ลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่าง –เสียงกลองรบและกลิ่นอายแห่งการประลอง
เสียงกลองรบยังคงดังกึกก้องไปทั่วลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่างปลุกเร้าจิติญญาแห่งการต่อสู้ในใจของเหล่าศิษย์ทุกคนแสงแดดยามสายสาดส่องลงมาต้องพื้นหินอ่อนจนเป็ประกายระยิบระยับอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมที่ลอยมาจากแท่นบูชาเทพเซียนและกลิ่นอายของพลังปราณที่แผ่ออกมาจากเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรนับพัน
บนแท่นประธาน สิงหราชเ้าสำนักลุกขึ้นยืนใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยอำนาจ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วลานประลองก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ
"ศิษย์สำนักจันทร์กระจ่างทุกท่าน!"สิงหราชกล่าว "บัดนี้ได้เวลาเริ่มต้นการประลองใหญ่ประจำปีแล้ว!การประลองครั้งนี้จะตัดสินว่าผู้ใดคืออัจฉริยะที่แท้จริงของสำนัก! ผู้ชนะ 50 อันดับแรกจะได้เข้าสู่หอคัมภีร์ลับเพื่อเลือกคัมภีร์วิชาชั้นสูง!และผู้ชนะเลิศจะได้เป็ศิษย์สายตรงของข้า! ขอให้ทุกท่านจงแสดงฝีมืออย่างเต็มที่!และจงจำไว้ว่า... การประลองนี้คือการแข่งขันเพื่อเกียรติยศของสำนัก!จงต่อสู้ด้วยความยุติธรรมและมีน้ำใจนักกีฬา!"
เสียงโห่ร้องต้อนรับดังกึกก้องไปทั่วลานประลองเหล่าศิษย์ต่างตื่นเต้นและกระหายที่จะแสดงฝีมือ กฎกติกาของการประลองนั้นเรียบง่ายคือการต่อสู้แบบแพ้คัดออก ผู้ที่ถูกผลักตกจากเวที หรือยอมแพ้ หรือหมดสติถือว่าพ่ายแพ้ทันที
การจับฉลากคู่ต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วชื่อของเหล่าศิษย์ถูกประกาศออกมาทีละคู่และแต่ละคู่ก็เดินขึ้นสู่เวทีประลองที่กระจายอยู่ทั่วลานชุมนุม
พิธาที่นั่งอยู่ข้างสิงหราชบนแท่นประธานดูสบายๆเขากำลังจิบชาสมุนไพรอย่างใจเย็น ราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ในงานประลองใหญ่ของสำนักแต่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในสวนหลังบ้าน
"ศิษย์พี่พิธาดูใจเย็นจังเลยนะเ้าคะ"เมขลากล่าวพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอมายืนอยู่ข้างๆ พิธาเพื่อรอฟังผลการจับฉลาก
พิธายิ้มตอบ"ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลนี่นา"
'ก็แหงล่ะ!ข้าไม่ได้ลงไปสู้เองนี่!' พิธาคิดในใจ
ในขณะนั้นเอง บนเวทีประลองหมายเลข 5 'ก้องภพ'ศิษย์จากยอดเขาหยกอัคคี กำลังยืนอยู่กับอาจารย์ของเขา 'อาจารย์เพลิง' อาจารย์เพลิงเป็ชายร่างใหญ่กำยำใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราสีแดงเพลิง ดวงตาของเขาลุกโชนราวกับเปลวไฟ
"ก้องภพ"อาจารย์เพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน"เ้าต้องจำไว้ว่าคู่ต่อสู้ของเ้าคือศิษย์จากยอดเขาหยกมรกตยอดเขาที่อ่อนแอที่สุดในสำนัก! เ้าต้องแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของยอดเขาหยกอัคคีของเรา!"
ก้องภพพยักหน้าด้วยความมั่นใจใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาเป็ศิษย์ที่มีพร์ไม่น้อยอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลาง และมีชื่อเสียงในด้านวิชาฝ่ามืออัคคีที่ร้อนแรง
"อาจารย์ข้าต้องออมมือหรือไม่?" ก้องภพถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก"ข้าเกรงว่าหากข้าใช้พลังเต็มที่ นางอาจจะาเ็สาหัสได้"
อาจารย์เพลิงยิ้มมุมปาก"ออมมือเล็กน้อยก็พอ... อย่าให้ยอดเขาหยกมรกตเสียหน้ามากนักก็แล้วกัน"
'ฮ่าๆ! ยอดเขาหยกมรกต!ยอดเขาที่แม้แต่ข้ายังไม่เคยได้ยินชื่อ! ช่างน่าสมเพชจริงๆ!' ก้องภพคิดในใจ
เมขลา – ความสงบเยือกเย็นก่อนพายุ
ในที่สุด ชื่อของเมขลาก็ถูกประกาศขึ้น
"คู่ต่อไป!เวทีประลองหมายเลข 5! ศิษย์เมขลาจากยอดเขาหยกมรกต ปะทะศิษย์ก้องภพจากยอดเขาหยกอัคคี!"
เมขลาเดินขึ้นสู่เวทีประลองด้วยความสงบเยือกเย็นทุกย่างก้าวของเธอดูนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ก้องภพอย่างไม่หวั่นเกรง
ก้องภพมองเมขลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเขาเห็นเพียงแค่เด็กสาวหน้าตาสวยงามที่ดูอ่อนแอ ไม่คู่ควรที่จะเป็คู่ต่อสู้ของเขา
"แม่นางน้อย"ก้องภพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน "เ้าคงจะหลงทางมาสินะ? เวทีประลองไม่ใช่เวทีประกวดความงามนะ"
เมขลาไม่ตอบเธอเพียงแค่ชักกระบี่วารีครามออกจากฝัก แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกมาจากคมกระบี่
"โอ้โห!มีกระบี่ด้วยหรือนี่!" ก้องภพหัวเราะเสียงดัง "เอาเถอะ!ข้าจะให้โอกาสเ้าลงมือก่อนก็แล้วกัน! อย่าหาว่าข้ารังแกสตรีก็แล้วกัน!"
พิธาที่นั่งอยู่บนแท่นประธานถึงกับส่ายหน้าเล็กน้อย
'เ้าเด็กนี่... ปากดีจริงๆ!ไม่รู้ว่าความตายกำลังจะมาเยือนแล้วหรือไง!' พิธาคิดในใจ
สิงหราชและเหล่าเ้ายอดเขาคนอื่นๆต่างมองเมขลาด้วยความสนใจพวกเขาอยากรู้ว่าศิษย์จากยอดเขาหยกมรกตผู้นี้จะแสดงฝีมือได้ดีเพียงใด
"เริ่มการประลอง!"ผู้ตัดสินประกาศ
ทันทีที่เสียงประกาศสิ้นสุดลงก้องภพก็ยืนกอดอกอย่างสบายๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งเขารอให้เมขลาลงมือก่อน
แต่เมขลาไม่รอช้า!
ราวกับสายฟ้าฟาด!ร่างของเมขลาก็พุ่งเข้าหาก้องภพด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง!
"วิชา... กระบี่คืนสู่ตนเอง!"
กระบี่วารีครามในมือของเมขลาแปรเปลี่ยนเป็สายน้ำสีเงินยวงพุ่งเข้าใส่ก้องภพอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
ก้องภพถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใเขาไม่คิดว่าเมขลาจะเร็วได้ถึงเพียงนี้! เขาพยายามจะยกฝ่ามืออัคคีขึ้นมาป้องกันแต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว!
ฉัวะ!
ปลายกระบี่วารีครามััเข้าที่หน้าอกของก้องภพอย่างแ่เบาแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาถึงกับตัวแข็งทื่อ!
เืสีแดงสดไหลซึมออกมาจากรอยาแเล็กๆที่หน้าอกตำแหน่งหัวใจของก้องภพ หากแทบลึกลงไปเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
ก้องภพยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ!
ความเงียบงันและเสียงฮือฮา
ทั่วทั้งลานประลองเงียบสงัดลงทันทีราวกับว่าเวลาหยุดนิ่ง ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศิษย์ก้องภพจากยอดเขาหยกอัคคีผู้มีชื่อเสียงในด้านวิชาฝ่ามืออัคคี และอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางถูกเด็กสาวจากยอดเขาหยกมรกตเอาชนะได้ในกระบวนท่าเดียว!
"กระบี่ของศิษย์น้องเมขลาเร็วมาก!"เสียงอุทานดังขึ้นจากฝูงชน
จากนั้น เสียงฮือฮาก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆจนกลายเป็เสียงจอแจที่ดังสนั่นไปทั่วลานประลอง
"เหลือเชื่อ!นางเอาชนะก้องภพได้ในกระบวนท่าเดียว!"
"ความเร็วของนาง...มันเหนือกว่าศิษย์ทั่วไปในระดับเดียวกันมาก!"
"ยอดเขาหยกมรกต...มีอัจฉริยะซ่อนอยู่หรือนี่!"
บนแท่นประธานสิงหราชถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"นี่มัน...นี่มันอะไรกัน!" สิงหราชอุทาน
อาจารย์สมศรีและอาจารย์บุญส่ง ต่างมองหน้ากันพวกเขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงในดวงตาของกันและกัน
"ความเร็วของนาง...มันเหนือกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากนัก!" อาจารย์บุญส่งเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
"ยอดเขาหยกมรกต...ดูเหมือนว่าปีนี้จะไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิดแล้ว" อาจารย์สมศรีกล่าวพลางยิ้มเล็กน้อย
พิธาที่นั่งจิบชาอยู่ข้างๆสิงหราชถึงกับหัวเราะออกมาเล็กน้อย
'ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรให้ต้องกังวล!เ้าพวกนี้ก็ชอบทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่จริงๆ!' พิธาคิดในใจ
เขาเหลือบมองไปที่อาจารย์เพลิงที่ยืนอยู่ข้างเวทีประลองใบหน้าของอาจารย์เพลิงซีดเผือดราวกับไก่ต้มดวงตาของเขามองไปยังก้องภพที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นด้วยความใและอับอาย
'ฮ่าๆ! สมน้ำหน้า!ใครใช้ให้ปากดีเองล่ะ!' พิธาคิดในใจด้วยความสะใจ
"ศิษย์เมขลาจากยอดเขาหยกมรกตเป็ผู้ชนะ!"ผู้ตัดสินประกาศเสียงดัง
เมขลาเก็บกระบี่วารีครามเข้าฝักอย่างสงบก่อนจะโค้งคำนับให้ผู้ตัดสินและเดินลงจากเวทีไป
รอบที่สอง – ก็ได้รับชัยชนะที่ง่ายดายเช่นกัน
การประลองดังกล่าวดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็วเมขลาหลังจากถูกจับคู่กับศิษย์อีกคนในรอบที่สอง ซึ่งเป็ศิษย์จากยอดเขาหยกพฤกษา
ศิษย์ผู้นั้นเห็นความเร็วของเมขลาในการต่อสู้ครั้งแรกแล้วจึงไม่กล้าประมาทเขาพยายามใช้ทักษะการป้องกันที่แข็งแกร่งของยอดเขาพฤกษาเพื่อรับมือกับเมขลา
แต่ความเร็วของเมขลานั้นเหนือกว่าที่เขาจะรับมือได้!
เพียงไม่กี่กระบวนท่าเมขลาก็สามารถหาช่องโหว่และผลักศิษย์ผู้นั้นตกจากเวทีไปได้อย่างง่ายดาย
ชัยชนะครั้งที่สองของเมขลาสร้างความฮือฮาให้กับฝูงชนอีกครั้งพวกเขาเริ่มมองเมขลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
บนแท่นประธานสิงหราชและเหล่าเ้ายอดเขาต่างพยักหน้าด้วยความชื่นชมพวกเขาเริ่มเห็นแววของอัจฉริยะในตัวเมขลาแล้ว
"นางมีพร์จริงๆ"สิงหราชกล่าว "ความเร็วของนาง... หากฝึกฝนต่อไปนางอาจจะกลายเป็ยอดฝีมือกระบี่ที่ไร้เทียมทานได้เลยทีเดียว!"
พิธายิ้มเล็กน้อยเขารู้ดีว่าเมขลายังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงของเธอออกมาเลยด้วยซ้ำ
'ขอบเขตโอสถทองคำขั้นต้นและเจตนากระบี่... หากนางแสดงออกมาทั้งหมด คงจะทำให้พวกเขาถึงกับช็อกตายกันแน่!'พิธาคิดในใจ
รอบที่สาม – การเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ
การประลองดำเนินมาถึงรอบที่สามซึ่งเป็รอบชี้ชะตาเพื่อเข้าสู่ 35 อันดับแรกศิษย์ที่ผ่านเข้ารอบนี้ได้จะถือว่าเป็ยอดฝีมือของสำนักอย่างแท้จริง
เมขลาเดินขึ้นสู่เวทีประลองหมายเลข 5อีกครั้ง ใบหน้าของเธอยังคงสงบเยือกเย็นแต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น
คู่ต่อสู้ของเธอในรอบนี้คือ 'ศักดิ์ชัย'ศิษย์จากยอดเขาจันทรา ซึ่งเป็ยอดเขาที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนัก
ศักดิ์ชัยเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยพลัง ดวงตาของเขาคมกริบราวกับคมกระบี่เขาสวมชุดคลุมสีเงินยวงของยอดเขาจันทรา ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
ศักดิ์ชัยมีชื่อเสียงในด้านพลังกระบี่หนักอันยิ่งใหญ่เขาสามารถฟันกระบี่ออกไปได้ด้วยพลังที่รุนแรงราวกับภูผาถล่มทลายศิษย์หลายคนต่างเกรงกลัวพลังกระบี่ของเขา
เมื่อศักดิ์ชัยเดินขึ้นสู่เวทีประลองเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"นั่นมันศักดิ์ชัยนี่!ยอดฝีมืออันดับต้นๆ ของยอดเขาจันทรา!"
"เมขลาต้องเจอกับศักดิ์ชัยหรือนี่!การต่อสู้ครั้งนี้ต้องดุเดือดแน่นอน!"
บนแท่นประธานสิงหราชและเหล่าเ้ายอดเขาต่างมองไปยังเวทีประลองหมายเลข 5ด้วยความสนใจ พวกเขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็บททดสอบที่แท้จริงของเมขลา
"ศักดิ์ชัยผู้นั้นมีพลังกระบี่หนักที่แข็งแกร่งมาก"สิงหราชกล่าว "เมขลาจะรับมือกับพลังของเขาได้หรือไม่?"
"ความเร็วของนางนั้นเหนือกว่าแต่พลังกระบี่ของศักดิ์ชัยก็ไม่ใช่เล่นๆ" ชาญณรงค์กล่าว"การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็การปะทะกันระหว่างความเร็วกับพลังอย่างแท้จริง"
พิธาที่นั่งอยู่ข้างๆสิงหราชยังคงจิบชาอย่างใจเย็น ใบหน้าของเขาไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย
'ความเร็วปะทะพลังงั้นรึ? ฮ่าๆ! เ้าพวกนี้ก็ชอบคิดอะไรให้มันซับซ้อนจริงๆ!' พิธาคิดในใจ
ศักดิ์ชัยมองเมขลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังเขาไม่ประมาทเมขลาเหมือนก้องภพ เขาเห็นความเร็วของเมขลาในการต่อสู้สองครั้งแรกแล้ว
"แม่นางเมขลา"ศักดิ์ชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ข้าได้ยินชื่อเสียงของเ้าแล้วความเร็วของเ้าเป็ที่น่าประทับใจ แต่พลังกระบี่ของข้านั้นไม่ธรรมดา!จงเตรียมตัวให้พร้อม!"
เมขลาไม่ตอบเธอเพียงแค่ชักกระบี่วารีครามออกจากฝัก แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกมาจากคมกระบี่
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันกลางเวทีประลองบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด ราวกับว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้น
"เริ่มการประลอง!"ผู้ตัดสินประกาศ
การต่อสู้ระหว่างความเร็วที่เหนือกว่ากับพลังกระบี่ที่แข็งแกร่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...และชะตากรรมของเมขลาและยอดเขาหยกมรกตก็กำลังจะถูกตัดสินในวันนี้
****
บทสรุปของบทที่ 25
การประลองใหญ่ของสำนักจันทร์กระจ่างเริ่มต้นขึ้นด้วยกฎกติกาแบบแพ้คัดออกเมขลา ตัวแทนจากยอดเขาหยกมรกต ได้เผชิญหน้ากับ ก้องภพ ศิษย์จากยอดเขาหยกอัคคีในรอบแรกก้องภพที่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้ "ออมมือ" และเต็มไปด้วยความประมาทได้แสดงท่าทีโอ้อวดและให้เมขลาลงมือก่อน
แต่ก้องภพก็ต้องตกตะลึงเมื่อเมขลาเอาชนะเขาได้ในกระบวนท่าเดียวด้วยวิชา"คืนสู่ตนเอง" ซึ่งแสดงถึงความเร็วที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิงชัยชนะครั้งนี้สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าผู้นำสำนักที่ต่างประทับใจในความเร็วของเธอพิธาเองก็รู้สึกขบขันกับความประมาทของผู้อื่น
เมขลาชนะการต่อสู้รอบที่สองได้อย่างง่ายดายเช่นกันตอกย้ำความสามารถของเธอ แต่ในรอบที่สามซึ่งเป็รอบชี้ชะตาเพื่อเข้าสู่ 35 อันดับแรกนางต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่าง ศักดิ์ชัย ศิษย์จากยอดเขาจันทราผู้ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านพลังกระบี่อันยิ่งใหญ่การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็บทพิสูจน์ที่แท้จริงว่าความเร็วของเมขลาจะเพียงพอที่จะเอาชนะพลังอันหนักหน่วงของศักดิ์ชัยได้หรือไม่และรักษาความหวังของยอดเขาหยกมรกตไว้ได้หรือไม่