เช้าวันถัดมาครอบครัวของหลินหลินตื่นแต่เช้าเพื่อทำธุระส่วนตัวและทานอาหารเช้าอย่างไม่รีบไม่ร้อนมากนัก พวกเขาผ่อนคลายมากขึ้นที่รู้ว่าบุตรสาวมีมิติวิเศษส่วนตัวและสามารถขนสินเดิมมากมายทั้งหมดได้ภายในพริบตาโดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย พวกเขาวางแผนว่าจะเดินทางกลับทันทีเมื่อเก็บสินเดิมเข้ามิติวิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวทั้งหมดขึ้นรถม้าอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับชายแดนทันที และแจ้งเจ้าของเรือนว่ามีเรื่องด่วนต้องรีบออกเดินทางและคืนเรือนที่เช่าไว้แม้จะเสียค่าเช่าไปแล้ว 1 เดือนก็ไม่เสียดาย ด้วยห่วงว่าจะมีคนจากราชสำนักออกมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ อีก
กว่าพวกเขาจะได้เดินทางออกจากเรือนที่เช่าไว้ก็สายมากแล้ว แต่ก็ยังดีที่ครานี้ไม่พบกับคนของราชสำนักระหว่างทางอีก พวกเขาจึงเดินทางไปยังเรือนเก่าชานเมืองอย่างสบายใจขึ้น และคิดว่าอาจจะต้องพักที่นั่นสักคืนหากไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วค่อยออกเดินทางไปชายแดนในวันถัดไป
3 คนพ่อแม่ลูกรู้สึกผ่อนคลายในการเดินทางครั้งนี้มากขึ้น จากที่คิดวางแผนอยู่นานว่าจะขนสินเดิมอย่างไรไม่ให้ผู้คนสงสัยเกี่ยวกับข้าวของมากมายเช่นนั้น แต่เมื่อบุตรสาวมีมิติวิเศษก็ทำให้เบาใจมากขึ้น ทั้งยังรู้สึกว่าบุตรสาวช่างมีบุญนักที่ได้ครอบครองสิ่งวิเศษเช่นนี้ น้อยคนนักที่จะมีของวิเศษเช่นนี้ บิดาของหลินหลินพบเจอคนมากมายจึงเล่าเรื่องราวของผู้วิเศษและผู้ที่มีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ คนเหล่านั้นฝึกฝนบำเพ็ญจนเกือบเป็นเซียนแล้ว หลินหลินที่ฟังบิดาเล่าเรื่องเช่นนี้ก็สนใจนักเพราะเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าในยุคนี้จะมีผู้วิเศษมากมาย ตัวหลินหลินเองรู้สึกอยากเป็นผู้วิเศษบ้าง มันคงรู้สึกดีไม่น้อย
บิดามารดาเห็นบุตรสาวทำหน้าเหม่อลอยเพ้อฝันก็อมยิ้มขบขัน นางคงคิดอะไรพิเรนทร์อีกเป็นแน่
“เจ้าคิดอะไรอยู่ เล่าให้บิดาฟังได้หรือไม่?”
“ข้าคิดว่าหากข้าเหาะเหินเดินอากาศได้และเป็นผู้วิเศษคงดีเจ้าค่ะ ท่านพ่อช่วยทำให้ข้าเป็นแบบนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“พ่อคงช่วยเจ้าไม่ได้ แต่หากเจ้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ของนักพรตที่บำเพ็ญตนจนถึงขั้นนั้นได้ก็น่าจะพอเป็นไปได้ มีไม่กี่สำนักที่ตั้งอยู่บนหุบเขาอี๋ซานที่ห่างไกล หุบเขาสูงนั้นเขาว่ากันว่าอยู่ใกล้กับสวรรค์ชั้นฟ้ามากที่สุด คนที่มีโอกาสเป็นเซียนจะมีคนมาสั่งสอนฝึกฝนให้เป็นเซียนฝึกหัดก่อน หากผ่านการทดสอบก็จะเลื่อนขั้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นได้ขึ้นไปรับใช้เหล่าเทพบนสวรรค์ รอให้ถึงช่วงที่หุบเขานั้นเปิดรับศิษย์เจ้าค่อยไปทดสอบดูก็ได้ แต่อย่างน้อยเจ้าต้องโตกว่านี้ก่อนดีหรือไม่?”
หลินหลินได้ฟังเช่นนั้นก็ทำตาโต นางอยากเห็นเทพเซียนบนสวรรค์ อยากรู้ว่าจะหล่อเหลาเช่นที่ผู้คนเล่าขานหรือไม่ โลกที่นางมาเกิดนี้ช่างดีนักที่ยังมีเรื่องเหล่านี้อยู่จริงๆ แถมยังมีเทพเซียนจริงๆ ด้วย เหมือนได้เข้ามาอยู่ในโลกของนิยายเทพเซียนเลย กำไลวิเศษของหลินหลินกลายเป็นของธรรมดาไปเลย นางอุตส่าห์คิดมากอยู่นานว่าจะอธิบายเกี่ยวกับของวิเศษของตนเองอย่างไรดี แต่พอรู้เช่นนี้ก็ไม่มีอะไรแปลกพิสดารสำหรับโลกนี้แล้ว หากของวิเศษและเทพเซียนเป็นสิ่งที่มีมาช้านานเช่นนี้นางก็อยากจะมีของวิเศษมากๆ และอยากลองเป็นผู้วิเศษดูบ้าง
“ท่านพ่อตัดใจให้ข้าไปเป็นเซียนน้อยได้จริงหรือเจ้าคะ ท่านไม่คิดถึงข้าหรือเจ้าคะหากข้าไม่อยู่ด้วย”
หลินหลินแกล้งเย้าแหย่บิดาเล่น ปกติบิดาจะหวงแหนนางมาก แทบไม่ให้ไปไหนมาไหนตามลำพังเลย นี่กล้าปล่อยนางออกจากอกให้ไปร่ำเรียนเป็นเซียนน้อยยังที่ห่างไกลสายตาได้หรือ
“พ่อก็จะติดตามไปอยู่ด้วยกับเจ้าแถวเชิงเขานั่นก็ได้นี่ พ่อไม่มีอะไรต้องทำสักหน่อย อยู่ที่ใดก็ได้”
หลินหลินได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้ามุ่ยเหมือนเหม็นสิ่งใดอยู่จนมารดาขบขันนาง
“เจ้าจะทิ้งพ่อแม่ไปได้อย่างไร หากพ่อเจ้าไปด้วยแม่ก็จะติดตามไปเช่นกัน หรือเราจะไม่ไปอยู่ชายแดนแล้ว ไปอยู่กันแถวใกล้ๆ หุบเขานั้นดีหรือไม่ อย่างไรก็น่าจะมีหมู่บ้านใกล้ๆ ให้เราพอได้ค้าขายบ้างนะ”
“พวกท่านไม่คิดให้ข้าได้ออกไปผจญภัยในโลกภายนอกตามลำพังบ้างหรือเจ้าคะ แล้วข้าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างไรหากมีบิดามารดาคอยดูแลไม่ห่างเช่นนี้”
บิดามารดาของหลินหลินต่างมองสบตากันและยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ แม้พวกเขาจะไม่ดูแลนาง นางก็ดูจะเป็นเด็กมีความคิดเช่นผู้ใหญ่และฉลาดเฉลียวนัก พวกเขาเพียงอยากอยู่ใกล้ๆ นางด้วยกลัวจะอดคิดถึงนางไม่ได้เท่านั้น ไม่คิดว่าต้องไปดูแลหรือสอนสั่งสิ่งใดนางแล้ว
“พ่อกับแม่กลัวจะเหงา เจ้าไม่สงสารพ่อแม่เลยรึหากต้องอยู่ห่างไกลกัน”
บิดาของหลินหลินออดอ้อนบุตรสาวให้เห็นด้วยกับตนเอง เขารู้ว่านางเก่งกาจมากแล้ว แต่หากต้องห่างไกลกัน ทั้งยังไม่ได้ข่าวคราวใดๆ ของบุตรสาวเลย คงรู้สึกใจโหวงๆ แปลกๆ
“เช่นนั้นขอข้าคิดดูก่อนนะเจ้าคะ ว่าจะอนุญาตให้พวกท่านทั้งสองคนติดตามไปด้วยดีหรือไม่ แต่หากว่าท่านแม่มอบสินเดิมทั้งหมดที่เรากำลังจะไปขนนี้ให้ข้า ข้าอาจจะยินยอมให้พวกท่านติดตามไปด้วยก็ได้นะเจ้าคะ”
หลินหลินแกล้งพูดหยอกล้อมารดา ด้วยคิดว่าท่านพ่อท่านแม่คงมีเหตุต้องใช้สมบัติเหล่านี้จึงได้มาขนไปเก็บไว้กับตัว ทั้งที่ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมาพวกท่านแทบไม่ได้ใช้เงินทองเลย
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าคงต้องยินยอมให้พ่อกับแม่ไปด้วยแล้วล่ะ เพราะพ่อกับแม่ก็ไม่คิดจะใช้เงินทองเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงคราแรกคิดจะพาเจ้ากลับเข้าเมืองและไปเปิดกิจการค้าขายเล็กๆ เพื่อให้เจ้าได้พบเจอบุรุษที่ดีและแต่งงานมีครอบครัวน่ารักเท่านั้นเมื่อยามพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว เงินทองเหล่านี้แม่ไม่เคยสนใจ เพียงอยากนำมาทำให้เจ้ามีหน้ามีตาในโลกภายนอกป่าเขาเช่นที่เราเคยอยู่เท่านั้น”
หลินหลินได้ยินคำพูดของมารดาก็น้ำตาคลอตื้นตันใจจนจุกในอก ท่านคิดวางแผนอนาคตไว้ให้นางขนาดนี้เลยหรือ นางเพียงคิดว่าบิดามารดาเพียงอยากออกมาอยู่ในเมืองเท่านั้นและต้องใช้เงินมาก จึงพากันมาขนทรัพย์สินเหล่านี้ แต่กลับกลายเป็นว่าที่พวกท่านทำเช่นนี้ก็เพื่อนางอย่างนั้นหรือ แม้แต่นางพูดเล่นว่าจะเอาสมบัติไปทั้งหมด ท่านแม่ก็ไม่คิดหวงแหนเลย ซ้ำยังยินดีมอบให้นางอย่างเต็มใจอีก ช่างเป็นบิดามารดาที่ประเสริฐนัก หลินหลินโถมกายเข้าไปกอดมารดาที่นั่งอยู่บนรถม้าด้วยน้ำตานองหน้า นางซาบซึ้งใจและอบอุ่นใจมากที่ได้มาเกิดเป็นบุตรคนทั้งสองนี้ พวกเขาเติมเต็มสิ่งที่นางไม่เคยได้รับจากอดีตในโลกเก่าของนาง ให้ทั้งเวลาและความอุ่นใจแก่นาง ทำให้นางรู้สึกว่าคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา นางไม่มีคำใดจะเอ่ยอีกแล้วเมื่อได้ยินมารดาพูดเช่นนี้
จากเพียงพูดคุยหยอกล้อกัน กลับกลายเป็นฉากน้ำตาเกิดขึ้นมาจนได้ หลินหลินกอดมารดาซบอกร้องไห้จนตาบวม นางอัดอั้นตันใจมาตั้งแต่ชีวิตก่อนแล้ว นางไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น ทำได้เพียงทำตัวเย็นชาให้ผู้อื่นเห็นเท่านั้น ทั้งที่ในใจอ่อนแอและไร้ที่พึ่งในใจ บัดนี้นางมีผู้ที่ให้ความมั่นคงทางใจแก่นางแล้ว ทั้งสองท่านคือบิดามารดาของนางในโลกใหม่นี้ นางรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้มาเกิดเป็นบุตรสาวของพวกเขา
กว่าจะเดินทางถึงเรือนเก่าแถวชานเมืองหลวงก็พลบค่ำแล้ว หลินหลินร้องไห้ตลอดทางจนตาบวมเป่ง เมื่อไปถึงเรือนนางใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวก็เก็บสินเดิมมารดาจากที่เคยขนใส่รถเกวียนวัวหลายสิบคันเข้าไปอยู่ในกำไลมิติของตนเองในเวลาไม่นาน ส่วนเวลาที่เหลือพวกเขาต่างใช้ทานอาหารพักผ่อนเก็บแรงไว้เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้ แต่ตอนนี้หนทางข้างหน้าของพวกเขาขึ้นอยู่กับบุตรสาวเท่านั้นว่านางจะเลือกไปอยู่แถวหุบเขาอี๋ซานหรือจะไปอยู่แถบชายแดนอย่างที่วางแผนไว้แต่แรก ครอบครัวนี้มีหลินหลินเป็นผู้กุมอนาคตไว้ พวกเขาล้วนตามใจนางทั้งสิ้น สิ่งใดที่จะทำให้นางมีความสุขพวกเขาล้วนเต็มใจ