บทที่ 52
(ตอนพิเศษ ปฏิบัติการครึ่งบกครึ่งน้ำบนน่านฟ้าเดียวกัน2) “เจ้าคงเป็นผู้นำภารกิจ และหัวหน้าของกลุ่มหมาป่าขาวซินะ” เสนาบดีมอแกนไม่ได้รู้ตกตลึงอะไรเลยแม้แต่น้อย เขารู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าจะต้องมีนักฆ่ามาพบเขา ก่อนที่จะลงมือทำภารกิจในครั้งนี้ เขาที่รีบออกเดินทางมาเพื่อพบกับชายคนที่รับภารกิจจากเมืองหลวง แต่เมื่อเห็นสภาพของผู้นำที่รับภารกิจไปเขาก็พอใจในระดับหนึ่งแต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบแก่เสนาบดีซ้าย เขาก็หยิบอาวุธเป็นปืนพกใส่ที่เก็บเสียขึ้นมาก่อนที่จะยิงไปตรงหลังคาของพวกปราสาทหลังนี้ พิ้ง!!พิ้ง!! กระสุนสองนัดลอยออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานก็ปรากฏศพของคนสองคนร่วงลงมาจากเพดานปราสาทตุ๊บ!!!! ตุ๊บ!!!! ทั้งสองศพตกลงมาเสียงดัง ก่อนที่กราเซียจะเก็บปืนของตัวเองลงไปในเสื้อคลุม“จากคำถามของท่านเมื่อสักครู่ ข้าต้องเสียมารยาทที่ไม่ได้กล่าวตอบในทันที เนื่องจากมีหนูสกปรกแอบฟังการสนทนาของข้าอยู่ และไหนๆก็จะต้องกำจัดพวกมันอยู่แล้ว สองศพนั้นข้าแถมให้ก็แล้วกัน... เอาล่ะ สำหรับคำตอบคือ ตอนนี้คือใช่ ในอนาคต และที่ผ่านมาไม่ใช่ จริงๆข้าก็แค่มาช่วยเหลือพวกเด็กรุ่นใหม่ทำภารกิจในบางส่วนเพียงเท่านั้น”กราเซียพูดจบก็ถอดผ้าที่ปิดหูปิดตาออก มันเผยออกมาให้เห็นหน้าของชายวัยกลางคนที่เสนาบดีคุ้นเคยเป็นอย่างดี เขาตกใจตั้งแต่อาวุธ ศพ แล้วนี่ก็ยังจะมาเรื่องผู้นำภารกิจในครั้งนี้อีกด้วย“ไม่ได้พบกันเสียนานนี่เจ้าหนูกราเซีย ถึงขนาดให้ผู้นำสมาคมออกหน้าเองอย่างนี้ ข้าเองก็สบายใจ..ว่าแต่ เจ้าสบายดีนะ” มอแกนกล่าวออกมาอย่างสนิทสนม เขารู้จักกราเซียดี เพราะพวกเขาก็พบเจอกันในงานสังคมอยู่บ่อยครั้ง“ข้าว่าท่านน่าจะเข้าใจผิดแล้ว ในตอนนี้ข้าเป็นแค่รองผู้นำสมาคมเพียงเท่านั้น.. จริงซิ แล้วข้าก็สบายดีมากด้วย” กราเซียกล่าวออกไป“อย่างนั้นรึ มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเสียจริง แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องภายในสมาคมของพวกเจ้า ข้าจะไม่ถามก็แล้วกัน... ในตอนแรกที่ข้าร้องขอให้ผู้นำภารกิจมาพบก็เพียงเพราะสงสัยในความสามารถของกลุ่มเพียงเท่านั้น ตอนนี้ข้าก็วางใจได้ในระดับหนึ่ง ว่าแต่เจ้าจะเอาอยู่รึกับภารกิจในครั้งนี้ จากที่ข้าดูแล้ว ด้วยจำนวนเพียงเท่านั้น มันแทบจะไม่สามารถเป็นไปได้เลย” เสนาบดีกล่าวถามแก่พวกเขา“เรื่องนั้นท่านโปรดวางใจได้ กองกำลังกลุ่มนี้ ไม่ซิจะต้องบอกว่าทั้งหน่วยหมาป่าขาว และฉลามขาว อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าสมาคมคนใหม่ และถูกท่านฝึกสอนมากับมือ... อื้มข้าว่า ข้าพูดมากเกินไปแล้ววันนี้” กราเซียที่รู้อยู่แล้วว่าต้องมาตอบอะไรอย่างนี้ เขาได้ปรึกษากับท่านฌอนแล้วว่าบอกอะไรแก่นายจ้างได้บ้าง ซึ่งมันก็มีเพียงเท่านี้ที่สามารถบอกได้จากคำพูดของท่านฌอน โมนาร์ทเพื่อนรักของเขาสามารถที่จะสรุปออกมาได้ว่า ท่านฌอนยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าท่านคือผู้นำสมาคมคนใหม่ และแค่อยากจะบอกว่ากับคนอื่นๆว่าในตอนนี้มีคนที่เก่งกว่ากราเซียขึ้นมาเป็นผู้นำแทน อาจจะอยากทำให้ผู้คนรู้สึกผวากลัวอำนาจของพวกเรา เกรงอิทธิพลใหม่ของสมาคมนักฆ่า ซึ่งมันสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทุกๆอย่าง“อย่างนั้นรึ.. ถ้าอย่างนั้น ข้าจะรอดูผลงานของพวกเจ้าก็แล้วกัน” มอแกนกล่าว จากนั้นกราเซียก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้น มอแกนยืนนิ่งๆอยู่สักพักนึ่งคิดอะไรอยู่ในใจเล็กน้อยก่อนจะวิเคราะห์ผลออกมา“ไม่น่าเชื่อเลย ว่าจะมีคนที่มีความสามารถมากกว่าตัวของเจ้าหนูกราเซียนั่น หรือบางทีมันอาจจะเป็นแค่ข่าวลวงก็เป็นไปได้ แต่ด้วยลักษณะนิสัยของเจ้าหนูนั่นที่มันเอาแต่ชอบสั่ง และไม่ลงมือเอง... อื้มม ข้ายังคงไม่ปักใจเชื่อข้อมูลไหน จนกว่าจะได้มามากกว่านี้ก็แล้วกัน... เห้อ” มอแกนมองออกไปรอบๆก่อนจะตะโกนเรียกทหารหน้าประตูมาเก็บศพของสายลับโจรผ้าแดงให้ออกไปจากห้องนี้ทางด้านของกราเซียที่หายตัวมาอยู่บนหลังคาชาวบ้านละแวกนั้น ก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า“ได้เวลาแล้วซินะ ปฏิบัติการครึ่งน้ำครึ่งบก บนน่านฟ้าเดียวกัน” เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทางด้านของดิออนเอง ก็มาพบเจอกับเจ้าชายวีนัส ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับผู้เป็นพ่อเลย ยิ่งเขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่วัยใกล้ๆกัน จึงรู้จักกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถึงจะเป็นเพื่อนกัน ความลับอื่นๆก็ไม่ได้หลุดออกไปจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย“เรื่องที่เจ้าจะมาทำภารกิจนี้ ข้าเองก็เห็นด้วยนะสหาย แต่ยังไงก็ระวังตัวของเจ้าให้มากๆล่ะ ต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกแก่ข้าได้เลย ข้ายินดีจะช่วย และจัดหาให้” เจ้าชายวีนัสกล่าวแก่ดิออน มันทำให้ดิออนต้องพูดออกมาในทันทีว่า“ถึงเจ้าจะไม่บอกให้ข้าขอ ข้าก็จะขออยู่ดี สิ่งที่ข้าต้องการคือเรือเล็กที่นั่งได้สัก 5 คนเป็นจำนวน 3 ลำ เจ้าต้องรีบแล้ว ข้าจะใช้มันในอีก 30 นาทีข้างหน้า” อิออนกล่าวออกมา“ก็อีแค่เรือ สบายๆมากนะสหาย แล้วเจ้าจะเอาฝีพายด้วยหรือไม่ ข้าจะได้จัดเตรียมได้ถูก” วีนัสกล่าวออกมา“ไม่ต้อง แล้วเอาแค่เรือนะไม่เอาเรือใบนะ เอาเรือของชาวประมงเล็กก็เพียงพอแล้ว” ดิออนพูดคุยกับวีนัส พวกเขาพูดเรื่องเก่าๆต่อเล็กน้อยก่อนจะถึงเวลางานที่ดิออนจะต้องทำแล้ว พวกเขาล่ำลากันเล็กน้อย ซึ่งวีนัสไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะเขาอาจจะยังอ่อนประสบการณ์จึงไม่ได้วิเคราะห์อะไรออกมาจากข้อมูลที่ได้รับ เขาทำเพียงแค่ส่งข้อมูลเหล่านี้กลับไปที่เมืองหลวง แล้วให้ท่านพ่อของเขาจัดการเอาเองดิออนที่เดินออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ก่อนที่เขาจะหยุดเดินแล้วหันไปมองที่ดวงอาทิตย์ยามเย็นวันนี้ เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงที่บางเบาว่า“ปฏิบัติการ ครึ่งน้ำครึ่งบกบนน่านฟ้าเดียวกัน เริ่มได้” เขายิ้ม และเดินต่อไปที่จุดนัดพบของหน่วยฉลามขาว ดิออนเดินทางมาได้ไม่นาน เขาก็มาถึงพร้อมกับเรือที่จอดเอาไว้ถึงสามลำติด ดิออนสั่งเอาเจ้าเครื่องยนต์ที่ท่านฌอนส่งมาให้แก่พวกเขา มันมีลักษณะที่แปลกประหลาด และเขาเองก็ไม่เคยได้ลองใช้งานมันจริงๆเลยสักครั้งเมื่อเขาขึ้นเรือเสร็จก็ทำการสตาร์ทเครื่อง ตามที่ได้รับการแนะนำมาจากท่านฌอน เรือของพวกเขาแล่นไปในทะเลอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้สึกสนุกกับการแล่นเรือในครั้งนี้เป็นอย่างมาก แม้แต่ดิออนเองก็ต้องขอสลับกับคนคุมเรือเพื่อที่จะเล่นของเล่นชิ้นใหม่นี้ แต่เมื่อมาถึงได้สักระยะหนึ่งพวกเขาก็หยุดเรือเพื่อปรึกษาแผนการเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะลงมือจริง“หลังจากนี้จะเป็นของจริงแล้ว พวกเจ้าจะต้องเชื่อมั่นในทีมของตัวเอง ในงานนี้เราจะไม่ใช้วิทยุสื่อสาร หากไม่แน่ใจในการกระทำให้ส่งสัญญาณมือกันแทน อย่างสุดท้ายคือ ห้ามลุยเดี่ยว ห้ามตาย หากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งตาย พวกคนที่เหลือจะซวยจำเอาไว้ตอนฝึกทำยังไง ตอนนี้ก็ทำอย่างนั้น ไปได้”หลังจากคำพูดของดิออนจบลงพวกเขาก็พยักหน้าให้แก่กันเล็กน้อย ไม่นานเรือลำแรกก็แล่นเข้าใกล้ชายฝั่งเกาะของเป้าหมายแล้วซึ่งมันก็เป็นเรือของพวกดิออนนั้นเอง เขาสั่งให้พลสไนเปอร์คอยเก็บพวกที่เฝ้าอยู่ริมหาดทีละคนสองคน กระสุนที่ถูกยิงออกมามันเข้าเป้าที่กลางหัวกันทั้งหมด เมื่อคนแรกล้มลงไปกระสุนเม็ดที่สองก็ตามมาอย่างรวดเร็ว มันทำให้พวกโจรสลัดไม่ได้ทันตั้งตัว จนในที่สุดพวกมันก็ล้มลงจนหมดหาดทรายเมื่อพวกเขาขึ้นฝั่งมาได้ ดิออนก็สั่งให้กำลังพลสองนายไปซ่อนศพ อีกคนไปซ่อนเรือ ส่วนเขาจะคอยดูต้นทางให้อีกทีหนึ่ง แต่ในระหว่างนั้นเองดิออนที่เห็นว่ามีผู้คนกำลังเดินเขามาอีกหลายสิบคน เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี้มันกำลังจะผิดแผน ด้วยความที่เขาเป็นหัวหน้าทีม มันจะมีเรื่องผิดพลาดไม่ได้ เขาจึงทำการส่งสัญญาณมือไปทางหน่วย พร้อมกับเป่าปากเลียนเสียงของนกสมาชิกทีมรู้ว่ามันคือสัญญาณเรียก พวกเขาก็มารวมตัวกันในทันที เมื่อพวกเขารวมตัวกันเสร็จก็พบกับเป้าที่กำลังเดินมาอย่างเซ็ง ที่จะต้องมาอยู่เวรในวันนี้“เวรตอนกลางคืนข้าไม่ชอบเลยจริงๆ เห้อ..ให้ตายซิ” โจรคนหนึ่งกล่าวออกมา“ใช่ๆ ข้าอดเล่นจัมจี้กับทาสสาวคนนั้นเลยจริงๆ.. พูดแล้วก็แอบเซ็ง จะเฝ้าทำไมนักหนาก็ไม่รู้ ยังไงก็ไม่มีกล้ามาหาเรื่องพวกเรากลุ่มอันดามันอยู่แล้ว แกว่าไหมล่ะ....” โจรอีกคนกล่าวออกมา แต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนๆ เขาก็หันกลับมามองว่าทำไมทุกคนถึงได้เงียบไป แต่เมื่อหันมาแล้ว เขาคนนี้ไม่มีทางได้หันกลับมามองข้างหน้าอีกเป็นครั้งที่สองแล้ว หัวของเขาหลุดออกจากตัวในทันที“เก็บหมดแล้วครับ” สมาชิกทีมคนหนึ่งกล่าวออกมา จากนั้นสายตาของดิออนก็กลายเป็นคมกริบ ก่อนที่ดิออนจะส่งสัญญาณมือไปว่า รีบเก็บศพ แล้วถ้ามีเสียงพูดในภารกิจอีก ข้านี่แหละจะฆ่าเจ้า สมาชิกทีมพยักหน้าเล็กน้อย เขาเผลอลืมไปชั่วขณะจนเผลอรายงานตามปกติดิออนนำทีมของเขาเก็บคนรอบๆเกาะก่อน จากที่รู้ว่าเกาะนี้เป็นฐานระดับใหญ่เป็นรองเพียงแค่ฐานที่มั่นเท่านั้น สมาชิกของกลุ่มโจรมีทั้ง 600-700 ชีวิต และตอนนี้พวกเขาพึ่งจะฆ่าไปราวๆ 200-300 ศพเท่านั้น ดิออนสั่งให้ไปเก็บคนที่กำลังหลับในกระท่อมที่พวกมันใช้พักผ่อน แต่ก็มีบางกระท่อมที่อยู่กันเป็นคู่ชายหญิง ดิออนที่เห็นว่าผู้หญิงเหล่านั้นอาจจะเป็นทาสจึงไม่ได้ฆ่า และปล่อยๆไปแต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด อยู่ๆก็มีเสียงหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะตกใจกรีดลั่นป่าออกมา ทำให้พวกที่เหลือตื่นจะการนอนหลับ แต่พวกเขาก็เหมือนจะยังโชคดีที่พวกโจรเหล่านี้คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ พวกเขาที่หลบอยู่ในมุมมืดก็แอบได้ยิน“เห้อ... ใครกันว่ะ มาทำกันเวลาดึกๆดื่นๆเช่นนี้ พวกข้าจะนอนเว้ย.. อย่าให้ถึงคิวของข้าบ้างก็แล้วกัน ฮ่าๆ” พวกโจรเหล่านั้น ต่างก็หัวเราะออกมาอย่างติดตลก แต่สำหรับพวกดิออนแล้วมันไม่ใช่ พวกเขาแทบจะหัวใจวายตาย จนสุดท้ายเขาเลือกที่จะคัดเลือกคนที่ไม่ทำให้พวกเขานั้นเดือดร้อนอีก หากหญิงคนใดมีแนวโน้มว่าจะส่งเสียงหลังจากที่พวกเขาเตือนไปแล้ว พวกเขาก็จะเก็บหญิงสาวคนนั้นในทันทีเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันผ่านมาแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หญิงสาวที่รอดชีวิตก็วิ่งไปรวมตัวกันอยู่ที่ท้ายเกาะที่มีเรือลำใหญ่ซ่อนตัวอยู่ ส่วนทางด้านของดิออนที่กำลังจะเข้าไปเก็บตัวหัวหน้าของที่แห่งนี้ และทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดีดิออนบอกแก่พวกผู้หญิงว่าให้เดินทางไปตามเข็มทิศนี้ขึ้นไปทางเหนืออย่างเดียว ห้ามแวะที่เกาะไหนเป็นอันขาด ก่อนจะถึงแผ่นดินใหญ่ แล้วบอกพวกทหารไปว่ามาหาเจ้าชายวีนัส จากดิออน พวกเขาก็จะช่วยเหลือพวกเจ้าเองจากนั้นเขาก็เดินทางไปทำภารกิจต่อไป ทั้งคืนวันนี้จำนวนคนที่พวกเขาได้จัดการไปรวมๆแล้วมากกว่าครึ่งแล้ว ที่จะเหลือก็แค่เก็บงานในเกาะเล็กเกาะน้อยในคืนวันพรุ่งนี้เท่านั้น และเหตุที่มันต้องใช้เวลาไปกับกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยพวกนี้ เห็นทีจะเป็นเรื่องของการเดินทางซะมากกว่า กระสุนที่พวกเขาได้ใช้ไปจริงๆมันยังไม่ถึงหลักร้อยเลยด้วยซ้ำ จากการซุ่มฆ่า และไหนจากการทำงานกันเป็นทีมอีกแต่เหตุที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ดิออนกำลังจัดการกับกลุ่มสุดท้ายเสร็จ ก็มีเรือของกองโจรนี้มา เพื่อแจ้งข่าวอะไรบางอย่างกับเกาะแห่งนี้ และจากการที่พวกเขาได้เข่นออกจากผู้คนบนเรือก็ได้ความว่า ในคืนนี้ที่ฐานใหญ่จะมีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของผู้นำกองโจร จึงจะมาเชิญให้เหล่าสมุนของกองโจรไปร่วมงานเลี้ยงดิออนที่เห็นอย่างนั้นแปลว่าเขาจะต้องเลื่อนเวลาลงมือกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยต่อในทันที และรีบปิดงานนี้ก่อนที่หัวหน้าของพวกมันจะรู้ตัวแล้วหนีไปเสียก่อน โชคยังดีที่ทางนั้นส่งเรือแจ้งข่าวมาเพียงแค่ลำเดียว จึงไม่โดนสงสัย และพวกเขาก็เริ่มภารกิจที่จะต้องปะทะกันตรงๆทีเดียวเลยกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยไม่ได้น่ากลัวเลยสำหรับพวกเขา กระสุนที่ใช้ออกไปก็ใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด พวกเขารู้ดีว่าของพวกนี้มันแพงมากขนาดไหน จึงต้องใช้มันอย่างระมัดระวังที่สุด ในตอนเย็นพวกเขากลับมารวมกลุ่มกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเดินทางไปยังเกาะฐานที่มั่นกองโจรสลัดอันดามัน