คุณคีรีแต่เขาไม่ยอมรับไว้
“นี่กีรติ เลขาพี่ทิวา ส่วนนี่ไอ้เหนือ เพื่อนผมเอง”คุณคีรีแนะนำพวกเราให้รู้จักกัน คุณเหนือเพื่อนของเขาค้อมศีรษะให้ฉันเล็กน้อย แล้วก็หันไปจ้องเพื่อนฉันอย่างเอาเื่
“สวัสดีค่ะคุณเหนือ นี่ยัยเก้า เพื่อนของฉันเองค่ะนี่คุณคีรีน้องชายของคุณทิวา” ฉันแนะนำยัยเก้าให้ผู้ชายทั้งสองคนตรงหน้าได้รู้จักยัยเก้ายิ้มให้คุณคีรีเล็กน้อยแล้วก็หันไปแยกเขี้ยวทำตาขวางใส่คุณเหนือซะอย่างนั้น
“เอ่อ ขวัญขอโทษคุณเหนือแทนยัยเก้าด้วยนะคะ”
“ขอโทษทำไมยัยขวัญ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
“พอแล้วน่ายัยเก้า ขอล่ะ”ยัยเก้ายอมหยุดแต่ก็ยังไม่ยอมเลิกส่งสายตาอาฆาตให้คุณเหนืออยู่ดีคุณเหนือเองก็เช่นกัน ถึงจะไม่พูดแต่ก็รู้ว่าโกรธยัยเก้ามาก
“ค่าอาหารหนึ่งพันเก้าร้อยสิบห้าบาทครับ”พนักงานร้านเดินนำบิลค่าอาหารมาส่งให้ฉัน
“ไม่ต้องทอน”คุณคีรีวางเงินแบงก์พันสองใบลงบนบิลค่าอาหารแล้วเดินจากไปทันทีคุณเหนือเองก็เดินตามเขาออกไปเช่นกันพนักงานเมื่อได้รับเงินค่าอาหารแล้วก็ค้อมศีรษะให้พวกเราแล้วเดินจากไป
“ไปกันเถอะยัยเก้า” ฉันคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วรีบเดินตามคุณคีรีเพื่อนำกระเป๋าของคุณทิวาไปคืนแต่เมื่อมาถึงที่หน้าร้านแล้วหันมองซ้ายขวาก็ไม่พบเขาจึงคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยเอากระเป๋าของคุณทิวาไปคืนให้ที่บ้านก็แล้วกัน
“มองหาผมอยู่เหรอ”อีกแล้ว เสียงของเขาดังอยู่ที่ด้านหลังของฉันอีกแล้ว แต่คราวนี้ฉันตั้งสติได้ทันจึงค่อยๆหันหน้าไปหาเขา
“ฉันเอากระเป๋าคุณทิวามาคืนค่ะ” ฉันยื่นกระเป๋าให้เขาอีกครั้งแต่เขาก็ยังไม่ยอมรับมันไปอยู่ดี
“ตามผมมา” ฉันหันไปกวักมือเรียกยัยเก้าที่ยืนคอยอยู่ที่หน้าร้านให้มาหาฉันจากนั้นก็เดินตามคุณคีรีไปที่รถของเขา เขายืนรอเราอยู่ที่รถกระบะสี่ประตูยกสูงสีดำคันใหญ่ที่ติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้วนี่คงเป็รถที่เขาใช้ทำงานที่ต่างจังหวัดนั่นเอง
“คุณทิวาหลับไปแล้วเหรอคะ” ฉันมองเข้าไปในรถก็เห็นคุณทิวาหลับอยู่ฉันจึงยื่นกระเป๋าคืนให้เขาอีกครั้ง
“ขึ้นรถ!” พูดจบเขาก็เดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วขึ้นนั่งบนรถพร้อมกับลดกระจกแล้วมองมาที่พวกเรา
“ฉันกลับเองได้ค่ะคุณคีรี”ฉันเปิดประตูรถแล้ววางกระเป๋าของคุณทิวาลงบนเบาะหลังรถของเขา ปิดประตูให้แล้วเดินจากมา
“ว้าย!”ฉันร้องเสียงหลงอย่างใเมื่อถูกดึงแขนจนเซล้มไปกระแทกกับใครบางคน
“ผมบอกว่าจะไปส่ง พวกคุณเมาแล้วจะกลับยังไง นี่ก็ดึกมาแล้ว”เป็คุณคีรีอีกแล้ว นี่เขาถือวิสาสะดึงแขนฉันเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะแล้วฉันซบที่อกเขาเป็รอบที่เท่าไหร่แล้ว ความใกล้ชิดแบบนี้ฉันไม่ชินเอาซะเลย
“แต่เรากลับกันได้จริงๆนะคะ ฉันไม่อยากรบกวนคุณค่ะ”ฉันดันตัวเองออกจากวงแขนของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ยอมปล่อยมือกลับดึงฉันให้ตามเขากลับไปที่รถของตัวเองซะอย่างนั้น
“นี่คุณคีรี ปล่อยฉันนะ” ยิ่งฉันดิ้นมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกำมือแน่นเท่านั้น
“ฉันเจ็บนะคุณ ยัยเก้า ช่วยฉันด้วย” ฉันร้องเรียกเพื่อนที่ดูใไม่แพ้กันแต่ก็ยอมมาช่วยดึงแขนของฉันอีกข้างไว้ แต่นั่นยิ่งทำให้ฉันเจ็บคุณคีรีหยุดเดินมองการกระทำของเพื่อนฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เก้า ปล่อยมือ ยัยเก้า! ปล่อย! ฉันเจ็บ!” ยัยเก้าที่ดึงแขนฉันอย่างบ้าคลั่งหยุดดึงในที่สุด
“คุณคีรีปล่อยพวกเราไปเถอะนะคะ ฉันง่วงมากแล้ว อยากกลับบ้านมากด้วย”ยัยเก้าเดินไปพูดกับคุณคีรีอย่างคนไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่นัก
“คุณดูสภาพเพื่อนคุณสิ ดูสภาพตัวเองด้วยสภาพอย่างนี้นี่นะจะกลับบ้านกันเอง จะรอดถึงตอนเช้าหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ขึ้นรถผมจะไปส่ง” เขาไม่พูดเปล่า แต่ยังดึงฉันให้เดินตามแล้วเปิดประตูพร้อมกับดันตัวฉันเข้ามาในรถทันทียัยเก้าเพื่อนผู้ไม่ค่อยจะมีสติก็เดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งแล้วพิงหัวเข้ากับกระจกรถแล้วหลับไปในทันที
“คุณห้ามนอนนะ บอกทางผมก่อน ผมไม่รู้จักบ้านคุณ” เขาหันมาพูดกับฉันหลังจากนั้นก็ขับรถออกไปทันที
ฉันไม่ได้นอนและนั่งบอกทางคุณคีรีตามที่เขาสั่งั้แ่แรก เพราะดึกมากแล้วการจราจรจึงเบาบาง ฉันกับเพื่อนจึงถึงคอนโดของฉันในเวลาไม่นานตอนแรกตั้งใจจะไปนอนที่คอนโดยัยเก้า ถ้าไปที่นั่นคุณคีรีต้องขับรถอ้อมไปอีกทางเพื่อกลับบ้านของเขาฉันจึงตัดสินใจกลับคอนโดของตัวเองจะดีกว่า
“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” ฉันพยุงเพื่อนที่กึ่งหลับกึ่งตื่นลงจากรถ
“พรุ่งนี้เจอกัน” เขาบอก พรุ่งนี้เจอกันอย่างนั้นเหรอ
“ขับรถดีๆนะคะ” เขาไม่ตอบฉัน ทำเพียงแค่พยักหน้าแล้วก็ขับรถออกไป
พรุ่งนี้เราจะเจอกันได้ยังไงในเมื่อคุณทิวาจะไปส่งฉันให้ไปทำงานกับเขาในวันอาทิตย์โน้นถึงจะถูกฉันประคองยัยเก้าผ่านล็อบบี้คอนโดสายตาก็ชำเลืองเห็นนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนยี่สิบห้านาที จึงเข้าใจที่เขาพูดเราจะได้พบกันพรุ่งนี้จริงๆ ฉันมีเวลาอยู่ที่เมืองหลวงอีกแค่วันเดียวจริงๆเหรอเนี่ย ยิ่งคิดยิ่งท้อใจ อีกแค่วันเดียวฉันก็ต้องไปอยู่ดูแลผู้ชายที่ไม่ชอบฉันคนนั้นคนหน้าตาดีที่เพิ่งมาส่งฉันกับเพื่อนที่คอนโด คนหน้าตาดีอย่างนั้นเหรอนี่ฉันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่นๆ ที่ไปชมเขาแบบนั้นฉันประคองยัยเก้าที่ไม่ค่อยมีสติมาถึงห้องได้ในที่สุด ‘์!’ ฉันจะได้นอนสักทีฉันทิ้งเพื่อนลงบนที่นอนและทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เพื่อนและหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^