Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 43 - ตัดขาด

    ตอนที่ 43 – ตัดขาด

     

                กมลถึงกับสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวรรณสากับทวินนา? เพราะท่าทางประชดประชันแบบนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆ เธอเลยเดินลงจากห้องนอนไปยังชั้นหนึ่งด้านล่าง ก็พบว่าวรรณสากำลังช่วยณปภาทำงานบ้านอยู่โดยการกวาดพื้น

                “น้องสา ขอตัวเดี๋ยวสิ” กมลว่าเสร็จก็ดึงตัววรรณสาไปเลย ทำเอาเธองุนงง ฝ่ายณปภาก็งุนงงไม่แพ้กัน กมลลากวรรณสามายังมุมหนึ่งของบ้านก่อนจะถาม

                “น้องสาเป็นอะไรกับพี่นากันแน่? ทำไมถึงต้องปะทะคารมกันด้วย?” กมลยิงคำถามออกไปเลย ทำเอาวรรณสาอึ้งไป ก่อนที่เธอจะฝืนยิ้ม แล้วก็บอกแก่กมลว่า

                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่มลคิดมากไปแล้ว”

                “แต่พี่ว่ามีแน่เลย ท่าทางแบบเนี้ย” กมลยังคงสังเกตอยู่ “มีอะไรหรือเปล่า? ถ้ามีอะไรก็บอกกันได้ พี่จะได้ช่วยไปเคลียร์กับพี่นาให้”

                “ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ” วรรณสาบอกออกไปแล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย “เออ พี่มล เดี๋ยวสาอบขนมไปให้ดีกว่า ไปก่อนนะ”

                “เดี๋ยว....” กมลจะเรียก แต่วรรณสาก็เดินออกไปแล้ว ไปยังครัว กมลถอนหายใจออกมา มันต้องมีสาเหตุอะไรแน่ๆ ทวินนาถึงทำท่าไม่ชอบวรรณสาแบบนั้น

                ฝ่ายพสุ เขาก็ทำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก เพราะบาดแผลที่แขนจากการสู้รบ เขากำลังใช้มือข้างเดียวตักข้าวกินอย่างยากลำบากเมื่อไม่มีส้อม ฝ่ายแม่เขาได้ที ก็เล่นงานลูกชายเลย

                “เป็นไงล่ะ? บอกว่าอยากออกไปสู้รบนัก” แม่ของพสุกล่าวแก่เขา “แล้วเป็นยังไง? บาดเจ็บกลับมาขนาดนี้ เข็ดหรือยัง? รู้ตัวเองหรือยังว่าสู้ไม่เป็น?”

                “ผมภูมิใจครับที่ได้ปกป้องบ้านตัวเองจากพวกเอไอ ผมไม่เสียใจ” พสุตอบแม่ของเขาเสียงเรียบ ทำเอาแม่ของเขากระแทกช้อนส้อมกับจานอาหารทันที พสุที่เห็นแบบนั้น เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

                “อย่ามาทำท่าแบบนี้กับแม่นะ ดิน” แม่ของพสุกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ “แม่เป็นห่วงลูกนะ ถึงได้เตือนอะไรแบบนี้ออกมา”

                “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงผมจะตาย ผมก็ตายอย่างสมเกียรติ” พสุพูดออกมา ทันใดนั้น แม่ของเขาก็ใช้ฝ่ามือตบหน้าเขาทันทีจนเขาหน้าหัน พสุออกจะตกใจ เขาเอามือกุมแก้มที่ถูกตบ ก่อนจะมองไปที่แม่ซึ่งมีน้ำตาไหลออกมา

                “ถ้าลูกตายไปอีกคน...” แม่ของพสุกล่าวเสียงสั่นเครือ “แม่จะอยู่ยังไง!? ทำไมไม่คิดบ้าง? พ่อก็จากไปแล้ว ถ้าลูกมาจากไปอีก...”

                พสุลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารทันทีแล้วก็เดินออกไปนอกบ้าน แม่ร้องเรียกชื่อเขาพลางวิ่งตามไป แต่เขาก็ไม่ได้หันกลับมาอีกแล้ว แม่ของพสุร้องตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น พสุรีบออกวิ่งไปยังบ้านของณปภาเพื่อจะไปหาพันธกร น้ำตาเขาหยดร่วงมาตลอดทางที่มาถึงบ้านของณปภา

                เมื่อณปภาที่ทำงานอยู่ชั้นหนึ่งมองเห็นพสุ เธอก็กล่าว “อ้าว ดิน มาทำอะไรมืดๆ ค่ำๆ แบบนี้?”

                “ผมมาหาไอ้พันครับ” พสุบอกออกมา “ขอเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหมครับ?”

                ณปภาไม่ได้ว่าอะไรหรอกที่เขาจะเข้าไปด้านใน แต่เธอสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพสุ ถึงได้มาบ้านเธอตอนมืดค่ำแบบนี้? แต่เธอก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถามสาเหตุ เธอเลยปล่อยให้พสุขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อไปหาพันธกร

                ฝ่ายพวกพันธกรที่กำลังคุยเล่นกันอยู่ในห้อง ภัทรกำลังเล่าเรื่องตลกเรื่องหนึ่งให้ฟัง แต่พสุกลับปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน ทำเอาพันธกรหันไปมองและตกใจ “ไอ้ดิน?” เขาเอ่ยชื่อเพื่อนสนิท “มาทำอะไรเวลาแบบนี้?”

                “ขอค้างคืนที่นี่คืนหนึ่งได้ไหม?” พสุบอกออกมา ทำเอาพันธกรอึ้งไปเลย แต่เขาก็ตัดสินใจไม่ซักถามอะไร พสุต้องมีเรื่องที่บ้านแน่ๆ

                “ได้สิ” ทรัพย์สินเป็นคนอนุญาต แล้วก็ถามว่าพสุจะนอนเตียงหรือพื้น พสุก็ตอบไปอย่างเกรงใจว่าจะนอนบนพื้นแทน ฝ่ายทรัพย์สินก็บอกออกมา

                “น้องบอกเองนะ” ทรัพย์สินบอกขึ้นมา ในตอนนั้นเอง ปฏิคมก็เดินเข้ามาในห้องหลังจากออกไปเดินเล่นให้อารมณ์หายเสียแล้ว เขาเห็นพสุ ก็ถามเหมือนพันธกร

                “ฉันไม่อยากอยู่บ้าน” พสุบอกออกมา ปฏิคมที่ไม่ได้รู้เรื่องก็จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น? แต่พันธกรห้ามเอาไว้ และบอกให้พสุไปอาบน้ำเสีย แล้วเปลี่ยนชุด แล้วมานั่งคุยกัน พสุก็ทำตามนั้น หลังจากเขาอาบน้ำแปรงฟันเสร็จแล้ว เขาก็เอามือกุมท้องอย่างรู้สึกหิว เพราะกินข้าวได้ไม่ถึงครึ่งเลย

                “นี่ มีอะไรกินบ้างไหม?” เขาถามพันธกร พันธกรก็หันไปมองถาดใส่คุกกี้ พบว่ามันหมดไปแล้ว เขาเลยเดินไปยังห้องเก็บถุงกระเป๋ายังชีพของพวกเขา ก่อนจะเปิดกระเป๋าของทรัพย์สินออกมา และเอาพวกขนมเวเฟอร์เอาไปให้พสุกิน พอพสุเห็นพันธกรถือขนมมา เขาก็รีบรับไปกินอย่างหิวๆ

                หลังจากกินขนมเสร็จ เขาก็ทำท่าสบายท้อง “เออ ค่อยยังชั่ว” เขาหายใจออกมาจากจมูก พันธกรสังเกตเห็นบาดแผลที่หุ้มด้วยผ้าพันแผลของพสุ เขาก็ถามว่าอาการบาดเจ็บของพสุเป็นอย่างไรบ้าง?

                “ไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวก็หาย นี่ฉันไม่ให้ถูกน้ำเลยนะ” พสุบอกออกมา พอดีวรรณสาเข้ามาพอดี พอเจอหน้าพสุ เธอก็ทักทาย แล้วก็ถามเหมือนที่พันธกรถาม

                “ดินหนีออกจากบ้านมาน่ะ” พสุบอกออกมา วรรณสาเองก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถามสาเหตุ เธอถามพสุว่ากินข้าวกินปลามาหรือยัง?

                “กินไปแล้ว กินขนมของพวกไอ้พันไปแล้ว” พสุบอกออกมา “ขนมแบบนี้ที่อาณาเขตก็มีขายนะ”

                “แหม อาณาเขตนี้อุดมสมบูรณ์จริงๆ นะ” วรรณสาบอกยิ้มๆ ก่อนจะมองเห็นบาดแผลที่แขนของพสุ ที่ถูกผ้าพันแผลเอาไว้ เธอก็ถามว่าอาการของเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว? หลังจากไม่ได้ถามมานาน

                “ก็ดีขึ้นมากแล้ว” พสุตอบออกมา “ขอบคุณนะ สา ที่เป็นห่วง อ๊ะ! พูดแบบนี้ไม่ได้สิ ลืมตัวไป เพราะสาต้องห่วงแต่ไอ้พันคนเดียวเท่านั้น”

                วรรณสาจ้องหน้าพสุด้วยสายตาดุๆ จนพสุถึงกับกลัวขึ้นมา ฝ่ายพันธกรที่ได้ยินไม่ชัด เขาก็ขอให้พสุพูดอีกที พสุก็กำลังจะพูด แต่วรรณสาขัดขึ้นมาก่อน

                “ไม่มีอะไรหรอก” เธอพูดแล้วก็นึกถึงทวินนา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วาสุกรีที่กำลังนอนบนเตียงเห็นวรรณสาถอนหายใจแรงแบบนั้น ก็ถามว่าเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?

                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” เธอตอบวาสุกรี แล้วก็ถามต่อ “แล้วคืนนี้ ดินจะค้างที่นี่ใช่ไหม?”

                “อืม ไม่อยากกลับบ้าน กลับไปก็มีแต่แม่ที่ไม่เข้าใจ” พสุบอกออกมา แต่วรรณสากลับบอกออกมาอีกอย่าง

                “แม่เขาคงเป็นห่วงดินน่ะสิ” วรรณสาบอก “ยิ่งได้บาดแผลมาแบบนี้ แม่ของดินคงกลัวดินจะ...”

                “โอ๊ย หยุดพูดเรื่องน่าเบื่อเถอะ” พสุบอกขึ้นมา แล้วก็ชักชวนวรรณสาให้เข้ามานั่งคุยด้วยกัน แต่วรรณสาปฏิเสธ เธอบอกว่าจะอยู่ร่วมกับผู้ชายหลายคน มันจะดูน่าเกลียด เธอว่าเสร็จก็เดินออกจากห้องพวกหนุ่มๆ ไปเลย

                “แหม สานี่ก็ถือตัวเหมือนกันนะ” พสุว่าออกมาอย่างสังเกต พันธกรก็เลยบอกออกมา

                “ก็ดีแล้วนี่ที่เธอเป็นคนแบบนั้น” เขาบอก แล้วหลังจากนั้น พวกหนุ่มๆ ก็พากันนั่งคุยเล่นกันไป ตอนนั้นเอง แม่ของพสุก็ตามมาถึงบ้านของณปภา เธอเข้ามาถามณปภาที่กำลังทำงานเลยว่าพสุอยู่ที่นี่หรือเปล่า?

                “เอ่อ ค่ะ ใช่” ณปภาบอกออกมา แล้วเธอก็ไม่รู้ว่าทำผิดหรือทำถูกที่บอกออกไปแบบนั้น แม่ของพสุขึ้นไปบนชั้นสองทันที ก่อนจะเข้ามายังห้องของพวกผู้ชาย แล้วก็เห็นพสุกำลังนั่งหันหลังคุยกับพันธกรอยู่ พันธกรเงยหน้าขึ้นก็มองเห็นแม่ของพสุก้าวเข้ามาในห้อง

                “ดิน!!” แม่เขาตวาดเสียงดังลั่น เล่นเอาผู้ชายทั้งห้องตกใจกันไปเลย พสุหันขวับไปด้านหลังก็เจอแม่ของตน

                “แม่...” พสุว่าออกมาเสียงเบา แล้วแม่ของเขาก็บอกสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดออกมา

                “ถ้าแกไม่กลับบ้าน” แม่ของพสุว่า “ก็ตัดขาดกันไปเลย”

                พันธกรเริ่มเห็นแล้วว่าเหตุการณ์มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว คนอื่นๆ ก็ด้วย เขาเลยบอกให้พสุรีบกลับบ้านไปเสีย แต่พสุกลับบอกออกมา

                “งั้นก็...” พสุบอกกับแม่ของตน “ลาก่อนครับ แม่”

                คำพูดของพสุทำเอาคนทั้งห้องตกใจ โดยเฉพาะแม่ของพสุ เธอเม้มปากก่อนจะชี้หน้าพสุขึ้นมา

                “งั้นฉันกับแกวันนี้ขาดกัน!” แม่ของพสุกล่าวขึ้นมาเสียงดังลั่น “ต่อไปนี้ แกไม่ต้องกลับมาบ้าน! แล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่า ‘แม่’ อีก!!”

                “คุณแม่ครับ ผมว่าไอ้ดินมัน...” พันธกรพยายามจะสงบอารมณ์โกรธของแม่พสุ แต่เหมือนยิ่งเติมเชื้อไฟ แม่ของพสุด่ากราดไปถึงพันธกรแล้วก็สมาชิกคนอื่นๆ

                “พวกแกก็ด้วยนั่นแหละ ทำให้ดินต้องออกมาเสี่ยง ไอ้พวกนำหายนะ!!” แม่ของพสุเล่นด่าแบบไม่ไว้หน้าเลย ทำเอาปราชญาไม่พอใจเหมือนกัน ส่วนพสุ เขาลุกยืนขึ้นทันที

                “นี่เพื่อนของผมนะ!!” พสุตะคอกใส่แม่ ฝ่ายแม่เขาหมดความอดทน ใช้ฝ่ามือขวาตบหน้าพสุอย่างแรง ทำเอาพวกทรัพยสินที่นั่งอยู่ในห้องพากันตกใจ พสุยกมือกุมแก้ม น้ำตาเขาไหลออกมาหยดหนึ่ง แล้วเขาก็ตะโกนกลับไปใส่แม่

                “ก็ได้! ตัดขาดก็ได้ และผมจะไม่มีวันกลับไปบ้านอีกแล้ว ไม่มีวัน!!” พสุยกมือกุมแก้ม ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง ฝ่ายแม่ก็ร้องเรียกชื่อเขา แต่พสุก็ไม่ได้หันกลับมาอีกแล้ว แม่ของเขาหันมามองพวกพันธกรด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะเดินลงบันไดไปด้านล่าง

                “อะไรกันน่ะ?” ทรัพย์สินพูดขึ้นมา “มันเกิดอะไรขึ้น?”

                พันธกรก็เลยบอกสาเหตุทั้งหมดออกมา ว่าแม่ของพสุเป็นห่วงพสุที่ออกสนามรบร่วมกับพวกเขา แล้วยิ่งมีบาดแผลติดตัวกลับมาด้วย พสุคงจะขัดใจกับแม่เรื่องการออกไปสู้รบ ถึงได้ทะเลาะกันแบบนี้ เมื่อทรัพย์สินได้ฟังอย่างนั้น เขาก็ถอนหายใจ

                “ความจริง เขาก็มีส่วนผิดเหมือนกันนะ” ทรัพย์สินวิจารณ์ขึ้นมา “ที่ทำให้แม่เป็นห่วง ความจริง เขาไม่น่าจะมาลงสนามรบด้วยกันกับพวกเราเลย มันเสี่ยงอันตรายมาก แล้วทำไมเขาถึงตัดสินใจลงสนามรบล่ะ น้องพัน?”

                ทรัพย์สินถามพันธกรขึ้นมา พันธกรก็เลยอธิบายออกไปว่า เป็นเพราะเขาเอง พสุคงอยากเหมือนเขาที่ปกป้องอาณาเขต ก็เลยอยากร่วมอาสารบด้วย พอทรัพย์สินได้ฟังดังนั้น เขาก็บอก

                “น้องพันควรจะไปบอกแม่ของน้องดินนะ ว่าให้น้องดินเลิกออกสนามรบเสียที”

                “ไม่ได้แล้วล่ะครับ” พันธกรบอก “ไอ้ดินก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว ขัดใจมันไม่ได้แน่นอน แถมแม่มันก็เอาไม้กวาดไล่ผมยังกับหมูกับหมา แม่ของไอ้ดินโกรธผมน่ะครับ”

                “แล้วก็โกรธพวกเราด้วย” ปราชญาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ได้ยังไง? ลูกตัวเองอาสาเองแท้ๆ แต่กลับมาว่าพวกเราว่าพวกเราชวนเขาเข้าสนามรบ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย”

                แล้วพสุก็เดินกลับเข้ามาในห้องเมื่อเห็นว่าแม่เขาจากไปแล้ว พันธกรมองเห็นแก้มของพสุที่มีรอยฝ่ามือสีแดง เขาก็ถามพสุว่าเป็นอะไรหรือเปล่า?

                “ไม่มีอะไรหรอก ไม่เป็นอะไร” พสุว่า “แต่ตอนนี้ ฉันกลับบ้านไปไม่ได้แล้ว”

                “เออ ก็แกเล่นพูดแบบนั้นกับแม่นี่หว่า” พันธกรบอก ตอนนั้นเอง ชัชชัยที่ไม่ได้พูดออกมาเสียนานก็บอกออกมาเหมือนกัน

                “ไอ้ดินทำถูกแล้ว พ่อแม่บางทีก็ไม่เข้าใจลูกว่าต้องการอะไร?” ชัชชัยเปรียบเทียบแม่ของพสุกับพ่อแม่ของตัวเอง ฝ่ายภัทรเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาก็หันไปหาชัชชัย

                “แกจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องห่วงลูกเป็นธรรมดา” ภัทรบอกออกมา ทำเอาชัชชัยนิ่งเงียบไปเลย แล้วภัทรก็หันมาถามพสุ “นายจะอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ?”

                “ใช่ หรือนายรังเกียจ?” พสุถามออกมาตรงๆ ภัทรเลยรีบบอกว่าไม่ใช่

                “ไม่ใช่ ฉันไม่ได้รังเกียจอะไรเลย” ภัทรรีบบอก “แต่ฉันสงสารแม่นาย แม่นายคงเสียใจน่าดู”

                “เฮอะ!” พสุส่งเสียงไม่พอใจออกมา “เลิกพูดเรื่องน่าเบื่อนี่เสียเถอะ เขาจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา เรามาคุยกันดีกว่า”

                พันธกรไม่ได้อยากให้เรื่องราวเป็นแบบนี้เลย ไม่อยากให้แม่ของพสุกับพสุขาดกัน แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขาเองก็ขัดใจพสุไม่ได้ และตัวพสุเองก็ไม่คิดกลับบ้านแน่นอน เขาเลยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

                แล้วก็ถึงเวลาสี่ทุ่ม ทรัพย์สินเห็นว่าดึกแล้ว ควรจะนอนพักได้แล้ว เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกเอไอจะบุกเข้ามาอีก พวกเขาต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทันที แล้วทรัพย์สินก็เดินไปปิดไฟ ก่อนจะเดินมาที่เตียงแล้วก็เอนตัวหลับลงไป ในห้องที่มืดสนิท พันธกรกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พสุที่นอนข้างๆ เขาก็ชวนเขาคุย

                “สาเขาดูสนใจแกนะ” พสุพูดกระซิบออกมา แต่ด้วยความเงียบของห้อง ทำให้ทุกคนได้ยินเสียงของพสุดังชัดเจน ปฏิคมที่นอนบนพื้นแบบนั้น เขาเองก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาและพยายามไม่ฟังเรื่องของพสุ

                “เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ” พันธกรกล่าวขึ้นกับพสุในความมืด และถามกลับ “ว่าแต่...นายจะไม่กลับบ้านจริงๆ เหรอ?”

                “ไม่เว้ย” พสุเอ่ยออกมาเสียงดังนิดหน่อย พอเขารู้สึกตัวถึงเบาเสียงลง “ฉันตัดขาดกับแม่ไปแล้ว ไม่มีทางหวนคืนมาอีกแล้ว”

                “แม่แกคงเป็นห่วงแกมากนะ ถึงขนาดมาตามถึงบ้านน้าภา” พันธกรบอก แต่พสุส่ายหน้าออกมา แต่ด้วยความมืด ทำให้พันธกรไม่เห็นหน้าของพสุ

                “เลิกพูดเรื่องน่าเบื่อแบบนี้ทีเถอะ” พสุตัดบทออกไปเลย “ว่าแต่แกเถอะ ข่าวลือเรื่องของแกดังไปทั่วโรงเรียนว่าแกฆ่าไอ้บ๊อบ แล้วแกยังจะไม่คิดจะแก้ข่าวอีกเหรอ?”

                “เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ” พันธกรกล่าวออกมาบ้าง “ฉันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว”

                พสุเลยถอนหายใจออกมา ก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงข้าง ฝ่ายทรัพย์สิน ปราชญาและวาสุกรีที่ฟังบทสนทนาระหว่างพสุกับพันธกรอยู่ พอพสุหยุดพูด พวกเขาก็เลิกสนใจ

                รุ่งเช้าของอีกวันมาถึง เป็นอีกคืนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาทุกคนโล่งใจ พวกผู้ชายพากันแก้ผ้าอาบน้ำกันอย่างไม่อายกันเลย พออาบเสร็จ พันธกรก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาเปลือยครึ่งท่อน พอดีวรรณสาเดินเข้ามาพอดี

                “ว้าย! ตายแล้ว!!” วรรณสาร้องพลางเอามือปิดตา พันธกรก็ยกมือปิดหน้าอกของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะบอกกับวรรณสาขึ้นมา

                “สาก็ออกไปก่อนสิ!” พันธกรว่าออกมา “ให้พวกพันแต่งตัวกันเสร็จก่อนก็ได้”

                วรรณสาจึงรีบออกไปจากห้องพวกหนุ่มๆ เธอเองก็อาบน้ำแปรงฟันแล้วเรียบร้อย เธอเดินกลับเข้าไปในห้องก็เจอทวินนายืนดักอยู่ ทวินนาถามเธอขึ้น

                “เดี๋ยวจะไปโรงเรียนเหรอ?” ทวินนาถามออกมาเสียงเรียบ ทำเอากมลที่นั่งในห้องนั้นหันมามองทั้งสองคน และก็คอยเฝ้าดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น? ฝ่ายวรรณสาก็ตอบกลับไปว่าใช่

                “แล้วน้องพันไปด้วยหรือเปล่า?” ทวินนาถามออกมา วรรณสาจ้องตาของทวินนาเขม็ง ก่อนจะพยักหน้า

                “งั้นพี่ไปโรงเรียนมั่งดีกว่า” ทวินนาบอกออกมา “เขามีสอนถึงม.หกไหม?”

                วรรณสาก็ตอบว่าใช่ก่อนจะถอนหายใจและเดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อจะเตรียมตัวไปเรียน กมลที่สังเกตทั้งสองก็พอจะรู้อะไรบางอย่างขึ้นมาแล้ว มันต้องเกี่ยวกับพันธกรแน่นอน ทวินนากับวรรณสาถึงได้ทำท่าไม่ถูกกันขนาดนี้

                แล้วทั้งหมดก็ลงมากินข้าวด้านล่าง อาหารยังคงเยอะเหมือนเดิม และพวกเด็กทหารม.ปลายก็จัดการอาหารเสียเรียบวุธ ทำเอาณปภายิ้มออกมาอย่างดีใจ

                “วันนี้ตอนเย็นรีบกลับกันมานะจ๊ะ จะทำอาหารเตรียมไว้ร้อนๆ เลย” ณปภาบอกออกมาแบบนั้น ทำเอาวาสุกรีที่ได้ยินต้องทุกข์ใจขึ้นมา เพราะเขาสัญญากับปัทมาแล้วว่าจะไปบ้านของเธอตอนเย็นนี้

                “วันนี้ อาหารเย็นมีอะไรบ้างครับ?” ทรัพย์สินถามณปภาออกมา ณปภาก็เลยบอกเมนูมื้อเย็นออกมา ทำเอาทรัพย์สินถึงกับร้องอย่างดีใจ

                “โอ้โห มีแซลม่อนด้วย?” ทรัพย์สินกล่าวออกมาอย่างยินดี “ผมรู้จักแซลม่อนนะ แต่ไม่เคยทานมาก่อนเลย”

                “งั้นวันนี้ได้กินแน่” ณปภาพูดออกมาอย่างใจดี “งั้นวันนี้รีบกลับกันนะจ๊ะ จะได้เตรียมอาหารไว้ด้วย”

                วาสุกรีรวบช้อนส้อมกับจานอย่างไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก เพราะวันนี้เขารู้ดีว่าต้องไปบ้านปัทมา ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้ด้วย เขากำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี?

                พันธกรเดินเข้ามาในเขตโรงเรียนพร้อมกับวรรณสา ในตอนนั้นเอง เขาก็เห็นทวินนาเดินเข้ามาด้วย เขาเลยร้องทักทวินนา ฝ่ายทวินนาก็หันมาอย่างดีใจและเดินตรงเข้ามาหาพันธกร

                “พี่นาก็มาเรียนเหมือนกันเหรอครับ?” พันธกรถาม ฝ่ายทวินนาก็ตอบว่าใช่ พันธกรออกจะสงสัยว่าทำไมทวินนาถึงเพิ่งตัดสินใจมาเรียนในตอนนี้ ในเมื่อเวลามันผ่านมานานแล้ว

                “ก็...” ทวินนาบอกออกมาตรงๆ “ก็เพราะน้องพันมาเรียนไง พี่ก็เลยอยากมาเรียนด้วย”

                วรรณสาถึงกับอึ้งไปเลยเมื่อทวินนาบอกออกมาตรงๆ แต่โชคดีที่พันธกรซื่อบื้อในเรื่องความรัก เขาไม่ได้สังเกตความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคของทวินนาเลย

                “อ๋อ หรือครับ?” พันธกรเกาศีรษะที่ผมเริ่มยาวแล้ว “งั้นผมกับสาไปก่อนนะครับ”

                “เดี๋ยว....” ทวินนาจะเรียกพันธกร แต่เขาก็เดินออกไปกับวรรณสาแล้ว ทวินนาหน้าชาด้วยความโมโห ก่อนจะเดินตามเข้าไปด้วย

                ที่โรงอาหาร พสุก็กำลังกินข้าวมันไก่อยู่อย่างเอร็ดอร่อย ทั้งวรรณสาและพันธกรก็นั่งคุยด้วย พสุคุยเรื่องต่างๆ ออกไป และเสียงกระดิ่งเข้าแถวก็ดัง วรรณสาจึงจำต้องแยกไปตามห้องของเธอ ส่วนพสุกับพันธกรก็ไปยืนต่อแถวในห้องของตัวเอง จากนั้นก็มีการเคารพธงชาติ สวดมนต์ และอาจารย์ก็ขึ้นมาอบรมตามลำดับ แล้วก็ปล่อยเด็กขึ้นห้อง ในตอนนั้น ก็ยังมีนักเรียนชายหญิงนินทาเรื่องของพันธกรอยู่

                “แกน่าจะแก้ข่าวนะ” พสุบอกออกมาอย่างหวังดี แต่พันธกรไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เขาส่ายหน้าออกมา

                “คนจะคิดยังไงก็ช่างมันเถอะ” เขาบอกออกมา ทำเอาพสุต้องทำหน้ามุ่ย แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้องเรียนด้วยกัน พสุกับพันธกรเดินมานั่งข้างๆ กัน ก่อนที่อาจารย์ประจำคาบแรกจะเข้ามาสอน

                ฝ่ายชัชชัย เขากลับมาที่สุสานในอาณาเขตอีกครั้ง และมายืนต่อหน้าหลุมศพของสุคนธา เขาวางดอกไม้สีขาวลงเช่นเดิม ก่อนจะพูดกับหลุมศพของสุคนธา

                “น้องธาไม่ต้องห่วงนะ พี่จะล้างแค้นให้” ชัชชัยกล่าวน้ำเสียงแข็ง “ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีกแล้ว พวกพี่จะจัดการพวกมันเอง”

                แล้วเขาก็ยืนนิ่งในสุสานเป็นเวลานาน จนภัทรตามมาเจอ เขาบอกกับชัชชัย “อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” ภัทรเดินเข้ามาหาชัชชัย “ไม่ไปโรงเรียนเหรอ?”

                “ไปก็ไม่มีความหมาย” ชัชชัยบอกออกมาเสียงเรียบ “ในเมื่อไม่มีน้องธาแล้ว มันก็แค่นั้น แกอยากไปเล่นบอลก็ไปเล่นสิ”

                “จะให้ฉันเล่นได้ไง? ก็แกยังรักษาไม่หายแบบเนี้ย” ภัทรว่าออกมา แต่ชัชชัยบอกว่าเขาหายดีแล้ว แต่ภัทรไม่ยอมเชื่อ

                “แกกำลังเดินทางไปในทางที่ผิดพลาดนะเว้ย รู้ตัวหรือเปล่า?” ภัทรว่าออกมา แต่ชัชชัยส่ายหน้า

                “ฉันเดินมาถูกทางแล้ว ฉันต้องแก้แค้น” เขาพูดแล้วกำหมัดแน่น “ฉันต้องล้างแค้นให้น้องธาให้ได้ ขอตัวนะ”

                แล้วชัชชัยก็เดินออกไปจากสุสาน ภัทรเลยรีบเดินตามไปด้วย เขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเหลือเกิน ไร้ซึ่งพลังที่จะดึงเพื่อนให้กลับมาเป็นปกติ

                “ไอ้ชัยเอ๊ย แกยังไม่ได้หายดีหรอก” ภัทรว่าออกมาเบาๆ เพราะกลัวชัชชัยได้ยินแล้วจะโกรธ “จะทำยังไงดีน้า?”

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179