เสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัลที่หัวเตียงกรีดร้องทำลายความเงียบสงัดของบ้านหลังใหญ่ "นาม" ปัดมือไปปะทะมันอย่างแรงจนเสียงเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของตัวเองในห้องสี่เหลี่ยม
หกโมงเช้า
วันนี้คือวันรับปริญญาของเขา
เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์ยามเช้ายังไม่เจิดจ้า แต่ก็สว่างพอที่จะทำให้เขาเห็นมัน... ชุดครุยสีดำสนิทที่ถูกแขวนตากลมไว้อย่างดีบนราวม่านหน้าต่าง มันแขวนอยู่ที่นั่น... แขวนรอเขามาสองวันแล้ว
นามลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผมหยักศกสีดำขลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ร่างกายที่ผ่านการออกกำลังกายมาสม่ำเสมอตลอดสี่ปีตึงเครียดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้นหลายนาที จ้องมองชุดครุยตัวนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันไม่ใช่ความตื่นเต้น ไม่ใช่ความภูมิใจ ไม่ใช่ความดีใจ
มันคือความว่างเปล่า
สี่ปี... เขาทุ่มเทเรียนแทบตายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุด ไม่ใช่เพราะเขาอยากเป็นวิศวกรที่ยิ่งใหญ่ แต่เพราะพ่ออยากให้เขาเป็น พ่อบอกว่า "จบวิศวะฯ มาสิ จะได้มาช่วยพ่อดูโรงงาน" นั่นคือเป้าหมายเดียวที่พ่อยัดเยียดให้เขา และเขาก็ทำ... เขาก้มหน้าก้มตาทำมันจนสำเร็จ
ทุกเกรด A ที่ได้มา ทุกโปรเจกต์ที่อดหลับอดนอนทำ ทุกครั้งที่สอบผ่านวิชาสุดโหด... เขารอแค่คำเดียว "พ่อภูมิใจในตัวลูก"
แต่วันนี้... วันที่เขาควรจะได้รับรางวัลตอบแทนความพยายามทั้งหมด เขากลับรู้สึกเหมือนนักแสดงที่แต่งหน้าแต่งตัวเต็มยศ กำลังจะออกไปแสดงบนเวทีที่ไม่มีคนดู
เขารู้สึกได้ถึงความอัปยศที่กำลังคืบคลานเข้ามา พ่อของเขา "พงษ์" นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผู้มีตารางงานรัดตัวยิ่งกว่านายกรัฐมนตรี พ่อสัญญากับเขาเมื่อเดือนที่แล้ว "เคลียร์คิวให้แล้ว วันรับปริญญาลูกทั้งที พ่อไม่พลาดหรอก"
คำสัญญาที่เหมือนลมตด
นามถอนหายใจยาว เขาลุกจากเตียง เดินเท้าเปล่าไปบนพื้นไม้เย็นเฉียบ ยืนอยู่หน้าชุดครุยตัวนั้น กลิ่นใหม่ของผ้ายังติดจมูก เขาลองยกแขนขึ้นทาบ มันดูน่าขบขันสิ้นดี... เหมือนชุดตัวตลก
ทันใดนั้น...
ตึ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้น เขารู้สึกใจหายวาบ มันเป็นความรู้สึกสังหรณ์ใจ... สังหรณ์ใจในแบบที่เลวร้ายที่สุด
เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบขึ้นด้วยชื่อที่เขาคุ้นเคยที่สุดในโลก
"พ่อ"
หัวใจของเขากระตุกวูบ... หรือว่า... พ่อจะส่งข้อความมาบอกว่ากำลังเดินทางมา?
นิ้วโป้งสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขากดเปิดข้อความ
"ติดประชุมด่วนที่สิงคโปร์ บินเมื่อคืน ลืมบอก ขอโทษที พ่อโอนเงินค่าขนมไปให้แล้ว 50,000"
ข้อความสั้นๆ แค่สองบรรทัด ไม่มีคำอธิบายยืดยาว ไม่มีแม้แต่การโทรศัพท์มาบอกด้วยตัวเอง
"บินเมื่อคืน... ลืมบอก"
นามอ่านประโยคนั้นซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับตลับเทปที่ค้าง "ลืมบอก" งั้นเหรอ? วันรับปริญญาลูกชายทั้งคน... ลืมบอก?
และตบหน้าเขาฉาดใหญ่ด้วยประโยคสุดท้าย... "โอนเงินค่าขนมไปให้แล้ว 50,000"
ค่าขนม... เขาอายุ 22 ปี จบปริญญาตรีแล้ว พ่อก็ยังเห็นเขาเป็นแค่เด็กที่ต้องได้ "ค่าขนม"
เงินห้าหมื่นบาท... นี่คือราคาของคำว่า "ขอโทษ" ราคาของวันที่พ่อควรจะอยู่ตรงนี้ ราคาของความภูมิใจตลอดสี่ปีของเขา
"โธ่เว้ยยยยย!"
เสียงตะโกนแหบแห้งดังลั่นห้อง นามกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาอยากจะขว้างมันอัดกำแพงให้แตกละเอียดเป็นผุยผง ความโกรธ ความผิดหวัง ความเสียใจ... มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันเป็นครั้งที่เจ็บที่สุด
วันแข่งกีฬาสีตอนมัธยม... พ่อติดประชุม วันเกิดครบ 18 ปี... พ่อส่งรถสปอร์ตคันใหม่มาให้ แต่ตัวไม่มา และวันนี้... วันที่เขาต้องการพ่อมากที่สุด... พ่อก็ "ติดประชุม"
"ไอ้เหี้ยเอ๊ย!" นามสบถออกมาเสียงดัง เขากระแทกโทรศัพท์ลงบนเตียง ก่อนจะระบายอารมณ์ด้วยการกวาดหนังสือและเอกสารบนโต๊ะทำงานลงพื้นจนกระจัดกระจาย "ทำไม! ทำไมต้องเป็นแบบนี้วะ!"
เขาหอบหายใจอย่างรุนแรง พิงกำแพงห้องเย็นเฉียบ รู้สึกเหมือนแรงทั้งหมดในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น น้ำตาของผู้ชายไม่ได้ไหลออกมาง่ายๆ แต่น้ำตาในใจของเขามันทะลักทลายจนท่วมท้นไปหมดแล้ว
"ตะโกนอะไรแต่เช้าน่ะ นาม"
เสียงหวาน... แต่แหบพร่าเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นนอน ดังมาจากทางประตูห้องที่แง้มเปิดไว้
นามหันขวับไปมอง "มิ้ง" แฟนสาวคนล่าสุดของพ่อเขายืนอยู่ที่นั่น
มิ้งในวัย 38 ปี ยังคงความสวยสะพรั่งที่ผู้หญิงค่อนประเทศต้องอิจฉา เรือนร่างของเธอสมบูรณ์แบบจากการดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด ผิวขาวละเอียดเนียนตา ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนมักจะถูกจัดทรงอย่างดี... แต่ไม่ใช่ในตอนนี้
ตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงนั้นในชุดนอนผ้าลินินสีครีมตัวบาง สายเดี่ยวเส้นเล็กพาดอยู่บนไหล่เนียน มันเป็นชุดที่ยาวคลุมเข่าและไม่ได้โป๊เปลือย แต่ความบางของผ้าลินินบวกกับแสงแดดยามเช้าที่ส่องมาจากหน้าต่างห้องเขา... มันทำให้เห็นส่วนโค้งเว้าของสะโพก และโครงร่างของหน้าอกที่ไม่มีอะไรปิดกั้นชัดเจน
เธอกำลังขยี้ตาเหมือนยังตื่นไม่เต็มที่ "มีอะไร... พ่อเธอโทรมาปลุกแต่เช้าเหรอ?"
คำว่า "พ่อ" เหมือนสวิตช์จุดระเบิดอารมณ์ของนาม
"พ่อไม่มา!" เขาตะคอกกลับไป
มิ้งชะงักมือที่กำลังขยี้ตา "อะไรนะ?"
"ผมบอกว่าพ่อไม่มา!" นามเดินเข้าไปหาเธอ คว้าโทรศัพท์บนเตียงแล้วยื่นหน้าจอที่มีข้อความนั้นไปตรงหน้าเธอ "อ่านสิ! อ่าน!"
มิ้งขมวดคิ้ว เธอใช้เวลาสองสามวินาทีในการเพ่งอ่านข้อความนั้น "สิงคโปร์... ประชุมด่วน..."
"ใช่! ประชุมด่วน! ตลกสิ้นดี!" นามระเบิดอารมณ์ใส่เธอราวกับเธอเป็นคนผิด "เขาทิ้งผมอีกแล้ว! เขาเบี้ยวผม! นี่มันวันรับปริญญาผมนะ!"
เขามองหน้าเธอด้วยความเกลียดชัง "แล้วคุณล่ะ! คุณก็รู้ใช่ไหม! คุณรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วใช่ไหมว่าเขาจะไป! พวกคุณมันก็เหมือนกันหมด!"
เขาคาดหวังว่าเธอจะแก้ตัวแทนพ่อของเขา... แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับไม่ใช่แบบนั้น
มิ้งถอนหายใจยาว... มันเป็นเสียงถอนหายใจที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย ดวงตาคู่สวยที่เคยสบตาเขากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เธอหลบตานาม มองออกไปนอกหน้าต่าง
"ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน... พร้อมๆ กับเธอนี่แหละ"
เสียงของเธอเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นามไม่เคยได้ยินมาก่อน
"เมื่อคืนเขาบอกฉันว่ามีงานด่วนที่ออฟฟิศ... แล้วก็ไม่กลับมา" เธอยกมือขึ้นเสยผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง "เขาก็ทิ้งฉันไว้ที่นี่... เหมือนกันนั่นแหละ"
คำพูดนั้นทำให้นามชะงัก... คำพูดที่ว่า "เขาก็ทิ้งฉันไว้ที่นี่เหมือนกัน"
ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดของนามเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด เขามองผู้หญิงตรงหน้าในมุมมองใหม่... นี่ไม่ใช่ "มิ้ง" แฟนสาวสุดฮอตของพ่อที่คอยเอาอกเอาใจพงษ์ แต่เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เพิ่งถูก "เท" ในตอนเช้า... เหมือนกับเขา
เขามองเห็นความเหงาในแววตาของเธอ... ความเหงาแบบเดียวกับที่เขารู้สึกมาตลอดชีวิต
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงหายใจของคนสองคน... สองคนที่ถูกคนคนเดียวกันทอดทิ้ง
นามหัวเราะในลำคอ... เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและสมเพชตัวเอง เขาหันกลับไปมองชุดครุยที่แขวนอยู่... ตอนนี้มันดูไร้ค่าอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาเดินตรงไปที่ราวม่าน กระชากชุดครุยตัวนั้นออกจากไม้แขวนอย่างแรงจนมันหลุดติดมือมา
"ผมไม่ไปแล้ว!"
เขาประกาศกร้าว... ไม่ได้บอกมิ้ง แต่บอกตัวเอง
"งานบ้าๆ นี่!"
ฟุ่บ!
นามขยำชุดครุยในมือก่อนจะขว้างมันทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี เขายกเท้าขึ้นเหยียบมัน... เหยียบย่ำความฝันสี่ปีของเขา... ความฝันที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่ามันไม่ใช่ของเขาเลย
"นาม!" มิ้งร้องออกมาอย่างตกใจ "เฮ้ย! อย่าทำแบบนี้สิ!"
เธอรีบก้าวเข้ามาในห้องเต็มตัว ก้มลงไปหยิบชุดครุยที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่น "นี่มันชุดครุยนะ... วันสำคัญของเธอนะนาม อย่าประชดแบบนี้"
เธอพยายามทำหน้าที่ "ผู้ใหญ่" ที่ดี พยายามปลอบโยนเขา
แต่นามไม่ต้องการคำปลอบโยน เขาต้องการการยอมรับ... ซึ่งเขาไม่มีวันได้
"สำคัญเหรอ?" เขาสวนกลับเสียงเย็นชา ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนมิ้งต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"สำคัญกับใคร!?" เขาตะคอกใส่หน้าเธอ "สำคัญกับพ่อเหรอ? เขาอยู่อีกประเทศนึงแล้ว!"
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "หรือสำคัญกับคุณเหรอ? ในเมื่อคุณก็เพิ่งโดนเขาเทเหมือนกัน!"
คำพูดนั้นแรงเกินไป... และมันก็ตรงจุดเกินไป นามเห็นแววตาของมิ้งวูบไหวอย่างชัดเจน ริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปกลอสจางๆ เม้มเข้าหากันแน่น
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเศร้า... แต่มันตึงเครียด... หายใจลำบาก
นามยืนจ้องมองมิ้ง... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ "ของเล่น" ของพ่อ ผู้หญิงที่เขายอมรับว่า "ร้อนแรง" ที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดนอนผ้าลินินบางเบา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง แต่กลับดู... ดึงดูด... อย่างน่าประหลาด
เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้ใส่บรา กลิ่นสบู่อาบน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาปะทะจมูก... กลิ่นที่สะอาดและยั่วยวนในเวลาเดียวกัน
เขารู้สึกแย่... แย่จนอยากจะทำลายทุกอย่าง แต่ในขณะเดียวกัน... ผู้หญิงที่ "ร้อนแรง" ที่สุดที่เขารู้จักก็กำลังยืนอยู่ตรงนี้... และเธอก็รู้สึกแย่ไม่ต่างจากเขา
พวกเขาคือพันธมิตร... พันธมิตรที่ถูกทอดทิ้ง
ความคิดบ้าๆ บางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของนาม... ความคิดที่เขาไม่เคยกล้าคิดมาก่อน
เสียงของเขาเบาลง... หายไปจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความหมายที่เปลี่ยนไป
"ผมไม่อยากไปงาน..." เขาพูดช้าๆ ชัดๆ "แต่ผมก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ... ผมไม่อยากรู้สึกแย่แบบนี้คนเดียว"
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ... มองผ่านความสับสน... มองหาบางอย่าง...
"คุณ..." เขาเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ "คุณทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้ไหมล่ะ... พี่มิ้ง"
คำว่า "พี่มิ้ง" ที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน... มันหลุดออกจากปากเขาอย่างจงใจ
มิ้งตัวแข็งทื่อ... เธอมองเขาราวกับเพิ่งเคยเห็นเขาเป็นครั้งแรก ชุดครุยที่เธอถืออยู่ร่วงหล่นลงสู่พื้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ ไม่มีใครสนใจมัน
แววตาของนามเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของ "ลูกเลี้ยง" ที่กำลังงอแงอีกต่อไป มันคือแววตาของผู้ชาย... ผู้ชายที่กำลังยื่นข้อเสนอ
และมิ้ง... เธออ่านมันออก
เธอกำลังคิด... นามเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอกำลังคิดหนัก... ความคิดมากมายวิ่งผ่านดวงตาคู่สวยของเธอ
นี่มันบ้าไปแล้ว... นั่นคือความคิดแรกที่เธอต้องคิด นี่มันนาม... ลูกของพงษ์...
แต่พงษ์... ความคิดต่อมาต้องเป็นเรื่องของพ่อเขา ไอ้คนเฮงซวยนั่น... มันทิ้งเราทั้งคู่...
นามไม่ใช่เด็กอีกแล้ว... เธอกำลังมองสำรวจเขา... มองร่างกายที่กำยำภายใต้เสื้อยืดเก่าๆ มองสายตาที่จ้องมองเธออย่างไม่ลดละ
นี่มันผิด... ความถูกต้องชอบธรรมพยายามจะส่งเสียง...
แต่... มันก็อาจจะ... ถูก... ในแบบของมัน ความเหงา... ความเจ็บปวด... และความอยากเอาคืน... มันกำลังต่อสู้กันอยู่ในหัวของเธอ
วินาทีนั้น... มันยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์
และในที่สุด... การต่อสู้ภายในของเธอก็จบลง
มิ้งปล่อยให้ชุดครุยที่เธอถืออยู่ร่วงหล่นลงพื้นเป็นครั้งที่สาม
เธอก้าวเข้ามาหาเขา... ช้าๆ... ก้าวเดียว... แต่เป็นก้าวที่ข้ามเส้นแบ่งทุกอย่าง
เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้น... ช้าๆ... นิ้วเรียวยาวสั่นเทาน้อยๆ แต่ก็ยังคงมั่นคง เธอแตะที่แก้มสากของเขา... ลูบไล้เบาๆ
นามหลับตาลงชั่วขณะ... ซึมซับสัมผัสแรกที่เขาไม่เคยจินตนาการถึง
"เธออยากให้ฉัน..."
เสียงของมิ้งแหบพร่า... แหบพร่ายิ่งกว่าตอนตื่นนอน... เป็นเสียงกระซิบที่สั่นสะท้าน
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาที่ลืมขึ้นมาสบตากัน
"...ทำให้เธอลืมเรื่องพ่อเหรอ?"